เสียงเ้าระบบดังขึ้นในหัวทำให้เธอรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยเธอก็ผ่านด่านแรกไปได้ แต่แค่ประหลาดใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้ประหลาดใจติดต่อกัน 7 วัน
หลังจากมื้อเย็นผ่านไป หลินซือเยว่ก็นำชามข้าวทั้งหมดไปล้างที่ลานหลังบ้าน เธอถลกแขนเสื้อขึ้น เผยท่อนแขนขาวเนียนที่ไม่เคยต้องงานหยาบมาก่อน มือจุ่มลงในอ่างไม้ เสียงน้ำไหลและการขัดถูชามดังเป็จังหวะ
เว่ยหานเจิ้งที่เพิ่งเดินอ้อมมาทางหลังบ้าน หยุดยืนพิงขอบเสาไม้ พลางมองดูภรรยาอย่างครุ่นคิด แววตานั้นไม่ไว้ใจนัก
“นี่เธอตั้งใจทำตัวดีไปถึงเมื่อไหร่?” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“คิดว่าเล่นบทนี้แล้วฉันจะเปลี่ยนใจหย่าให้เธอหรือยังไง?”
หลินซือเยว่เหลือบตาขึ้นมองเขา ยิ้มนิด ๆ อย่างไม่ยี่หระ
“ฉันก็แค่อยากจะเอาใจสามีไงคะ ไหน ๆ คุณก็ไม่ยอมหย่าแล้วนี่นา… ฉันเลยคิดว่า ถ้าจะต้องอยู่ด้วยกัน ก็ขอทำให้สามีหลงฉันให้ได้ มันน่าสนุกดีออก”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่ตรงไปตรงมาจนเขาชะงัก
“ไม่มีวัน” เว่ยหานเจิ้งตอบทันควัน ดวงตาคมกริบสบกับเธอไม่กะพริบ
เธอยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด พลางวางชามคว่ำลงแล้วหันมาเผชิญหน้าเต็มตัวกับเขา
“อ๋อ…เพราะคุณมีใจให้ซูหว่านเอ๋อร์แล้วใช่ไหมล่ะ คุณถึงได้ปฏิเสธฉันขนาดนี้?” เสียงเธอเจือแววยั่วเย้า แต่แฝงความประชดอย่างชัดเจน
เขาขมวดคิ้วแน่น “อย่าพูดอะไรไร้สาระ…ฉันไม่ได้คิดอะไรกับหว่านเอ๋อร์ทั้งนั้น”
“ถ้าอย่างนั้น…ก็หย่ากันไปเลยสิ จะได้จบ ๆ”
เว่ยหานเจิ้งนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหันหลังเดินจากไปอย่างไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้หลินซือเยว่ยืนมองแผ่นหลังเขาด้วยหัวใจที่แปลกประหลาด
‘ดูสิ…แค่ฉันพูดถึงชื่อแม่นั่น เขาก็โมโหแล้ว…หึ งั้นฉันจะยิ่งทำให้คุณปั่นป่วนให้มากกว่านี้อีก เว่ยหานเจิ้ง’
หลังจากล้างจานล้างชามจนเสร็จเรียบร้อย หลินซือเยว่ก็เดินตรงมายังห้องน้ำหลังบ้านเพื่อจะอาบน้ำ สายลมอ่อน ๆ ยามเย็นพัดแ่ผ่านทางช่องลม จนผิวจนรู้สึกสบาย แต่คราบเหงื่อไคลและกลิ่นควันฟืนที่เกาะติดเนื้อตัวตลอดวันก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“ให้ตายเถอะ... บ้านนี้ไม่มีสบู่ดี ๆ สักก้อน” เธอบ่นพึมพำขณะถอดเสื้อผ้าออกแล้วค่อย ๆ ตักน้ำจากโอ่งขึ้นราดลงบนตัว น้ำเย็นเฉียบสาดกระทบผิวจนเธอสะดุ้งเฮือก มือเท้าเกร็งไปหมด ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มชินกับความเย็นในอีกครู่ถัดมา
“ยุคนี้มัน…โหดกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย” เธอพึมพำขณะเอาผ้าถูแขนตัวเองแรงขึ้น
พอจัดการตัวเองจนเรียบร้อย หลินซือเยว่ก็เดินกลับมายังห้องนอน...ห้องที่เธอและเว่ยหานเจิ้งควรจะใช้ร่วมกันในฐานะสามีภรรยา แต่เ้าของห้องอีกคนกลับไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลยนับั้แ่วันแต่งงาน
ทำให้ตอนนี้ห้องนี้เป็ของเธอแต่เพียงผู้เดียว หลินซือเยว่ ถอนหายใจอย่างน้อยก็ไม่ต้องลำบากใจต้องนอนร่วมเตียงกับผู้เป็สามี ถึงเตียงจะเป็แค่ไม้แข็ง ๆ และมีเพียงฟูกบาง ๆ ปูทับ แต่ในตอนนี้มันก็เป็์ชั้นดีสำหรับเธอ
เธอล้มตัวลงนอน หน้าซบหมอนเก่า ๆ ที่มีกลิ่นแดดจาง ๆ และถอนหายใจอีกครั้ง
“แค่วันแรก…ก็เหนื่อยจะตายแล้ว”
เสียงพึมพำแ่เบาดังขึ้นในความมืด หลินซือเยว่พลิกตัวเบา ๆ บนฟูกเก่า ลมหายใจอุ่นแ่ผสานไปกับเสียงแมลงกลางคืนที่ดังระงมอยู่ภายนอก แต่ถึงอย่างนั้น... ความอ่อนล้าจากการฝืนร่างกายมาตลอดทั้งวันก็ค่อย ๆ ดึงสติของเธอให้จางหาย ในที่สุด สติของหลินซือเยว่ก็ดับวูบลงไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ร่างบางก็ตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เธอจำได้ว่าวันนี้แม่สามีต้องออกไปหาฟืนแต่เช้า และย่าเว่ยก็ต้องไปขายผักที่ตลาด ส่วนน้องสาวสามีน่าจะไปเรียนหนังสือ
เธอตัดสินใจว่าจะทำโจ๊กหมูร้อนๆ ให้ทุกคนทานในตอนเช้า ซึ่งเป็อาหารที่ง่ายและน่าจะถูกปากทุกคน ทันใดนั้นเสียงของเ้าระบบก็ดังขึ้นมาในหัวของเธอ
“ติ๊ง ภารกิจหลัก: การปรับปรุงภาพลักษณ์ในสายตาของเว่ยหานเจิ้ง (วันที่ 2) เริ่มต้นขึ้นแล้วจ้า...คนสวย”
คิ้วเธอกระตุก ดวงตาคมหรี่ลงทันทีเหมือนจะพุ่งมีดไปเฉาะใส่เสียงต้นทาง
‘แก… จะโผล่มากวนน้ำขุ่นแต่เช้าเลยเรอะ ไอ้เ้าระบบเวร…’
เธอสบถในใจพลางเดินไปหยิบข้าวสารจากตู้ โดยไม่ลืมจะเขม่นลึกเข้าไปในจิติญญาดิจิทัลของระบบ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ โฮสต์… ภารกิจนี้สำคัญมากนะ เดี๋ยวเว่ยหานเจิ้งจะตกหลุมรักคนอื่นก่อนล่ะยุ่งเลย”
‘ยุ่งเหรอ… ฮึ… ก็ดีสิ จะได้หย่าเร็วขึ้น’ เธอเค้นเสียงในใจ พลางยกหม้อขึ้นตั้งเตา แววตาเจือเย็น
“แต่ระบบขอบอกไว้เลยนะคุณพระเอก ไม่ยอมหย่ากับโฮสต์ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าโฮสต์จะหนี จะดิ้น จะผลักจะไสยังไง… เขาก็จะยึดติดโฮสต์ยิ่งกว่าตราสัง”
‘หึ… ตราสังเหรอ เดี๋ยวฉันจะล้างด้วยน้ำเดือดให้ดู’ เธอบ่นในใจ ขณะคนข้าวในหม้อเบา ๆ
“เอ้า รีบทำภารกิจเถอะจ้าโฮสต์จ๋า คอมโบคะแนนเช้านี้รออยู่ โฮสต์ควรตั้งหน้าตั้งตาทำดีซะก่อน... ถ้าหากโชคดีอาจมีรางวัลลับ... หรือ เหตุการณ์ลับใต้ผ้าห่มก็ได้นะ อิอิ”
เสียงท้ายประโยคของเ้าระบบนั้นมันน่าหมั่นไส้ ราวกับตั้งใจยั่วอารมณ์กันเต็มที่ หลินซือเยว่ชะงักมือที่กำลังคนข้าว คิ้วกระตุกนิด ๆ
เธอกำลังจะอ้าปากด่ามันว่า “ไอ้ระบบ...”
แต่ไม่ทันได้หลุดคำแรก ตัวและเสียงของมันก็ตัดหายวับไปเหมือนใครกดปุ่มปิดสวิตช์ ห้องกลับมาเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเดือดเบา ๆ ของน้ำในหม้อ
หลินซือเยว่หลับตา สูดลมหายใจลึก พึมพำเบา ๆ ผ่านไรฟัน “สักวันฉันจะกระทืบไอ้ระบบเวรนี้ให้ได้”
และไม่นานนักสมาชิกในบ้านค่อยๆ ทยอยตื่นลงมา พวกเขาก็พบกับกลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กหมูที่ลอยอบอวลไปทั่วบ้าน หลินซือเยว่กำลังตักโจ๊กใส่ชามอย่างคล่องแคล่วแม่สามีก็เดินมาที่ห้องครัว
“ซือเยว่… นี่หล่อนตื่นมาทำอาหารเช้าให้พวกเราั้แ่เมื่อไหร่?” เสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปยังโจ๊กร้อน ๆ ในชามที่ลูกสะใภ้กำลังตักใส่ถ้วยอย่างคล่องแคล่ว
หลินซือเยว่วางทัพพีก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ ให้ “ฉันนอนไม่หลับนะคะคุณแม่ เลยลุกมาทำข้าวต้มให้ทุกคนทานกันค่ะ”
ย่าเว่ยที่ปกติจะบ่นแต่เช้าวันนี้กลับนั่งลงเงียบๆ และมองไปที่โจ๊กในชามด้วยสายตาพิจารณา
เมื่อเว่ยหานเจิ้งและเว่ยเมิ่งหลาน เดินออกมาจากห้องมา เขาก็ต้องประหลาดใจเป็อย่างมาก ั้แ่แต่งงานกันมา...เขาไม่เคยเห็นหลินซือเยว่ตื่นเช้ามาก่อน…ใบหน้าของเธอในตอนนี้… ไม่มีความเอาแต่ใจ แต่กลับดูสงบนิ่ง ผ่อนคลาย… ราวกับเป็คนละคน
ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่โต๊ะ หลินซือเยว่ตักโจ๊กใส่ชามให้เขาอย่างเป็ธรรมชาติ ดวงตาของเธอไม่ได้หลบหลีกสายตาของเขาอีกต่อไป
เว่ยหานเจิ้งเริ่มรับประทานโจ๊ก รสชาติของโจ๊กนั้นกลมกล่อม เนื้อหมูนุ่มละมุนลิ้น และมีกลิ่นหอมของขิงบางๆ ที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่น
“อืม… อร่อย” ย่าเว่ยชมเบาๆ เป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่หลินซือเยว่ได้ยินคำชมจากย่าของสามี
ไม่กี่วินาทีต่อมา หน้าต่างระบบโปร่งใสก็ลอยขึ้นตรงหน้าเธออย่างเงียบเชียบ
“ติ๊ง ภารกิจย่อย: ‘ได้รับคำชมจากย่าของพระเอก 3 ครั้ง’ ก้าวหน้า (1/3)”
รางวัล:กล่องเครื่องปรุงสำเร็จรูป (แบบครัวเรือน) ประกอบด้วย: ซีอิ๊ว น้ำตาลทราย พริกป่น น้ำส้มสายชู และเกลือ (สามารถเรียกใช้งานได้จากคลังมิติ)
โฮสต์ได้คะแนน+10 คะแนนความสัมพันธ์กับย่าเว่ย
ทันทีที่เสียงของเ้าระบบก็ดังขึ้นในหัว หลินซือเยว่เกือบจะเผลอยิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ ทั้งภารกิจหลักและภารกิจเสริมกำลังก้าวหน้าไปพร้อมกัน
เว่ยหานเจิ้งไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็กินโจ๊กของเขาจนหมดเกลี้ยง ชามของเขาสะอาดจนแทบไม่ต้องล้าง
“ติ๊ง เว่ยหานเจิ้งประหลาดใจ (+10 คะแนนความประหลาดใจ) ภารกิจวันที่ 2 สำเร็จแล้ว”
หลินซือเยว่รู้สึกราวกับมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในกาย แม้การเริ่มต้นจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะค่อยๆ ค้นพบหนทางในการเอาชีวิตรอดในโลกใหม่นี้แล้ว การเป็ ‘นางร้าย’ ที่ถูกเกลียดชัง… ดูเหมือนจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิด หากเธอสามารถพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสได้
แต่แล้ว… แสงระยิบระยับบางอย่างก็ปรากฏขึ้นที่ข้อมือของเธอ มันคือรูปร่างของ ‘กุญแจ’ เล็กๆ ที่ส่องแสงสีทองจางๆ
“ยินดีด้วยโฮสต์ คุณได้รับกุญแจมิติระดับเริ่มต้นโปรดแตะกุญแจเพื่อเข้าสู่คลังสินค้าของระบบ”
'กุญแจมิติอย่างนั้นเหรอ' เธอแทบลืมหายใจ นี่เธอได้รับรางวัลเร็วขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าไอ้ระบบบ้าๆ นี่มันกำลังหยั่งเชิงเธอเล่นกันแน่
เธอยกข้อมือขึ้นเพ่งมองกุญแจลอยจิ๋วนั่น มันดูทั้งวิเศษและน่าสงสัยในเวลาเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าข้างในจะมีอะไร
หลินซือเยว่กำมือเบา ๆ ข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้
'ไว้ไม่มีใครอยู่ค่อยลองดูละกัน… ว่าไอ้ระบบบ้านี่ คิดจะเล่นอะไรบ้าๆ กับฉันอีกหรือเปล่า?' เธอบ่นในใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาหาชามข้าวต้มตรงหน้า
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย บรรยากาศในบ้านเว่ยกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ต่างจากความตึงเครียดในวันแรกที่เธอมาแบบลิบลับ
จ้าวซื่อเก็บชามไปล้างเงียบ ๆ แต่แอบมองลูกสะใภ้ใหญ่อยู่เป็พัก ๆ ราวกับยังไม่ไว้ใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน
เว่ยเมิ่งหลานลุกขึ้นหาวหวอด ก่อนเดินไปคว้ากระเป๋านักเรียน “หนูไปเรียนนะคะ” เธอเอ่ยก่อนจะเดินออกหลังบ้านไป
ทางด้าน เว่ยหานเจิ้งหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขาก็เอ่ยลาผู้เป็แม่โดยที่ไม่แม้แต่จะสนใจภรรยาเลยสักนิด เขาก้าวขึ้นมานั่งบนจักรยานของจางเหลียง
เขาเพื่อนสนิทของเว่ยหานเจิ้งผู้ผ่านชีวิตมาเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ั้แ่สนามรบจนถึงตรอกธุรกิจ ชายหนุ่มยกมุมปากยิ้ม ก่อนจะปั่นจักรยานออกไป
“วันนี้นายจะลองเปิดหน้าขายเป็วันแรกใช่มั้ย?” น้ำเสียงของเจือความตื่นเต้นที่วันนี้พวกเขาจะได้ฤกษ์ดีในการเปิดกิจการ
เว่ยหานเจิ้งพยักหน้าเบา ๆ “อืม ฉันจะลองเริ่มต้นทำธุรกิจดูก่อน แม้ตอนนี้ร้านยังเล็ก คนยังน้อย… แต่ถ้าเริ่มต้นได้ ก็แปลว่ายังมีทางไปต่อ”
ร้านค้าขนาดเพียงสองคูหาในตลาดตะวันออก ไม่ได้หรูหรา หรือใหญ่โต แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือจุดเริ่มต้น จุดที่อาจเปลี่ยนชีวิตหลังา และสร้างรากฐานให้ครอบครัวได้ยืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง
ขณะที่จักรยานค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน จางเหลียงก็หันมามองเขาอย่างมีนัย
“ว่าแต่… เช้านี้ เมียนายทำโจ๊กเหรอ?”
“ฉันได้ยินคนในบ้านนายคุยกันว่าเมียของนายตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้ทุกคน นี่มันเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นทำให้เว่ยหานเจิ้งนิ่งไปเล็กน้อย ใบหน้าที่มักสงบนิ่งฉายแววครุ่นคิดชั่ววูบ ภาพของหลินซือเยว่ในครัว… ยืนตักโจ๊กด้วยท่าทีจริงจังและดูแปลกตา… ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวเขาอย่างชัดเจน
...ยัยมารร้ายคนนั้น กำลังเปลี่ยนไปจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ? หรือทั้งหมดนี่...เป็แค่กลลวงอีกชั้น? เป็การแสดงที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เพื่อหลอกให้เขาตายใจ
เขาไม่ได้โง่พอจะหลงเชื่อผู้หญิงคนนั้นง่าย ๆ แต่กระนั้น… เว่ยหานเจิ้งก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า การเปลี่ยนแปลงของหลินซือเยว่ใน่นี้… มันแปลกตาเกินกว่าจะมองผ่าน เขาหรี่ตาลงช้า ๆ ดวงตานิ่งดั่งผิวน้ำที่ไม่สะท้อนเงาใคร แต่ในอกกลับเหมือนพายุใต้บึง กำลังหมุนวน คลุ้มคลั่ง… อย่างเงียบงัน
‘เธอคิดจะเล่นเกมอะไรอีก ซือเยว่…ถ้านี่คือเกม… งั้นฉันจะเล่นด้วย’
ริมฝีปากเขายกขึ้นเพียงเสี้ยวองศา เป็รอยยิ้มที่เย็นเฉียบเหมือนเหล็กกล้า
‘แต่เกมนี้ฉันจะเป็ฝ่ายคุมกระดานเอง’

ยัยน้องแค่ตื่นมาทำโจ๊กหมูหนึ่งหม้อระบบก็โผล่มาแว๊ด ๆ ใส่แต่เช้า
“ภารกิจวันที่ 2 เริ่มแล้วจ้า คนสวย~”
โอ๊ยยย! ยังไม่ทันตักหมูใส่หม้อ เสียงมันก็มาให้ทำภารกิจ
นี่มันเป็ภารกิจจีบผัวชัดๆ แล้วแบบนี้อีผัวจะหย่ากับน้องได้อย่างไร
น้องเอาใจทำกับข้าวให้กินแบบนี้ อีพี่กินหมดชามไปเลย ระบบเด้งแต้มรัว
แถมได้กุญแจมิติคลังสินค้าอีกต่างหาก ทำโจ๊กครั้งเดียว เปิดคลังมิติลับได้เฉย
มาเอาใจช่วยน้องให้ต่อสู้กับเ้าระบบนะคะ ดูเหมือนน้องจะถูกมันล่อลวงมายังก็ไม่รู้