มนตรานอนไม่หลับกระสับกระส่ายแทบทั้งคืนความรู้สึกของหล่อนก่อตัวขึ้นมาตอนไหนกันนะั้แ่แรกรู้จักที่เขาเข้ามาให้กำลังใจเธอั้แ่ยังไม่ทันรู้จักกันหรือการที่เขาอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดทั้งยามสุขและทุกข์แต่ยิ่งคิดทบทวนก็ยิ่งแน่ใจ แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกันหรือไม่เนื่องจากปกป้องไม่เคยบอกความรู้สึกของเขาออกมาตรงๆ
มนตราบรรจงหวีผมติดกิ๊บดอกไม้หวานใสดูน่ารักจากที่ทากันแดดเพียงอย่างเดียวบนใบหน้าแล้วจบก็ผัดแป้ง ปัดบลัชออนสีชมพูหวานเข้ากับลิปกลอสสีชมพูใสที่เกือบจะเหนียวเหนอะเกินไปเพราะไม่ได้ใช้เธอสวมเดรสยาวครึ่งแข้งสีชมพูลายดอกเดซี่สีขาว ทับด้วยเสื้อคลุมสีขาวบางๆ แล้วฉีดน้ำหอมค้างปีกลิ่นดอกเดซี่
“ปี๊นๆๆ”เสียงบีบแตรดังหน้าบ้าน เสียงรถของปกป้องนั่นเอง
“มาแล้วๆ”มนตราะโขณะรีบสวมรองเท้าทรงบัลเลต์สีขาว
มนตราเปิดประตูไปตั้งใจจะส่งยิ้มให้ปกป้องแต่กลับรู้สึกขวยอายขึ้นมากะทันหันจึงได้แต่ก้มหน้างุดอยู่
“หืม!วันนี้พายุจะเข้าเหรอ คุณหนูมนตราถึงได้แต่งตัวสวยเนี่ย”ปกป้องว่าพลางแหงนมองฟ้าด้วยท่าทางกวนๆ
“ไอ้บ้าฉันก็แต่งปกติแหละ แบบปกติฉันก็สวยอยู่แล้ว” มนตราเชิดหน้า
ปกป้องขำพรืดแต่แล้วกลับหุบยิ้ม
“จะไปเดทกับหนุ่มที่ไหนต่อหรือเปล่า”
“ก็...ไม่แน่นะนายอะรีบๆ พาฉันไปเหอะ นายสารถี” มนตราประชดด้วยความหมั่นไส้
ขณะที่ทั้งคู่เพิ่งไปได้ไม่ถึงครึ่งทางเสียงโทรศัพท์มือถือของปกป้องก็ดังขึ้น ทีแรกเขาไม่สนใจแต่เมื่อสายเข้าอีกครั้งจึงขอมนตราจอดข้างทาง เมื่อเห็นชื่อปลายสายเขาดูงุนงงนิดหนึ่งก่อนจะกดรับ
“ว่าไงเอก”
ปกป้องรับสายจากเอกผู้จัดการร้าน เขาเป็มือขวาเป็คนที่ปกป้องไว้ใจที่สุดจนสามารถฝากฝังร้านไว้ได้เวลาที่เขาไม่เข้าร้านและยอมให้พักที่ชั้นบนของร้านได้เพื่อเป็สวัสดิการที่พัก มนตรานึกสงสัยที่เอกโทรมาเพราะวันนี้เป็วันหยุดร้านและสังเกตว่าปกป้องดูเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง จึงคิดว่าที่ร้านคงมีเื่
ปกป้องวางสายพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนหันมาพูดกับเธอ
“ไอ้เ้าฟิล์มกับยัยเมมาที่ร้านอยากจะเจอฉันให้ได้ ไม่รู้มีอะไร”
มนตราสะดุ้งไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของฟิล์ม
“ไปที่ร้านเถอะอาจมีเื่อะไรเกี่ยวกับคุณปู่ก็ได้” มนตรานึกเป็ห่วง
ที่ร้านเอกยืนคอยอยู่กับฟิล์มและเมธาวดีแล้ว เมธาวดียืนกอดอกท่าทีไม่สบอารมณ์ส่วนฟิล์มเมื่อเห็นมนตราก็แยกตัวออกมาทันที
“พี่มนตร์...”ฟิล์มทัก
“มีธุระอะไรกับปกป้องเหรอ”มนตรารีบเข้าเื่
“แหม!ต้องรีบแสดงตัวเป็เ้าเข้าเ้าของขนาดนี้เลยเหรอเ้าตัวเขายังไม่ถามอะไรสักคำ” เมธาวดีกระแนะกระแหน
“เม!อย่าลามปามมนตรา! มีธุระอะไรก็รีบพูดมา”ปกป้องขึ้นเสียง
เอกเห็นท่าทางไม่ดีและน่าจะเป็เื่ส่วนตัวจึงหลบฉากเข้าร้านไปส่วนเมธาวดีสะบัดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
“พี่ไม่คิดจะปลดบล็อกบ้างเลยหรือไงจะติดต่อยากไปถึงไหน”
ปกป้องเงียบไม่ต่อล้อต่อเถียง
“คุณปู่เรียกหาพี่”
“หา!คุณปู่ฟื้นแล้วเหรอ” ปกป้องใ
“ยังหรอกแค่รู้สึกตัวเป็พักๆ ก็เลยมาบอกว่าพี่ควรจะทำหน้าที่หลานเสียหน่อย” เมธาวดีประชด
“ได้เดี๋ยวพี่จะเข้าไป” ปกป้องถอนหายใจ
“คุณแม่ไปต่างจังหวัด2-3วันนะ ถ้าจะไปก็รีบไป”
ปกป้องพยักหน้าเป็เชิงรับคำแล้วหันไปชวนมนตราออกไป
“เดี๋ยวสิพี่ผมมีเื่ต้องคุยกับพี่มนตร์” ฟิล์มขัด
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนายนะ”มนตรารีบแย้ง
“ไม่ได้ดิผมยังไม่ได้ขอโทษพี่เลยที่ทำกับพี่แบบนั้น”
“แกทำอะไรมนตร์!”
ปกป้องก้าวยาวๆพรวดเดียวมาประจันหน้ากับฟิล์ม มนตราสังหรณ์ถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าเธอรีบมาอยู่ตรงกลางแล้วดึงแขนทั้งสองฝ่ายเพื่อห้ามปราม
“ผมขอโทษ...ที่จูบพี่มนตร์”
ฟิล์มหันมามองมนตราเพื่อแสดงความจริงใจในขณะที่มนตราตาเบิกโพลงเช่นเดียวกันกับเมธาวดีที่อ้าปากค้างแต่เมื่อฟิล์มหันกลับมาด้วยความตั้งใจว่าจะทำท่ายียวนกวนประสาทใส่ปกป้องก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะหมัดขวาของปกป้องได้อัปเปอร์คัตเข้าปลายคางของฟิล์มเต็มๆ จนเขาถึงกับหงายหลังล้มลงอย่างไม่ทันตั้งตัวปกป้องถลาเข้าไปกระชากฟิล์มให้ลุกขึ้นมาท่ามกลางเสียงหวีดร้องของมนตราและเมธาวดีที่เข้ามาช่วยกันห้าม
“มึงทำอย่างงี้กับมนตร์ได้ไงไอ้คนฉวยโอกาส”
ปกป้องคำรามพร้อมง้างหมัดแต่ครั้งนี้ฟิล์มตั้งรับทันและปล่อยหมัดฮุกขวาเข้าเบ้าตาซ้ายของปกป้องเต็มๆ ปกป้องเสียหลักซวนเซไปแต่ยังทรงตัวไว้ได้ทั้งคู่ตะลุมบอนกันนัวเนียโดยมีสองสาวพยายามดึงทั้งสองแยกกันแต่ก็สู้แรงไม่ไหว จนกระทั่งเอกรีบวิ่งมาช่วยมนตราดึงปกป้องออกไป
“ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว!” ปกป้องยังเืขึ้นหน้าพยายามจะพุ่งเข้าหาฟิล์มโดยที่มนตรากับเอกรั้งไว้แทบไม่อยู่
“ใช่!ผมชั่วผมก็ยอมรับว่าชั่ว แต่ผมมันคนกล้าไงคิดยังไงก็พูดก็ทำอย่างนั้น ไม่ขี้ขลาดตาขาวเหมือนใครบางคนแค่สารภาพรักผู้หญิงที่ตัวเองชอบยังไม่กล้า” ฟิล์มลอยหน้าใส่
“มึ้ง!”
ปกป้องถลาออกไปอีกมนตราที่ดึงรั้งจนหอบแทบหมดแรงจึงหมดความอดทน
“พอได้แล้ว!พอกันทั้งคู่ แล้วฟังฉันพูดให้ดี” มนตราแผดเสียง
ทุกคนนิ่งเงียบและมองมาที่เธอเป็ตาเดียวไม่เว้นแม้แต่เมธาวดีกับเอก
“ฉันโกรธนายมากๆฟิล์มที่ทำกับฉันแบบนั้น เอาเป็ว่าฉันยอมรับคำขอโทษของนาย ในวันข้างหน้าฉันอาจให้อภัยนายได้แต่วันนี้ยัง! เพราะฉะนั้นน่าจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องเจอและไม่ต้องติดต่อกันอีกแล้วก็คงไม่มีความจำเป็ต้องเจอกันอีกแล้วด้วย!”
มนตราหยุดพูดสูดลมหายใจแล้วมองไปทางปกป้อง
“อีกอย่างฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฟิล์ม นายตัดใจเสียเถอะ!”
ประโยคสุดท้ายหล่อนหันไปมองฟิล์มด้วยความแน่วแน่ฟิล์มนิ่งอึ้งไป
“ไปกันเถอะป้องฉันอยากไปเยี่ยมจับฉ่ายแล้ว”
มนตราจูงมือปกป้องออกไปโดยไม่สนใจสายตาอีกสามคู่ที่จ้องมองทั้งด้วยความตะลึงและงุนงงเมื่อทั้งคู่ออกมาจากร้านแล้ว มนตราก็ชวนให้ปกป้องไปโรงพยาบาลก่อน
“ไม่ละแผลแค่นี้จิ๊บๆ ไอ้ฟิล์มนั่นมันอ่อนหัดจะตาย” ปกป้องโม้
“ใช่เหรอฉันว่าตานายชักจะเขียวแล้วนะ เดี๋ยวคงบวมตุ่ย”
ปกป้องยังคงดื้อดึงไม่ยอมไปโรงพยาบาลมนตราจึงบังคับให้เขาจอดรถที่ร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อแล้วให้เขานั่งรอที่รถเธอถือน้ำแข็งออกมาแก้วหนึ่งเอาผ้าเช็ดหน้าห่อน้ำแข็งแล้วประคบเข้าที่เบ้าตาของปกป้องอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“โอ๊ยๆเบาๆ หน่อยสิมนตร์ ฉันเจ็บนะ!” ปกป้องโวยวาย
“ก็ต้องโดนแบบนี้แหละจะได้เข็ดทำตัวเป็นักเลงไปได้” มนตรายิ้มเยาะ
“นึกแล้วก็ยังแค้นใจไอ้ฟิล์มไม่หายนึกแล้วว่ามันไว้ใจไม่ได้” ปกป้องฮึดฮัดแล้วพานใส่มนตราต่อ“เธอเองก็เหมือนกันมนตร์ ทำไมมีอะไรไม่บอก”
“ก็เพราะรู้ว่าถ้าบอกมันจะเป็แบบนี้ไง”มนตรากดผ้าห่อน้ำแข็งรอบเบ้าตาเขาจนร้องโอดโอย
“แล้วที่เธอบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วล่ะใคร...”
ครั้งนี้ปกป้องไม่ยอมให้เธอประคบตาเขาอีกเขาคว้าข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้แน่นแต่ไม่ออกแรงเพราะกลัวเธอเจ็บปกป้องมองตามนตรานิ่งราวกับจะค้นลึกเข้าไปในหัวใจเธอเพื่อหาคำตอบมนตรารู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวจึงค่อยๆ ดึงมือออกแล้วบอกว่า
“ถึงเวลานายจะได้รู้เอง ไม่นานนี้แหละ...เออความจริงนายแค่แวะไปส่งฉันที่โรงพยาบาลสัตว์ก็พอนะ นายไปหาคุณปู่เถอะ”
“ไม่เป็ไรฉันว่าจะไปพรุ่งนี้ เธอไปกับฉันนะมนตร์” ปกป้องมองตาเธอ
มนตรารับคำทั้งสองเดินทางต่อจนถึงโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์หนุ่มกำลังนั่งพักจิบกาแฟในห้องตรวจพอดีตอนที่มนตรากับปกป้องเข้ามาขอเยี่ยมจับฉ่าย
“แกเป็ไงบ้างเ้าซี่โครงหมูจับฉ่าย”
ปกป้องทักทายอย่างอารมณ์ดีแล้วลูบหัวเ้าเหมียวที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่เบาๆเ้าเหมียวเองก็ดูดีใจที่เห็นทั้งสอง เ้าเหมียวร้องตอบเสียงดังราวกับทักทายปกป้อง
“จับฉ่ายเป็ยังไงบ้างคะพี่หมอ”มนตรายิ้มดีใจ
“โดยรวมปกติดีนะครับเดี๋ยวพอน้ำเกลือขวดนี้หมดก็สามารถพากลับบ้านได้แต่่นี้ต้องกินยาปฏิชีวนะจนหมดและต้องล้างแผลด้วยถ้ามนตร์ล้างไม่ถนัดจะพาเขามาล้างที่นี่ก็ได้ครับ”
“เดี๋ยวผมช่วยล้างได้ครับพี่หมอใช่มั้ยเ้านักเลงใหญ่” ปกป้องหันไปพยักเพยิดกับเ้าเหมียว
“ผมว่าคุณปกป้องเองก็น่าจะล้างแผลด้วยนะครับท่าทางจะช้ำไม่เบา” สัตวแพทย์หนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ
มนตราหัวเราะออกมาเธอรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุขแตกต่างจากบรรยากาศที่ค่อนข้างมึนตึงทุกครั้ง
“ตอนนี้ก็ได้เวลาพักของผมพอดีผมอยากชวนทั้งสองคนไปกินข้าวด้วยกันครับ” สัตวแพทย์หนุ่มชักชวน
“ได้สิคะคราวนี้ไปกินร้านอาหารใต้ที่พี่บาสเคยชวนดีไหมคะ มนตร์เลี้ยงเองค่ะมนตร์ยังไม่ได้ตอบแทนทั้งสองคนเลยที่ช่วยดูแลจับฉ่าย”
“แต่ครั้งนี้พี่คงต้องขอเป็เ้ามือนะครับพี่มีเื่ฉลองและมีเื่ที่อยากจะคุยกับทั้งสองคนด้วย”
“ว้าว! เื่อะไรเหรอคะ” มนตราน้ำเสียงตื่นเต้น
ทว่านายสัตวแพทย์หนุ่มไม่ตอบมนตราเห็นสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังของบาสแล้วก็ไม่กล้าถามเธอแอบเหลือบมองปกป้องที่ดูท่าจะยอมรับคำชวนแต่โดยดี เขาเองก็คงคิดไม่ต่างจากเธอ พวกเขาออกจากโรงพยาบาลสัตว์โดยมีมนตราซ้อนท้ายรถปกป้องตามท้ายรถยนต์ของสัตวแพทย์หนุ่มไป
“นายว่าเขามีเื่อะไรจะคุยกับเราอะ” มนตราถามปกป้องขณะรถติดไฟแดง
“เดาไม่ถูกเลย อาจจะขอเธอเป็แฟนก็ได้มั้ง แบบถ่านไฟเก่าคุอะ”
“ไอ้บ้านี่! เออ...ว่าแต่ทำไมหลังๆดูนายไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาเหมือนทีแรกแล้วล่ะ” มนตราสงสัย
“ก็ฉันััได้ว่าเขาเป็คนจริงใจแล้วตอนจับฉ่ายป่วยเขาก็รีบช่วยด้วยความเป็ห่วงจริงๆ ทุกครั้งเลยนี่”ปกป้องเสียงอ่อน
สัญญาณไฟเขียวแล้วปกป้องออกรถ มนตราเองก็รู้แน่แก่ใจว่าพี่บาสเป็คนดีเขาเป็รุ่นพี่ผู้จริงใจและโอบอ้อมอารีมาแต่ไหนแต่ไรแต่พอปกป้องไม่แสดงท่าทีว่าหึงเธอกับพี่บาสเลยสักนิด มนตราก็ชักน้อยใจ
“งั้นถ้าฉันคบกับพี่บาส นายก็คงแสดงความยินดีกับฉันงั้นสิ” มนตราประชด
ปกป้องเบรกเอี๊ยดกะทันหันตรงแยกไฟแดงถัดไปทั้งที่ยังเป็ไฟเหลืองอยู่ปกป้องรีบเอื้อมมือมาจับมือมนตราที่นั่งไพล่เกาะเอวเขาไว้ซึ่งถึงกับไหลไปเบียดหลังเขาจนแขนแทบบี้แบน
“โอ๊ย! ทำไมเบรกอย่างนี้ล่ะ มีรถชนกันเหรอ”
“เปล่า! แค่จะบอกเธอว่าฉันไม่ยอมให้เธอมีแฟนหรอก อยู่ด้วยกันไปแบบนี้แหละ”ปกป้องหันมายิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“หมายความว่าไง”
ปกป้องไม่ยอมตอบ มนตราจึงได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียวจนกระทั่งทั้งสามคนเดินทางไปถึงร้านอาหาร
จากผู้เขียน...
ฉลองอะไรคะพี่บาสแล้วจะคุยอะไรกันสองสามคนน้อ