สองเท้าของนคินทร์เดินตรงมายังโต๊ะทำงาน พลางสังเกตเห็นแก้วกาแฟ ที่มีควันโชยฟุ้งตั้งอยู่ พร้อมกับเลื่อนสายตาไปยังรมิตาที่ส่งยิ้มหวานให้เขา แม้เธอจะยังไม่ยอมตกลงเป็แฟนเขาอย่างจริงจัง แต่การกระทำของรมิตาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีใจให้ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับดึงร่างเล็กขึ้นมา
“จะทำอะไรคะ” คนตาแป๋วเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“พรุ่งนี้พี่จะไปรับแต่เช้า มิตาต้องไปเป็เลขาพี่ที่ปราจีนบุรี และตอนนี้พี่ก็เมื่อยมาก ช่วยมานวดไหล่ให้หน่อยได้ไหม” เขาดึงร่างเล็กเดินตามมายังเก้าอี้รองผู้บริหาร ก่อนจะย่อตัวนั่งลงแล้วเงยหน้าหล่อเหลามองไปยังหญิงสาว ที่กังวลใจด้วยกลัวใครจะเข้ามาเห็น
“ไม่ต้องมองไปหน้าประตูนั่นหรอก ใครจะเห็นก็เื่ของเขาพี่ไม่สน แต่ตอนนี้พี่ปวดไหล่มาก ช่วยนวดให้หน่อยนะ” ชายหนุ่มทำเสียงอ้อน พร้อมกับจับมือหญิงสาวมาจับที่บ่าของเขา พลางหลับตาลงช้า ๆ
เธอยืนนิ่งทบทวนครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ นวดที่ไหล่เขาตามคำสั่ง หญิงสาวในชุดชมพูอ่อนที่เขาซื้อให้ บรรจงนวดไหล่ให้ชายหนุ่มอย่างตั้งใจ ก่อนความรู้สึกมากมายจะหลั่งไหลเขามาในหัวใจ เธอแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา ที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
“นี่ก็นานแล้ว เมื่อไหร่จะตกลงเป็แฟนพี่สักที” เขาเอ่ยถามทั้งที่ยังหลับตา รมิตาชะงักนิ่ง พร้อมกับกลอกสายตาไปมาอย่างใช้ความคิด หญิงสาวสะดุ้งตัวเมื่อมือของเธอ ถูกเขากำไว้แน่น พร้อมกับดวงตาคมของนคินทร์จะลืมขึ้น แล้วจับจ้องมองตรงมาอย่างมีความหมาย
“พี่เทียวรับเทียวส่งมิตาเป็เดือน ๆ แล้วนะ ดูแลมิตาอย่างเปิดเผย โดยไม่เคยคิดปิดบังใคร แม้แต่คุณพ่อก็รู้ว่าพี่ รู้สึกยังไงกับเธอ พี่ชัดเจนขนาดนี้แล้ว เมื่อไหร่มิตาจะตกลงเป็แฟนพี่เสียที” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถามหญิงสาว พลางดึงเธอลงมานั่งยังตักเขา แล้วโอบรัดเธอไว้แน่น พอให้ได้กลิ่นกายจากเธอ
“พี่คินทร์คะ ทำแบบนี้ไม่ดีนะคะ” หญิงสาวพยายามดิ้น ก่อนที่แรงกระชับของนคินทร์จะมากขึ้น
“ไม่ดีตรงไหน” เขาทำเสียงอ้อน ก่อนที่หญิงสาวจะถอนหายใจแล้วหันมายิ้มหวานให้อย่างใจเย็น
“อย่าถามแบบนี้สิคะ ทำแบบนี้ยังไม่ควรอยู่ดีค่ะ อย่าเอาแต่ใจสิคะ”
“ตกลงมิตามีใจให้พี่บ้างหรือเปล่า” เขาทำทีเปลี่ยนสีหน้าเศร้า ให้รมิตากังวลใจ
“ถ้าฝืนใจมิตาไม่ต้องนวดให้พี่แล้วก็ได้” ชายหนุ่มปล่อยมือจากร่างเล็ก แล้วทำสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่หญิงสาวจะอึกอัก พลางลุกขึ้นจากตักเขา แล้วปล่อยยิ้มหวานออกมาทำทีเปลี่ยนเื่
“ดื่มกาแฟหน่อยนะคะ กำลังร้อนเลย” เธอเลื่อนกาแฟให้พร้อมกับดวงตากลมแป๋ว ก่อนที่นคินทร์จะเอื้อมมาหยิบแล้วยกดื่ม
“มิตาเอาแก้วไปเก็บให้นะคะ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มแล้วหยิบแก้วไปเก็บ ในขณะที่สายตาของนคินทร์ ทอดมองตามร่างเล็กไปจนลับตา ไม่นานนักเธอก็เดินเข้ามา แล้วหันไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง คล้ายกับไม่สนใจเขาเท่าไหร่นัก ด้วยกิริยาของหญิงสาวที่ปฏิบัติต่อเขา ทำให้อีกฝ่ายอยากเขาชนะเธอมากยิ่งขึ้น
แม้สายตาคมจะจับจ้องไปยังเอกสาร ที่กองอยู่ตรงหน้า แต่สมองของเขากลับมีแผนการมากมายหลั่งไหลออกมา ไม่นานนักเสียงเรียกของนคินทร์ก็ดังขึ้น ให้หญิงสาวละจากหน้าจอคอมฯ แล้วหันกลับไปยังต้นเสียง
“เป็แฟนกับพี่ได้ไหม” รมิตาทอดสายตาไปยังต้นเสียง เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้ใจจริงจะชอบเขาอยู่มาก แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้หลีกเลี่ยงคำว่าแฟน จนไม่ยอมตกลงทั้งที่นคินทร์ขอร้องมาตลอด
"ไม่เป็ไร ผมรู้คำตอบแล้ว” เขาปั้นปึ่ง แล้วเลื่อนเอกสารตรงหน้าวางไว้อีกฝั่ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ปล่อยความรู้สึกของรมิตาทำร้ายตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เธอจะทบทวนเื่ราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรหาเขาทันที
นคินทร์ก้มมองมือถือของตัวเอง เมื่อเห็นว่าเป็สายเรียกเข้าจากรมิตา เขาตัดสินใจกดทิ้ง แล้วเข้าไปนั่งเงียบ ๆ คนเดียวในห้องอาหาร ไม่นานนักร่างเล็กก็เดินเข้ามา สองเท้าของเธอตรงเข้ามายังนคินทร์ พลันใช้มือสะกิดร่างของเขา
“โกรธมิตาเหรอคะ”
“เปล่า” เขาตอบเสียงเรียบ
“แล้วทำไมไม่รับสายคะ”
“พี่ก็แค่ออกมาทำใจ ถ้ามิตาไม่อยากเป็แฟนพี่ ต่อไปนี้พี่ก็จะรบเร้าอีก จะไม่ทำให้มิตาต้องเหนื่อยใจ” เขาพูดพร้อมกับจับจ้องไปยังกิริยาของเธอ ก่อนจะเห็นสีหน้าหวานเปลี่ยนไปช้า ๆ
“ขอโทษนะคะ ที่ทำให้วุ่นวายใจ” หญิงสาวพูดพร้อมสีหน้าสลด เธอรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเสียใจ ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือเรียวเล็กมาจับมือเขาไว้แน่น แล้วเลื่อนสายตามองชายหนุ่มอย่างมีความหมาย
“มิตาเป็แฟนพี่คินทร์ก็ได้ค่ะ” คำตอบรับของเธอทำให้ชายหนุ่มปล่อยยิ้มออกมา แล้วดึงเธอเข้าไปสวมกอด ทว่าภายใต้ใบหน้าที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มนั้น ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ พร้อมหญิงสาวโอบตอบอย่างอ่อนโยน ในที่สุดเธอยอมเปิดใจรับเขาเข้ามาในชีวิต เพราะคิดว่านั่นคือรักบริสุทธิ์ที่นคินทร์ได้มอบให้