เมื่อต้าิเห็นสิ่งกดขวางตรงหน้าต้าิก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา ส่วนพวกนักเรียนคนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา
“เป็อย่างไรมันยากใช่ใหมละ” ปู้เหยียนกล่าว
“ไม่เลย มันยากตรงใหนกัน” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
สิ่งกีดขวางเหล่านี้ไม่ยากเท่ากับการเคลื่อนใหวเพื่อล่าสัตว์บนูเาสูงชันเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อเทียบกับต้าิที่เติบโตมาอย่างยากลำบากแล้วคนอื่นๆอย่างมากก็แค่ทำงานเหมือนกับคนทั่วไปเท่านั้น
“สหาย เ้าอย่าได้ดูถูกบททดสอบของอาจารย์ดีกว่าไม่งั้นเ้าจะเจ็บตัวเอา” ปู้เหยียนกล่าว
“เอาละ ในเมื่อมีนักเรียนใหม่มาในวันนี้เพราะงั้นต้าิเ้าไปคนแรกเลย” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“แบบนั้นไม่ดีมั้งอาจารย์มันจะเป็การรังแกต้าิเกินไป” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
“ไม่เป็ไร ข้าจะไปคนแรกเอง” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
หลายคนกลายเป็แปลกใจและมองดูร่างเล็กๆของต้าิเดินไปตรงบททดสอบ
“ต้าิขอให้เ้าโชคดี” ปู้เหยียนะโออกมา
ต้าิยิ้มออกมาก่อนจะสูดลมหายใจและแสดงสีหน้าที่สงบออกมา เสี่ยวเตี่ยกลายเป็ตื่นตระหนกและหรี่ตาลงเพราะการหายใจของต้าินั้นมั่นคงและสงบเหมือนกับคนที่ถูกฝึกมาอย่างดี
“ฟุบ!!!!!!!!!!”
ต้าิที่ทำสมาธิให้สงบแล้วเคลื่อนใหวด้วยความเร็ว ต้าิเหยียบแท่นแม้อย่างชำนาญโดยไม่เสียการทรงตัวเลยแม้แต่น้อยจากนั้นต้าิก็วิ่งบนสะพานเชือกไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งกีดขวางต่างๆที่ถูกเตรียมเอาไว้ไม่สามารถทำอะไรต้าิได้เลยร่างกายที่เล็กและผอมบางของต้าินั้นเคลื่อนใหวด้วยความเร็วโดยไม่ติดขัดเลยสักครั้ง
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน” ปู้เหยียนกล่าวพร้อมกับอ้าปากค้าง
ไม่ใช่แค่ปู้เหยียนนักเรียนคนอื่นๆเองก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมาพร้อมกับปากของทุกคนอ้าจนกว้างพอจะยัดผลส้มลงไปได้ และกลุ่มนักเรียนมีกลุ่มหญิงสาวกลุ่มหนึ่งแสดงสีหน้าจริงจังออกมา ซึ่งกลุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้คือกลุ่มนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดพวกนางเป็ถึงจอมเวทย์ระดับ 3 อีกด้วย
“เขาสามารถเคลื่อนใหวแบบนั้นได้อย่างไร” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
“ถ้าข้าสามารถเคลื่อนใหวแบบนั้นได้ พลังการต่อสู้ของข้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก” หญิงสาวที่ดูงดงามที่สุดในชั้นเรียนกล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง
ไม่นานต้าิก็ผ่านสิ่งกีดขวางทั้งหมดได้สำเร็จและวิ่งกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สำหรับต้าิสิ่งนี้ไม่ต่างจากการละเล่นเลยแม้แต่น้อย
“เ้า...เ้าทำได้ยังไง” ปู้เหยียนกล่าวพร้อมกับวิ่งไปหาต้าิ
“ยังไงงั้นเหรอ เมื่อเทียบกับการล่าสัตว์บนูเาแล้วมันง่ายกว่าเยอะ” ต้าิกล่าว
“ล่าสัตว์งั้นเหรอ.........” นักเรียนหลายคนกลายเป็เงียบลง
“ต้าิเ้าล่าสัตว์ั้แ่เมื่อไหร่และสัตว์ที่เ้าล่านั้นเคลื่อนใหวหรือหยุดนิ่ง” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ข้าล่าสัตว์ั้แ่อายุ 14 แต่ตอนอายุ 12 ปีข้าก็เรียนรู้เพื่อเคลื่อนใหวตามที่พวกท่านลุงในหมู่บ้านสอนแล้ว ส่วนการล่าสัตว์ของข้านั้นมีทั้งสัตว์ที่เคลื่อนใหวและอยู่กับที่” ต้าิกล่าว
“บ้าน่า ล่าสัตว์ในขณะที่เคลื่อนใหวงั้นเหรอแบบนั้นมันระดับปรมาจารย์การล่าสัตว์แล้ว” ปู้เหยียนกล่าว
“อย่างงี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่เ้าจะมีการเคลื่อนใหวแบบนั้น จากข้อมูลที่ได้รับมาเ้ามีความสามารถในการยิงธนูที่สูงมากแม้หลับตาก็สามารถยิงถูกเป้าหมายได้” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ว้าว ต้าิเ้าไม่ธรรมดาจริงๆ เ้าทำได้ยังไงกันเอาไว้ว่างๆมาส่วนพวกเราด้วยสิ” นักเรียนชายหลายคนในชั้นเรียนพากันแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“น่าเสียดายที่เ้าเป็ผู้อัญเชิญไม่งั้นด้วยความสามารถของเ้าคงจะโดดเด่นมากกว่า แต่ว่าไม่เป็ไรเ้าเอาหนังสือเล่มนี้ไปศึกษาดู ถึงแม้พลังเวทย์ของเ้าจะไร้ธาตุและไม่สามารถเสริมพลังการโจมตีได้มากนักแต่ว่าถ้าเ้ารู้จักการควบคุมการใหลเวียนของเวทมนต์ให้ดีและใช้มันเสริมกับลูกธนูละก็การยิงแต่ละครั้งของเ้าก็จะทรงพลังมากขึ้น และถ้าเ้าสามารถหาธนูที่เหมาะสมได้ละก็ต่อให้เป็จอมเวทย์ระดับสามหรือสี่ถ้าถูกลอบยิ่งโดยไม่รู้ตัวก็สามารถจบชีวิตลงได้” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะ” ต้าิกล่าว
“พวกเ้านี่เป็โอกาสรีบเปลี่ยนเื่เร็วเข้า” ปู้เหยียนหันไปทางพวกชายหนุ่มและกระซิบเสียงเบา ตอนแรกพวกเขาคิดว่าต้าิที่เป็เด็กใหม่จะต้องถูกทำโทษแน่แต่ใครจะคิดต้าิจะกลายเป็คนที่มีความสามารถขนาดนี้พวกเขาจึงรีบหาเื่เบี่ยงเบนความสนใจของเสี่ยวเตี่ย
“ต้าิเ้าช่วยแนะนำวพวกเราหน่อยสิว่าทำยังถึงจะทำได้แบบเ้ากัน” ปู้เหยียนกล่าว
“ใช่แล้วถ้าพวกเราทำได้แบบเ้าในการทดสอบในอีกสามเดือนข้างหน้าพวกเราจะต้องได้เปรียบเ้าพวกขุนนางอย่างมากแน่นอน” คนอื่นๆในชั้นเรียนพากันส่งเสียงออกมา
“ถ้าทำตามที่ข้าฝึกนั้น ขั้นแรกข้าฝึก กำหนดการหายใจ จากนั้นก็ฝึกการทรงตัวโดยยืนขาเดียวบนท่อนไม้ขนาดเล็กส่วนที่เหลือก็ฝึกฝนกล้ามเนื้อโดยการวิ่งขึ้นเขา” ต้าิกล่าว
“อย่างที่ต้าิบอก การกำหนดลมหายใจนั้นเป็สิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งมันจะช่วยให้พวกเ้าสามารถกำหนดจังหวะการเคลื่อนใหวได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น” เสี่ยวเตี่ยกล่าว
“ดี ถ้างั้นพวกเรามาฝึกการกำหนดลมหายใจกันเถอะ” พวกปู้เหยียนกล่าว
“เดี๋ยวก่อนพวกเ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า พวกเ้าจะต้องทดสอบสิ่งตรงหน้าให้เสร็จก่อนไม่ใช่เหรอ” เสี่ยวเตี่ยกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มของนางทำให้เหล่านักเรียนพากันหน้าขาวซีดลงทันที
หลังจากที่การฝึกสอนจบลง หญิงสาวกลุ่มหนึ่งก็เดินมาหาต้าิ ตอนนี้ต้าิกำลังคุยอยู่กับพวกปู้เหยียนก็ััได้ถึงพวกหญิงสาว
“หืม ผู้หญิงคนนี้ข้าพึ่งสังเกตเห็น นางงดงามมากจริงๆถึงแม้จะไม่เท่ากับพี่สาวขุนพลในเื่รูปร่างและหน้าอก แต่ร่างกายผอมบางของนางกลับงดงามจนน่าหลงใหลไม่ใช่เล่น” ต้าิคิดในใจ
“ต้าิพวกข้ามีเื่จะคุยด้วย” หญิงสาวนามว่าเย่สุ่ยกล่าว
“ได้สิ” ต้าิไม่รอช้าตบปากรับคำทันที
กลุ่มของเย่สุ่ยมีด้วยกันสี่คนรวมเย่สุ่ยด้วยพาต้าิมายังมุมหนึ่งก่อนจะหันมามองต้าิด้วยสีหน้าจริงจัง
“ต้าิ พวกข้ามีเื่อยากจะให้เ้าช่วยหน่อย” เย่สุ่ยกล่าว
“ขอร้อง ข้าเนี่ยนะ” ต้าิกล่าวพร้อมกับชี้มายังตน
“ใช่ ข้าอยากจะให้เ้าช่วยสอนการเคลื่อนใหวที่เ้าทำในวันนี้ให้พวกเราเพราะในการทดสอบอีกสามเดือนข้างหน้านั้นสำคัญต่อพวกข้ามากซึ่งพวกข้าจำเป็ต้องสร้างผลงานที่โดดเด่นให้ได้” เย่สุ่ยกล่าว
“พวกเ้ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า” ต้าิกล่าว
“พวกเราเป็เพียงสามัญชนดังนั้นเราจึงไม่มีอำนาจอะไร และเมื่อพวกขุนนาง้าให้พวกเราแต่งเข้าตระกูลของพวกเขาพวกเราเองก็สามารถขัดขืนอะไรได้ยกเว้นแต่ได้รับความสนใจจากสถาบันเวทมนต์นั่นคือทางเดียวที่พวกเราจะสามารถต่อต้านพวกขุนนางได้” เย่สุ่ยกล่าว
เมื่อได้ฟังต้าิก็แสดงสีหน้าเ็าออกมา เขาเข้าใจดี การไร้อำนาจต่อต้านขุนนางนั้นเป็สิ่งที่เ็ปเพียงใด