แสงอรุณยามเช้าค่อยๆ สาดส่องเข้ามาในห้องพักเล็กๆ ด้านหลังร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเอเดนอย่างอ่อนโยน ส่องกระทบผ้าม่านสีอ่อนที่พลิ้วไหวตามสายลมเบาๆ บรรยากาศภายในห้องยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกายของคนสองคนกับกลิ่นไม้เก่าที่คุ้นเคย มันเป็กลิ่นที่ปลอบประโลมและทำให้รู้สึกปลอดภัย
เอเดนตื่นขึ้นมาก่อน เขาลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วพบว่าเมโลดี้ยังคงนอนซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าของเธอดูสงบและอ่อนโยนในยามหลับใหล ผมสีน้ำตาลเข้มของเธอกระจายอยู่บนหมอนอย่างไม่เป็ระเบียบ เอเดนใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามเส้นผมของเธออย่างแ่เบา ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะะเิออกมาด้วยความสุข
เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะกลับมามีความสุขได้ขนาดนี้ หลังจากที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดมานานหลายปี เมโลดี้คือแสงสว่างที่นำทางเขาออกมาจากความทุกข์ทรมาน เธอคือคนที่เข้าใจเขามากที่สุด และเธอคือคนที่ทำให้เขากล้าที่จะเปิดใจรับความรักอีกครั้ง
เอเดนจูบหน้าผากของเมโลดี้อย่างอ่อนโยน เมโลดี้ขยับตัวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเป็ประกายด้วยความง่วงงุน แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเอเดน เธอก็ยิ้มอ่อนโยน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะเอเดน” เมโลดี้พูดเสียงแ่เบา
“อรุณสวัสดิ์ครับเมโลดี้” เอเดนตอบด้วยรอยยิ้ม
“นอนหลับสบายไหมครับ”
เมโลดี้พยักหน้า “สบายที่สุดเลยค่ะ... เมื่ออยู่กับคุณ”
พวกเขาต่างมองตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้อง แต่คราวนี้ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความสุขที่แท้จริง
เอเดนค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เขาเอื้อมมือไปััหน้าผากของเมโลดี้เบาๆ
“คุณรู้สึกเป็อย่างไรบ้างครับ”
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันสบายดีค่ะ”
แต่ในขณะที่เมโลดี้กำลังจะลุกขึ้นนั่ง เธอก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหัน ร่างกายของเธออ่อนแรงลง และมีอาการไอแห้งๆ เล็กน้อย
“เมโลดี้!” เอเดนอุทานด้วยความใ เขารีบประคองเมโลดี้ไว้แน่น
เมโลดี้เอามือกุมศีรษะไว้ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันที
“ฉัน... ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยค่ะเอเดน”
เอเดนรีบััหน้าผากของเมโลดี้ เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเธอ “ตัวร้อนจี๋เลยครับเมโลดี้ คุณคงไม่สบายแล้ว”
ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเอเดน เขาไม่เคยเห็นเมโลดี้ป่วยมาก่อน เธอเป็คนที่ดูเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้เสมอ การที่เธอป่วยกะทันหันแบบนี้ ทำให้เขาเป็ห่วงมาก
“คุณคงไปทำงานวันนี้ไม่ได้แล้วนะครับ” เอเดนกล่าว
“ผมจะอยู่ดูแลคุณเองครับ”
เมโลดี้พยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกอ่อนแรงเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้
เอเดนรีบลุกขึ้นจากเตียง เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กๆ มาชุบน้ำเย็น แล้วนำมาวางบนหน้าผากของเมโลดี้อย่างแ่เบา “คุณนอนพักผ่อนก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปหายามาให้”
เมโลดี้ยิ้มอ่อนแรง “ขอบคุณนะคะเอเดน”
เอเดนเดินออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว เขาตรงไปยังห้องครัวเล็กๆ ด้านหลังร้าน แล้วเริ่มต้มน้ำร้อนเพื่อชงชาสมุนไพรให้เมโลดี้ เขาเปิดตู้ยา แล้วหยิบยาแก้ไข้และยาลดน้ำมูกออกมา
ขณะที่กำลังชงชา เอเดนก็คิดถึงเมโลดี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะรู้สึกเป็ห่วงใครได้มากขนาดนี้ ความรู้สึกที่อยากจะดูแล อยากจะปกป้องเธอ มันพลุ่งพล่านอยู่ในใจของเขา
เมื่อชงชาเสร็จ เอเดนก็เดินกลับมาที่ห้องพัก เขาพบว่าเมโลดี้ยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด แต่ลมหายใจของเธอดูสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย
เอเดนวางถ้วยชาและยาไว้บนโต๊ะข้างเตียง เขาค่อยๆ นั่งลงข้างๆ เมโลดี้ แล้วใช้มือลูบไล้เส้นผมของเธออย่างแ่เบา
“เมโลดี้ครับ” เอเดนเรียกชื่อเธอเบาๆ
“ตื่นขึ้นมาทานยาก่อนนะครับ”
เมโลดี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอพยักหน้าช้าๆ เอเดนช่วยประคองเมโลดี้ขึ้นนั่ง แล้วยื่นยาและถ้วยชาให้เธอ เมโลดี้ทานยาและจิบชาอย่างช้าๆ
“คุณรู้สึกดีขึ้นบ้างไหมครับ” เอเดนถามด้วยความเป็ห่วง
เมโลดี้พยักหน้า “ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ”
เอเดนยิ้ม “ดีแล้วครับ คุณนอนพักผ่อนต่อนะครับ เดี๋ยวผมจะอยู่ข้างๆ คุณเอง”
ตลอดทั้งวันนั้น เอเดนอยู่ดูแลเมโลดี้ไม่ห่าง เขาคอยเช็ดตัวให้เธอเมื่อเธอตัวร้อน คอยเปลี่ยนผ้าขนหนูบนหน้าผากให้เธอ และคอยป้อนน้ำและอาหารอ่อนๆ ให้เธอเมื่อเธอรู้สึกหิว เขาเลื่อนเก้าอี้ไปนั่งข้างเตียงของเมโลดี้ แล้วอ่านหนังสือให้เธอฟังบ้าง หรือบางครั้งก็เพียงแค่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ เธอ ปล่อยให้เมโลดี้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
เมโลดี้มองเอเดนด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้ง เธอไม่เคยคิดเลยว่าเอเดนจะดูแลเธอได้ดีขนาดนี้ เขาเป็คนที่ดูเงียบขรึมและไม่ค่อยแสดงออกถึงความรู้สึก แต่ในยามที่เธอป่วย เขากลับแสดงออกถึงความห่วงใยและความรักได้อย่างเต็มที่
“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะเอเดน” เมโลดี้ถามขึ้นมาในตอนบ่าย เมื่อเธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
เอเดนยิ้ม “ไม่ครับ ผมอยากอยู่ดูแลคุณมากกว่า”
เมโลดี้ยิ้มอ่อนโยน “ขอบคุณนะคะเอเดน... ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ” เอเดนตอบ
“คุณสำคัญกับผมมากกว่างานครับ”
คำพูดของเอเดนทำให้หัวใจของเมโลดี้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์
ในขณะที่เอเดนกำลังดูแลเมโลดี้อยู่นั้น เขาก็รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยััมาก่อน การได้ดูแลคนที่เขารัก การได้เห็นเธอค่อยๆ ดีขึ้น มันเป็ความรู้สึกที่เติมเต็มหัวใจของเขาอย่างสมบูรณ์
เขาคิดถึงลูน่า... คิดถึงวันที่ลูน่าป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง คิดถึงวันที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากอยู่เคียงข้างเธอ และคิดถึงความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของเขามานานหลายปี
แต่ตอนนี้ ความรู้สึกผิดเ่าั้ได้จางหายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและการยอมรับ เขาเข้าใจแล้วว่าการจากไปของลูน่าไม่ใช่ความผิดของเขา และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขอีกครั้ง มีสิทธิ์ที่จะรักและถูกรัก
เมโลดี้คือคนที่ทำให้เขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เธอคือคนที่ช่วยนำทางเขาออกมาจากความมืดมิด และเธอคือคนที่ทำให้เขากล้าที่จะเปิดใจรับความรักอีกครั้ง
เมื่อค่ำคืนมาเยือน เมโลดี้รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ไข้ของเธอลดลง และอาการไอของเธอก็ลดน้อยลง เธอสามารถลุกขึ้นนั่งและพูดคุยกับเอเดนได้อย่างเป็ปกติ
“คุณเอเดนคะ” เมโลดี้พูดขึ้นมา
“คืนนี้คุณนอนที่นี่กับฉันนะคะ”
เอเดนมองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก “แน่นอนครับเมโลดี้”
พวกเขาเข้านอนด้วยกันในห้องพักเล็กๆ แห่งนั้น เอเดนโอบกอดเมโลดี้ไว้แน่น เมโลดี้ซบหน้าลงกับอกของเขา ฟังเสียงหัวใจของเขาที่ยังคงเต้นระรัวอย่างสม่ำเสมอ
“ผมรักคุณนะครับเมโลดี้” เอเดนกระซิบข้างหูเมโลดี้
“ฉันก็รักคุณค่ะเอเดน” เมโลดี้ตอบเสียงแ่
แสงจันทร์ส่องสว่างเข้ามาในห้องพักอย่างอ่อนโยน มันเป็แสงที่อบอุ่นและปลอบประโลม ราวกับกำลังอวยพรให้กับความรักที่แท้จริงที่พวกเขาได้ค้นพบ
Alice คนชอบทะเล