เทียนมองไปที่เงาิญญาของจอมมารญิน ที่พอเห็นเทียนแล้วเกิดอาการนิ่งไม่กล้าขยับตัว เทียนใช้มือจับไปที่ไหล่ของอาซัน พลังในร่างกายของอาซันพุ่งขึ้นถึงจอมเทพอันดับที่ 10 เชือกมนต์ตรา ที่รัดไว้ขาดกระจุยออกทันที
“ ข้ารอเ้ามาตั้งนานปรากฏร่างเสียทีนะ จอมมารญิน” เทียนเอ่ยเสียงเย็นระเยือก
“ เฮอะ เ้าจะจับข้าได้ยังไง ข้ามาแค่ิญญาเท่านั้น” จอมมารญินพูดเสร็จ ก็ปล่อยพลังิญญาจอมเทพ ระดับ 14 พุ่งกระแทกเข้าใส่เทียนที่ยืนมองอย่างสงบ
พลังยังไม่ทันถึงตัวเทียนเลย ก็กลายเป็ลมพัดเย็นลอยไปในอากาศ จอมมารญินเห็นเช่นนั้น ก็รู้ว่าถ้าจะไม่ดี จึงพุ่งร่างเป็ควันหายวับออกไปไกลลับตาทันที
“ เฮอะ มาในโลกของข้า เ้าคิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้ิญญาชั่วอย่างเ้าไปได้ง่ายๆ “ เทียนพูดจบก็ใช้มือคว้าเข้าไปในมิติ แล้วดึงร่างิญญาของจอมมารญินที่คิดว่าหนีไปไกลสุดหล้า คิดว่าพ้นแล้ว สุดท้ายก็ตกมาอยู่ในกำมือของเทียน
“ เ้าไม่มีทางกำจัดข้าได้หรอก อ้ากกกกก” เทียนใช้ไฟสีน้ำเงินค่อยๆเผาร่างิญญาของจอมมารญินจนไม่เหลือแม้แต่ขึ้เถ้า
“ ไว้ข้ารูว่าหัวใจะเ้าอยู่มิติแห่งไหนก่อน ข้าจะไปจัดการเ้าถึงที่เลย” เทียนพูดเบาๆ
“ พี่ใหญ่มาได้ยังไงเนี่ย” อาซันถามด้วยความดีใจ
“ ข้ามาั้แ่เ้าส่งยันต์ไปดูดเ้าปีศาจนั่นแล้ว” เทียนเอ่ย
“ โธ่ แล้วทำไมไม่ออกมา ปล่อยให้ข้าถูกจับอยู่ได้”
“ ข้าตามจับจอมมารญินมานาน ข้ารู้ว่ามัน้าร่างเ้าชายแห่งรัตติกาล ข้าเลยส่งเ้ามาล่อมัน แล้วมันก็มาจริงๆ “ เทียนอธิบายให้อาซันฟัง
“ เดี๋ยวนะ นี่ข้าเป็เ้าชายแห่งรัตติกาลจริงๆ หรือเปล่า” อาซันสงสัยเสียแล้ว
เทียนไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่ไข่มุกที่คอแฟรี่ แล้วไข่มุกก็ส่องแสงสว่างจ้า แล้วก็มืดแล้วก็สว่างจ้าอีกครั้ง เล่นเอาอาซันมองด้วยสายตาเสียดายนึกว่าตนเองเป็เ้าชายแห่งรัตติกาลตัวจริงเสียอีก ขณะที่คุยกันนั้น ปีศาจอิมป์ไม่กล้าขยับตัวไปไหนได้แต่ยืนอยู่กับที่ เพราะขนาดจอมมารญิน หนีไปไกลลับตาเทียนยังลากกลับมาจนได้ แล้วตนล่ะ ควรจะทำอย่างไรดี เลยแต่แต่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับเทียนไม่พูดอะไรแค่มองตาไปที่ปีศาจอิมป์ มันก็ลอยเข้ามาหาเทียนอย่างว่าง่ายแล้วคุกเข่าไม่ยอมเงยหน้า
“ เ้าทำผิดคิดร้ายต่อผู้คนเป็จำนวนมาก คิดสังเวยพวกพ้องตัวเอง ข้าไม่ฆ่าเ้าแต่ข้าจะทำลายมนต์ตราที่เ้ามีอยู่ ต่อไปเ้าเป็แค่ภูติจิ๋วธรรมดา จงใช้ชีวิตให้ดีเถอะ” เทียนชี้นิ้วไปที่ภูติอิมป์ เปรี้ยง ร่างกายตัวน้อยถอยไปด้านหลัง พลังเวทย์ถูกสลายหายไปจนหมด กลายเป็ภูติธรรมดา
" ขอบคุณนายท่านที่เมตตา" ปิศาจภูติอิมป์คุกเข่าขอบคุณด้วยความขมขื่น
“ พวกท่านที่อยู่ในเมืองคาเซียนาแห่งนี้ ท่านโตคินบอกว่า พวกท่านเคยไปมาหาสู่กัน ข้าจะสร้างประตูมิติให้ เข้าไปดินแดนของข้าได้ ต่อไปนี้เป็ต้นไป แม้ว่าพวกเ้าทุกคนจะไม่มีแสงจันทรา ร่างของเ้าก็จะไม่กลับกลายเป็ต้นไม้อีก นี่คือกฏที่ข้าสร้างให้กับพวกเ้าที่นี่” เทียนชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้า มีเสียงดังครืน เสียงท้องฟ้าขานรับคำสั่งของจักรพรรดิเทียน
“ ขอบคุณนายท่าน” ท่านโตคินและท่านซีซัสกล่าวขอบคุณเทียนทันที
อาซันมองเทียนอย่างปลื้มไม่รู้เมื่อไรจะได้เป็แบบเทียนบ้าง แค่ลมหายใจเดียวก็จัดการวายร้ายได้อย่างง่ายดาย จากนั้นภูติน้อยแฟรี่ก็เข้ามาหาอาซัน ที่ไหล่
“ พี่ซันไว้มีเวลาว่างข้าไปเที่ยวหาท่านอีกนะ” อาซันพยักหน้ายินดี
จากนั้นเทียนกับท่านโตคิน แล้วอาซันก็หายวับกลับไปที่มิติสีทอง
“ พี่ใหญ่ จอมมารญิน มันอยู่ที่มิติไหนกันแน่” อาซันนั่งดื่มชากับเทียน
“ มันอยู่ที่มิติที่ 2 คอยให้สาวกของมันสังเวยชิวิต ผู้บริสุทธิ์ให้มันทุกวัน ข้าสังหารมันแล้ว แต่มันมีหัวใจะ ข้าตามหาหัวใจะของมันไม่เจอ แต่ข้ารู้ว่ามัน้าร่างของเ้าชายแห่งรัตติกาล ข้าจึงให้เ้าเป็ตัวล่อให้มันเข้ามาในโลกของข้า น่าเสียดาย มันทำลายความทรงจำเกี่ยวกับหัวใจะของมัน ข้าเลยตรวจสอบไม่ได้” เทียนอธิบาย
“ ท่านพ่อข้ากลับมาแล้ว “ เสียงทาวอนดังมาแต่ไกลแล้ววิ่งเข้ามากอดเทียนแน่น แต่พอเห็นอาซัน
“ อาซันไม่เจอกันนาน โตขึ้นแล้วหล่อไม่เบาเลยนะ” ทาวอนทักทาย
“ เรียกพี่ใหญ่ซัน อย่าเรียก อาซัน” อาซันไม่ชอบให้ทาวอนเรียกอาซัน
“ อายุก็น้อยกว่าเค้า ยังให้คนอื่นเรียกพี่อีก น่าไม่อาย” ทาวอนย้อนอาซัน
“ แล้วคีรีน อยู่ไหนล่ะ” เทียนถาม
“ อยู่กับแม่ ไปกันเถอะแม่ให้มาเรียกพ่อไปกินข้าวพร้อมกัน อาซันด้วย” ทาวอนบอก
“ บอกให้เรียกพี่ใหญ่ซัน” อาซันยังยืนยัน
“ ฝันไปเถอะ” เทียนต้องยีหัวทาวอนด้วยความเอ็นดู เวลานี้ทาวอนจะครบ 20ปีแล้วไปเรียนที่สำนักดาราเทพ ต้องกลับมานอนที่มิติสีทองทุกวัน ไม่ยอมนอนที่สำนัก คีรินก็เลยไปกลับเช่นกัน
หลังจากกินข้าวพร้อมกันเสร็จแล้ว เทียนก็ให้ดาบ5คม ที่ท่านโตคินสร้างไว้ให้พร้อมใส่จิติญญาให้เรียบร้อยพร้อมใส่พลังผนึกสีขาวไว้ให้ด้วยก่อนจากไปอาซันบอกให้ทาวอนเรียกพี่ใหญ่แล้วจะให้ของวิเศษชิ้นหนึ่ง
สุดท้ายทาวอนก็ได้กระจกส่องธรรม มาเป็เ้าของ แต่อาซันไม่รู้ว่ามันวิเศษอย่างไร ทาวอนได้แต่สังเกตกับคีรินสองคน
“ อาซันบอกมันเป็กระจกวิเศษ แล้วมันวิเศษอย่างไร” คีรินสงสัย
“ นั่นซิ หลอกให้เราเรียกพี่ใหญ่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะวิเศษยังไงเลย” ทาวอนก็สงสัยเช่นเดียวกัน
“ ไปถามพ่อดีไหม “ คีรินเอ่ยถาม
“ ช่างเถอะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันไปนอนเถอะ” ทาวอนไม่ไหวแล้วอยากนอน
คิรินเลยเดินออกไปนอนห้องของตัวเอง ส่วนทาวอนะโขึ้นเตียงนอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว
แต่กลางดึกคืนนั้น กระจกส่องธรรมมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น กระจกเริ่มส่องแสงสว่างกระพริบถี่ขึ้น จนครั้งสุดท้ายกระพริบแสงวาบครั้งสุดท้ายก็หายไป แต่มันไม่จบแค่นั้น ทาวอนก็หายไปจากเตียงด้วย !!!!
ทาวอนลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวที่สุด แต่พอลืมตากว้างขึ้นกลับพบว่าบนเตียงนั้นกลับมีชายคนหนึ่งมานอนข้างๆ ทาวอน ด้วยความใ เลยถีบเปรี้ยง
ผู้ชายคนที่กำลังนอนหลับสบายถูกลูกถีบทาวอน ลอยลิ่วตกเตียงไปติดข้างฝาทันที ชายหนุ่มตื่นขึ้นทันที เพราะได้ยินเสียงร้องของ ทาวอนดังลั่น
“ เ้าเป็ใคร” ทั้งสองต่างส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกัน ทาวอนสำรวจร่างกายอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ว่า ที่นี่คือที่ไหนกันแน่ ไม่ใช่บ้านเรานี่
“ เ้าเป็ใคร แล้วมาอยู่ห้องของข้าได้อย่างไร” ชายหนุ่มวัย 24 ปีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ เดี๋ยวก่อน ตอบข้ามาก่อน ที่นี่ที่ไหน แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ทาวอนไม่ยอมตอบก่อน
“ ที่นี่คือตำหนักเหมันต์ ข้าคือองค์ชายเก้าเซียมัส แล้วแม่นางเล่าชื่ออะไรทำไมจู่เข้ามาในห้องนอนข้าทำไม” เซียมัสถามอย่างใจเย็นขณะมองหน้าทาวอน
“ ตำหนักเหมันต์ แล้วมันเมืองอะไร ดินแดนไหน” ทาวอนยังถามต่อ
“ ที่นี่คือเมืองนภา์ ดินแดนไร้ที่สิ้นสุด จะถามต่อ หรือจะตอบข้าเสียที เ้าเป็ใคร” เซียมันยังตอบอย่างใจเย็นเช่นเดิม
“ ข้าชื่อทาวอน ข้านอนอยู่ในห้องของข้าทำไมตื่นมาถึงได้มาอยู่ที่นี่ ท่านพ่อพาข้ากลับบ้านที “ ทาวอนพยายามติดต่อเทียนทางหยกติดต่อ พยายามเปิดมิติสีทองก็เปิดไม่ได้ ทาวอนเริ่มร้อนใจ เพราะไม่เคยที่จะห่างพ่อห่างแม่ โดยที่ติดต่อไม่ได้เลย ทาวอนเริ่มร้องไห้แล้ว เซียมัสก็ไม่เข้าใจ แต่พอเห็นทาวอนร้องไห้เขาก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงเข้าไปปลอบ แต่เขาไม่เคยปลอบใครมาก่อน จึงได้แต่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“ ทาวอน อย่าร้องไห้ ข้าจะให้คนของข้าตามหาบ้าน และพ่อกับแม่เ้าให้ บอกชื่อมาก็พอ พวกเราจะรีบตามหาให้” เซียมัสไม่รู้จะทำอย่างไร ทาวอนยิ่งสะอื้นไห้หนักเข้าไปอีก แล้วจู่ๆ ทาวอนก็หยุดร้อง
“ ข้าต้องหาทางกลับบ้าน จะมานั่งร้องไห้เช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะทำให้ท่านพ่อเสียชื่อไม่ได้ ข้าคือทาวอน พ่อข้าคือจักรพรรดิเทียน แม่ข้าคือม่านฟ้า ข้าต้องเข้มแข็งข้าจะอ่อนแอไม่ได้” ทาวอนฮึดสู้อีกครั้ง เซียมัสมองทาวอนด้วยความมึนงง
ผู้หญิงคนนี้เป็อะไรกัน จู่ๆก็ร้อง จู่ๆ เงียบทาวอนยืนขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องนอนดูว่าที่แห่งนี้มีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่สุดท้ายมาดูที่กระจกบานหนึ่ง นี่มันกระจกส่องธรรมที่อาซันมอบให้นี่นา มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ ท่านเซียมัส กระจกบานนี้เรียกว่ากระจกอะไร” ทาวอนสงสัย
“ นี่คือกระจกนิรันดร์ ท่านตาของข้ามอบให้มา” เซียมัสเอ่ยแบบตามตรง
“ กระจกนิรันดร์คืออะไร” ทาวอนสงสัย
“ มันเป็กระจกที่ใช้เก็บิญญา ของคนที่รัก ถึงแม้ร่างกายจะจากกัน แต่ว่าไม่สามารถแยกหัวใจทั้งสองให้แยกจากกันได้ชั่วนิรันดร์” เซียมัสอธิบาย
“ แล้วมีวิธีใช้อย่างไร” ทาวอนถามซื่อๆ เพราะคิดว่ากระจกบานนี้อาจทำให้กลับบ้านได้
“ วิธีใช้ก็คือเมื่อคนใดคนหนึ่งต้องตายไป ิญญาคนที่ตายก็มาสิงสถิตในกระจกบานนี้ มันจะช่วยเก็บรักษาิญญาได้ตลอดชั่วนิจนิรันดร์” เซียมัสอธิบายอีกครั้ง
“ แล้วถ้าิญญาอื่นเข้ามาอยู่ก่อน แล้วจะไล่ออกไปได้อย่างไร” ทาวอนยังถามต่อ
“ ไม่มีใครใช้ได้ถ้าไม่มีคาถาเปิดปิดการใช้งาน” เซียมัสเอ่ยตอบ
“ คาถาอะไรหรือ” ทาวอนถาม
“ เ้าอยากรู้ไปทำไม” เซียมัสขมวดคิ้ว
“ เพราะว่ามันอาจทำให้ข้าได้กลับบ้าน” ทาวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“ ได้ แต่เ้าต้องห้ามบอกใครเื่นี้” ทาวอนฟังจบก็ดีใจยิ่งนัก
จากนั้นเซียมัสก็สอนคาถาควบคุมกระจกบานนี้ให้กับทาวอน จากนั้น เซียมัสก็ให้ทาวอนอยู่แต่ในตำหนักแห่งนี้ เขาจะเข้าวัง ไว้เวลาเย็นจะมากินข้าวด้วย
ทาวอนท่องคาถาจนจำขึ้นใจ แต่ไม่สามารถเดินทางผ่านกระจกเข้าไปได้สักที
ท่องจนอ่อนใจกระทั้งเย็น เซียมัสกลับมา ทาวอนยังคงนั่งท่องคาถาอยู่หน้ากระจกแห่งนี้ จนเซียมัสมาตามให้ไปกินข้าวด้วยกัน ท่ามกลางความตะลึง ของคนรับใช้ในตำหนัก ที่จู่ๆ ก็มีแม่นางน้อยคนหนึ่งออกมาจากห้องนอนองค์ชายเก้า
หลังทานอาหารเสร็จ องค์ชายก็ยกห้องนอนให้ทาวอน ส่วนองค์ชายเก้าก็ไปนอนห้องทำงานแทน แล้วสั่งสาวใช้ให้มาดูแลทาวอน ช่วยหาเสื้อผ้าหรือสิ่งใดที่ทาวอน้า ให้หามาให้ทั้งหมด ทาวอนพยายามอยู่สามวันก็หมดปัญญาแล้วเริ่มเบื่อ จึงบอกให้องค์ชายเก้าพาไปชมเมืองหน่อยตามนิสัยของทาวอนที่ชอบเที่ยว
ในขณะที่ในมิติสีทองกำลังวุ่นวายเพื่อตามหาทาวอน เทียนก็ได้เอ่ยถามคีรินว่าใครเอากระจกขังิญญานี้มาให้ทาวอน อาซัน เทียนแหวกมิติแล้วหิ้วอาซันที่กำลังนอนหลับอยู่ที่เตียงมาที่มิติสีทองทันที