เพียงแค่วิ่งเข้าไปยังผืนป่าได้ไม่นาน กลับมีแสงสีแดงกะพริบแทรกขึ้นมาในความมืดอยู่หลายต่อหลายดวง ซึ่งแสงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขานั้น มันคือสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า ก่อนหน้านี้มีคนโดนโจมตีทั้งยังอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต พวกเขาเ่าั้จึงตัดสินใจทุบทำลายแผ่นศิลาเพลิงแดงทิ้งเสีย
แม้ว่าบรรดาผู้รับใช้ผู้ร่วมเข้าการทดสอบ จะมีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 6 เสียเป็ส่วนใหญ่ แต่ความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจ ฝีมือ หรือ ประสบการณ์ในการต่อสู้ย่อมแตกต่างกัน
ผู้รับใช้บางคนเลือกจะถอยห่างจากอันตรายตรงหน้า ขณะที่บางคนเลือกที่จะพุ่งตัวเข้าใส่เผชิญกับอันตราย พร้อมกับส่งเสียงร้องะโออกมาด้วยความฮึกเหิม ย๊ากกกกก!
ในความมืดมิด อู่ อวี้ เห็นผู้รับใช้หลายคนรอบ ๆ ตัวเขา กำลังต่อสู้
“มันเริ่มขึ้นแล้ว!”
อู่ อวี้ กระชับกระบี่เหล็กเอาไว้แน่น เหล็กจิ้งถือเป็โลหะที่มีความคมอย่างยิ่ง แต่ทว่าเกล็ด และ หนังของอสรพิษหงอนแดงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง และ มีความยืดหยุ่นไม่น้อยเช่นกัน ความแข็งแกร่งของมันเรียกได้ว่าเกือบเข้าขั้นปีศาจงู ฉะนั้นเขาเลยไม่แน่ใจนักว่ากระบี่ของเขา จะสามารถสร้างาแให้กับอสรพิษตัวนี้ได้หรือไม่
ไม่มีเวลาจะมาครุ่นคิดแล้ว!
* เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! *
อสรพิษหงอนแดงพุ่งเข้าโจมตีใส่ อู่ อวี้ ด้วยหงอนอันคมกริบราวกับกระบี่ก็ไม่ปาน พลังของอสูรั์ถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง แต่ อู่ อวี้ ก็มิได้ชะล่าใจเขาเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้แล้ว โดยการใช้สองมือจับด้ามกระบี่ และ คอยกวัดแกว่งปัดป้องการโจมตีของอสรพิษั์ไว้อย่างต่อเนื่อง
“หลบหลีก!”
แรกเริ่มเขา้าบีบบังคับทิศทาง ให้อสรพิษตัวนี้มุ่งไปด้านหน้า ทั้งยังคาดคะเนความแข็งแกร่งมันเอาไว้เบื้องต้น แต่เขาไม่คาดคิดว่าอสรพิษตัวนี้จะมีพลังเทียบเท่าอาชาศึก 100 ตัว ซึ่งใกล้เคียงกับเขายิ่งนัก!
“พึ่บ!”
การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ เรียกได้ว่ารวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อทำให้หัวของอสรพิษั์ที่พุ่งเข้าโจมตี เสียการทรงตัวเล็กน้อย ในจังหวะนั้นเองมันได้ช่วยเปิดช่องโหว่ในการโจมตีให้แก่เขา เขารีบสลับกระบี่มาไว้ในมือข้างขวา ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็แทงกระบี่ปักลึกลงไปบนลำคอของอสรพิษั์
* ฉึ่ก!!! *
ส่งผลให้โลหิตของอสรพิษพุ่งกระฉูดสาดกระจายไปทั่วพื้นดิน
* ฟ่อออออ! *
อสรพิษดิ้นทุรนทุราย ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่ลมหายใจของมันยังไม่ขาดหายเสียทีเดียว แม้กระบี่ของ อู่ อวี้ ยังคงเสียบคาโครงกระดูกของมัน
‘หากต้องต่อสู้กับอสรพิษ จะต้องโจมตีไปยัง 7 จุดตายของมัน!’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉับพลันเขารีบชักกระบี่ออกมาสุดแรง จากนั้นก็บิดคมกระบี่ ก่อนใช้กระบี่พุ่งทะลวงแทงเข้าไปยังหัวใจของอสรพิษั์ กระบี่โลหะส่องแสงวูบวาบท่ามกลางความมืดมิด ก่อนอสรพิษร้ายจะทันได้ฟื้นตัว
และแล้วร่างของอสรพิษหงอนแดง ก็ทรุดตัวลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดินทันที
“น่าเสียดายยิ่งนัก!”
ร่างอสรพิษตัวนี้มีขนาดใหญ่โตยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็เกล็ด หนัง หรือ ถุงน้ำดี ... ล้วนเป็ของล้ำค่าราคาแพง มันล้วนเป็สมบัติของนิกายกระบี่์ แต่เขากลับไม่มีเวลาตักตวงสมบัติล้ำค่าเหล่านี้
อู่ อวี้ ก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับกระบี่ที่อาบไปด้วยโลหิตของอสรพิษ ระหว่างทางเขาเห็นผู้รับใช้หลายคน ร่างสั่นกระตุกเนื่องจากฤทธิ์ของพิษงู แต่บางคนก็สามารถถอนพิษงูออกได้แล้ว ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ก้าวเดินต่อ เพราะเกรงว่าจะต้องไปพบเจอกับสัตว์อสูรชนิดอื่นๆ ดักรอพวกเขาอยู่ด้านหน้า
“เ้าดูช่างผ่อนคลาย” ทันใดนั้นก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งกำลังพูดกับเขา หากจำไม่ผิดเ้าของเสียงนี้เป็ของ เ้า ตานหลง หนึ่งใน 3 ผู้รับใช้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดผู้มีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7
“แต่ผู้ที่จะเป็อันดับ 1 ในวันนี้ก็คือข้า! เม็ดยาหลอมรวมลมปราณจะต้องเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”
เด็กหนุ่มแหวกผ่าความมืดพุ่งตัวไปข้างหน้า ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ!
“เ้า ตานหลง รวดเร็วยิ่งนัก!”
“ข้าคิดว่าเขาจะต้องเป็คนแรกที่ออกไปจากที่นี่”
“ไม่...ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น แม่นางชิงเิหายตัวไปนานแล้ว”
ในระหว่างาการต่อสู้อันดุเดือดระหว่าง มนุษย์ และ สัตว์อสูร บางคนเลือกที่จะทำในสิ่งตรงกันข้าม พวกเขาฉกฉวยโอกาสนี้แล้วรีบรุดไปข้างหน้า ส่วนบางคนก็เลือกที่จะยืนสนทนากันอยู่กับที่
“ออกคนแรก?”
อู่ อวี้ เริ่มจินตนาการถึงภาพ ของผู้ที่ออกจากเส้นทางแท่น์เป็คนแรก เขาผู้นั้นย่อมโดดเด่น และ ต้องได้รับความสนใจจากผู้ชมที่อยู่ด้านนอกเป็อย่างยิ่ง!
เดิมทีแล้วเขา้าเพียงแค่ผ่านเข้ารอบ 100 คนเท่านั้น แต่บัดนี้เขา้าให้ เสิ่น อู๋เต้า เห็นเขาปรากฏตัวเป็คนแรก เพื่อให้สมกับการรอคอย
“ลุย!”
ด้านหน้ามีแสงสีทองปรากฏอยู่ แหวกผ่านม่านความมืดออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
ในเวลานี้กระบวนท่า ‘ก้าวปีศาจวานร’ คงเหมาะสมที่สุด หากเขา้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ภายในป่าอันมืดมิดเช่นนี้ อู่ อวี้ ใช้เวลาหลบหลีกอสรพิษหงอนแดงสามตัว โดยใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น ไม่นานนักเขาก็อยู่ในตำแหน่งหน้าสุด
“ช้าก่อน”
เขามั่นใจว่าหากยังคงวิ่งรุดหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เขาจะต้องพบเจอกับคลื่นการโจมตีรุนแรงมากขึ้นอย่างแน่นอน
ใกล้กับ อู่ อวี้ มีผู้รับใช้ประมาณ 20 คนกำลังต่อสู้กันอย่าง ดุเดือด หนึ่งในนั้นมีผู้รับใช้ 3 คนที่ดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างที่สุด พวกเขาทั้ง 3 สามารถต่อสู้กับผู้รับใช้ทั้งหมดได้ สมแล้วที่พลังฝีมือของพวกเขาอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7
“ช่างน่าขันยิ่งนัก ข้ามีวัยเพียง 15 ปี แต่พลังยุทธยังอยู่แค่ระดับชั้นฟ้าขั้น 4 และ สละร่างขั้น 4 ในแง่พร์ของข้านั้นถือว่าต่ำต้อยเรี่ยดินกว่าพวกเขาเสียอีก!” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเจื่อนๆ กับเื่ตลกร้ายนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ท้อถอยแม้แต่น้อย เพราะเขามั่นใจในเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้ฝึกปรือวรยุทธอย่างหักโหม!”
‘บึง!’
หลังจากผ่านผืนป่าชั้นใต้ดินมาได้ บัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่อาณาเขตใหม่ ลักษณะเป็บึงอันกว้างใหญ่ขอบเขตไร้สิ้นสุด! ดินโคลนที่อยู่โดยรอบดูเหลว และ อ่อนนุ่มจนยากจะบรรยาย ภายใต้ดินโคลนนั้นจะต้องมีสัตว์อสูรดุร้าย จำนวนมากหลบซ่อนอยู่ ทันใดนั้นฟองอากาศนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาให้เห็น
“กรี๊ดดดดด!”
ในขณะนั้นได้มีผู้รับใช้บางคนวิ่งเข้าไปในบึง แต่ไม่นานนักก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ฉับพลันดินโคลนก็เริ่มสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง และทันใดนั้นเองอสูรั์ร่างดำมะเมื่อม ลำตัวยาวกว่า 3 จั้ง (11.4 เมตร) ก็ปรากฏตัวขึ้น มันพุ่งตัวไล่งับผู้รับใช้ทันที เคี้ยวแหลมคมของมันเจาะทะลุผ่านิั และ เนื้อ ของผู้รับใช้ผู้โชคร้าย จากนั้นมันก็ลากร่างอันโชกเืลงไปใต้บึง!
“ช่วยข้าด้วย!”
ผู้รับใช้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
สถานการณ์ถูกครอบงำไปด้วยความหวาดกลัว สถานการณ์เลวร้ายพุ่งมาหาเขารวดเร็วเกินไป ส่งผลให้ผู้รับใช้ไม่ทันจะได้ทำลายแผ่นศิลาเพลิงแดง
อู่ อวี้ อยู่ไม่ห่างจากผู้เคราะห์ร้ายนัก เขารีบพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือทันที ราวกับว่าไม่เกรงกลัวภยันตรายตรงหน้า แต่เพราะว่าผู้้าความช่วยเหลือนั้นมีมากเกินไป อีกทั้งการโจมตีของอสูรั์ก็รุนแรงอย่างยิ่ง สิ่งที่เขาพอจะทำได้คือพยายามหลบเลี่ยงการโจมตี ขณะพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
“น่ะ นั่นมันจระเข้ฝูซาน!”
อู่ อวี้ เขาจดจำได้ว่า ตอนเขามีระดับยุทธอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 5 เขาเคยต่อสู้กับอสูรร่างั์ชนิดนี้มาก่อน อสูรชนิดนี้มันจะมีเกราะหนาสีดำห่อหุ้มร่างกายของมันเอาไว้ แม้ว่าในตอนนั้นเขาจะใช่คู่ต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามก็ตาม
‘จระเข้ั์ตัวนี้มีหนังหนา และ แข็งแกร่งดุจโลหะ คมกระบี่ธรรมดามิอาจทะลวงผ่านิัของมันได้ หากต้องต่อสู้กับมัน จะต้องโจมตีไปยังจุดอ่อนนั่นก็คือ ดวงตา!’
เนื่องจากเป็ประสบการณ์ที่คุ้นเคย วิธีโจมตีสวนกลับก็แล่นเข้ามาในจิตสำนึกอย่างรวดเร็ว เขาไม่จำเป็ต้องกังวลอีกต่อไป จากนั้นเขาะโพุ่งตัวไปข้างหน้าเล็งเป้าหมายไปที่ดวงตาของจระเข้ั์ฝูซาน เขาโคจรพลังลงไปที่แขนและกระบี่อย่างรวดเร็ว!
* ฉึ่ก! *
คมกระบี่แทงทะลุผ่านดวงตาเข้าไปสู่สมองของมัน!
กระบวนท่านั้นปลิดชีพจระเข้ั์ฝูซานลงอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ยังคงสุขุม เขาดึงร่างของผู้รับใช้ที่อยู่ในปากของจระเข้ั์ออกมา ผิวพรรณของนางละเอียดอ่อนรูปโฉมงดงาม แต่ทว่าเวลานี้ใบหน้าของนางขาวซีด เพราะความเ็ปที่ได้รับาเ็ ร่างกายของนางสั่นเทาขณะจ้องมองมายัง อู่ อวี้ ผู้ช่วยชีวิตนางเอาไว้
“ข้าขอตัวก่อน”
อู่ อวี้ ไม่อยากเสียเวลาไปกับบทสนทนานานนัก เนื่องจากเวลาประชิดเข้ามาทุกขณะ ดังนั้นเขาจึงใช้กระบวนท่าก้าวปีศาจวานร เพียงชั่วพริบตาเขาก็เดินเข้าไปในบึง และ พยายามทรงตัววิ่งไม่ให้ร่างของตัวเองนั้นจมลงไปในโคลน
ในที่สุดศิษย์นิกาย์ สวมใส่ชุดคลุมสีดำก็มาถึงตัวผู้รับใช้ที่ได้รับาเ็ แล้วเมื่อเขาเห็นว่านางไม่ได้าเ็สาหัส เขาก็มองตามแผ่นหลังของ อู่ อวี้ ซึ่งเวลานี้วิ่งลับหายไป ก่อนเขาจะหันกลับมาพูดกับเด็กสาวอีกครั้ง ' หากครั้งหน้าพบเจอกับอันตรายอีก เ้าจะต้องรีบทุบแผ่นศิลาเพลิงแดงรู้หรือไม่!”
“ตกลง! ท่านเทพเซียน!”
‘ขอบคุณท่านมาก’ หลังจากที่เทพเซียน (อู่ อวี้) จากไปไปแล้ว ผู้รับใช้สาวก็มองไปยังทิศทางของ อู่ อวี้ แล้วกล่าวคำว่าขอบคุณด้วยหัวใจของนาง ผู้รับใช้ทุกคนที่เข้ารับการทดสอบในครั้งนี้ล้วนเป็คู่แข่งกันทั้งสิ้น ทุกคนต่างเหนื่อยยากลำบากกับบททดสอบ ไม่มีผู้ใดคิดจะใส่ใจ หรือ คิดหยิบยื่นไมตรีช่วยเหลือผู้อื่น การกระทำของเขาในครั้งนี้ นับว่าเป็เื่หายากเขาเป็บุรุษผู้น่าเลื่อมใส และ น่ายกย่องเป็อย่างยิ่ง
ในระหว่างการเดินทางข้ามบึงน้ำ อู่ อวี้ ได้สังหารล้างอสูรดุร้ายไปได้มากมาย! โดยปกติแล้วสัตว์อสูรเหล่านี้จะมีพลังมหาศาล ฤทธิ์เดชมากมาย แต่การต่อสู้ของมันไร้ซึ่งกลอุบายในการฆ่า ไม่ซับซ้อนลึกซึ้ง เหมือนพวกชาว์ และ มนุษย์สักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ พอๆ กับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็สัตว์อสูรนั้น เขาจึงสังหารพวกมันได้ง่ายดายเสมือนพลิกฝ่ามือ
อู่ อวี้ เห็นเงาร่างของคนจำนวนหนึ่ง อยู่ตรงด้านหน้า
“ในที่สุดข้าก็ได้ออกจากบึงนี้!”
อู่ อวี้ ก้าวเท้าเหยียบลงพื้นดินที่แข็งที่สุด แล้วพุ่งตัวออกจากบึงนี้ไป แต่เขารู้ดีว่าข้างหน้ายังมีอุปสรรคมากมายรอเขาอยู่มีกองหินจำนวนมากวางเรียงราย เห็นได้ชัดว่าที่นี่จะเป็ด่านทดสอบอันน่าสะพรึงกลัวมากที่สุด คลื่นการโจมตีของสัตว์อสูรจะมีทั้งหมด 3 ระลอก และ ที่นี่จะเป็ระลอกคลื่นสุดท้าย
“ฆ่าาาามันนน!” เ้า ตานหลง ร้องะโเสียงดังก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าไปในความมืด
ผู้รับใช้คนอื่น ๆ เริ่ม ทยอยตามออกมาจากบึง ดูเหมือนว่าพลังพวกเขาจะไม่ได้อ่อนแอลงสักเท่าใดนัก เพราะยังไงแล้วพวกเขาก็ถือเป็อัจฉริยะที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์นั่นเอง!
อู่ อวี้ เร่งฝีเท้าตามไปทันที
“อสูรวานรโลหิต!”
เส้นทางด้านหน้าถูกโอบล้อมด้วยก้อนหินั์ และ ถูกบีบให้เหลือเป็ทางแคบๆ สุดปลายทางของเส้นทางนี้คือ ทางออกที่จะนำไปสู่เส้นทางแท่น์ ซึ่งเป็สถานที่ ที่ผู้รับใช้ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึง
แต่ทว่าเส้นทางคับแคบที่ถูกบีบอัดนี้ มีอสูรวานรโลหิตกว่า 300 ตัวขวางกั้นเส้นทางอยู่!
รูปลักษณ์ของอสูรวานรโลหิตเหล่านี้ พวกมันมีขนสีดำ มีเส้นอักขระเรืองแสงสีโลหิต ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วกาย ดวงตาของมันแดงก่ำ และ มีความสูงกว่า 2 จั้ง (7.60 เมตร) หากเอาแขนของ อู่ อวี้ กับเหล่าผู้รับใช้ทั้งหมดมารวมกัน ก็ยังมีขนาดไม่ใหญ่เท่าแขนของมันเลยด้วยซ้ำ! ชื่อของมันคือวานรโลหิต ก็เป็เพราะว่า เมื่อพวกมันได้กลิ่นคาวเืสดๆ ซึ่งเป็อาหารอันโอชะของมันแล้ว มันจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นทันที!
กลิ่นคาวเืลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งป่าหิน
สายตาอันกระหายเืของอสูรวานรโลหิต สุดน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของพวกมันเป็สีแดงก่ำ ทันใดนั้นมันใช้มืออันใหญ่ั์ทุบลงบนหน้าอกของพวกมัน * ตึง ตึง ตึง ตึง!!! * ก้อนหินน้อยใหญ่ที่อยู่บนเส้นทาง เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับว่าพวกมันกำลังตื่นเต้นไปกับวานรโลหิต กลิ่นเหม็นคาวของเืลอยคลุ้งไปทั่วทั้งอากาศ บ่งบอกถึงความป่าเถื่อนและความโเี้ของพวกมัน บัดนี้กลิ่นคาวเืรุนแรงในด่านทดสอบสุดท้าย กำลังสกัดกั้นความฝันที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมของผู้รับใช้
มีวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะมุ่งหน้าเข้าไปสู่เส้นทางแท่น์ได้ก็คือ วิ่งฝ่าฝูงวานรโลหิตกระหายเื พวกนี้ออกไป
แต่ทว่าจำนวนของวานรโลหิต แน่นขนัดแออัดเต็มพื้นที่ ไร้ซึ่งเส้นทางหลบหนี พวกเขาไม่สามารถแทรกตัวลอดผ่านไปได้ ดั่งสำนวนว่าไว้ ไม่มีผู้ใดขี่อาชา โดยไร้ฝุ่นธุลี
“ฆ่า”
ผู้รับใช้ 20 คนแรก ซึ่งสามารถวิ่งออกมาจากบึงได้นั้น ล้วนแต่เป็ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าทั้งสิ้น รวมถึงผู้รับใช้ที่เป็ตัวเต็งทั้ง 3 อีก ในเวลานี้เหล่าผู้รับใช้ทั้ง 20 ต่างผนึกกำลังเพื่อบุกทะลวงผ่านด่านอสูรร้าย! และในตอนนี้ก็ยังคงมีพลังใหม่เข้ามาสมทบจากเื้ั ซึ่งพวกเขาเ่าั้คือผู้ที่หลุดรอดออกมาจากบึงได้นั่นเอง
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ได้เข้าผสมโรงด้วย
* บูมมมม! *
ซึ่งพวกเขานั้นได้พุ่งเข้าใส่ อสูรวานรโลหิต โดยตรง!
* ฉั๊วะ!!! *
อู่ อวี้ ฟันกระบี่ลงไปบนร่างอสูรร้าย คมกระบี่ฉีกกระชากิั และ เนื้อของมันทันที
“โฮกกกกก!”
ความเ็ปที่รับ กระตุ้นความโกรธเกรี้ยวของวานรโลหิต มันยกท่อนแขนมหึมาฟาดเข้าใส่ อู่ อวี้ เพื่อเป็การสวนกลับทันที ตึง!!! * อ๊ากกกก∼∼ * ผู้รับใช้ที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นเพราะแรงเหวี่ยงนั้น ออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ อู่ อวี้ ยังคงสงบนิ่งสีหน้าไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าเขาไม่สะทกสะท้านกับการโจมตีนี้แม้แต่น้อย เขาทำเพียงยกแขนซ้ายของตัวเองขึ้นมาป้องกันการโจมตี
* ตู้มมม! * แรงโจมตีนั้น ทำให้เท้าของเขาจมลงบนพื้นทันที ปรากฏเป็ร่องรอยฝ่าเท้าจมลึกบนพื้นให้เห็น!
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
แม้เขาจะรู้สึกเช่นนั้นก็ตาม แต่ในความเป็จริงแล้วเขากลับรู้สึกประหลาดใจ กับร่างกายของตัวเองมากเสียกว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกฝนเคล็ดวิชา กายาเพชระ ทำให้ร่างกายของเขาสามารถต้านทานการโจมตี ของอสูรั์ได้อีกหลายครั้ง ซึ่งมากกว่าคนปกติทั่วไป! ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของเขายังมีความยืดหยุ่นสูงมากขึ้นอีกด้วย
* ฉั๊วะ!!! *
อู่ อวี้ ถ่ายโอนพลังลงไปยังกระบี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ตวัดกระบี่จนสุดแรง ปลายกระบี่ตวัดเข้าใส่ลำคอของวานรโลหิตทันที ฉับพลันเืสีแดงสดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอของมันราวกับน้ำพุ
* โครม!!!! *
ร่างไร้ิญญาของวานรโลหิต ล้มกระแทกอัดลงกับพื้นทันที
แต่ทว่าพึ่งสังหารมันลงได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น
บนเส้นทางอันคับแคบนี้มีพวกมันมากกว่า 300 ตัว กำลังปิดกั้นเส้นทางความฝันของพวกเขาอยู่ แม้ว่าทั้งสามจะมีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 แต่ความอ่อนล้าก็เริ่มถาโถมเข้ามาใส่พวกเขา าขนาดย่อมระหว่างมนุษย์ และ อสูรในครั้งนี้ เหล่าผู้รับใช้สามารถบั่นหัวของวานรโลหิตไปได้นับโหล
“เป็ไปไม่ได้เลย ที่พวกเราจะสังหารวานรโลหิตทั้งหมด เพื่อฝ่าออกไป”
“การผนึกกำลังโจมตีของพวกเราก็ไร้ประโยชน์ ไร้ความเป็ธรรมสิ้นดี ถ้าเช่นนั้นผู้แข็งแกร่งอาจจะหาจังหวะ และ ช่องโหว่ระหว่างที่พวกเราต่อสู้หลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย”
“แต่นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ละคนต้องจัดการกับวานรโลหิตช่วยตัวเองสู้ให้ได้ เมื่อสบโอกาสก็หาจังหวะเหมาะๆ ก็หลบหนีออกมา”
อู่ อวี้ ตระหนักถึงปัญหาข้อนี้ดีเช่นกัน ข้อเสียเปรียบของอสูรวานรโลหิตนั้นก็คือ ร่างกายอันสูงใหญ่ของมัน ทำให้ผู้รับใช้ทั้ง 3 ที่อยู่ในระดับพลัง์ขั้น 7 สามารถเข้าประชิดตัววานรโลหิตได้ จากนั้นพวกเขาก็ใช้กระบวนท่าเท้าวนไปรอบๆ ใต้ต้นขาของมัน
“โจมตี!”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็อยากไปจากที่นี่เช่นเดียวกัน เขารีบพุ่งตัวออกไปทันที
หากช้าไปกว่านี้เขาจะกลายเป็คนที่ 4 ที่สามารถหลบหนีจากอสูรวานรโลหิตได้
“เ้ามัน!”
ผลจากการต่อสู้ส่งผลให้เวลานี้ร่างกายของ เ้า ตานหลง ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต เขาเป็คนแรกที่สังเกตเห็น อู่ อวี้ หลบหนีออกไป
ในความเป็จริงแล้วเวลานี้ เ้า ตานหลง อ่อนล้าอย่างที่สุด แต่เมื่อเขาเห็น อู่ อวี้ พุ่งตัวออกไป มันช่วยกระตุ้นทำให้เขามีแรงฮึดสู้อีกครั้ง แล้ววิ่งตาม อู่ อวี้ ไปด้วยความเร็วสูงสุด ในฐานะที่เขามีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 หาก อู่ อวี้ ชนะเขาได้ตัวเขาจะได้รับความอัปยศ และ เสียหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!
* ฟึ่บ! *
อู่ อวี้ ยังคงวิ่งพุ่งไปข้างหน้า
เนื่องจากเขามีกระบวนท่าก้าวปีศาจ ทำให้ล่วงรู้วิถีการโจมตีอันซับซ้อนของอสูรวานรโลหิต ดังนั้นเมื่ออยู่ในคลื่นการต่อสู้ เขาจึงไม่รับผลกระทบ หรือ ถูกกดดันจากพลังของมัน เนื่องจากเขาสามารถเคลื่อนไหวหลบหลีก การโจมตีได้ทุกรูปแบบ
“นี่คือด่านสุดท้ายของการทดสอบ ต้องเร่งฝีเท้าแล้ว!”
เมื่อเขามองไปข้างหน้า ก็สังเกตเห็นว่าชิงเิกำลังใช้กระบวนท่าก้าวพริบตาชิงเิของนาง พร์ของนางช่างโดดเด่น แม้มีวัยเพียงแค่ 12 ปี อีกทั้งเวลานี้นางกำลังวิ่งนำหน้าสุดของกลุ่ม
ฝีเท้าของ จื่อ ฮั้ว ก็แข็งแกร่งไม่น้อย เขาเฆี่ยนฝีเท้าตามหลังนางไปติด ๆ
แม้พร์ในด้านวรยุทธของ เ้า ตานหลง จะโดดเด่น แต่ดูเหมือนฝีเท้าของเขาจะด้อยกว่าคนทั้งสอง ดังนั้นเวลานี้เขาตามมาเป็อันดับสาม
“ไม่ได้การ หากยังเป็เช่นนี้ข้าจะต้องตกไปอยู่ในลำดับที่ 4 เป็แน่” ขณะเร่งฝีเท้าอย่างสุดกำลัง อู่ อวี้ ก็เริ่มครุ่นคิดถึงอันดับของตนเองไปด้วย เขารีบคิดหาทางแก้ไข เขานึกถึงเคล็ดวิชากายาเพชระ แต่ทว่าเคล็ดวิชานี้สร้างความแข็งแกร่งในเชิงต่อสู้เท่านั้น และ มันช่วยให้เขารอดพ้นออกมาจากอสูรวานรโลหิตก็จริง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความเร็วในฝีเท้าเร่งได้มากขึ้น!
* โฮกกกกก!!! *
ขณะที่ใกล้ถึงปลายทางที่จะนำไปสู่แท่น์ ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามของอสูรวานรโลหิตร้องดังกึกก้องขึ้นมา ผืนแผ่นดินเริ่มสั่นไหว อันเกิดจากการเคลื่อนตัวของพวกมัน
“แย่แล้ว อสูรวานรมันดูดซับโลหิตจากพวกเรามากเกินไป ทำให้พวกมันพัฒนากลายเป็ปีศาจ! " เ้า ตานหลง กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก ผลกระทบนี้เกิดจากการต่อสู้ดุเดือดของพวกเขา
แม้เวลานี้พวกมันยังไม่ได้เป็ปีศาจ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพวกมัน!
หลังผ่านาสังหารหมู่อสูรวานรโลหิต ได้กดดันให้มันเข้าสู่การพัฒนา พลังของพวกมันพุ่งทะยานอาจจะเทียบเท่าระดับชั้นฟ้า!
โชคยังดีที่การพัฒนา เข้าสู่ขั้นตอนการเป็ปีศาจอย่างสมบูรณ์ต้องใช้เวลา!
เมื่อผ่านขั้นตอนนี้จะทำให้อสูร มีความแข็งแกร่งมากกว่าอสูรปกติ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวมากมายเท่าไหร่นัก ผสมกับความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ ทำให้ความประหลาดใจในครั้งนี้ ใช้เวลาเพียงแค่เล็กน้อย จากนั้นพวกเขาก็วิ่งไปข้างหน้าต่อไป ส่วน อู่ อวี้ ยังคงสังเกตเห็นขั้นการวิวัฒนาการของวานรโลหิต จากอสูรกลายเป็ปีศาจ!
* โฮกกกกก!!!! โฮกกกกก!!!! *
ทันใดนั้นร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็ 2 เท่า ของอสูรวานรโลหิตขนาดปกติ ดวงตาสีแดงก่ำของมันค่อย ๆ จางหายไปอย่างช้า ๆ ส่งสัญญาณให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า มันเริ่มมีการพัฒนาทางด้านสติปัญญา เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้มันจะสามารถกลายร่างเป็มนุษย์ และมันก็จะได้กลายเป็มนุษย์กินคนไปในท้ายที่สุด
“ฆ่าาาามันนน!”
ปีศาจวานรตัวนี้กำลังปิดกั้นทางออกสุดท้าย เราจะต้องฆ่ามันเพื่อผ่านออกไปให้ได้
เ้า ตานหลง ชิง เิ และ จื่อ ฮั้ว ผู้มีพลังยุทธอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 คนทั้งสามเตรียมพร้อมที่จะโจมตีต่อสู้ฟาดฟันกับปีศาจร้าย
กระบวนท่าที่ใช้ สิบสามกระบี่ตระกูลเ้า กระบี่เงากู่ซาน แปดกระบวนท่าสังหารอสูร ตามลำดับ!
ล้วนเป็กระบวนท่าระดับสูง!
“หนึ่งกระบี่เมฆาลอยล่อง”
“กระบี่เงาครองฟ้า”
“รูปแบบสังหารปีศาจ!”
การผนึกกำลังในการโจมตีของทั้ง 3 ได้สร้างริ้วรอยาแไว้บนร่างกายของปีศาจวานรจำนวนมาก แต่าแเ่าั้ยังไม่ร้ายแรงมากพอ แม้การโจมตีครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ แต่มันก็ทำให้พวกเขาเหนื่อยหอบอย่างหนัก
ไม่ใช่ว่า อู่ อวี้ จะไม่้าช่วยเหลือ แต่การโจมตีของทั้งสามได้ปิดช่องทาง จนเขาไม่สามารถแทรกแซงเข้าไปช่วยได้
“โฮกกกกก!”
การโจมตีของทั้งสาม ได้ไปยั่วยุโทสะของปีศาจวานรจนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ทันใดนั้นวานรปีศาจหลอมรวมโลหิตเข้ากับลมปราณ หลังจากที่มันร้องคำรามออกมา มันได้พ่นโลหิตใส่อากาศ โลหิตของปีศาจวานรมีฤทธิ์กัดกร่อน ต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่มันัั ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่รีรอ ทั้ง เ้า ตานหลง และ เหล่าผู้รับใช้ต่างรีบล่าถอยกันอย่างรวดเร็ว!
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สบโอกาสโจมตี เขาจึงคว้าโอกาสโจมตีสุดท้ายนี้ไว้ ด้วยกระบวนท่า
‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรภาสมุทร’
อู่ อวี้ กระชับกระบี่พุ่งตัวผ่านคนทั้งสาม ตรงไปยังปีศาจวานร ฉับพลันคลื่นกระแทกแห่งทะเลตะวันออก ก็พวยพุ่งเข้าใส่ปีศาจวานรทันที!
เวลานี้ยิ่งทำให้ อู่ อวี้ เข้าใกล้ทางออกที่จะนำไปสู่เส้นทางแท่น์มากขึ้น!
...................................................................................................................................