แสงไฟหัวเตียงสลัว
ผิงอันหลับสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าที่เคยตึงเครียดตอนลองชุดวันนี้ กลับดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
ณภัทรยืนพิงหน้าต่าง มองภาพนั้นเงียบ ๆ นิ้วลูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากตัวเอง เหมือนยังจำรสััเมื่อครู่ได้ดี
เขาไม่ได้หลงใหลจนลืมเป้าหมาย ทุกอย่างมันคือแผน เขารู้ทุกการเคลื่อนไหวของผิงอันกับเสี่ยเมธี
ณภัทรรู้ว่าเสี่ยเมธีเป็คนแบบไหน เ็ากับคนที่เขาไม่ได้ชอบ และทำทุกอย่างเพื่อภาพลักษณ์ และนั่นคือช่องโหว่
และถ้าผิงอันรู้สึก “ถูกเลือก” จากเขา ในขณะที่ถูก “ปล่อยวาง” จากเมธี หัวใจของผิงอันจะค่อย ๆ เอนเอียงอย่างลังเลเอง
ณภัทรไม่ได้้าแค่ร่างกาย แต่เขา้าให้ผิงอันเลือกเขา เลือกเอง โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกชักนำ เขาเหลือบมองคนที่หลับอยู่ แล้วกระซิบเบา ๆ
“คุณจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว…เบบี๋”
และแล้วรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ก็ปรากฏขึ้นในความมืด
หลายวันต่อมา
ที่ร้านเพชรหรูใจกลางเมือง ผิงอันนั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่สะท้อนประกายแหวนหมั้นหลายวง แต่เก้าอี้ข้างๆ กลับว่างเปล่า เสี่ยเมธีรับสายด่วนสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมมีงานด่วน คุณเลือกได้เลย ถ้าชอบวงไหนก็ให้ร้านเขาจัดแบบนั้นให้ผม”
เขาพูดจบก็รีบลุกออกไป ไม่แม้แต่จะจับมือ หรือชายตา มองตอนผิงอันลองสวมแหวนด้วยซ้ำ
เสียงประตูปิดเบา ๆ ทิ้งความเงียบไว้กลางร้าน ผิงอันก้มมองนิ้วนางตัวเอง แหวนเพชรเม็ดงาม ส่องประกายสวยสมบูรณ์แบบ แต่หัวใจของเขากลับว่างเปล่า
ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ก็สั่น ราวกับนัดจังหวะมาเป็อย่างดี
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันที
“อยากเปลี่ยนบรรยากาศไหมครับ”
เสียงปลายสายต่ำ นุ่ม และคุ้นเคย
“คืนนี้…ไปนอนมองดวงจันทร์กันไหม”
ผิงอันแทบไม่ต้องคิด “อื้ม” คำตอบออกมาทันที ราวกับกำลังรอคำชวนนั้นอยู่แล้ว โดยไม่รู้เลยว่า
อีกฝ่ายจอดรถอยู่ไม่ไกล เฝ้ามองทุกย่างก้าว ั้แ่ผิงอันเดินเข้าร้าน และเสี่ยเมธีขับรถออกไปก่อนหน้า
..............................