บทที่ 52: ขจัดความอ้างว้าง
แสงไฟแฟลชจากห้องถ่ายภาพสีขาวสว่างจ้ายังคงกะพริบแปลบปลาบวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าและเรือนร่างสะคราญชวนลุ่มหลงของมิลค์เป็นจังหวะถี่กระชั้นรัว เงาของร่างสองร่างที่โอบกอดรัดรึงล้มคร่อมก่ายเกยกันอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตัวยาวใหญ่ทอดยาวทาบลงบนผนังห้องสลัว ดูคล้ายภาพวาดชิ้นเอกแห่งความลุ่มหลงที่หลอมรวมระหว่างแสงสว่างและกิเลสตัณหาในส่วนลึกของเงามืด ผมนอนคร่อมอยู่เหนือร่างอวบอัดนุ่มนิ่มของพริตตี้สาวระดับแนวหน้า สัมผัสอุ่นชื้นและความซ่านเสียวรัญจวนจิตแล่นพล่านสั่นสะท้านจากปลายประสาทส่วนล่างพุ่งตรงสู่ขั้วหัวใจอย่างรวดเร็วจนแผงอกหนาของผมสะท้านไหว
ลมหายใจอุ่นร้อนของมิลค์ที่พ่นรดอยู่ตรงซอกคอและปลายคางของผมในระยะประชิดจนสัมผัสลมหายใจของกันและกันมีท่วงท่ากระชั้นหอบระรัวสลับกับเสียงครางสูดปากเบาๆ ด้วยความตกใจระคนหวาบหวามที่แล่นจู่โจมร่างกายนุ่มหยุ่นจนเธอเกร็งไปทั้งตัว กลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ ที่อวลคลุ้งผสมผสานกับน้ำหอมแนวผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวอันเปี่ยมเสน่ห์ยั่วยวนพวยพุ่งเข้าใส่โสตประสาทของผมราวกับยาพิษรสหวานล้ำที่สะกดใจชาย ผมลอบก้มหน้าลงมองเนินปทุมถันขาวผ่องเต่งตึงอวบอัดสองเต้าที่โผล่ทะลักออกมาเกือบเต็มดวงจากเสื้อเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วบางเบา บัดนี้มันเบียดอัดแน่นยุบตัวอยู่ใต้แผงอกกว้างของผมจนแทบจะไม่มีร่องรอยช่องว่างเหลืออยู่ ยามที่เธอหายใจเข้าออก ทรวงอกคู่งามอันอวบอิ่มสะท้านไหวกระเพื่อมดันยอดอกเบียดชิดติดกับแผ่นอกของผมจนผมสัมผัสได้ถึงแรงตึงแน่นและความยืดหยุ่นที่แสนท้าทายศีลธรรมความถูกต้อง
"พี่... พี่อลันคะ..." เสียงหวานสั่นเครือคล้ายกระซิบพึมพำผ่านริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อที่เผยอออกเล็กน้อยของมิลค์ดังแว่วเข้ามาในหัวสมองของผม นัยน์ตากลมโตหยาดเยิ้มช้อนประกายน้ำใสๆ จ้องมองประสานสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงกิเลสอันลึกล้ำของผมผ่านเงาสลัวตัดแสงไฟแฟลชที่กะพริบดับลงช้าๆ สองมือเรียวบางของเธอยังคงจิกเกร็งกำชายเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไหล่หนาของผมแน่นจนยับย่น ความร้อนผ่าวจากร่างกายของเธอที่แผ่ซ่านผ่านผิวกายนวลเนียนละเอียดลออดั่งแก้วใสกระทบสัญชาตญาณดิบของผมให้ลุกฮือขึ้นมาทีละน้อย มันรบเร้าให้กระหายที่จะก้มลงไปซุกไซ้ซับความชุ่มฉ่ำของเนื้อนุ่มตรงหน้าให้สาสมกับตราบาปแสนหวาน
ทว่าความกังวลใจและปมปัญหาทางศีลธรรมเกี่ยวกับการทรยศหักหลังนิก เพื่อนรักผู้แสนซื่อที่มอบความไว้วางใจและโยนคีย์การ์ดเปิดทางห้องคอนโดสลัวนี้ให้แก่ผมก็สอดแทรกเข้ามาสะกิดใจดั่งมีหนามแหลมคมมาปักอก ผมลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของนิกที่เคยฉายแววเป็นห่วงเป็นใยมิลค์ในบาร์เหล้าค่ำคืนก่อนเข้ามาอยู่ในความคิดชั่ววูบ นิกกำลังตรากตรำทำงานหนักคุมซ้อมทีมแข่งรถที่สนามบุรีรัมย์หวังสร้างอนาคตร่วมกับแฟนสาวคนนี้ แต่ตอนนี้ผมกลับกำลังล้มลงคร่อมทับเรือนร่างที่นิกหวงแหนที่สุด บดเบียดสัดส่วนโค้งเว้าบั้นท้ายอวบอัดที่ผายแน่นตึงเปรี๊ยะล้นโซฟาหนังขยับชิดติดแผงกายผมอย่างแสนบาป
ความสั่นสะท้านในขั้วหัวใจผลักดันให้เราสองคนจมอยู่ท่ามกลางความเงียบงันครู่ใหญ่ ก่อนที่สติสัมปชัญญะอันบางเบาจะเตือนให้หัวใจที่ปั่นป่วนคลายความยึดเกาะ มิลค์เป็นฝ่ายลอบกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ แววตาเยิ้มหยดวูบไหวด้วยความละอายแก่ใจและหวาบหวั่นต่อขีดจำกัดความสัมพันธ์ต้องห้าม เธอค่อยๆ คลายปลายนิ้วมือเรียวบางที่จิกเสื้อของผมออกแล้วขยับพลิกกายเบี่ยงสะโพกผายออกด้านข้างช้าๆ เพื่อเปิดทางให้ผมผละกายขึ้น
"เอ่อ... ขอโทษครับมิลค์ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พอดีล้มลงมาท่าไม่ดีไปหน่อย" ผมแสร้งทำน้ำเสียงทุ้มเอ่ยแก้เก้อ พลางพยุงร่างกายแกร่งขยับลุกขึ้นนั่งตรงบนโซฟาหนัง ก่อนจะยื่นมือออกไปประคองดึงแขนเรียวเล็กของมิลค์ให้ลุกขึ้นตามมาด้วยความสุภาพที่เคลือบแฝงไปด้วยความรัญจวนซาบซ่าน
"มะ... ไม่เป็นไรค่ะพี่อลัน มิลค์ต่างหากที่ไม่ได้ระวังตัว สะดุดขาตั้งกล้องจนทำพี่อลันเจ็บตัวไปด้วยเลย" มิลค์ตอบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานสวยละมุนขึ้นสีแดงซ่านลามลึกไปจนถึงใบหูและลำคอขาวระหง ผิวกายขาวนุ่มยังคงสั่นสะท้านน้อยๆ จากอารมณ์เสน่หาที่ยังไม่มอดดับลงไปง่ายๆ เธอรีบขยับมือดึงเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วที่เกือบจะหลุดร่วงพ้นเนินเนื้อปทุมถันอวบโตขึ้นมาคลุมปิดหน้าอกให้เข้าที่เข้าทาง พลางบิดเนื้อบิดตัวจัดระเบียบกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดเอวต่ำขอบรัดแน่นตึงเปรี๊ยะที่รั้งขยับขึ้นไปจนแทบจะเห็นแก้มก้นกลมกลึงนุ่มแน่น
"มิลค์ชัก... ชักเริ่มหิวน้ำแล้วสิคะ เดี๋ยวขอตัวไปชงเครื่องดื่มเย็นๆ มาดับร้อนดื่มด้วยกันนะคะพี่อลัน" พริตตี้สาวรีบเอ่ยปากเลี่ยงหลบสถานการณ์ชวนสะเทือนใจและหวาบหวามปั่นป่วน เธอขยับลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาขาวยาวสวยอย่างเก้ๆ กังๆ ก่อนจะหันหลังเดินเลี่ยงออกไปจากห้องถ่ายภาพสลัวมุ่งตรงไปยังโซนห้องครัวคอนโดที่อยู่ถัดออกไป ทิ้งให้ผมมองตามบั้นท้ายอวบอัดงอนงามที่แกว่งไกวส่ายโยกเบาๆ ตามแรงเดินสัญชาตญาณหญิงอย่างละสายตาไม่ได้
ผมปล่อยตัวลงพิงพนักโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มลึก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายส่วนล่างที่กำลังร้อนผ่าวขยายคัดตึงบีบรัดใต้ร่มผ้า กลิ่นอายความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวที่อบอวลคลุมห้องถ่ายภาพสลัวนี้สะท้อนชัดเจนในปมความสัมพันธ์ของมิลค์และนิก คอนโดหรูหรากว้างใหญ่ใจกลางเมืองวิจิตรอลังการเพียงใด แต่มันกลับเงียบเหงาอ้างว้างดั่งกรงทองที่ขังนกน้อยแสนสวยไว้ลำพัง นิกเดินทางบ่อยเป็นเวลาเดือนๆ ปล่อยให้มิลค์เผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว ลมพายุภายนอกและความหวั่นไหวภายในใจพัดผ่านเข้ามาทำลายความสัตย์ซื่อได้ง่ายดายยิ่งนัก ความอ้างว้างในจิตใจของเธอนี่เองคือตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดไฟราคะที่พร้อมจะแผดเผาจิตสำนึกของชู้รักให้สูญสลายในพริบตา
เพียงไม่นาน เสียงแก้วกระทบกับถาดวางก็ดังแว่วเข้ามา มิลค์เดินกลับเข้ามาในห้องถ่ายภาพส่วนตัวด้วยท่าทางที่พยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด ในมือเรียวประคองแก้วน้ำส้มคั้นเย็นเฉียบที่มีหยดน้ำเกาะพราวส่องประกายสะท้อนกับแสงไฟดวงเล็กในห้อง เธอเลื่อนยื่นแก้วน้ำแก้วหนึ่งส่งมาให้ผมอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วเรียวบางอุ่นร้อนของเธอบังเอิญสัมผัสโดนผิวหลังมือของผมตอนรับแก้วไป ความรู้สึกเสียวแปลบแล่นปลาบผ่านผิวหนังขึ้นมาอีกครั้งราวกับประจุไฟฟ้าแรงสูง มิลค์รีบก้มหน้าลงต่ำช้อนตามองหลบสายตาผม แววตากลมอ้างว้างเหงาหงอยชวนสงสารนั้นแสดงออกมาชัดเจนจนผมสังเกตได้
"น้ำส้มคั้นเย็นๆ ค่ะพี่อลัน ดื่มแก้กระหายก่อนนะคะ" เธอว่าพลางนั่งลงบนเก้าอี้หมุนหน้าโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์ ขยับตัวไปมาเล็กน้อยพลางยกน้ำส้มของตัวเองขึ้นดื่มรวดเร็วระงับอาการจิตใจสั่นไหวระริก
"ขอบใจครับมิลค์ น้ำส้มคั้นเย็นชื่นใจดีจริงๆ" ผมจิบน้ำส้มคั้นรสเปรี้ยวอมหวานช้าๆ ปล่อยให้อายเย็นดับความร้อนรุ่มที่สุมหน้าอก ก่อนจะเบนสายตาจ้องมองพริตตี้สาวตรงๆ "มิลค์ดูเหนื่อยๆ และกังวลใจจังเลยนะครับ พักนี้งานเยอะมากเลยเหรอ หรือว่ามีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า?"
คำถามทุ้มสุภาพและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของผมประหนึ่งการปลดกลอนประตูกั้นความในใจของหญิงสาว มิลค์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอดูกลมโตสั่นระริกฉายแววความอ้างว้างท้อแท้อย่างเห็นได้ชัด เธอถอนลมหายใจยาวเหยียด เนินหน้าอกอวบอิ่มคู่งามยกกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ พลางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
"ใช่ค่ะพี่อลัน... ช่วงนี้มิลค์กดดันมากเลยค่ะ ลูกค้าผู้สนับสนุนรายใหญ่จ้างมิลค์ถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่เร่าร้อนเพื่อนำไปโปรโมตสินค้าคอลเลกชันใหม่ด่วนที่สุด ต้องส่งไฟล์ภาพความละเอียดสูงทั้งหมดให้เขาตรวจสอบในคืนนี้แล้วค่ะ แต่... แต่มิลค์กลับมีปัญหาห้องถ่ายภาพ อุปกรณ์ไฟแฟลชก็อย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ เสียสัญญาณตลอดเวลา ยิ่งกว่านั้นมรสุมงานที่โถมเข้ามาคือ นิกเขาก็บินไปบุรีรัมย์ยาวเป็นเดือน ไม่มีคนช่วยจัดการเรื่องกล้อง เรื่องแสงไฟ และขจัดปัญหามุมกล้องให้มิลค์เลยค่ะ" เธอระบายเสียงเครียด พลางยกสองมือลูบใบหน้าขาวผ่องเบาๆ ดั่งคนหมดหนทาง
"นิกเขาก็อย่างนี้แหละครับ มุ่งมั่นกับงานแข่งรถจนบางครั้งก็หลงลืมเรื่องคนข้างหลังไปบ้าง" ผมแสร้งพูดน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจพลางเสริมปมความละเลยของเพื่อนรักเพื่อให้มิลค์รู้สึกคล้อยตามถึงความอ้างว้าง "แล้วมิลค์ถ่ายคนเดียวโดยใช้อุปกรณ์กดชัตเตอร์ไร้สายมาตลอดเลยเหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ มิลค์ตั้งกล้องไว้แล้วกดรีโมตไร้สายในมือถ่ายเอง แต่มันลำบากมากเลยค่ะพี่อลัน การถ่ายแบบเซ็กซี่มันต้องเน้นมุมมองที่ชัดเจน ต้องคอยเบี่ยงขา แอ่นโพสสรีระสะโพกหน้าตู้กระจกเงาบานใหญ่เพื่อประเมินความสวยงาม ถ้าการจับโฟกัสของกล้องมันหลุดนิดเดียวภาพก็เบลอใช้ไม่ได้ ยิ่งเรื่องการตั้งไฟและการดูท่วงท่าทรวดทรงการยืนแอ่นสะโพกของตัวเองนี่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ถ่ายออกมาสิบรูปใช้ได้แค่รูปสองรูปเองค่ะ มิลค์อึดอัดใจจนอยากจะร้องไห้ อยู่คนเดียวในห้องใหญ่โตเงียบเหงาแบบนี้ บางทีมันเหงาอ้างว้างจนไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ..." น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นระริกอ้อนวอน ความเปราะบางของหญิงสาวขี้เหงาที่ถูกทิ้งขว้างประจักษ์ชัดอยู่ตรงหน้าผม
ผมลอบประเมินสถานการณ์ ความเหงาและความอ้างว้างของเธอดั่งเชื้อไฟชั้นเลิศ และผมคือเปลวไฟร้อนแรงที่พร้อมจะก้าวเข้าไปแผดเผาทำลายความอ้างว้างนั้นให้มลายสิ้น ผมเลื่อนเก้าอี้ขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด กลิ่นหอมจากเรือนร่างเย้ายวนโชยพัดสะกดอารมณ์ชายหนุ่ม "ถ้างั้น... ให้พี่ช่วยเป็นคนถ่ายแบบให้ดีไหมครับมิลค์? พี่พอจะช่วยตั้งมุมกล้อง ดูแสง และทำหน้าที่กดชัตเตอร์กล้องดิจิทัลตัวหรูของนิกให้เอง รวมถึงพี่จะช่วยเป็นคนตรวจดูท่วงท่า ทรวดทรง ส่วนเว้าส่วนโค้ง ยามที่มิลค์แอ่นสะโพกเบี่ยงขาเรียวโพสท่าให้ภาพออกมาสวยงามสมบูรณ์แบบที่สุดดีไหมครับ?"
มิลค์เงยใบหน้าสวยขึ้นมองผมทันที แววตาของเธอเปล่งประกายความยินดีระคนคาดหวังดั่งคนจมน้ำที่เพิ่งเจอขอนไม้ใหญ่ที่ลอยมาช่วยพยุง "จริงเหรอคะพี่อลัน! พี่อลันจะช่วยมิลค์จริงๆ ใช่ไหมคะ? มิลค์เกรงใจจังเลยค่ะ แต่... แต่มิลค์ก็ต้องการคนช่วยจริงๆ ถ้าไม่ได้พี่อลันช่วยถ่ายแบบค่ำคืนนี้ มิลค์คงไม่มีรูปส่งลูกค้าแน่ๆ เลยค่ะ รบกวนพี่อลันด้วยนะคะ..."
"ไม่มีปัญหาเลยครับมิลค์ พี่เต็มใจช่วยอยู่แล้ว สำหรับมิลค์... พี่ช่วยได้เสมอครับ" ผมกระซิบน้ำเสียงนุ่มทุ้มเน้นคำลึกซึ้ง แววตาสบประสานความนัยส่งสัญญาณสิเน่หาลับหลังเพื่อนรักอย่างชัดเจน มิลค์หลบตาวูบแก้มแดงก่ำแต่ไม่ได้เอ่ยขัดขืนใดๆ ร่างกายของเธอยินยอมรับการปกป้องช่วยเหลือและก้าวเข้าสู่เส้นแบ่งตราบาปแสนหวานนี้ช้าๆ
ผมจัดการเดินไปหยิบกล้องดิจิทัลประสิทธิภาพสูงของนิกขึ้นมาถอดออกจากขาตั้งกล้องขนาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนเป็นแบบถือจับด้วยสองมือแกร่งเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการหามุมกล้องที่ยั่วยวนชวนฝันที่สุด ส่วนมิลค์ก็ขอตัวไปตรวจสอบสภาพเสื้อผ้าหน้าผมหน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ผนังด้านข้างของห้องถ่ายภาพ กระจกบานนั้นมีขนาดกว้างขวางสะท้อนทุกการเคลื่อนไหวและสัดส่วนของเรือนร่างสวยสะพรั่งได้อย่างคมชัดระดับสูง
ฉากหลังสีเทาเข้มตัดกับผิวขาวเนียนเคลือบแก้วของพริตตี้สาววัย 23 ปีอย่างมีมิติ มิลค์เดินก้าวเข้ามาหยุดยืนที่เบื้องหน้ากระจกบานใหญ่ วันนี้เธอยังคงอยู่ในชุดที่ทำให้ชายใดเห็นต้องเกิดความเสียวสยิวคัดตึงกระสัน—เสื้อเกาะอกสีขาวตัวเล็กบางเฉียบประคองปิดบังก้อนเนื้อปทุมถันอวบอิ่มทรงโตสองข้างไว้เพียงครึ่งเต้า เนินอกขาวผ่องนวลละเอียดกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะตามลมหายใจสะท้าน กางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูเอวต่ำขอบรัดแน่นตึงเปรี๊ยะบีบเค้นรอบเอวบางคอดกิ่วจนโค้งเว้าได้รูปนาฬิกาทรายอย่างน่าหวาดเสียว สัดส่วนโค้งเว้าของสะโพกผายที่งอนเต่งตึงบั้นท้ายกลมมนดั่งลูกพีชผลใหญ่สะดุดสายตาทุกครั้งที่เธอเบี่ยงกายขยับตัว เรียวขาขาวผ่องยาวละมุนสลวยไร้ที่ติตั้งแต่หน้าขาอ่อนลงไปจนถึงปลายเท้ายิ่งขับเน้นเสน่ห์สะพรั่งของนางแบบสาวสนามแข่งรถระดับแนวหน้า
"มุมกล้องพร้อมแล้วครับมิลค์ เดี๋ยวเริ่มโพสท่าแรกหน้ากระจกเงาได้เลยนะครับ เดี๋ยวพี่ช่วยเช็กแสงไฟแฟลชและความลงตัวของท่วงท่าให้เอง" ผมบอกพร้อมยกกล้องขึ้นจ่อระดับสายตา นำนิ้วดรรชนีวางทาบบนปุ่มชัตเตอร์
มิลค์พยักหน้ารับคำ ใบหน้าหวานสวยฉายประกายความเป็นพริตตี้มืออาชีพทันที ทว่าน้ำเสียงและแววตากลับแฝงความหวั่นไหวสั่นระริกยามลอบประสานสายตากับผมผ่านเงาสะท้อนในบานกระจกเงา ก่อนที่เธอจะเริ่มโพสท่าโดยการยกสองแขนเรียวขาวขึ้นสอดประสานกันใต้เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลคาราเมลเพื่อรวบผมขึ้นสูง อวดลำคอขาวระหง ไหล่เนียนมนกลมกลึง และไหปลาร้าโค้งงามชวนมองงดงามไร้สายเสื้อชั้นในขัดขวาง ผิวกายนวลเปียกชื้นเหงื่อบางๆ ส่งให้ผิวกายเคลือบแก้วสะท้อนวิบวับใต้แสงไฟในห้องถ่ายภาพ
เธอบิดกายท่อนบนเอียงขวาเล็กน้อย พลางแอ่นสะโพกกลมกลึงงอนงามอวบอัดเบี่ยงออกไปทางด้านหลังอย่างจงใจเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง กางเกงยีนส์สั้นเสมอหูรัดเน้นเนื้อแก้มก้นนุ่มแน่นจนปริล้นออกมาตรงขอบขากางเกงสั้นกุด ขาเรียวสวยข้างซ้ายเบี่ยงเอียงสไลด์ไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อขับเน้นมิติความยาวของขาและสะโพกที่งอนงามได้รูปชวนสยิวกาย
*แชะ! แชะ! แชะ!*
เสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปราคาระดับแสนดังขึ้นถี่ยิบพร้อมกับแสงไฟแฟลชไร้สายที่กะพริบสว่างจ้าแปลบปลาบสาดส่องกระทบผิวกายขาวนุ่มสะท้อนเงางามหยาดเยิ้มของมิลค์ ความตื่นเต้นและกามราคะที่แล่นผ่านเลนส์กล้องสะกดสายตาของผมไว้จนลมหายใจติดขัด จินตนาการดิบทำงานบ้าคลั่งยามมองผ่านหน้าจอหลังกล้อง เห็นเนินทรวงอกอวบตูมเต่งตึงสองเต้าขยับไหวส่ายสั่นระริกตามจังหวะที่เธอขยับเปลี่ยนมุมโพสสะโพก
"ดีครับมิลค์... ภาพสวยมาก ทรวดทรงและสรีระของมิลค์เป๊ะสุดๆ แสงตกกระทบผิวสะโพกงามชวนสะกดใจจริงๆ" ผมเอ่ยคำชมพร่ำเพ้อจากความรู้สึกจริงภายใน แววตากระหายจ้องลึกเข้าไปในเงากระจก มิลค์ได้ยินเสียงเอ่ยชมก็แก้มแดงซ่าน ลอบมองสบตาผมผ่านบานกระจกเงาบานใหญ่ ท่าทีเหนียมอายปนความต้องการขัดแย้งสะท้อนให้เห็นรอยร้าวของความซื่อสัตย์ที่พังลงไปเรื่อยๆ
"ขอบคุณค่ะพี่อลัน... มิลค์ขยับเอียงท่านี้ดีไหมคะ หรือต้องเบี่ยงสะโพกให้งอนขึ้นอีกนิด?" มิลค์ถามเสียงหวานปนหอบสะท้านเบาๆ พลางขยับบิดเอวกิ่วบางบิดเบี่ยงเอียงร่างสะโพกผายอวบอัดมากขึ้น
แต่แล้วในจังหวะที่มิลค์กำลังตั้งใจบิดโพสสะโพกอย่างสุดตัวและแอ่นทรวงอกอวบอิ่มขึ้นสูงเพื่อรับแสงเงาจากแสงไฟด้านบนอย่างสุดกำลัง แรงเคลื่อนไหวและการบิดตัวอย่างรุนแรงทำให้เสื้อเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วที่บางเบาและปราศจากสายเกาะรัดไหล่ ทนแรงเสียดทานและแรงกระเพื่อมไหวจากหน้าอกอวบตูมเต่งตึงไม่ไหว มันเริ่มรูดไถลลื่นหล่นจากเนินอกลงต่ำอย่างรวดเร็ว!
*พรึบ!*
เสื้อเกาะอกสีขาวตัวเล็กบางเบาเลื่อนระดับพรวดหล่นลงต่ำมากองขยุกอยู่ตรงครึ่งล่างของอกอวบสองเต้าอันอวบโต เผยให้เห็นเต้าทรงกลมโตผุดผ่องขาวนุ่มราวกับผลมะพร้าวปอกเปลือกสองผลใหญ่อวดสายตาเต็มพิกัด ปทุมถันสีชมพูระเรื่อสวยงามเกือบจะโผล่พ้นยอดขอบเสื้อเกาะอกที่เลื่อนหลุดลงต่ำเผยให้เห็นความเต่งตึงอวบอัดแทบทั้งหมดแบบไร้สิ่งกีดขวาง ยอดปทุมถันคู่งามสั่นระริกสะท้านไหวกลางแสงไฟในห้องสลัว
"ว้าย!..." มิลค์ส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้างามตื่นตระหนกมือเรียวบางทั้งสองขยับเกร็งไขว้ทาบอกเพื่อช่วยประคองกุมปิดเนินทรวงอกอวบอิ่มที่เกือบหลุดร่วง ทว่าความใหญ่อวบหนาเกินระดับปทุมถันปกติทำให้มือเรียวเล็กทั้งสองของเธอก็ไม่อาจปิดกั้นความงดงามเย้ายวนชวนฝันชิ้นเอกนี้ไว้ไม่มิด
ด้วยระยะประชิดและความรู้สึกเร่าร้อนที่แฝงสิเน่หากามราคะที่พุ่งทะลุจุดเดือด หัวใจของผมเต้นตูมตามโหมกระหน่ำกระเสือกกระสน ความกระสันคัดตึงบีบรัดแก่นกายเขื่องใหญ่อย่างทรมานจนห้ามกิเลสตัณหาไว้ไม่ได้ ผมตัดสินใจวางกล้องดิจิทัลราคาแพงของนิกพักลงบนโต๊ะทำงานข้างกายอย่างเร่งรีบ แล้วก้าวเท้าสืบร่างแกร่งสูงใหญ่รุดตรงเข้าไปหาร่างอวบอัดงดงามสั่นเทาของมิลค์ที่ยืนจำนนหน้ากระจกเงาบานใหญ่ทันที
"มิลค์... อย่าเพิ่งขยับนะครับ เดี๋ยวพี่ช่วย..." ผมเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่าลึกซึ้ง พลางเคลื่อนย้ายกายเข้าไปยืนประชิดติดแนบแผงกายข้างหลังเธอ
สองมือหนาแกร่งของผมยื่นออกไปเบื้องหน้าช่วยดึงขอบเสื้อเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วเลื่อนขึ้นเพื่อปิดทรวงอก แต่ทว่าในห้วงสิเน่หาตราบาปแสนบาป ปลายนิ้วมือหยาบหนาของผมกลับจงใจและกึ่งพลั้งเผลอลากไล้บดเบียดสัมผัสเฉียดฉิวผ่านทรวงอกตูมขาวผ่องอวบอัดและราวนมเนียนนุ่มร้อนระอุ ผิวกายเคลือบแก้วเนียนละเอียดของพริตตี้สาววัย 23 ปีสัมผัสลื่นมือและร้อนระอุชุ่มชื้นเหงื่อบางๆ สองกายปะทะกันเหมือนมีกระแสความร้อนแล่นซ่านทะลวงลึกผ่านเส้นประสาท
*อึก... ซี๊ด...*
เสียงลมหายใจของมิลค์สะดุดกึกในลำคอพร้อมกับอาการเสียวสยิวกายจนสะบัดหน้าอกกระเพื่อมแรง ร่างระหงสั่นสะท้านสะดุดยืนนิ่งงันยินยอมต่อการรุกล้ำสัมผัสเสน่หาอันแสนบาปนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ สองสายตาสบประสานสะท้อนภาพฉากรักต้องห้ามลับหลังแฟนของเธอผ่านบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผมขยับสอดสองมือแกร่งโอบกอดโอบล้อมจากเอวบางคอดกิ่วลากเลื่อนผ่านสะโพกผายที่งอนเต่งตึงและบั้นท้ายแน่นหนาของมิลค์อย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วงรุนแรงไม่อาจหักห้ามใจตัวเองไว้ได้ ร่างระหงของเธอเบียดเอนพิงแนบชิดติดแผงอกกว้างและหน้าท้องแกร่งของผมอย่างอ่อนระทวยเสมือนเรือนร่างขี้เหงาได้รับการปลอบประโลมเยียวยาด้วยรักร้อนแรง
"พี่อลัน... ฮ่ะ... อย่าค่ะ..." ปากเอ่ยคำปฏิเสธแผ่วเบาสั่นสะท้านตามความละอายศีลธรรมชู้รัก แต่เรือนร่างนุ่มหยุ่นเปี่ยมราคะของเธอกลับเบียดกระแทกสะโพกงามแอ่นเบียดชิดติดกับแก่นกายเขื่องใหญ่ใต้กางเกงสแล็กของผมที่บัดนี้ขยายตัวดุนดันบดขยี้อยู่ตรงร่องก้นของเธอผ่านเนื้อผ้ากางเกงยีนส์สั้นเสมอหูอย่างเปิดเผย
ความอ้างว้างและโดดเดี่ยวที่สั่งสมมาแรมปีถูกทลายลงสิ้นเชิง มิลค์ช้อนตามองสบตาผมในเงากระจกเงาบานใหญ่ด้วยความเว้าวอนออดอ้อนกึ่งยอมจำนนต่อกระแสสวาท ผมขยับฝ่ามือโอบรอบสะโพกผายลูบไล้บดเบียดนวดเฟ้นอย่างลุ่มลึก ปล่อยอารมณ์ความขัดแย้งเชิงจริยธรรมพังทลายลงในค่ำคืนนี้ ทิ้งให้เหลือกิเลสราคะร้อนรุ่มที่พร้อมจะเผาผลาญความลับต้องห้ามชู้รักของแฟนเพื่อนให้แหลกสลาย
ผมเลื่อนฝ่ามือหนาทั้งสองข้างลงต่ำลากผ่านแนวต้นขาขาวละเอียดอ่อนนุ่มปาดปัดผ่านขอบกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูเอวต่ำของมิลค์อย่างท้าทาย สองมือหนาแกร่งเลื่อนช้อนใต้สะโพกกลมกลึงเต่งตึงอันอวบอิ่มบีบเค้นเนื้อนุ่มแน่นกลมมนเบาๆ สัมผัสเนื้อก้นอวบโตที่ถูกบีบเค้นสลับนวดคลึงผ่านเนื้อผ้ายีนส์หนาและสอดแทรกแนบชิดกับผิวหลังนวลเนียน ร่างกายระหงของเธอขยับเบี่ยงกระสับกระส่ายสั่นสะท้านส่งเสียงครางอือในลำคอเบาๆ ด้วยความกระสันเสียวซ่านลึกซึ้ง
ผมขยับเคลื่อนร่างสูงใหญ่เข้าไปยืนซ้อนแนบชิดติดแผ่นหลังนุ่มนิ่มของมิลค์จนไร้ทางหนี ร่างกายของเราสองคนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่เบื้องหน้ากระจกห้องถ่ายภาพขนาดใหญ่ที่สะท้อนทุกลีลาลักลอบอันหวานชื่นปนความรู้สึกผิดบาป ยามที่สะโพกหนาของผมบดขยี้กระแทกเน้นลงไปเบาๆ ตรงแก้มก้นนุ่มเด้งของมิลค์ ปลายแก่นกายร้อนระอุภายใต้กางเกงทำงานที่ขยายตัวจนแข็งขึงและคัดเบียดสะโพกของพริตตี้สาวอย่างจังจนเธอต้องสะดุ้งแอ่นตัวรับสัมผัส
"พี่อลัน... มิลค์เสียว... นิกเขา... นิกเขาจะ..." เสียงคร่ำครวญแผ่วโหยหาดังเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่เผยอสั่นระริกของหญิงสาว แววตาของเธอหยาดเยิ้มปรือต่ำจ้องมองการกระทำอันแสนชั่วช้าที่งดงามวาบหวามนี้ผ่านเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ ยอมสยบยอมจำนนต่อตราบาปชู้รักที่แอบแทรกซึมผ่านขอบเขตศีลธรรมอย่างหมดหนทางขัดขืน
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับขยับใช้นิ้วมือแกร่งขวาที่ซุกซนแสนร้ายกาจ ลื่นไหลสอดต่ำสไลด์ลึกรอดเข้าไปใต้ขอบกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดตัวจิ๋วของเธอ ลากไล้ผ่านต้นขาขาวผ่องด้านในอุ่นร้อนจนเกือบสัมผัสลึกถึงเนื้ออ่อนขาหนีบ ผิวเนื้อเนียนนุ่มร้อนผ่าวตรงนั้นตึงแน่นเปียกชุ่มไปด้วยอุณหภูมิร่างกายปะทุแรง สองร่างกอดเหนี่ยวรั้งประคองถูไถลลูบไล้สะโพกและบั้นท้ายเด้งงอนงามหน้ากระจกอย่างเร่าร้อนและยากจะหยุดยั้ง ทิ้งให้ความซื่อสัตย์ของนิกจางหายไปกับอายอุ่นสิเน่หารัญจวนจิตค้างคาที่แผ่ขยายเต็มห้องถ่ายภาพสลัวใต้แสงไฟแฟลชที่กะพริบแปลบปลาบวับแวมฉายส่องตราบาปแสนหวานนิรันดร...
(จบตอนที่ 52: ขจัดความอ้างว้าง)