วันนั้นเกือบทั้งวัน ลูสและญาตาวีพากันคลุกอยู่แต่ในห้องนอน ไม่ไปทำงงทำงานกันเลย ลูสเกงานคนเดียวไม่ว่า ยังพ่วงให้ญาตาวีเกไปด้วยงานด้วยอีกคน ญาตาวีมีหรือที่จะขัดชายหนุ่มตัวโตคนนี้ได้ เธอพยายามหาลูกล่อลูกชน เพื่อจะให้ได้ออกจากห้องสักที แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ออก
“ลูส!! พอแล้วค่ะ ไม่เอาแล้วนะ กุ้งไม่ไหวแล้ว ช้ำไปทั้งตัวแล้ว แล้วก็ระบมไปหมดแล้วเนี้ย!!....”
ญาตาวีเบี่ยงใบหน้าสวยหวานหันเอียงไปด้านข้าง ใช้มือเรียวเล็ก ผลักดันหน้าอกแกร่งบึกบึนที่มีขนขึ้นรำไรเอาไว้ ไม่ให้คนตัวโตที่พลิกกายขึ้นคล่อมทาบทับ และกำลังโน้มตัวลงมา หมายจะเข้าประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มช่างเจรจา
“เฮื่อออ!!.... โอเคๆ หยุดแล้วก็ได้”
ลูสเห็นสีหน้าและท่าทางของคนตัวเล็ก ที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ก็ให้รู้สึกสงสารและสำนึกผิดขึ้นมาทันที
ลูสรู้สึกแปลกใจและประหลาดใจตัวเองอยู่ไม่ใช่น้อย ที่กลายเป็คนหื่นกระหายไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ อย่างนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้สินะ ทั้งที่กับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาก็ไม่เป็อย่างเช่นที่เป็กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็น้องสาวของเพื่อนคนนี้เลย ให้ตายสิ!!
ลูสพลิกกายแกร่งลงไปนอนข้างๆ ร่างบาง แต่ก็ไม่วายที่จะดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนแกร่ง
“เจ็บมากไหม?”
ลูสจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ทำหน้าบูดหน้าบึ้งใกล้ๆ ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“เจ็บค่ะ และก็หิวด้วย”
ญาตาวีพูดอย่างแง่งอน เพราะตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบจะหกโมงเย็นอยู่แล้ว เขาก็ยังไม่คิดจะยอมปล่อยเธอลงจากเตียงนอนอีก ถึงจะได้ทานอาหารเช้า อาหารเที่ยงกัน แต่กิจกรรมที่ทำก็ไม่ว่างเว้นเลย ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา และก็ไปตายอดตายอยากมาจากไหนก็ไม่รู้ ถึงได้จับเธอกินอยู่ได้ตลอดเวเลย จนตอนนี้เรี่ยวแรงของเธอที่มีอยู่ก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว
“งั้นเราไปหาอร่อยๆ ทานกันข้างนอกดีกว่านะ”
ลูสพูดเอาใจคนตัวเล็ก อยากจะไถ่โทษที่วันนี้ เขาเล่นกักขังหน่วงเหนี่ยว และจับกินอยู่แต่บนเตียงนอน ตลอดเวลาั้แ่เช้าจรดเย็น
“จริงนะคะ ไปค่ะ ไปตอนนี้เลยนะคะ”
ญาตาวียิ้มหวานออกมาอย่างดีอกดีใจ ที่จะได้ออกไปข้างนอกแล้ว เธอคิดว่าหากขืนอยู่ในห้องนี้ต่อ คนตัวโตคงไม่วายจับเธอกินอีกไม่รู้อีกรอบต่อกี่รอบแน่เลย ซึ่งนั้นมันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็ควรจะมีลิมิตบ้างอะไรบ้างปะ!!
“ได้สิ!! งั้นเราไปอาบน้ำกันนะ”
คนตัวโตไม่ว่าเปล่า ยันร่างแกร่งลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที ก่อนจะก้มลงช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง โดยไม่ให้คนตัวเล็กทันได้ตั้งตัวกันเลย
“อุ๊ย!!.... ลูส!! กุ้งเดินเองได้ค่ะ และก็ไม่เห็นจะต้องอาบด้วยกันเลย ลูสอาบก่อนก็ได้ หรือไม่กุ้งไปอาบที่ห้องของกุ้งก็ได้”
ญาตาวีหน้าแดงระเรื่อซับสีขึ้นมา มือเรียวเล็กก็ใช้ปิดบนปิดล่างเป็พัลวัน
“จะต้องให้เสียเวลาไปทำไม อาบด้วยกันนี้แหละ”
ลูสไม่รับฟังข้อโต้แย้งใดๆ จากคนตัวเล็กทั้งนั้น เขาก้าวยาวๆ พาร่างบางเข้าไปภายในห้องน้ำ และก็แอบลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อข่มความร้อนรุ่มภายในร่างกายเอาไว้ ไม่ให้ทำอะไรเกินเลยไปอีก
ซึ่งขณะอาบน้ำกัน ลูสพยายามอย่างสุดกำลัง ที่จะไม่ทำผลีผลามในห้องน้ำ จนต้องกัดกรามเอาไว้แน่น จนกระทั่งอาบน้ำกันเสร็จ และแยกไปแต่งตัว โดยญาตาวีแยกไปแต่งตัวที่ห้องนอนของเธอ นั่นแหละความ้าของลูสถึงค่อยๆ สงบลง
และพอคนทั้งสองแต่งตัวกันเสร็จ พร้อมที่สำหรับการเดินทางไปทานอาหารข้างนอกกันแล้ว ก็เดินออกจากห้องมาเจอกันที่บันได ลูสก็ไม่รั้งรอยื่นมือใหญ่ไปจับมือเรียวเล็กมากุมไว้ในอุ้งมือทันที แล้วพาเดินลงบันไดไปยังหน้าตึก เพื่อไปขึ้นรถยนต์คันหรู ไปที่ร้านอาหารที่เขาได้ให้เลขานุการโทรไปจองเอาไว้
เมื่อคนทั้งสองเข้าไปนั่งกัน อยู่ภายในรถยนต์คันหรูกันเรียบร้อยแล้ว คนขับรถก็ขับเคลื่อนรถยนต์คันหรูวิ่งออกไปตามถนน ผ่านประตูรั้วมุ่งตรงออกไปบนท้องถนนใหญ่
“ฮัลโล!! นายครับ ผมพึ่งเห็นคนทั้งสองออกจากคฤหาสน์ เดี๋ยวผมจะติดตามไป และหากมีโอกาสจะรีบจับตัวมาทันทีครับ”
ผู้ชายคนหนึ่งที่แอบซุ่มอยู่ ได้โทรไปรายงานผู้เป็เ้านายให้รับทราบความคืบหน้า ก่อนจะวางสายจากกัน แล้วรีบเดินไปขึ้นรถยนต์ติดตามรถยนต์ของลูสไปห่างๆ
๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙