'จ้าวเฉิน' หรือองค์ชายรองแห่งแคว้น ก้าวเท้าลงจากรถม้าด้วยความเร่งรีบ ทันทีที่สายข่าวรายงานว่าไป๋ลั่วล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว หัวใจของเขาก็ร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เขาไม่สนใจสายตาหวาดเกรงของเหล่าทหารยามหน้าจวนแม่ทัพ ไม่สนใจธรรมเนียมปฏิบัติที่ว่าบุรุษไม่ควรล่วงล้ำเข้าเรือนหลังของฮูหยินผู้อื่น
ในสายตาของเขานางไม่เคยเป็ฮูหยินของหลี่หยาง นางคือ 'ลั่วเอ๋อร์' หญิงสาวผู้เป็ดวงใจของเขาเพียงคนเดียว
"หลีกไป! เปิ่นหวางจะเข้าไปเยี่ยมนาง!"
จ้าวเฉินตวาดลั่น ผลักองครักษ์ที่ขวางทางออกจนเซถลา ไม่มีใครกล้าขัดขวางรัศมีอำมหิตของเชื้อพระวงศ์ผู้ทรงอำนาจ
เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูเรือนพักเข้ามา กลิ่นยาสมุนไพรเข้มข้นก็ลอยมาแตะจมูก มันตอกย้ำว่าข่าวลือเป็เื่จริง
จ้าวเฉินตรงดิ่งไปยังเตียงไม้สลักลายที่ตั้งอยู่มุมห้อง ผ้าม่านโปร่งถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นร่างบอบบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนฟูก
ทันทีที่เห็นสภาพของนาง ลมหายใจของจ้าวเฉินก็สะดุดกึก
สตรีผู้เคยสดใสราวดอกท้อแรกแย้มเมื่อสองปีก่อน ...สตรีที่เคยเสี่ยงชีวิตดูดพิษร้ายออกจากาแให้เขาในคืนงานเลี้ยงโดยไม่ห่วงชีวิตตนเอง บัดนี้กลับดูเหี่ยวเฉาราวกับดอกไม้ที่ถูกขยี้
ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเื ขอบตาบวมช้ำ และริมฝีปากแห้งแตก
"ลั่วเอ๋อร์..." เขาเรียกนางเสียงแ่ นั่งลงข้างเตียงอย่างถือวิสาสะ มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างทะนุถนอม
"...เ้าเจ็บมากหรือไม่" จ้าวเฉินกระซิบ สายตาเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอระหงซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อชุดนอน
ฉับพลันนั้นแววตาอ่อนโยนขององค์ชายหนุ่มก็แข็งกร้าวขึ้น ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่ง
รอยช้ำสีม่วงคล้ำแต้มเป็จุดๆ ทั่วลำคอขาวผ่อง ไล่ลงไปจนถึงไหปลาร้าและเนินอกรำไร...
มันไม่ใช่รอยโรค ไม่ใช่ผื่นแดง แต่เป็รอยจูบและรอยกัด ที่เกิดจากการกระทำอันป่าเถื่อน!
มือของจ้าวเฉินกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน เล็บจิกเข้าเนื้อตัวเองจนเจ็บ
...หลี่หยาง เ้าเดรัจฉาน!
"มันเห็นเ้าเป็อะไร ถึงได้กล้ากระทำหยามเกียรติเ้าถึงเพียงนี้..." จ้าวเฉินกัดฟันกรอด ั์ตาวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น
"...อือ"
ไป๋ลั่วเริ่มรู้สึกตัว นางขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเหยเกด้วยความเ็ปที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ลั่วเอ๋อร์ ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว" จ้าวเฉินรีบปรับสีหน้า กุมมือนางไว้แน่น
ไป๋ลั่วปรือตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่เมื่อเห็นว่าเป็ใครนางก็เบิกตากว้างด้วยความใ พยายามจะชักมือกลับ
"อะ... องค์ชายรอง? ท่านเข้ามาที่นี่ไม่ได้นะเพคะ หากท่านแม่ทัพมาเห็น..."
"ช่างหัวมันปะไร!"
จ้าวเฉินตวาด แต่เมื่อเห็นนางสะดุ้งเขาก็รีบลดเสียงลง
"ข้าทนเห็นเ้าในสภาพนี้ไม่ได้ ไป๋ลั่ว เ้าไปกับข้าเถอะ ข้าจะพาเ้าหนีไปจากนรกขุมนี้ ข้าจะไปกราบทูลเสด็จพ่อเื่หย่า"
"ไม่ได้เพคะ..." นางส่ายหน้าทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ท่านไม่เข้าใจ ท่านหลี่หยางเขา..."
"เ้าห่วงมันงั้นรึ? ทั้งที่มันทำกับเ้าขนาดนี้!" จ้าวเฉินมองรอยช้ำบนตัวนางด้วยความปวดร้าว
"ข้า..." ไป๋ลั่วพูดไม่ออก นางได้แต่ก้มหน้าร้องไห้
จ้าวเฉินมองหญิงคนที่ตนรักด้วยความเ็ปที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแ่เบา แต่ในใจกลับสุมไปด้วยไฟแค้นที่โชติ่ เขาพลาดที่ปกป้องนางไม่ได้ในอดีต
"หากเ้ายังไม่พร้อมจะไป …ข้าก็จะรอ"
จ้าวเฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่จิตสังหารออกมา
"แต่จงจำไว้ หลี่หยางจะไม่มีวันได้อยู่อย่างเป็สุข ข้าจะทำให้มันต้องชดใช้ทุกรอยช้ำบนตัวเ้าด้วยเืของมัน!"
องค์ชายรองหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงคำสัตย์ปฏิญาณแห่งความแค้น
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาหันไปสั่งองครักษ์คนสนิทเสียงเหี้ยมเกรียม
"จับตาดูเรือนนี้ไว้ ถ้าหลี่หยางแตะต้องนางจนาเ็อีกแม้แต่ปลายเล็บ ให้ส่งคนไปเผาคลังเสบียงกองทัพของมันซะ!"
สิ้นเสียงคำสั่งบรรยากาศรอบกายพลันลดต่ำลงจนหนาวเหน็บ ทว่ายังไม่ทันที่องค์ชายรองจะได้ก้าวเท้าออกจากเขตเรือนพัก เสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและรังสีสังหารก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"เปิ่นหวางเพิ่งจะทราบ ว่าองค์ชายรองผู้สูงศักดิ์มีงานอดิเรกคือการลอบเข้าหาฮูหยินของผู้อื่นถึงในห้องนอน..."
จ้าวเฉินชะงักฝีเท้า เขาค่อยๆ หันหน้าไปมองร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีทมึนที่ยืนขวางทางเดินอยู่
หลี่หยางยืนตระหง่านดั่งกำแพงเหล็ก ั์ตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยเพลิงโทสะที่แทบจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็จุณ มือหนากุมด้ามดาบที่เอวแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
"หลี่หยาง..." จ้าวเฉินเหยียดยิ้มเ็า "ข้าก็นึกว่าเ้ามัวแต่ยุ่งอยู่กับการรังแกสตรีที่ไม่มีทางสู้ จนลืมไปแล้วว่าตนเองเป็ถึงแม่ทัพ"
"นางเป็ชายาของเปิ่นหวาง" หลี่หยางเน้นเสียงหนัก ทุกคำพูดกระแทกกระทั้น "เปิ่นหวางจะทำอะไรกับนาง ...จะรักใคร่ หรือจะสั่งสอนนางเยี่ยงไร มันก็เป็เื่ภายในจวน คนนอกอย่างองค์ชายไม่สมควรยื่นมือเข้ามาสอด!"
"รักใคร่งั้นรึ?"
จ้าวเฉินแค่นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช เขาเดินตรงเข้าไปประจันหน้ากับหลี่หยางในระยะประชิด สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพหนุ่มอย่างท้าทาย
"รอยช้ำทั่วตัวนางนั่นหรือคือความรักใคร่ของเ้า? สภาพของนางตอนนี้ดูไม่ต่างจากเชลยศึกที่ถูกทรมาน จิตใจของเ้าทำด้วยอะไร ถึงได้โเี้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ลงคอ!"
คำพูดนั้นจี้ใจดำหลี่หยางเข้าอย่างจัง แต่ทิฐิและความหึงหวงกลับทำให้เขาเลือกที่จะโต้ตอบด้วยวาจาที่เจ็บแสบที่สุด
"หึ... องค์ชายจะไปรู้อะไร" หลี่หยางขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม ก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงหยามหยันที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ร่องรอยพวกนั้น... นางอาจจะชอบมันก็ได้ พระองค์คงไม่รู้กระมังว่าเวลาที่นางอยู่ใต้ร่างเปิ่นหวาง นางร้องครวญครางเสียงหวานเพียงใด นางตอบสนองข้าอย่างเร่าร้อนทุกัั หาได้ขัดขืนอย่างที่พระองค์คิดไม่"
ผัวะ!
หมัดหนักๆ ของจ้าวเฉินพุ่งเข้าใส่ใบหน้าคมคายของหลี่หยางจนหน้าหัน เืสีสดไหลซึมที่มุมปากแม่ทัพหนุ่ม ทหารองครักษ์รอบด้านรีบชักดาบออกมาเตรียมถวายอารักขา แต่หลี่หยางยกมือห้ามไว้
เขาหันกลับมาถ่มเืลงพื้น แล้วแสยะยิ้มร้ายกาจที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ
"ทรงกริ้วหรือ? ที่นางเลือกใช้ร่างกายปรนนิบัติข้า …แทนที่จะเป็ท่าน?"
"เ้ามันต่ำช้ายิ่งกว่าสุนัข!" จ้าวเฉินตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ "จำคำข้าไว้หลี่หยาง ข้าจะเป็คนพานางไปจากนรกขุมนี้เอง หากวันใดที่นางหลุดพ้นจากเ้า วันนั้น... ข้าจะบดขยี้เ้าให้จมดิน!"
"ไม่มีวันนั้น" หลี่หยางประกาศกร้าว แววตาแข็งกร้าวฉายแววอย่างบ้าคลั่ง "ไป๋ลั่วเป็ของข้าทั้งตัวและิญญา ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องนาง!"
จ้าวเฉินจ้องหน้าศัตรูหัวใจเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินกระแทกไหล่หลี่หยางออกไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึง
หลี่หยางยืนนิ่งมองส่งแผ่นหลังขององค์ชายรองจนลับสายตา เขาใช้นิ้วโป้งปาดเืที่มุมปาก ั์ตาทอประกายอำมหิต
กลิ่นกายบุรุษอื่นที่ติดออกมาจากห้องนอนของภรรยา...
คำขู่ที่ปกป้องนางราวกับเป็เ้าข้าวเ้าของ...
ทุกอย่างมันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่สาดเทลงในกองไฟ
"...ดี รักกันมาก ห่วงใยกันมากใช่ไหม..."
เขาพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"คืนนี้ข้าจะลบััของมัน ลบภาพจำของมันออกไปจากสมองเ้าให้หมด ไป๋ลั่ว... ข้าจะทำให้เ้ารู้สำนึกว่าใครกันแน่ที่เป็ผัวของเ้า!"