เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง

    ตอนที่ 115 สัมผัสได้ถึงพลังไร้ลักษณ์

    ตอนที่115 สัมผัสได้ถึงพลังไร้ลักษณ์


    เสิ่นลี่หยางตระหนักรู้ได้ถึงพลังไร้ลักษณ์ในทันทีเขาเกิดความหวังที่จะสามารถฝึกฝนพลังจิตให้แข็งแกร่งได้


    “ให้มันรู้ไปสิว่าระดับฉันแล้ว เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วฉันจะปกป้องเจี่ยเจีย กับพ่อแม่ได้ยังไงกันละ?”


    เสิ่นลี่หยางเกิดแรงฮึดอีกครั้งเขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วมุดตัวลงไปนั่งก้นสระน้ำอีกครั้ง


    ทว่าคราวนี้เขาปลดปล่อยจิตใจให้ว่างเปล่าและนึกถึงจังหวะหายใจที่เขาวิ่งเพื่อเอาชนะตัวเองพร้อมกับกระตุ้นให้พลังไร้

    ลักษณ์แสดงตัวตนออกมา


    ทันใดนั้นเขารับรู้ได้ถึงพลังสายหนึ่งที่อ่อนโยนแต่ยังคงอ่อนแออยู่มันวนเวียนอยู่รอบสะดือของเขาอย่างแผ่วเบา จึงพยายามรวบรวมมันให้กลายเป็นมวลขนาดใหญ่ขึ้น


    ฉับพลันเขารู้สึกได้ว่าเริ่มจะเข้าสู่สภาวะขาดอากาศหายใจอีกแล้วจึงทะลึ่งพรวดขึ้นสู่เหนือน้ำเพื่อความปลอดภัยของตนเองทันที


    “ใกล้แล้ว.....ในที่สุดฉันก็สัมผัสมันได้แล้วมันต้องเป็นอย่างนี้นี่เอง จิตใจต้องมีสมาธิมากพอ ถึงจะรวบรวมพลังไร้ลักษณ์ได้การวิ่งที่ฝืนร่างกายตัวเอง ทำให้ฉันเข้าใจอะไรมากขึ้น หัวหน้าค้นพบเคล็ดลับนี้ได้เขาไม่ธรรมดาจริง ๆ”


    เสิ่นลี่หยางพึมพำด้วยตาเป็นประกายอย่างมีความสุขเขาเข้าใจถึงที่มาของพลังไร้ลักษณ์มากขึ้น พลางเอ่ยชมหยางจุ้นอย่างจริงใจที่อีกฝ่ายสามารถค้นพบเคล็ดลับจนทำให้เป็นทางลัดในการฝึกฝนพลังจิตได้รวดเร็วขึ้น


    อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่หยางไม่มีโอกาสล่วงรู้ว่าการที่หยางจุ้นสามารถฝึกฝนพลังจิตได้รวดเร็วนั้นเกิดขึ้นมาจากการที่น้อง

    ชายคนเดียวของหยางจุ้นเสียชีวิตกะทันหัน


    หยางจุ้นจึงระบายความโกรธแค้นด้วยการวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อลงโทษตนเองที่ไม่สามารถปกป้องน้องชายได้เขาวิ่งจนไม่สามารถนับรอบสนามได้ด้วยความบ้าคลั่ง


    ต่อด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำเพื่อหวังให้ตนเองแข็งแกร่งในเร็ววันกระทั่งทำให้ชายหนุ่มค้นพบวิธีสัมผัสพลังไร้ลักษณ์ได้อย่างไม่ตั้งใจจากนั้นจึงฝึกฝนพลังจิตจนแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว


    ..........


    หยวนมี่กลับไปเรียนในวันจันทร์ถัดมาหลังจากที่เธอหยุดเรียนหนึ่งเดือนเต็ม ทำให้เธอต้องทำการบ้านส่งครูจำนวนมากแต่เธอมุ่งมั่นที่จะทำอย่างตั้งใจ


    “ตายแล้ว! การบ้านเยอะจังเลยต้องทำส่งภายในหนึ่งสัปดาห์อีกด้วย นี่มันโหดเกินไปแล้ว”


    หยวนมี่อุทานเสียงดังต่อหน้าเพื่อนนักเรียนชายที่เป็นหัวหน้าห้องอย่างกังวลใจเธอไม่คิดว่าเวลาหนึ่งเดือนจะมีการบ้านที่

    ต้องทำมากมายขนาดนี้


    “ทำไงได้ละทุกคนก็ต้องทำเยอะแบบนี้แหละ สงสัยอาจารย์คงเห็นว่าพวกเราใกล้สอบเกาเข่าแล้วมั้ง เลยอัดเนื้อหาในการสอนและการบ้านมาเพียบพวกเราหัวยุ่งกันตลอดทั้งเดือนเชียวนะ”


    เด็กหนุ่มหัวหน้าหน้าห้องส่ายหน้าด้วยความเห็นใจเขาสาธยายความเหนื่อยยากของเพื่อนนักเรียนคนอื่นให้หยวนมี่ฟังตามจริง


    อย่างไรก็ตามเขาไม่กล้าเอ่ยความจริงบางอย่างให้หยวนมี่ฟังเนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของเธอ เนื่องจากการบ้านบางวิชามีเพื่อนในห้องช่วยทำแทนได้


    ทว่าไม่มีเพื่อนคนใดอาสาช่วยทำการบ้านแทนหยวนมี่สักคนเขาจึงนิ่งเงียบและปิดบังเรื่องนี้ต่อไป


    ถึงแม้หยวนมี่จะมีเพื่อนสนิทในห้องเรียนด้วยกันหลายคนทว่าแต่ละคนต่างคบกันด้วยผลประโยชน์มากกว่าที่จะจริงใจต่อกัน


    อนึ่งตัวหยวนมี่เองก็มีพฤติกรรมเช่นนั้นกับเพื่อนทำให้เพื่อนคบกับเธอเพียงผิวเผินไม่ได้มีความจริงใจหรือพร้อมช่วยเหลือกันอย่างแท้จริง


    “มี่เอ๋อร์ฉันก็มีการบ้านเยอะเหมือนกัน ก็เลยไม่ได้ช่วยทำการบ้านให้เธอ”


    นักเรียนหญิงที่นั่งโต๊ะติดกันกับหยวนมี่เอ่ยขึ้นมาคล้ายกับรู้สึกผิดพลางสบตาหยวนมี่เพื่อแสดงความจริงใจ


    เพื่อนอีกคนเอ่ยแสดงความคิดเห็นด้วยเช่นกันว่า“ฉันก็เหมือนกัน กลับบ้านก็ต้องรีบช่วยทางบ้านขายของ ถ้าไม่ช่วยก็อดได้เงินพิเศษเดี๋ยวจะไม่ได้ซื้อกระเป๋ารุ่นใหม่ มันยิ่งผลิตออกมาน้อยชิ้นอยู่”


    หยวนมี่ถอนหายใจด้วยความหนักใจเธอไม่กล้าต่อว่าเพื่อนคนอื่นเพราะจะทำให้ไม่มีใครสนใจเธออีกจึงโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน แล้วตอบกลับอย่างทำใจว่า


    “โอเคฉันไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย ยังไงฉันก็ต้องเร่งทำส่งให้ทันแหละ”


    เด็กสาวรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องทำการบ้านหลายวิชาคนเดียวเธอเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนตีตนออกห่างจากตนเองโดยเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้ชัดเจน


    ทว่าเธอไม่พบความผิดปกติจากคำพูดของเพื่อนทั้งหลายจึงจำใจก้มหน้ารีบทำการบ้านส่งครูอย่างเร่งรีบ


    เด็กสาวไม่รู้ตัวสักนิดว่าเพื่อนหลายคนในห้องลอบเบ้ปากให้ตนอย่างไม่สนใจ


    อนึ่งเด็กนักเรียนห้องหนึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่เก่งกาจที่สุดในโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลวงต่างแก่งแย่งแข่งขันกันอยู่

    ตลอดเวลา ฉะนั้นเป็นเรื่องยากที่จะเสาะแสวงหาเพื่อนที่จริงใจต่อกันอย่างแท้จริง


    พอตอนเย็นกลับมาถึงบ้านหยวนมี่ขลุกตัวเองอยู่ในห้องเพื่อทำการบ้านสลับกับอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเกาเข่าด้วยความหงุดหงิดใจพลางบ่นด้วยความเสียดายบ่อยครั้งว่า


    “บ้าจริง! ฉันไม่น่าพลาดโอกาสสำคัญไปได้เลยหากฉันกลายเป็นผู้ชนะการแข่งขันนั่น ป่านนี้ฉันคงไม่ต้องเสียเวลาอ่าน

    หนังสืออีกแต่รอเวลาไปรายงานตัวเข้าเรียนได้เลย”


    เสียงบ่นพึมพำของหยวนมี่ดังออกมานอกห้องจนทำให้หยวนหนิงหลงที่เร่งรีบกลับมาให้กำลังใจน้องสาวพลันหยุดชะงัก เขาถอนหายใจด้วยความเข้าใจในความรู้สึกผิดหวังของน้องสาวเป็นอย่างดี


    หยวนหนิงหลงเคาะประตูหน้าห้องน้องสาวเพื่อสอบถามด้วยความห่วงใยสักพักหนึ่งหยวนมี่เดินมาเปิดประตูให้พี่ชายด้วยใบหน้าบึ้งตึงอย่างคนอารมณ์เสีย


    “เป็นอะไรมี่เอ๋อร์ไหนลองเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ?”


    หยวนหนิงหลงสอบถามน้องสาวทั้งที่รู้อยู่แก่ใจทว่าเขาต้องการได้ยินเรื่องราวและความรู้สึกจากเธอโดยตรง


    “พี่ชายหลงคะฉันคงสอบเข้ามหาลัยที่ไหนไม่ได้แน่ ฉันต้องเร่งทำการบ้านส่งครูไหนจะต้องอ่านหนังสือทบทวนเตรียมสอบเกาเข่าอีก หากฉันสอบไม่ได้พ่อแม่จะรู้สึกยังไงคะ?ไม่ต้องเสียหน้าหรือคะที่ลูกสาวคนเดียวเข้ามหาลัยดังไม่ได้ตอนนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจเลย ว่าจะเข้ามหาลัยปักกิ่งได้ ยิ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนเอง”


    หยวนมี่จงใจร้องไห้บีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารจากพี่ชายโดยตรงเพราะเธอรู้ดีว่าเขารักและตามใจเธอมากที่สุด ซึ่งมากกว่าพ่อของเธอเองด้วยซ้ำไป จึงคาดหวังที่จะให้พี่ชายใช้เส้นสายช่วยเหลือตนเอง


    หยวนหนิงหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่เขารู้สึกสงสารน้องสาวที่ตกอยู่ในสภาวะถูกกดดันรอบตัว


    เขาเข้าใจความรู้สึกกังวลและหนักใจของน้องสาวที่เป็นเพียงลูกสาวคนเดียวของตระกูลหยวนเป็นอย่างดีจึงตัดสินใจที่จะหาทางช่วยน้องสาวทางอ้อมโดยต้องการปรึกษาเพื่อนที่มีเครือข่ายกว้างขวางอย่างหยางจุ้น


    เขารับรู้ดีว่าหากน้องสาวไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศได้ย่อมส่งผลต่อธุรกิจของครอบครัวในอนาคตเนื่องจากน้องสาวอาจลำบากในการหาคู่ครองจากตระกูลร่ำรวยสมฐานะกัน


    “มี่เอ๋อร์ตั้งใจเรียนและทำการบ้านไปก่อนนะเดี๋ยวพี่จะลองหาทางคุยกับเพื่อนก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะมีหนทางช่วยอยู่บ้างแต่ยังไงน้องก็ต้องช่วยตัวเองไปก่อน ขยันอ่านหนังสือเข้าไว้อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มพูนความรู้ไว้ให้พร้อม”


    เขากล่าวปลอบใจน้องสาวด้วยความห่วงใยและไม่ลืมกำชับให้น้องไม่ประมาทเพราะไม่กล้ารับปากน้องในทันที


    “ขอบคุณมากค่ะพี่ชายหลงได้กำลังใจจากพี่แบบนี้ ฉันกลับไปทำการบ้านต่อก่อนนะคะ ไม่คุยด้วยแล้วเดี๋ยวนอนดึกเกินไป”


    หยวนมี่ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเธอรู้ดีว่าพี่ชายจะต้องหาทางช่วยเหลือเธอแน่นอนจึงอารมณ์ดีขึ้นทันตาและบอกลาพี่ชายอย่างมีมารยาทและรู้หน้าที่


    “ดีมากน้องรัก”หยวนหนิงหลงลูบหัวน้องสาวด้วยความปรารถนาดี


    เขารู้สึกโล่งใจที่น้องสาวเชื่อฟังและกลับกลายเป็นคนร่าเริงสดใสเหมือนเดิมเมื่อหันหลังออกจากประตูห้องของน้องสาวแล้ว เขารีบกลับห้องตัวเองเพื่อโทรหาหยางจุ้นในทันที


    ……….


    หยางจุ้นรับโทรศัพท์จากเพื่อนขณะเขาไปส่งสองพี่น้องเสิ่นเดินทางกลับเมืองต้าเสิ้งที่สนามบินนานาชาติเมืองหลวงพร้อมกับมีสององครักษ์เดินทางกลับไปด้วยกัน


    ชายหนุ่มไม่สามารถขัดขวางความต้องการของแฟนสาวได้อีกทั้งเสิ่นลี่หยางสามารถสัมผัสได้ถึงพลังไร้ลักษณ์แล้วทั้งคู่ต่างต้องการกลับบ้านด้วยความห่วงใยพ่อแม่ พร้อมทั้งให้สัญญาที่จะฝึกฝนพลังจิตต่ออย่างจริงจัง


    เขาหยุดยืนจ้องมองแผ่นหลังของแฟนสาวที่เดินเข้าด่านตรวจผู้โดยสารพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสนทนากับเพื่อนด้วยความแปลกใจว่า


    “มีอะไรหรือเสี่ยวหลง?”


    “เสี่ยวจุ้นนายยังมีหุ้นอยู่ในมหาลัยฟิวเจอร์อยู่ไหม พอจะฝากใครสักคนเข้าไปเรียนที่นั่นได้ไหม?”


    หยวนหนิงหลงพูดโพล่งสอบถามเพื่อนทันทีเพราะรู้ดีว่าเพื่อนไม่ชอบคนพูดจาอ้อมค้อมไปมาเขาเองก็ไม่ต้องการเสีย

    เวลาเช่นกัน หากได้รับคำตอบจากเพื่อนแล้วจะได้ไปสื่อสารให้น้องสาวสบายใจและมีความสุข


    หยางจุ้นหรี่ตามองแฟนสาวที่หันหลังกลับมาส่งยิ้มน้อยๆ ให้ เขาโบกมือลาเธออย่างมีความสุขแต่แฝงไว้ด้วยความคิดถึง พลางเอ่ยตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยว่า


    “ใช่.....ฉันยังมีหุ้นอยู่ไม่คิดว่านายจะยังจำได้ แต่ไม่ต้องไปบอกใครต่อใครละ ว่าฉันมีหุ้นอยู่ที่นั่นนายต้องการฝากใครเข้าเรียนหรือ?”


    หยางจุ้นสอบถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่เต็มอกเขากำลังวางแผนการบางอย่างเพื่อตอบข้อสงสัยที่มีเกี่ยวกับแฟนสาวเนื่องจากพบพฤติกรรมแปลกประหลาดของเธอเมื่อมีการเอ่ยถึงหยวนมี่หลายครั้ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663