ข่าวร้ายนั้นทำให้ไอรีนรู้สึกตกตะลึงแต่ก็เพียงไม่นานนัก ถึงอย่างไรเธอก็ได้ผ่านพ้นชีวิตอันยาวนานถึงสามร้อยปีและได้พบเจอการพรากจากมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นเมื่อตั้งสติได้เธอก็สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
หมอเจนภพอนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านได้ ไพลินจึงพาลูกสาวของตนเองเดินทางออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆจนครบ อันที่จริงเธอยังกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูกสาวแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะทุกวันนี้สถานะทางการเงินของครอบครัวเทวอนันต์นับว่าอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วันแห่งการพิพากษา ระบบเศรษฐกิจก็ได้เจอกับคลื่นลูกใหญ่เนื่องจากสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไป โชคร้ายที่บริษัทใหญ่ที่พ่อของไอรีนทำงานอยู่เป็หนึ่งในองค์กรที่ได้รับผลกระทบเต็มเม็ดเต็มหน่วยทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
แม้จะไม่ถึงกับตกงานแต่ก็ถูกลดตำแหน่ง อำนาจและผลประโยชน์ไปมาก เมื่อรวมกับการที่อรุณสามารถปลุกพลังของเขาขึ้นมาได้ในตอนนั้น เขาได้มองเห็นโอกาสที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงและร่วมมือกับเพื่อนสี่ห้าคนที่ปลุกพลังได้สำเร็จเพื่อสร้างกิลด์เอกชนไอยราขึ้นมา ถือเป็กิลด์เอกชนที่ถือกำเนิดขึ้นเป็อันดับต้นๆของประเทศ
กิลด์ไอยรามีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วและยังเป็ชื่อเสียงในทิศทางที่ดีเพราะพวกเขาเลือกที่จะร่วมมือกับรัฐบาลและสมาคมนักล่าประเทศไทยที่อยู่ใน่ตั้งไข่ อาจจะบอกได้ว่ากิลด์ไอยราเป็หนึ่งในผู้สนับสนุนที่ช่วยให้สมาคมนักล่าสามารถผ่าน่เริ่มต้นที่ยากลำบากมาได้ เพราะแบบนี้พวกเขาจึงถูกมองในแง่ดีจากทั้งภาครัฐและประชาชน เรียกได้ว่าสถานะของพวกเขาไม่ต่างจากฮีโร่ของประเทศเลยทีเดียว
สถานะของครอบครัวใน่นั้นต้องอาศัยเงินจำนวนมากเพื่อใช้สำหรับค่ารักษาให้กับไอรีนที่ไม่รู้ว่ามีโอกาสฟื้นขึ้นมาหรือไม่ แต่เพราะความสามารถและความอุตสาหะที่โดดเด่นของอรุณทำให้พวกเขายืนหยัดอยู่ได้
ทว่าแม้การทำงานนักล่าจะมีผลตอบแทนที่สูงแต่ส่วนหนึ่งก็เพราะอรุณมีมาตรการชัดเจนที่จะไม่ให้ผลประโยชน์อยู่เหนืออุดมการณ์ กิลด์ไอยราจึงเลือกที่จะสนับสนุนและรับงานจากรัฐบาลในราคาที่ถูกกว่ากิลด์เอกชนอื่นๆหลายเท่า แม้ราคาเหล่านี้จะดูสมเหตุสมผลและทำให้นักล่ามีรายได้ที่ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดีจนสามารถทำให้พวกเขาร่ำรวยล้นเหลือเท่ากับกิลด์เอกชนอื่นๆเช่นกัน
เพราะความซื่อตรงของอรุณเช่นนี้เอง สถานะทางการเงินของครอบครัวจึงอยู่ในจุดที่พอมี พอใช้และพอเก็บในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามหลังจากที่อรุณหายตัวไป แม้พวกเขาจะได้รับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลและสมาคมนักล่า แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็เพียงเงินหนึ่งก้อนเท่านั้น ไพลินนำเงินเ่าั้มาใช้ในการรักษาลูกสาวและพยายามที่จะทำงานอื่นๆเพื่อหาเงินเพิ่ม แต่มันก็เหมือนถมน้ำลงบนทะเลทราย เงินก้อนที่เหลืออยู่นั้นพร่องลงอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดก็ไม่เหลือมากพอ ทำให้ไพลินต้องตัดสินใจขายบ้านเพื่อนำเงินมาใช้เป็ค่ารักษาให้กับไอรีนต่อไป
ครั้งนี้ก็นับว่าโชคดีเป็อย่างมากที่ไอรีนฟื้นคืนสติมาตอนที่การเงินของบ้านกำลังเจอวิกฤติอยู่พอดีทำให้ไพลินไม่ต้องหาวิธีกู้หนี้ยืมสินมาเพิ่ม เพราะด้วยสถานะของเธอในตอนนี้คงต้องเลือกใช้วิธีกู้นอกระบบเท่านั้น เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินที่จะนำไปใช้ค้ำประกันใดๆได้อีกแล้ว
ไอรีนถูกพามาที่ห้องเช่าซึ่งเป็สถานที่อาศัยของครอบครัวในตอนนี้จึงได้ตระหนักถึงสถานการณ์อันเลวร้ายของครอบครัว หลังจากที่ฟังเื่ราวจากผู้เป็แม่เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย
“แล้วกิลด์ไอยราละคะ? ถึงยังไงคุณพ่อก็เป็ผู้ก่อตั้งกิลด์ขึ้นมา มันน่าจะมีหุ้นส่วนหรือทรัพย์สินที่เป็ของพวกเราอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ?”
ไพลินถอนหายใจ “เื่นี้พูดยากอยู่นะลูก กิลด์ไอยราอาจจะมีทรัพย์สินส่วนกลางอยู่ก็จริงแต่ว่ามันก็ไม่ได้มากมายอะไร เดิมทีระบบของกิลด์จะแจกจ่ายผลตอบแทนจากภารกิจต่างๆให้กับสมาชิกที่มีส่วนร่วมในภารกิจนั้น และหักส่วนกลางเล็กๆน้อยๆเข้ามาให้กับกิลด์เพื่อใช้เป็ค่าดำเนินการ เพราะแบบนี้หลังจากที่คุณพ่อจากไปแล้วก็เท่ากับว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจใดๆของกิลด์อีก”
“แน่นอนว่าเพื่อนๆของคุณพ่อเองก็เห็นใจพวกเราและพยายามช่วยเหลือเราเท่าที่ทำได้ ไม่อย่างนั้นแค่การขายบ้านก็คงไม่พอให้แม่ใช้จ่ายค่ารักษาในโรงพยาบาลให้กับลูกหรอก” นอกจากการรักษาตัวแล้วก็ยังมีค่าเรียนของพารันผู้เป็น้องชายอีกด้วย ความเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้ระบบการศึกษาได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่ากัน กระทรวงศึกษาธิการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนให้สอดคล้องกับการเอาชีวิตรอดในปัจจุบันและอนาคตโดยมีการเพิ่มหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับพลังเวทมนตร์ พลังพิเศษ ดันเจี้ยนและมอนสเตอร์เข้ามาให้เป็ความรู้พื้นฐานของนักเรียนทุกคน
พารันไม่สามารถปลุกพลังขึ้นมาได้หลังจากวันแห่งการพิพากษาทำให้เขากลายเป็คนธรรมดาแต่เขาก็มีความฝันและความ้าของตัวเอง ตอนที่อรุณยังอยู่เขาจึงตั้งมั่นที่จะศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้สามารถรับงานเป็หน่วยสนับสนุนและทีมงานเื้ัให้กับพวกนักล่า ซึ่งโรงเรียนที่สามารถตอบสนองต่อความฝันของเขาได้มีอยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศเท่านั้น และค่าเรียนของมันก็ไม่ใช่ธรรมดาเลย
พอไม่มีรายรับจากอรุณแล้วไพลินจึงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งค่ารักษาและค่าเรียนของลูกชาย พารันที่เติบโตเป็เด็กหนุ่มคนหนึ่งเคยบอกว่าเขาจะออกจากโรงเรียนและหางานทำเพื่อช่วยลดภาระของผู้เป็แม่ แต่ไพลินไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้น
พูดตามตรงในตอนนั้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวจะมีโอกาสฟื้นกลับมาหรือไม่ เธอแค่พยายามยื้อเอาไว้ให้นานที่สุดเพราะไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่าลูกสาวของเธอได้จากไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันเธอก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องทิ้งอนาคตและความฝันไป เพราะแบบนี้เธอจึงกัดฟันแบกรับทุกอย่างมาโดยตลอด และพารันเองก็รู้ดีถึงความรู้สึกของผู้เป็แม่ เขาจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักและตั้งใจว่าจะสอบชิงทุนเข้าสถาบันพิทักษ์ไทย สถาบันใหม่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็มหาวิทยาลัยสำหรับฝึกฝนบุคลากรเข้าสู่สมาคมนักล่าและรัฐบาลโดยเฉพาะ
ถ้าหากได้ทุนการศึกษาในสถาบันนี้และเรียนจนจบ ก็จะทำให้แน่ใจว่ามีงานที่ดีรองรับและมีผลตอบแทนสูง อีกทั้งยังมีสวัสดิการมากมายดียิ่งกว่าพนักงานราชการทั่วไปหลายเท่า จุดที่ทำให้พารันมุ่งมั่นตั้งใจจะเดินในเส้นทางนี้มากที่สุดก็คือถ้าหากเขาได้กลายเป็บุคลากรของสมาคมนักล่า เขาก็จะมีสวัสดิการค่ารักษาสำหรับคนในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่บ้านให้รอดพ้นไปได้
ไพลินเอ่ยถาม “ไอรีน ในเมื่อลูกฟื้นมาแล้วแม่อยากให้ลูกกลับไปเรียนต่อนะ ตอนนั้นลูกบอกว่าอยากเป็นักแสดงนี่”
ไอรีนพูดไม่ออกเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความฝันของตัวเองสมัยที่ยังอยู่ในโลกใบนี้ ตอนนั้นเธอยังเป็แค่เด็กสาวที่ไร้เดียงสา มีไอดอลดาราที่ชื่นชอบและติดตาม พอถึงจุดหนึ่งจึงเกิดความคิดที่อยากจะเป็ดารากับเขาบ้างเพราะตัวเธอเองก็มีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นคนหนึ่งเช่นกัน
แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่ไอรีนคนเดิมแล้ว ไม่ต้องพูดถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ต่อให้กลับมาแล้วโลกยังเป็แบบเดิมแต่ตัวเธอในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว ความฝันที่เก่าแก่เลือนรางนั้นเธอแทบจะลืมมันไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
“หนูว่าจะหางานทำน่ะค่ะ เพื่อรักษาหนูทำให้แม่กับน้องต้องขายบ้าน ในเมื่อตอนนี้หนูฟื้นแล้ว บ้านที่เสียไปหนูจะเป็คนเอามันกลับคืนมาให้เอง แม่กับน้องก็จะได้ใช้ชีวิตสบายมากกว่านี้ด้วย”
ไพลินเอ่ยอย่างไม่เต็มใจ “ไอรีน ลูกไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ในเมื่อตอนนี้ลูกฟื้นแล้วพวกเราก็ไม่ต้องกังวลเื่ค่ารักษาและโรงพยาบาลอีก แม่ทำงานอีกสักไม่กี่ปีก็น่าจะซื้อบ้านใหม่ได้แล้ว”
ไอรีนยิ้มอย่างอ่อนใจ “แม่คะ ตอนนี้โลกไม่เหมือนเดิมแล้วและหนูก็ได้รับโอกาสมา หมอเจนภพบอกว่าสกิลของหนูไม่ธรรมดา มันน่าจะมีประโยชน์และสามารถใช้หางานดีๆได้ไม่ยากเลย”
“ลูกจะไปทำงานเป็นักล่าเหรอ” ไพลินเอ่ยถามด้วยความกังวล เธอเสียสามีไปแล้วคนหนึ่งย่อมกลัวว่าจะต้องเสียลูกสาวไปอีกหนึ่งคน
“ไม่ต้องกังวลนะคะ สกิลของหนูเป็สายสนับสนุนย่อมไม่มีอันตรายอะไร เื่งานหนูจะลองค้นข้อมูลดูอีกทีด้วย”
เมื่อไอรีนยืนกรานว่าเธอจะไม่ได้ไปทำงานเป็นักล่าไพลินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แม้การเงินของพวกเขาจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่พอไม่ต้องแบกรับค่ารักษาแล้วก็ถือว่าผ่อนคลายลงมาก และเพื่อฉลองให้ลูกสาวที่ฟื้นขึ้นมาเธอจึงทำอาหารชุดใหญ่เป็การฉลองกับลูกๆทั้งสองคน
มองดูผู้เป็แม่ที่วุ่นวายอยู่ในห้องครัวเล็กๆสายตาของไอรีนนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น
อาหารถูกเตรียมจนเสร็จเรียบร้อย่ห้าโมงเย็นซึ่งเป็เวลาที่พารันมักจะกลับมาถึงบ้านตามปกติ ไพลินรีบติดต่อไปหาลูกชายเพื่อเร่งให้เขากลับบ้านแต่กลับพบว่าเธอไม่สามารถติดต่อลูกชายได้
“รันแบตหมดหรือเปล่าคะแม่?”
“เป็ไปไม่ได้หรอก มือถือที่รันใช้น่ะเป็เทคโนโลยีแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ผสมผลึกเวทมนตร์จากดันเจี้ยน พลังงานของมันสามารถใช้งานได้นานเป็สิบปีอย่างสบายๆเลย” ถึงอย่างไรอรุณก็เป็ถึงผู้ก่อตั้งกิลด์ไอยราดังนั้นเขาจึงจัดหาสิ่งดีๆมาให้ครอบครัวได้ไม่น้อย
ไอรีนเห็นความกระวนกระวายของคนเป็แม่จึงหลับตาลงก่อนจะขยับนิ้วของตนเองไปมา
‘แม้เราจะไม่ถนัดวิชาทำนายสักเท่าไหร่แต่ด้วยระยะเท่านี้น่าจะไม่มีปัญหาอะไร’
ไอรีนใช้พลังิญญาที่มีอยู่ไม่มากนักเพราะความเสียหายของจิติญญาเพื่อทำการคำนวณชะตาของผู้เป็น้องชาย ด้วยขีดจำกัดด้านพลังและมันยังไม่ใช่วิชาที่เธอชำนาญมากนักดังนั้นสิ่งที่เธอรู้จากการทำนายจึงไม่ได้ละเอียดมากนัก
แม้จะเป็เช่นนั้นแต่ก็มากพอที่จะรู้ว่าตอนนี้น้องชายของเธอกำลังประสบเคราะห์ สีหน้าของไอรีนแปรเปลี่ยนไปเธอรีบเอ่ยว่า “แม่คะ หนูจะไปตามรันที่โรงเรียน แม่รอที่บ้านนะคะเผื่อว่าน้องกลับมาแล้วจะคลาดกัน”
ไม่รอให้คนเป็แม่เอ่ยอะไรร่างบางก็เดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะบอกว่าเป็การเดินและท่าทางของเธอก็ดูลื่นไหลเป็ธรรมชาติแต่มันกลับดูลวงตาเป็อย่างมากเพราะเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเธอก็ก้าวเดินออกไปไกลกว่าสิบเมตรแล้ว
ไอรีนมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่เธอคำนวณได้จากวิชาทำนายชะตา หญิงสาวเรียกใช้สกิล Extra Sense ออกมาเพราะรู้ว่าวิชานี้มีผลแบบเดียวกับญาณวิเศษของเซียน ตอนทดลองใช้ที่โรงพยาบาลเธอค้นพบว่าสกิลนี้ไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์ของเธอในการใช้งานแต่กลับใช้พลังิญญาของเธอแทน เหตุผลที่เธอใช้สกิลแทนที่จะใช้ญาณวิเศษก็เพราะว่าพลังของญาณวิเศษนั้นจะขึ้นอยู่กับพลังิญญา ซึ่งตอนนี้สภาพิญญาของเธอเสียหายจึงทำให้ญาณวิเศษอ่อนแอลงไปด้วย
เมื่อเทียบกันแล้วประสิทธิภาพของสกิลยังให้ผลลัพธ์ดีกว่าญาณวิเศษที่อ่อนแอขั้นหนึ่ง
เมื่อใช้สกิลเธอก็มองเห็นเส้นทางสีดำสายหนึ่งซึ่งเชื่อมต่อกับจิติญญาของตนเองซึ่งเป็ผลมาจากเคล็ดวิชาทำนายที่เธอใช้
“สกิลนี้น่าประหลาดจริงๆ” ไอรีนไม่มีเวลาสำรวจสกิลของตัวเองมากนัก เธอต้องรีบมุ่งหน้าไปหาพารันก่อนที่เคราะห์ของเขาจะเกิดขึ้น ตอนนี้เธอตัวเปล่ามีพลังิญญาน้อยนิดและไม่มีของวิเศษใดๆติดตัวเหมือนตอนที่อยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญ ถ้าหากพารันาเ็เธอก็ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไร
เมื่อคิดแบบนี้ความเร็วของไอรีนก็เพิ่มสูงขึ้น ต่อให้พลังิญญามีอยู่ไม่มากแต่ก็เพียงพอให้เธอใช้ท่าเท้าเหยียบเมฆาได้ ร่างของเธอก้าวออกไปราวกับกำลังโบยบิน เพียงไม่ถึงห้านาทีเธอก็วิ่งจากบ้านเช่าไปถึงพื้นที่อาคารร้างใกล้กับโรงเรียนที่น้องชายกำลังเรียนอยู่
เมื่อกวาดประสาทััไปที่อาคารร้างนั้นสีหน้าของไอรีนก็แปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบ