กู้หนิงกับกู้อันหันไปพยักหน้าให้กัน ทั้งคู่แบมือออก จากนั้นบนฝ่ามือของพวกเขาก็มีทองแท่งปรากฏขึ้นมาหลายแท่ง
“นี่...นี่...พวกเ้า...ทำไมถึงมีทองออกมาจากมือของพวกเ้าได้” ท่านโหวกู้พูดแทบไม่เป็ภาษา “หรือว่าพวกเ้ามีเวทมนตร์”
“หนิงเอ๋อ เสี่ยวอัน ที่อยู่ในมือของพวกเ้าคือทองจริงๆ ใช่หรือไม่” กู้เยวี่ยนถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาขยี้ตาตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่ทองที่อยู่บนฝ่ามือของน้องๆ ก็ยังไม่หายไปไหน
“พี่หญิง พี่รอง นี่คือความสามารถพิเศษของพวกท่านใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เจ๋อแม้จะแปลกใจ แต่เมื่อคิดได้ว่าระหว่างที่พวกเขาสามคนเดินทางมาเมืองหลวง มีหลายครั้งที่เขาเกิดข้อสงสัย เพราะพี่สาวกับพี่ชายมักจะเอาของอร่อยออกมาให้เขากิน ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้แวะพักที่ไหนเลย “ตอนที่พวกท่านเอาอาหารออกมาให้ข้ากิน พวกท่านก็เสกมันขึ้นมาเหมือนกันใช่หรือไม่ขอรับ”
“ข้ากับเสี่ยวอันไม่ใช่ผู้วิเศษที่มีเวทมนตร์เสกของต่างๆ ออกมาได้หรอกเ้าค่ะ แต่เราสองคนมีมิติวิเศษอยู่กับตัว” กู้หนิงบอก
“ในมิติวิเศษของเรามีของดีๆ อยู่มากมาย ข้ากับพี่หญิงตั้งใจว่าจะเอาของในมิติออกมาหารายได้เข้าจวน” กู้อันโบกมือหนึ่งทีก็มีตะกร้าผลไม้หลายชนิด ทั้งยังมีข้าวสาร แป้ง และธัญพืชชนิดต่างๆ ปรากฏขึ้น “อย่างเช่นเราสามารถเปิดร้านค้าขึ้นมาสักร้านแล้วก็เอาข้าวสาร ธัญพืช แล้วก็ผลไม้พวกนี้ออกมาขายได้”
กู้หนิงโบกมือหนึ่งครั้งก็มีเหล้าและไวน์หลายขวดปรากฏอยู่บนโต๊ะหนังสือของบิดา “เหล่านี้คือสุราหมักและสุราผลไม้อย่างดี เราจะเปิดโรงสุราขึ้นมาสักที่ก็ได้เหมือนกันเ้าค่ะ”
กู้หนิงกับกู้อันผลัดกันเอาสิ่งของในมิติออกมาอีกหลายอย่าง จนตอนนี้ห้องหนังสือของท่านโหวกู้เต็มไปด้วยสิ่งของแปลกตาที่ท่านโหวกู้ กู้เยวี่ยน และกู้เจ๋อไม่เคยเห็น
“หนิงเอ๋อ อันเอ๋อ พวกเ้าหยุดก่อน หากพวกเ้ายังเอาของออกมาอีก มีหวังเราคงได้ถูกสิ่งของของพวกเ้าทับตายอยู่ในห้องนี้แน่” ท่านโหวกู้เห็นว่าลูกสาวกับลูกชายยังเอาสิ่งของแปลกๆ ออกมาไม่หยุด เขาจึงรีบห้าม
“ใช่แล้ว พวกเ้าหยุดเอาของออกมาก่อนได้หรือไม่” กู้เยวี่ยนชูมือขึ้น ตอนนี้ตัวเขาถูกสิ่งของของน้องๆ ทับจนแทบจะไม่เห็นศีรษะแล้ว “เสี่ยวเจ๋อ เ้ามาดึงข้าออกไปที”
กู้เจ๋อ (เสี่ยวหู่) รีบเดินไปช่วยกู้เยวี่ยน “ก็ใครให้ท่านบอกว่าท่านชอบหมอนกับผ้าห่มแบบที่พี่รองใช้เล่าขอรับ พี่รองกับพี่หญิงก็เลยขนผ้าห่มกับหมอนในมิติออกมาให้ท่านเลือกน่ะสิ”
“ข้าไม่เคยเห็นหมอนกับผ้าห่มที่ทั้งนุ่มทั้งลื่นมือขนาดนั้นมาก่อนนี่นา ข้าก็เลยอยากจะเอาไปใช้ที่เรือนของข้าบ้าง” กู้เยวี่ยนที่ถูกดึงออกมาจากกองผ้าห่มได้ก็เดินไปสำรวจสิ่งของอย่างอื่น โดยเฉพาะสุราหลากชนิด “หนิงเอ๋อ เสี่ยวอัน ข้าขอลองชิมสุราที่พวกเ้าเอาออกมาได้หรือไม่ อย่าหาว่าข้าโม้เลยนะ ข้าเป็นักดื่มสุราอย่างหาตัวจับได้ยากเชียวล่ะ หากมีข้าช่วยรับรอง พวกเ้าเชื่อได้เลยว่าสุราชนิดนั้นต้องขายดีแน่”
“อายุแค่สิบห้า แต่ภูมิใจว่าตัวเองเป็นักดื่ม สงสัยว่าข้าจะปล่อยปละละเลยเ้าไปมากทีเดียว” ท่านโหวกู้มองลูกชายคนโต “พรุ่งนี้เช้าตามข้าไปที่ค่ายด้วย”
“ได้อย่างไรเล่าท่านพ่อ น้องๆ เพิ่งกลับมา ข้าตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะพาพวกเขาไปสำรวจรอบๆ เมืองหลวงสักหน่อย” กู้เยวี่ยนยิ้มประจบบิดา “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านก็อยากลองดื่มสุราที่น้องๆ เอาออกมาเหมือนกันใช่หรือไม่ขอรับ เช่นนั้นเราก็มาลองดื่มกันก่อนเถิด หากเราเปิดโรงสุราขึ้นมาจริงๆ เราจะได้แนะนำคนอื่นได้”
“เหอะ...เ้าก็แค่หาข้ออ้างมาดื่มสุราเท่านั้นล่ะ”
กู้หนิงกับกู้อันหันมายิ้มให้กัน จากนั้นพวกเขาก็เอาแก้วไวน์ออกมาจากในมิติแล้วเริ่มรินไวน์ใส่ในแก้ว “สิ่งนี้เรียกว่าไวน์ หรือพวกท่านอาจจะเรียกว่าสุราผลไม้ ไวน์แต่ละสีจะหมักจากผลไม้ต่างชนิดกันเ้าค่ะ”
“และไวน์แต่ละชนิดก็เหมาะกับอาหารต่างชนิดกันด้วยขอรับ อย่างเช่นไวน์แดงเหมาะที่จะกินกับเนื้อสัตว์ ส่วนไวน์ขาวเหมาะกับอาหารทะเล” กู้อันพูดเสริม
ท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนใช้สองมือยกแก้วไวน์แดงและไวน์ขาวไว้ในมือซ้ายขวา โดยปกติแล้วจอกสุราของพวกเขาเป็จอกเล็กๆ ทรงเตี้ยคล้ายกับจอกน้ำชา แต่แก้วใสทรงอ้วนกลม และยังมีขาแก้วที่สูงมากที่พวกเขาถืออยู่เวลานี้ทำให้สองพ่อลูกไม่รู้จริงๆ ว่าจะเริ่มดื่มมันอย่างไร
กู้อันหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดม จากนั้นก็หมุนแก้วไวน์แล้วก็ดมกลิ่นอีกครั้ง “การชิมไวน์ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการดมกลิ่น จากนั้นค่อยจิบไวน์แล้วกลั้วให้ทั่วปากเพื่อให้ลิ้นกับเพดานปากัักับรสชาติ แต่พวกท่านอย่าเพิ่งกลืนไวน์ลงไป ท่านต้องอมไวน์ไว้ในปากสักพักแล้วค่อยกลืน เพื่อเป็การสังเกตรสชาติของไวน์ที่ค้างอยู่ในปากและลำคอ การทำอย่างนี้ท่านถึงจะรู้ว่ารสชาติไวน์แต่ละชนิดมีรสชาติเป็อย่างไร และพวกท่านชื่นชอบไวน์แบบไหนมากที่สุดขอรับ”
“เหตุใดพวกเ้าถึงรู้มากเพียงนี้” ท่านโหวกู้ถาม
“ท่านพ่อ การที่ข้ากับพี่หญิงมีมิติวิเศษติดตัว พวกเราก็ต้องศึกษาสิ่งของที่อยู่ในนั้นให้ดีสิขอรับ” กู้อันตอบ
“แต่สุราไม่เหมาะกับเด็กอย่างพวกเ้า” ท่านโหวกู้พูดเสียงเข้ม “ต่อไปหากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า พวกเ้าสองคน ไม่สิ...เ้าด้วยเสี่ยวเจ๋อ พวกเ้าทั้งสามคนห้ามดื่มสุราเป็อันขาด”
“แล้วพี่ใหญ่เล่าขอรับ ทำไมเขาถึงดื่มได้” กู้อันไม่ยินยอม แม้เขาจะอยู่ในร่างของเด็กอายุสิบสี่ แต่ในชาติที่แล้วเขากับพี่สาวเป็นักดื่มตัวยง เพื่อนๆ จัดปาร์ตี้กันที่ไหนก็จะขาดพวกเขาสองพี่น้องไปไม่ได้ พวกเขาได้ชื่อว่าสองพี่น้องคอทองแดงแล้วด้วยซ้ำ แล้วอยู่ดีๆ บิดาจะมาห้ามไม่ให้พวกเขาดื่ม เขาจะยอมรับได้อย่างไร
“ข้าเห็นด้วยที่ท่านไม่อนุญาตให้เสี่ยวเจ๋อดื่ม แต่ข้ากับเสี่ยวอันยอมรับเื่นี้ไม่ได้เ้าค่ะ” กู้หนิงสนับสนุนความคิดของน้องชาย “ในเมื่อพี่ใหญ่ดื่มได้ ข้ากับเสี่ยวอันก็ต้องดื่มได้เหมือนกัน”
“ข้าอายุสิบห้าปีนับว่าเป็ผู้ใหญ่แล้ว” กู้เยวี่ยนรีบบอก
“ไม่อนุญาต! อย่างไรข้าก็ไม่อนุญาต พวกเ้ายังเด็กอยู่เลยนะ มันไม่ดีกับสุขภาพ” ท่านโหวกู้ไม่ยินยอม ลูกแฝดของเขายังเด็กเกินกว่าจะมาดื่มของพรรค์นี้
“ท่านพ่อเ้าคะ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากข้ากับเสี่ยวอันดื่มชนะท่านกับพี่ใหญ่ ท่านต้องอนุญาตให้เราดื่มสุราได้อย่างตามใจ แต่ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ดื่มมันมากเกินไป” กู้หนิงเสนอ ั้แ่รู้ว่านางกับน้องชายมีห้างสรรพสินค้าในมิติ นางก็นึกถึงไวน์ยี่ห้อโปรดอยู่ทุกวัน แต่ท่านพ่อกลับห้ามไม่ให้นางกับน้องชายดื่ม แบบนี้นางยอมรับไม่ได้
กู้เยวี่ยนได้ยินอย่างนั้นก็รีบกระซิบ “ท่านพ่อยอมรับเงื่อนไขน้องๆ เถิดขอรับ ท่านดื่มสุราเก่งปานนั้น ข้ารับรองว่าท่านไม่มีทางแพ้ให้พวกเขาอย่างแน่นอน”
ท่านโหวกู้คิดตามคำพูดของลูกชายคนโตก็เห็นด้วย ลูกแฝดของเขาเพิ่งอายุสิบสี่ปี กับตัวเขาที่ดื่มสุรามานานกว่าอายุของลูกทั้งสองเสียอีก แล้วเขายังจะกลัวว่าตัวเองจะแพ้ให้กับลูกทั้งสองอีกหรือ “เช่นนั้นก็ตกลง หากพวกเ้าดื่มแพ้ จนกว่าจะอายุครบสิบแปดปี พวกเ้าห้ามดื่มสุราเป็อันขาด”
สองพี่น้องยิ้มให้กันก่อนที่จะแอบดื่มเครื่องดื่มแก้เมาไว้ล่วงหน้า สายปาร์ตี้อย่างพวกเขาจะขาดเครื่องดื่มประเภทนี้ได้อย่างไร
ท่านโหวกู้มองหน้าลูกฝาแฝด “เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลย ว่าแต่เราจะเอาเครื่องดื่มชนิดไหนมาดื่มกันเล่า”
กู้หนิงกับกู้อันเลือกดื่มวิสกี้แบบออนเดอะร็อค ท่านโหวกู้ไม่เคยเห็นเครื่องดื่มสีอำพันที่ต้องดื่มพร้อมกับน้ำแข็งก้อนใหญ่เช่นนี้มาก่อน แต่ได้ชื่อว่าสุรา มีอะไรที่เขาจะดื่มไม่ได้กัน
สี่คนพ่อลูกเริ่มแข่ง โดยมีกู้เจ๋อนั่งดื่มนมเป็กรรมการอยู่อย่างสบายใจ กู้หนิงกับกู้อันรู้ว่าพวกตนดื่มสู้บิดาไม่ได้อย่างแน่นอน แม้จะดื่มเครื่องดื่มป้องกันการเมาไว้แล้วก็ตาม แต่เพื่อไม่ให้ตนเองต้องถูกจำกัดการดื่ม สองพี่น้องจึงใช้วิธีการโกงคือการแสร้งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม แต่ความจริงแล้วพวกเขากลับเทมันเข้าไปในมิติ
ส่วนท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนที่เพิ่งเคยลิ้มลองสุราชนิดใหม่ที่ทั้งรสชาติละมุนและลื่นคอ พวกเขายกเหล้าขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า แต่สุดท้าย ทั้งคู่ก็นอนหลับไปพร้อมกับมือที่ยังถือแก้วเหล้าค้างอยู่ เมื่อรู้ผลแพ้ชนะ กู้หนิง กู้อัน และกู้เจ๋อก็เดินกลับเรือนพักของตนไปอย่างสบายใจ
กู้ฮูหยินที่เห็นว่าสามีไม่กลับมานอนสักที นางจึงเดินมาตามสามีที่ห้องหนังสือ แต่เมื่อเห็นสามีกับลูกชายคนโตนอนเมาหลับไม่ได้สติ นางก็ถอนหายใจอย่างเอือมระอา “เช่นนั้นคืนนี้พวกท่านสองคนพ่อลูกก็นอนให้ยุงหามอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้ฮูหยิน กู้หนิง กู้อัน และกู้เจ๋อมานั่งรออยู่ที่ห้องอาหารกันอย่างพร้อมหน้า กว่าที่ท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนจะมา ก็เกือบจะเลยเวลาอาหารเช้าไปแล้ว
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พวกท่านหลับสบายดีหรือไม่เ้าคะ” กู้หนิงทักทายบิดาและพี่ชาย
“หนิงเอ๋อ อันเอ๋อ พวกเ้าไม่ได้วางยาพ่อใช่หรือไม่” ท่านโหวกู้ไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองดื่มสุราแพ้ให้กับลูกแฝด
“ท่านพ่อ ข้ากับพี่หญิงจะไปวางยาท่านได้อย่างไรกัน แพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้สิขอรับ” กู้อันพูดขึ้น ‘ข้าไม่ได้วางยาท่าน ข้ากับพี่หญิงแค่ไม่ได้ดื่มเหล้าเข้าไปจริงๆ เท่านั้นเอง’
“ท่านพ่อ พวกเราแพ้แล้ว พวกเราต้องรักษาสัญญานะขอรับ” กู้เยวี่ยนพูดขึ้น
“เป็เ้านั่นล่ะที่ไม่ได้เื่ ดื่มสุราแค่นี้ก็สู้น้องๆ ไม่ได้” ท่านโหวกู้พูดกับลูกชายคนโตอย่างเคืองๆ
“ข้าคนเดียวหรือขอรับที่ดื่มสู้น้องๆ ไม่ได้ ท่านก็ดื่มสู้พวกเขาไม่ได้เหมือนกัน” กู้เยวี่ยนกลอกตา “เมื่อเช้าใครกันที่ตื่นมาก็บ่นแต่ปวดหัว แล้วยังเรียกหาแต่น้ำแกงแก้เมาค้าง ข้าไม่เห็นจะเป็อย่างนั้นเลย”
“อย่ามัวแต่ทะเลาะกันอยู่เลย” กู้ฮูหยินบอกกับสามี “ท่านพี่ วันนี้หนิงเอ๋อลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเองเลยนะเ้าคะ”
“ท่านพ่อ เครื่องดื่มในแก้วนี้เรียกว่ากาแฟดำ รสชาติอาจจะขมสักหน่อย แต่มันจะช่วยให้ท่านพ่อกระปรี้กระเปร่าและสดชื่นขึ้นเ้าค่ะ” กู้หนิงยื่นแก้วกาแฟให้บิดา จากนั้นนางก็หันไปทางพี่ชายคนโต “พี่ใหญ่ ของท่านจะเป็น้ำส้มคั้น ท่านรีบดื่มเถิดเ้าค่ะ ช่วยแก้อาการเมาค้างได้ดีทีเดียว”
ท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนรับเครื่องดื่มของตนเองไปดื่มอย่างรวดเร็ว การที่ต้องตื่นนอนด้วยอาการเมาค้างทำพวกเขาอารมณ์ไม่ดีเล็กน้อย แต่พอได้รับความเอาใจใส่จากลูกสาวและน้องสาวก็ทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ท่านโหวกู้กลับไปที่ค่าย กู้ฮูหยินให้คนไปเรียกช่างมาปรับปรุงเรือนพักส่วนตัวให้กับกู้เจ๋อ แม้กู้เจ๋อจะเป็เพียงบุตรบุญธรรม แต่ท่านโหวกู้และกู้ฮูหยินก็ปฏิบัติกับเขาไม่ต่างจากบุตรแท้ๆ ส่วนกู้เยวี่ยนอาสาพาน้องทั้งสามคนไปสำรวจเมืองหลวง
ในขณะที่สี่พี่น้องสกุลกู้นั่งอยู่บนรถม้าก็มีเสียงดุดันของใครบางคนะโสั่ง “กู้เยวี่ยน! เ้าลงมาหาบิดาเดี๋ยวนี้ หากไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าให้ข้าเรียกเ้าเป็ครั้งที่สอง”