ตอนที่ 4
ไม่นะ! นี่ฉันจะต้องเสียจูบแรกให้อีตาน้ำเชี่ยวจริงๆเหรอนี่...
ไม่เอานะ! อีตาน้ำเชี่ยวอย่ามาเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้นะไม่อาววว...ว!!!
ฉันพยายามส่งสายตาบอกนายน้ำเชี่ยวว่าแบบนั้นแต่หน้าขาวๆ ของนายน้ำเชี่ยวก็ยังขยับเข้ามาใกล้ฉันอยู่ดีจนเหลืออีกแค่สองคืบ...หนึ่งคืบ...ไม่นะ! ตอนนี้หน่วยมันเป็มิลลิเมตรแล้ว! แล้ว...แล้วก็....
เพียะ!
โอ๊ย! อีตาน้ำเชี่ยวไม่ได้จูบแต่ดีดหน้าผากฉ้านนนน...!
“ ทีนี้ก็หายกัน ส่วนวิกฤติของแกเขาไปแล้ว”
นายน้ำเชี่ยวว่าอย่างนั้นก่อนจะส่งยิ้มที่กวนประสาทเหมือนเดิมมาให้ฉันยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองป้อยอยากจะวีนเหวี่ยงอยู่หรอกที่บังอาจมาทำร้ายหน้าผากสวยๆของฉันแต่หัวใจฉันมันดันเผลอไปเต้นแรงให้กับใบหน้าขาวๆ ของอีตาน้ำเชี่ยวซะนี่ระหว่างที่ฉันกำลังใกับเสียงหัวใจของตัวเองอีตาน้ำเชี่ยวก็หันไปสั่งนมสดคาราเมลให้ฉันพร้อมกับเดินไปตักสตอเบอรี่ชอตเค้กชิ้นสวยใส่จานเพียงเท่านั้นฉันก็หมดความคิดที่จะวีนเหวี่ยงในทันทีเปล่านะอย่าเพิ่งเข้าใจผิดฉันไม่ได้เห็นแก่ของกินฉันแค่ถือคติที่ว่าคนสวยต้องรู้จักให้อภัยต่างหาก!
แต่อีกไม่ถึงสิบนาทีต่อจากนั้นฉันก็อยากจะเป็คนสวยที่ใจร้ายเสียจริงเมื่ออีตาน้ำเชี่ยวอ้าปากหัวเราะจนเห็นลิ้นไก่แถมยังเล่นลูกคอเสียเจ็ดชั้นเมื่อฉันเล่าเื่ของอีตาคุณพี่สาโรจน์ให้ฟังไม่รู้จะขำอะไรกันนักกันหนาฉันเห็นแล้วโมโหจนอยากจะเปลี่ยนชื่ออีตาน้ำเชี่ยวจากช.ช้างเป็ย.ั์เสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่ถ้าขืนฉันทำอย่างนั้นแล้วเอ่ยเรียกชื่อไอ้เพื่อนตัวดีออกไปคนที่ได้ยินเขาจะหาว่าฉันหยาบคายได้ซึ่งมันคงไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของฉันเป็แน่ฉันเลยแค่ทำปากยื่นนิดๆ อย่างไม่พอใจ (ก็ถ้ายื่นเยอะไปเดี๋ยวจะไม่สวย)และอาการแบบนั้นของฉันมันก็ทำให้ฉันได้สตอเบอรรี่ชอตเค้กเพิ่มมาอีกหนึ่งชิ้นแหมช่างเป็เพื่อนที่แสนรู้เอ๊ย!รู้วิธีปลอบใจฉันซะจริงๆ!
“ เจอแบบนี้เข้าไปแล้วเพื่อนรินยังจะไปหาเหยื่อ เอ๊ย! ไปวิ่งอยู่อีกเหรอไม่กลัวเจอคนที่มันหื่นกว่าไอ้คนเมื่อกี้หรือไง” อีตาน้ำเชี่ยวถามขึ้นหลังจากวางจานเค้กชิ้นที่สองลงตรงหน้าฉัน
“หยาบคายฉันไปหาเหยื่อที่ไหนฉันไปตามหาเนื้อคู่ต่างหากแล้วเื่แค่นี้มันทำให้ฉันล้มเลิกความคิดไม่ได้หรอกอีกอย่างไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องกลัวเลยก็ฉันมีนายอยู่ทั้งคนจริงไหม”
ฉันพูดพลางส่งยิ้มสวยให้อีตาน้ำเชี่ยวแต่อ๊ะ! ฉันไม่ได้แกล้งทำเป็ปากหวานเพื่อหวังผลหรอกนะแต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆอย่างเื่วันนี้ถ้าไม่ได้อีตาน้ำเชี่ยวฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสลัดอีตาคุณพี่สาโรจน์หลุดได้ยังไงนี่ยังไม่นับอีกหลายๆเื่ที่นายน้ำเชี่ยวช่วยเป็กันชนให้จากพวกหนุ่มๆ ที่ตามมาวอแวฉันตลอดเวลาที่ผ่านมาอีกเพราะฉะนั้นรับประกันได้เลยว่าฉันพูดออกมาจากใจจริงและฉันก็รู้ว่าอีตาเพื่อนตัวแสบเองมันก็ซาบซึ้งกับความจริงใจของฉันเหมือนกันถึงจะแสดงออกมาเป็คำพูดเพี้ยนๆก็เถอะ
“ตลอด....ถ้าไม่มีเื่ก็ไม่เคยคิดถึงกันมันน่าน้อยใจจริงจริ๊ง! เพื่อนรินรู้ไหมครับว่าตอนนี้หัวอกของไอ้น้ำเชี่ยวคนนี้มันช้ำไปหมดแล้วกับความคิดถึงของเพื่อนรินที่มอบให้เนี่ย! ”
“แหม...อย่าเพิ่งน้อยใจสิฉันก็คิดถึงแกตลอดนั่นแหละถึงยังไงเบอร์หนึ่งในใจฉันก็ต้องเป็น้ำเชี่ยวคนนี้อยู่แล้วก็แกเป็เพื่อนคนสำคัญของฉันนี่นา แล้วอีกอย่างนะ...นะ...แก๊! ฉันว่าฉันเจอเนื้อคู่ของฉันแล้ว!”
ใช่! ฉันว่าฉันเจอเนื้อคู่ของฉันแล้วจริงๆ!
ทันทีที่ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมกับแสงออร่าสีขาวที่มันส่องสว่างเข้ามากระทบลูกั์ตาของฉันคนที่ฉันเองก็รู้จักเป็อย่างดีแต่ทำไม๊ ทำไมฉันถึงไม่เคยนึกถึงเขามาก่อนนะก็จะใครที่ไหนซะอีกล่ะพี่พฤกษ์หัวหน้าแผนกการตลาดที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันกับฉันนั่นแหละฉันยืนยันได้เลยว่าคนนี้นอกจะหล่อนิสัยดีแล้วยังอนาคตไกลเอามากๆฉันคอนเฟิร์มได้จากการที่ฉันต้องทำงานร่วมกับเขาอยู่หลายครั้งที่สำคัญยังโสดสนิท!
ก็เพราะความแสนดีที่มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบของเขานั่นแหละที่ทำให้สาวๆพากับพร้อมใจยกเขาขึ้นไปไว้บนหิ้งไม่มีคนไหนกล้าสอยเขาลงมาไว้ในเหมือนๆกับที่ฉันเองก็ถูกหนุ่มๆ ในบริษัทยกขึ้นเอาไปไว้บนที่สูง(ที่ฉันว่ามันหนักไปทางคาน) และฉันว่าการที่เขาโผล่มาให้ฉันนึกถึงใน่นี้พอดีมันต้องเป็บุพเพแน่ๆยิ่งพิศมองท่วงท่าที่สง่างามยามพูดคุยกับนายโอ้ที่กำลังรับออเดอร์อยู่นั่นฉันยิ่งมั่นใจว่าพี่พฤกษ์ถูกสรรสร้างมาเพื่อสาวสวยอย่างฉันอย่างไม่ต้องสงสัย!
ฉันรีบลุกขึ้นโบกมือทักทายให้สัญญาณว่าฉันอยู่ตรงนี้ทันทีที่พี่พฤกษ์หันมาทางฉันซึ่งแน่นอนฉันต้องรอให้เขาเป็ฝ่ายเดินมาหา เพราะการที่สาวสวยอย่างฉันจะเดินริกๆหางกระดิกเข้าไปหาผู้ชายก่อนนั้นมันดูไม่งามและผิดหลักของกุลสตรีไทยฉันเลยได้แต่ยืนส่งยิ้มสวยรอให้พี่พฤกษ์เป็ฝ่ายเดินเข้ามาหาฉันแทนและพี่พฤกษ์ก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังแต่อย่างใดเพราะเขาเองก็เดินส่งยิ้มหล่อเข้ามาหาทันทีที่เห็นฉันเหมือนกัน
ฉันกำลังจะเลื่อนเก้าอี้ข้างๆตัวออกหวังจะให้พี่พฤกษ์มานั่งหล่ออยู่ข้างๆฉันแต่ดูเหมือนอีตาน้ำเชี่ยวจะไวกว่าเพราะไอ้เพื่อนตัวแสบเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวออกแล้วเอ่ยชักชวนให้พี่พฤกษ์หย่อนสะโพกแน่นๆลงที่เก้าอี้ตัวนั้นแทน ซึ่งอีตาพี่พฤกษ์ก็ช่างใจง่าย เอ๊ย! มารยาทดีเสียนี่กระไรทำตามคำชักชวนอย่างว่าง่ายทำให้ฉันต้องค่อยๆดันเก้าอี้ข้างตัวที่เพิ่งจะกินแห้วพร้อมกับฉันกลับคืนที่พร้อมทั้งคาดโทษไปที่ไอ้เพื่อนตัวแสบทางสายตาที่บังอาจมาชิงตัดหน้าฉันแต่แล้วก็ดันมีเื่ให้ฉันต้องประหลาดใจขึ้นมาอีกเมื่ออยู่ดีๆอีตาน้ำเชี่ยวกับพี่พฤกษ์ก็ดันทำท่าเหมือนจะรู้จักกันเสียนี่!
ดูจากอาการที่พี่พฤกษ์เพียงแค่ส่งยิ้มทักทายฉันแต่กลับหันไปทักทายพูดคุยกับอีตาน้ำเชี่ยวเสียยาวเป็หางว่าวอย่างกับคนที่ไม่เคยได้เจอกันมานานเป็แรมปีแถมยังทำเหมือนกับลืมไปแล้วด้วยว่ายังมีฉันนั่งสวยอยู่ตรงนี้อีกทั้งคนได้ไง...คนสวยไม่ย๊อม!
“ อะแฮ่ม”ฉันกระแอมเรียกความสนใจมาจากสองหนุ่มก่อนจะส่งยิ้มสวยให้พี่พฤกษ์แล้วเอ่ยถามให้ตัวเองได้มีส่วนร่วมในวงสนทนา
“นี่พี่พฤกษ์กับน้ำเชี่ยวรู้จักกันด้วยเหรอคะเนี่ยโลกกลมจริงๆ ”
“อ้าว คุณรินขอโทษทีพอดีดีใจไปหน่อยเลยลืมคุณรินไปเลยแล้วนี่คุณรินกับคุณธารารู้จักกันด้วยเหรอครับ”
แป่ววว!!!
ข้อศอกของฉันที่เท้าอยู่บนโต๊ะลื่นไถลเสียศูนย์ไปเล็กน้อยที่พี่พฤกษ์บอกว่าลืมฉันแต่พี่พฤกษ์คงจะไม่ทันได้สังเกตเห็นหรอกเพราะถูกเสียงหัวเราะของอีตาน้ำเชี่ยวเรียกความสนใจไปเสียก่อน
“รินกับผมบ้านเราอยู่ใกล้กันน่ะครับแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมาั้แ่เด็ก”
อีตาน้ำเชี่ยวสาธยายความสัมพันธ์ที่มีกับฉันซะเห็นภาพจนฉันแทบอยากจะมุดหนีใต้โต๊ะเพราะฉันดันไปนึกพิเรนทร์เอาหัวนายน้ำเชี่ยวตอนโตไปใส่แทนตอนเด็กซะนี่ยังดีที่พี่พฤกษ์เองคงไม่ได้นึกอุตริอย่างฉันเพราะเขาหัวเราะขำฉันเลยต้องรีบพาออกนอกเื่ก่อนที่จะมีใครมานึกภาพตามแบบฉัน
“พี่พฤกษ์มาทำธุระแถวนี้เหรอคะแต่เอ๊ะแต่งชุดออกกำลังกายมาแบบนี้อย่าบอกนะคะว่าพี่พฤกษ์เองก็มาออกกำลังกายที่นี่เหมือนกัน”
“อ๋อครับพอดีผมเพิ่งย้ายบ้านมาอยู่แถวนี้เมื่อวานขับรถผ่านเห็นสวนที่นี่กว้างดีก็เลยกะจะมาเรียกเหงื่อเสียหน่อยแต่ยังไม่ทันถึงไหนก็ถูกกลิ่นหอมๆเรียกให้แวะมาที่ร้านนี้เสียก่อนนี่คุณรินกับคุณธาราก็มาออกกำลังกายเหมือนกันเหรอครับ”
ฉันกำลังจะอ้าปากตอบแต่ก็ไม่ทันนายน้ำเชี่ยว...อีกแล้ว
“เปล่าหรอกครับร้านนี้ร้านผมเองคุณพฤกษ์อยากทานอะไรเต็มที่เลยนะครับวันนี้ผมบริการเป็พิเศษ”
“ จริงเหรอครับอย่างนี้ผมคงต้องขอฝากตัวเป็ลูกค้าประจำซะแล้วยังนึกอยู่ว่าจะไปตามหาทานรสมือคุณธาราได้ที่ไหนอีกนี่ถ้าผมรู้ว่าคุณเปิดร้านเป็กิจลักษณะแบบนี้ผมตามมาอุดหนุนนานแล้วล่ะครับ”
“ยินดีมากเลยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตีสนิทเรียกคุณว่า ‘น้ำเชี่ยว’แบบคุณรินได้ไหมครับ”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ”
ฮัลโหลๆ หนุ่มๆ ลืมรมิตาคนนี้อีกแล้วใช่ไหมเนี่ยอีตาน้ำเชี่ยวนี่ก็ช่างกระไรทำไมไม่รู้จักชงมุกมาให้ฉันตบบ้างเก่งแต่เื่ชงนมหรือไงยะ! อ่ะ ไม่ง้อก็ได้เนื้อคู่ของฉันฉันชงเองสอยเองก็ได้ย่ะ!
“นี่พี่พฤกษ์ยังไม่ได้ออกกำลังกายใช่ไหมคะรินเองก็กะว่าแวะมาทักทายน้ำเชี่ยวเสร็จจะออกไปวิ่งเรียกเ
ฉันรีบตีเนียนเพื่อที่จะได้หาทางใกล้ชิดแล้วจะได้อยู่กับพี่พฤกษ์ตามลำพังเสียทีแต่แผนกระชับความสัมพันธ์ของฉันก็ถูกนายน้ำเชี่ยวทำพังอีกแล้วด้วยประโยคที่ว่า
“ไม่ไหวหรอกมั้งครับเพื่อนรินกินเข้าไปขนาดนี้ขืนไปวิ่งต่อได้จุกจนหามส่งโรงพยาบาลกันแน่ๆ”
แหงะ ไอ้ครั้นจะเถียงก็เถียงไม่ได้ซะด้วยก็หลักฐานมันคาโต๊ะเสียขนาดนี้ย้ายไปไว้ที่โต๊ะอื่นก่อนทันไหมเนี่ย!
แต่ความหวังของฉันก็ยังไม่ดับไปเสียหมดเมื่อพี่พฤกษ์พูดขึ้น
“วันนี้คงต้องขอตัวครับคุณรินผมเองก็สั่งขนมมาหลายอย่างคงวิ่งไม่ไหวแน่ๆแต่ถ้าเป็พรุ่งนี้ก็ยินดีครับ”
โป๊ะเชะ! มันต้องไม่ใช่แค่วันพรุ่งนี้แน่นอนแต่มันจะเป็ทุกๆวันต่อจากนี้ไปต่างหากรมิตาฟันเฟิร์ม!
หงื่อสักรอบสองรอบพี่พฤกษ์สนใจไปวิ่งด้วยกันไหมคะ”