ตอนที่ 13 — เสียงสะท้อนแห่งสายน้ำ
> คำถามประจำตอน: เมื่อกาลเวลาผ่านไปและความสงบกลายเป็ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทำไมบางครั้งเราจึงยังเผลอสร้างกรอบหรือยึดติดกับความสมบูรณ์แบบในการปฏิบัติธรรม และเราจะหลุดพ้นจากความยึดติดที่ละเอียดอ่อนนี้ได้อย่างไร? (ดูเฉลยท้ายตอน)
>
สายน้ำแห่งแม่น้ำสายเก่าไหลเอื่อยทอดตัวผ่านชุมชนย่านเมืองเก่าของมหานครไซลิคอน เสียงน้ำกระทบตลิ่งดังซ่าเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอภายในบ้านกระจกเงา แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผิวน้ำ สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดไม้สักเข้ามาภายในห้องใต้หลังคา ทอดเงายาวทาบทับพื้นไม้ขัดมันให้ดูอบอุ่นและสงบเงียบ
เซบาสเตียนนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งตัวเดิม แววตาสุกสกาวทอประกายความนิ่งลึก ทว่ารอบกายกลับมีความโปร่งเบาราวกับอากาศธาตุ ข้างกายเขามีรินะและลูคัสที่กำลังนั่งทบทวนบันทึกข้อความและเื่ราวต่างๆ ที่ผู้คนในเมืองส่งเข้ามาแบ่งปันถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน
รินะวางสมุดบันทึกในมือลงบนโต๊ะไม้ ชำเลืองมองกระจกส่องใจต้นแบบที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ซึ่งบัดนี้ทำหน้าที่เพียงสะท้อนความว่างเปล่ารอบตัวอย่างซื่อตรง เธอถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอกปนความสงสัยบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ
รินะ:
"เซบาสเตียนคะ... แม้ว่าพวกเราจะเรียนรู้เื่การปล่อยวางและการอยู่กับปัจจุบันมานานแล้ว แต่บางครั้ง... เวลาที่ฉันนั่งสมาธิหรือพยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติมากๆ ฉันกลับสังเกตเห็นความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นมา มันเหมือนกับความพยายามที่จะทำตัวให้ 'สมบูรณ์แบบ' พยายามรักษาความสงบให้อยู่กับตัวตลอดเวลา จนกลายเป็ความเกร็งและความอึดอัดโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรยึดติด แต่ทำไมความอยากที่จะเป็คนตื่นรู้อย่างสมบูรณ์แบบถึงยังแอบซ่อนอยู่ลึกขนาดนี้ล่ะคะ?"
ลูคัสที่กำลังนั่งขัดเกลาเครื่องมือช่างอยู่ใกล้ๆ วางประแจในมือลงทันที เขาพยักหน้าหงึกหงักด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่ง
ลูคัส:
"จริงด้วยรินะ! เธอพูดโดนใจฉันสุดๆ เลย ่นี้ฉันก็เป็ เวลาทำอะไรสักอย่างแล้วดันเผลอทำพลาดหรือใจลอยไปคิดเื่อื่น แทนที่จะปล่อยผ่านง่ายๆ แบบที่เคยคุยกันไว้ สมองเ้ากรรมดันแอบตำหนิตัวเองในใจว่า 'นี่แกปฏิบัติธรรมยังไงเนี่ย ถึงยังเผลอบ่อยจัง?' กลายเป็ว่าเราสร้าง 'กรอบความดี' หรือ 'กรอบความสมบูรณ์แบบ' มาขังตัวเองไว้เสียเอง มันน่าขำจริงๆ นะว่าไหม?"
เซบาสเตียนหันมามองเพื่อนทั้งสองด้วยรอยยิ้มละมุน แววตาสกาวใสเปี่ยมด้วยความเมตตาอันไพศาล เขายกมือขึ้นประสานไว้บนตักแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกังวาน
เซบาสเตียน:
"ความรู้สึกนั้นไม่ใช่เื่แปลกหรอกครับเพื่อนรัก... เมืุ่์เราหลุดพ้นจากความยึดติดหยาบๆ เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความกลัวได้แล้ว จิตใจที่ละเอียดอ่อนขึ้นมักจะไปติดอยู่กับ 'ความละเอียด' ของความดีและความสงบ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า 'การติดความว่าง' หรือการสร้างกรอบทองคำมาขังตัวเองไว้โดยไม่รู้ตัว เราอยากเป็คนดี อยากเป็คนตื่นรู้ อยากมีความสงบสมบูรณ์แบบ จนลืมไปว่า ธรรมชาติที่แท้จริงของความว่างนั้นไม่มีแม้แต่คำว่า 'ว่าง' หรือ 'ตื่นรู้' ให้ยึดถือ"
รินะเบิกตากว้างเล็กน้อยราวกับแสงสว่างส่องวาบเข้ามาในความคิด เธอนึกถึงความเกร็งที่เคยเกิดขึ้นแล้วพยักหน้ารับอย่างลึกซึ้ง
รินะ:
"อ๋อ... เข้าใจแล้วค่ะ! การพยายามรักษาความสงบหรือความตื่นรู้ด้วยความตั้งใจเกินไป มันก็คือความอยากชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็ตัวการสร้างความอึดอัดขึ้นมาเสียเอง เหมือนกับการที่เราพยายามจับน้ำในกำมือ ยิ่งกำแน่นเท่าไหร่ น้ำก็ยิ่งไหลรั่วออกไปมากเท่านั้น"
ลูคัสหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแล้วเอ่ยเสริม
ลูคัส:
"ฮ่าๆๆ จริงเสียยิ่งกว่าจริง! สรุปคือแม้แต่เื่การปฏิบัติธรรมหรือการมีสติ ก็ยังเผลอเอาอัตตาตัวตนเข้าไปแบกไว้เสียหนักอึ้ง แล้วแบบนี้... เราจะมีวิธีคลายความยึดติดที่ละเอียดอ่อนนี้อย่างไรดีล่ะเซบาสเตียน?"
เซบาสเตียนลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองทอดสายตาออกไปสู่สายน้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเพื่อนทั้งสองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เซบาสเตียน:
"วิธีคลายความยึดติดที่ละเอียดอ่อนที่สุด คือการ 'ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติอย่างแท้จริง' เมื่อมีความรู้สึกอยากจะสมบูรณ์แบบผุดขึ้นมา ก็แค่มองเห็นมันด้วยความรู้สึกขบขันและเมตตา อย่าไปซีเรียสหรือเคร่งเครียดกับการปฏิบัติธรรม จงใช้ชีวิตให้มีความสุข เรียบง่าย และเป็ธรรมชาติเหมือนสายน้ำที่ไหลริน สายน้ำไม่เคยคิดว่ามันต้องไหลอย่างไรจึงจะสมบูรณ์แบบ มันแค่ไหลไปตามแรงโน้มถ่วง ปะทะกับโขดหินก็อ้อมผ่าน ตกลงสู่แอ่งน้ำก็หมุนวน แล้วก็ไหลต่ออย่างอิสระโดยไม่เคยยึดติดกับสิ่งใดเลย"
รินะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปลดปล่อยความเกร็งและความคาดหวังทั้งหมดที่เคยแบกไว้ในใจออกไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ความรู้สึกเบาสบายแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับได้รับการชำระล้างอย่างแท้จริง
รินะ:
"งดงามมากเลยค่ะ... การใช้ชีวิตเหมือนสายน้ำ ไม่ต้องพยายามเป็คนสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ของการเป็ผู้ตื่นรู้ แค่ทำหน้าที่ของตัวเองไปตามกาลเวลา มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยความเบิกบานและปล่อยวาง นั่นแหละคืออิสรภาพที่แท้จริง"
ลูคัสพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องต้องกัน เขาลุกขึ้นยืนแล้วบิดี้เีอย่างสบายอารมณ์
ลูคัส:
"เยี่ยมยอดไปเลย! ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ฉันจะเลิกซีเรียสกับการทำตัวเป็คนมีสติสมบูรณ์แบบแล้ว ผิดพลาดตรงไหนก็หัวเราะให้ตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินต่อ ใช้ชีวิตให้สนุกและเรียบง่ายแบบนี้นี่แหละใช่เลย"
เซบาสเตียนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้าง เสียงสายลมพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาผสมผสานกับเสียงน้ำไหลเบื้องล่าง บรรยากาศภายในบ้านกระจกเงาเต็มไปด้วยความสว่างไสว ปัญญาญาณ และความสุขที่ไร้เงื่อนไข พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปในโลกกว้างด้วยจิตใจที่อิสระและเบิกบานชั่วนิรันดร์
เฉลยคำถามประจำตอน:
เมื่อความสงบกลายเป็วิถีชีวิต ความยึดติดที่ละเอียดอ่อนมักจะแอบแฝงมาในรูปแบบของ "ความอยากมีความสมบูรณ์แบบในการปฏิบัติธรรม" ซึ่งสร้างความเกร็งและความอึดอัดโดยไม่รู้ตัว วิธีหลุดพ้นคือการ "ปล่อยวางความคาดหวังทั้งหมดและใช้ชีวิตให้เป็ธรรมชาติเหมือนสายน้ำ" ไม่ต้องพยายามเป็ผู้ตื่นรู้อย่างสมบูรณ์แบบ แค่รู้เท่าทันความอยากของจิตใจ ยอมรับความผิดพลาดด้วยรอยยิ้ม และไหลไปตามปัจจุบันขณะอย่างอิสระ ปราศจากการยึดมั่นถือมั่นใดๆ ทั้งสิ้น