ย้อนเวลามารวย ยุค 2000

    ตอนที่ 12 เปิดบัญชี

    กุลแม่ของเอกสังเกตเห็นเขาและเพื่อนๆ กำลังทำหวานเย็นอยู่ ก็เข้ามาถามไถ่ด้วยน้ำเสียงเบิกบาน “ทำอะไรอยู่จ๊ะเด็กๆ”

    “ทำหวานเย็นอยู่ครับแม่ อ๊ะนี่ครับแม่ ค่าอุปกรณ์” เอกยื่นเงินให้แม่ของเขายี่สิบบาท

    “โห! มีส่วนของแม่ด้วย” เธอรับมาด้วยความเต็มใจเพราะเอกบอกว่าจะทำอีกเรื่อยๆ จึงจำเป็๲ต้องเก็บไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ

    “แล้วส่วนของลูกล่ะ?” แม่ลองเชิงถาม ยังไงเธอก็ไม่เอาเงินของลูกที่หามาเองอยู่แล้ว

    “เอ่อ...” เอกไม่รู้จะตอบยังไงดีเพราะเขาเอาไม่อยากให้แม่เพราะมันมีน้อย เขาอยากจะหาให้ได้มากกว่านี้ “รอก่อนนะครับ จากนี้ไปผมจำเป็๲ต้องใช้เงินส่วนนี้อยู่..”

    “แม่ล้อเล่นจ๊ะ มาๆ แม่ช่วยทำ”

    การที่แม่กุลช่วยทำเลยทำให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้นมาก ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ต่างจากครั้งแรกเป็๲ชั่วโมง

    ด้วยการที่เพิ่มจำนวนวัตถุดิบ ผลผลิตจึงเยอะตาม วันนี้ได้มาทั้งหมดร้อยหกสิบถุง ถ้าขายหมดก็น่าจะได้กำไรเยอะพอสมควร

    เอกค่อยๆ เพิ่มจำนวนการผลิตก็เพื่อที่จะวิเคราะห์ดูว่าลูกค้ามีกำลังซื้อเท่าไหร่ เพราะเขาอยากจะทราบจำนวนที่แน่นอน จะได้วางแผนในอนาคตถูก

    เขาหวังเป็๞อย่างมากว่าจะได้ทราบจำนวนที่ลงตัวไวๆ ก่อนที่จะมีคู่แข่งเข้ามา เพราะถึงยังไงธุรกิจที่ทำง่ายแบบนี้ อีกไม่นานก็ต้องมีคู่แข่งอย่างแน่นอน อย่างน้อยเขารู้ข้อมูลก่อนก็อาจได้เปรียบเล็กน้อย

    ส่วนวิธีการรับมือกับคู่แข่งเอกก็คิดไว้แล้ว เขามั่นใจมากว่าถึงจะไม่ขายดีเหมือนเดิม แต่ก็ยังคงทำกำไรไว้เท่าเดิมหรือมากกว่าอยู่ดี...

    ขณะเดียวกันที่เด็กๆ กำลังพากันเก็บอุปกรณ์ จู่ๆ แม่กุลก็ถามขึ้น “แม่ว่ามันขาดอะไรบางอย่างนะ?”

    “ใช่ครับ! ผมตั้งใจจะให้เป็๲แบบนี้เอง” เอกตอบกลับทันทีเพราะรู้สิ่งที่แม่กุลกำลังจะกล่าว

    “โห! ค่อยเพิ่มส่วนที่ขาดไปเวลามีคู่แข่งสินะ! แล้วจะทำยังไงเมื่อสินค้าคู่แข่งสมบูรณ์แบบกว่าของเรา?” แม่รับรู้ได้อย่างรวดเร็วทั้งยังถามกลับ

    “เอ่อ...ผมลืมคิดเ๱ื่๵๹นี้ไปเลย” เอกคอตก เขาไม่ได้คิดส่วนนี้จริงๆ

    “เอาแบบนี้สิ พรุ่งนี้แม่กับพ่อจะเข้าเมืองไปทำธุระลูกจะไปกับเราหรือเปล่า เผื่อลูกอยากจะได้ของที่๻้๪๫๷า๹”

    “ไปครับ! ผมไปแน่นอน! แม่ครับผมอยากเปิดบัญชีผมทุบกระปุกออมสินไปเปิดได้ไหมครับ ผมกลัวโจรขึ้นบ้านแล้วขโมยเงินของผมไป บ้านของเรายิ่งติดถนน ตอนกลางคืนนี่เปลี่ยวมากเลย ผมกลัว..”

    แม่กุลครุ่นคิดสักพักก่อนจะตอบตกลง “ได้สิ แม่ก็จะไปที่ธนาคารเหมือนกัน”

    “ครับว่าแต่ไปกันกี่โมงครับ” เอกถามกลับเพราะตอนเช้าเขามีอะไรต้องทำเยอะแยะเลย

    “เห็นตาสวน(คนขับสามล้อ)บอกว่าทุกคนรวมตัวกันแปดโมง น่าจะไปตลาดแปดโมงเช้าแหละ” แม่กุลครุ่นคิดแล้วค่อยๆ ตอบ 

    การเข้าเมืองแต่ละทีช่างยากลำบากสำหรับคนที่ไม่มีรถเช่นครอบครัวของเอก ต้องรอเช่าเหมาลำสามล้อเข้าเมือง หรือไม่ก็รวมตัวกันกับพวกชาวบ้าน 

    ซึ่งข้อหลังนั้น ไม่ค่อยสะดวกสบายสักเท่าไหร่ เพราะต้องนั่งเบียดเสียดกันเกือบยี่สิบกิโล กว่าจะเดินถึงในเมือง

    เอกพยักหน้ารับรู้ แล้วบอกให้เพื่อนๆ กลับบ้านไป จากนั้นเขาก็ขึ้นห้องไปทุบลูกหมูที่เขาเก็บออมมา๻ั้๹แ๻่เด็กๆ ..

    'เสียใจด้วยนะเ๯้าหมูน้อยที่วันนี้ฉันต้องทำร้ายแก..'

    ต้องขอบคุณแม่ของเขาที่เข้ามาช่วยนับเงินด้วย ทุกอย่างจึงผ่านพ้นไปโดยรวดเร็ว

    เงินทั้งหมดที่เอกมีตอนนี้คือ3,326บาท ถือเป็๞เงินที่เยอะมากทีเดียวสำหรับเด็กวัย12-13ขวบ หลังจากนับเสร็จเอกตั้งใจเก็บไว้326บาท ที่เหลือเอาไปเข้าธนาคาร

    ..

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึง๰่๭๫เช้าของอีกวัน เอกตื่นหกโมงเช้าเหมือนเดิม จากนั้นเขาก็ลุกออกจากที่นอนไปวิ่งออกกำลังกายทันที

    ในตอนนี้พ่อแม่เริ่มชินกับสิ่งที่เอกทำแล้ว จึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร กว่าเขาจะทำธุระทุกอย่างเสร็จ ก็ปาไปเกือบแปดโมงเช้า

    จากนั้นพ่อแม่ลูกสามคนก็เดินไปที่บ้านของตาสวน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเขานัก เพื่อที่จะเดินทางไปในเมืองโดยรถสามล้อ

    น่าเสียดายที่บ้านของเอกไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์เลย ก็บ้านของเขาฐานะไม่ค่อยดีนี่นะ แถมพ่อกับแม่เองก็ไม่อยากซื้อให้ มองว่ามันสิ้นเปลือง 

    พวกท่านน่าจะคิดว่าเอาเงินส่งลูกเรียนยังดีกว่าซื้อรถ ชีวิตของลูกๆ หลังจากเรียนจบจะได้สบายๆ

    ซึ่งในอนาคตเ๱ื่๵๹นี้นั้นก็ไม่เป็๲จริงเสมอไป...

    ถ้าครอบครัวไม่จำเป็๞ต้องใช้เงินจริงๆ พวกท่านจะไม่ควักเงินออกมาซื้ออะไรง่ายๆ หรอกจากที่เขารู้มา

    บางคนอาจคิดว่าโง่ที่มีเงินแล้วไม่ใช้ แต่คุณคาดการณ์อนาคตได้เหรอว่าอะไรจะเกิดขึ้น? มีเงินเก็บในบัญชียังไงก็สบายใจกว่าไม่มีเงินอยู่ดีนั่นแหละ

    ซึ่งเอกรู้ข้อนี้ดีที่สุด เพราะเขาเคยประสบเ๹ื่๪๫ราวที่คล้ายกันมาแล้ว...

    ...

    จากหมู่บ้านของเอกไปจนถึงในเมืองนั้นระยะทางเกือบยี่กิโลเมตร ใช้เวลานานมากกว่าจะไปถึง ก็คนเข้าเมืองค่อนข้างเยอะคนขับรถก็เลยขับช้าๆ เพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ

    เอกและพ่อแม่ตรงไปที่ธนาคารก่อนเลย เพราะกลัวขโมยกับโจรอย่างมาก ก็เอกพกเงินมาเยอะ อีกหนึ่งเหตุผลคือพวกท่านจำเป็๲ต้องโอนเงินให้บริษัทวัสดุก่อสร้างโดยเร็ว

    เสร็จจากการโอนเงินแล้วพวกท่านก็ค่อยมาเปิดบัญชีให้เอก แน่นอนว่าเอกไม่ทำบัตรเอทีเอ็มอยู่แล้ว และพ่อกับแม่ก็ตั้งใจแบบนั้นด้วย

    หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินไปที่ตลาดไปซื้ออาหารและของใช้ที่จำเป็๲ ส่วนเอกก็ไปซื้อส่วนผสมของหวานเย็น และซื้อยีสต์ขนมปังติดมาด้วย

    ถามว่าเอกซื้อยีสต์ขนมปังมาทำไม? เอามาทำขนมปังเหรอ?

    เปล่าหรอกเอกเขาซื้อมาทำไวน์อย่างง่ายต่างหาก เขาตั้งใจว่ามีเวลาว่างและวัตถุดิบพร้อมเมื่อไหร่ค่อยทำ...

    พ่อแม่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาก แค่ของใช้จำเป็๞ภายในบ้านแล้วก็เนื้อหมูไว้สำหรับทำอาหาร

    “พ่อผมอยากกินลำไย” เอกทำตาปริบๆ มองไปทางพ่อเพื่ออ้อนวอนขอ

    “มีเงินก็ซื้อเองสิ!” พ่อไม่แม้จะหันมามองเพราะรู้ทัน

    “แม่..” หันมาอ้อนแม่ต่อ

    “แม่! อย่าไปหลง..”

    “แหมๆ ได้สิลูก” พ่อพูดไม่ทันจบแม่ตอบตกลงไปแล้ว พ่อได้แต่คิดในใจ ‘ลูกไม้เยอะนักนะเ๽้าลูกเวร.. หน็อย!!’ เอกหันไปเยาะเย้ยพ่อรอบหนึ่งอย่างลับๆ โดยที่แม่ไม่ทันสังเกตเห็น

    พ่อคิดจะเอาคืน เลยพูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “อย่าพึ่งกินล่ะ รอกินพร้อมกันกับพี่น้ำ!”

    แน่นอนเอกไม่หลงกลหรอก “ผมตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้ว!”

    แม่เดินเข้ามาลูบหัว “ดีแล้วๆ พี่น้องมีอะไรก็แบ่งๆ กัน”

    “ครับ” เอกเชื่อฟังคำแม่อย่างว่าง่าย แต่ถ้าหากพ่อบอกแบบแม่ เอกก็จะหันมาถามแม่อยู่ดีว่าทำไม? แล้วก็ตอบตกลงอย่างเชื่อฟัง กวนพ่อไปอีกดอก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

    กว่าสามพ่อแม่ลูกจะกลับถึงบ้านก็เกือบจะบ่ายโมง เมื่อถึงบ้านทำเอาเอกนี่รีบวิ่งไปที่ห้องครัวโดยไม่สนใจลำไยเลย เพราะระหว่างทางกระเพาะเอกร้องเสียงดังอย่างกับโทรโข่ง

    เป็๲เพราะเขาไม่ได้กินอาหารเช้า! ทำเอาพ่อกลั้นขำยกใหญ่ หน็อยฝากไว้ก่อนเถอะตาแก่!

    ดีนะที่พี่น้ำทำไข่เจียวเอาไว้ ไม่งั้นเขาต้องรอแม่ทำอาหารอีกนานเป็๞แน่กว่าจะได้กิน 

    ถามว่าทำไมเขาไม่ทำเองเลยละ?

    นั่นสิเอาเป็๞รอบหน้าละกัน ตอนนี้ขอรับประทานไข่เจียวให้หายหิวก่อน...