อารัมภบท
ภายในตรอกเล็กๆแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ปรากฏภาพเด็กชายอายุราว 12-13 ปี ทั้งหมดห้าคน ยืนล้อมเด็กคนหนึ่งอายุประมาณ 12 ปี หน้าตาคมสัน จมูกโด่งได้รูป ผมสีเงินวาวโดดเด่นไว้
“เฮ้! พวกเรานายคิดว่าใครนะ ที่น่าขยะแขยงที่สุด” เด็กที่ตัวโตกว่าเด็กทั้งหมดเอ่ยขึ้น
“แอนโทนี่แอรเดอร์สัน!!” เด็กที่เหลืออีกสี่คนตอบ
“แล้วใครนะที่สมควรถูกเรียกว่าขยะ!”
“แอนโทนี่แอรเดอร์สัน!!”
“แล้วพวกนายคิดว่าใครที่มันเป็ไอ้ตัวประหลาดในเมืองนี้ ฉันจะเฉลยให้เอง คำตอบก็คือ...แอนโทนี่…แอนเดอร์สัน!!!”
ภาพเด็กชายที่คาดว่าน่าจะเป็ผู้นำกลุ่มของเหล่าเด็กที่ยืนอยู่นอกวงล้อมเอ่ยถามเพื่อนของตนพร้อมทั้งคนอื่นๆก็ตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียงปรากฏสู่สายตาของเด็กชายผู้ที่ถูกล้อมเอาไว้ ดวงตาสีดำมืดจ้องมองไปยังเด็กกลุ่มนั้นอย่างโกรธแค้น ทันใดนั้น จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอากาศรอบข้างเย็นลงอย่างฉับพลันทั้งที่เป็ฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่บริเวณโดยรอบเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็งให้เห็น
“แก… แกทำ..อะ..ไร”
กลุ่มเด็กผู้หาเื่เกิดความกลัวขึ้นมากัดกินหัวใจร่างกายสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ทุกสายตาจับจ้องไปยังเด็กชายที่มีชื่อว่าแอนโทนี่อย่างตื่นกลัวเป็อย่างมากเด็กชายทั้งหลายไม่รอช้ารีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตเมื่อเกล็ดน้ำแข็งที่อยู่บนพื้นเริ่มแผ่กระจายเข้ามาเกาะกุมสองเท้าของพวกเขาเอาไว้ทิ้งให้เด็กชายนามว่าแอนโทนี่ยืนนิ่งอยู่ภายใต้ตรอกแคบๆนั้น…เพียงผู้เดียว
“ใช่…ฉันมันคือไอ้ตัวประหลาด แอนโทนี่ แอนเดอร์สัน”
เด็กน้อยก้มหน้าแล้วหลับตาซ่อนความโกรธแค้นและเศร้าใจเอาไว้ ในทุกๆวันแอนโทนี่จะโดนคนอื่นๆในโรงเรียนมาหาเื่บ้างแกล้งบ้าง และทุกครั้งเขาจะได้ยินคนเ่าั้ด่าเขาว่าตัวประหลาดและอื่นๆอีกมากมายจนเขายังอดคิดไม่ได้ว่าตนเองเป็ตัวประหลาดอย่างที่ทุกคนว่าจริงๆใช่หรือไม่จากเหตุการณ์เมื่อครู่ ที่จู่ๆอุณหภูมิรอบตัวเขาก็เย็นลงอย่างฉับพลันนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่มันเกิดแบบนี้มาแล้วสามครั้งและครั้งนี้คือครั้งที่สี่มันมักจะเกิดขึ้นเมื่อเขาโกรธจนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ครั้งแรกที่เกิดคือเมื่อตอนอายุ 5ขวบตอนนั้นเพื่อนๆในโรงเรียนร่วมกันกลั่นแกล้งเขาและแย่งแหวนที่พ่อมอบให้เป็ของขวัญวันเกิดอายุครบ5 ขวบ ในตอนนั้นเองที่แอนโทนี่โกรธมากอย่างไม่เคยเป็มาก่อนจนคิดอยากจะทำร้ายเด็กๆพวกนั้น แต่แล้วจู่ๆอากาศรอบข้างแปรปรวนอุณหภูมิเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเกล็ดน้ำแข็งเล็กแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณโดยมีจุดศูนย์กลางคือตัวเขาหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เขาได้รับสายตาต่างๆ มีทั้งมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัวบ้างดูถูกเหยียดหยาม บ้างมองคล้ายว่าเขาคือตัวประหลาด ในวันนั้นทันที่ที่กลับไปถึงบ้านและเล่าในพ่อกับแม่ของเขาฟังท่านทั้งสองมีสีหน้าใและเป็กังวลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่แม่จะบอกให้เขาอย่าคิดมากและให้ลืมเื่นี้ให้หมดรวมถึงครั้งที่สองและสามที่พวกท่านเอ่ยเช่นนั้นกับเขา
แอนโทนี่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตากระจ่างใสเมื่ออารมณ์และทุกอย่างรอบตัวกลับมาอยู่ในสภาวะปกติสองเท้าเล็กๆก้าวเดินออกจากตรอกแคบๆแห่งนั้นอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะกลับบ้าน…บ้านที่มีคนที่รักเขาอยู่ที่นั่นด้วยความที่ว่าพ่อและแม่ของแอนโทนี่ทำอาชีพเป็นักเขียนอิสระและค่อนข้างจะเก็บตัวทำให้เวลาส่วนใหญ่ทั้งสามคน พ่อแม่ลูกจะใช้เวลาว่างทั้งหมดที่บ้านหลังเล็กแห่งนั้น สองเท้านั้นรีบวิ่งหมายไปให้ถึงจุดหมายอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดได้ว่าวันนี้เป็วันเกิดครบ12 ปีของตนเอง
แอนโทนี่วิ่งมาหยุดยืนที่หน้าบ้านของตนด้วยความเหนื่อยหอบกว่าจะวิ่งมาถึงก็ทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มที่จะมืดมิดไปแล้วมือน้อยนั้นยื่นออกมาผลักบานประตูแล้วพูดเสียงดังด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น
“พ่อฮะ แม่ฮะกลับมาแล้วฮะ”
แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้อารมณ์ตื่นเต้นนั้นหายไปอย่างหมดสิ้นแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาภาพของคนที่สวมชุดคลุมสีดำตัวใหญ่และฮูดปิดบังใบหน้าเอาไว้กำลังง้างไม้บางอย่างในมือขึ้นและชี้ตรงไปยังพ่อของเขาที่มีแม่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดคนๆนั้นเมื่อได้ยินเสียงของเขาก็ค่อนๆหันมาทำให้เห็นใบหน้าของคนๆนั้นผู้ชายในชุดคลุมสีดำ ผู้ที่มีใบหน้าน่ากลัวกว่าทุกคนที่เขาเคยพบเจอมาดวงตาทั้งสองข้างคล้ายปิดสนิทมีเพียงจุดเล็กที่คล้ายกับดวงตาทั้งสองข้างจมูกงองุ้มแหลมประหลาดใบหน้าซีกขวาเป็แผลเป็สีดำทั้งซีกส่วนด้านซ้ายมีรอยกรีดเป็ทางยาว และยิ่งมองไปทางด้านผู้ให้กำเนิดทั้งสองก็ยิ่งทำให้เกิดความหวาดกลัวเป็อย่างมากไหล่ทั้งสองข้างของแอนโทนี่สั่นไหว สองขาไล้เรี่ยวแรงที่จะทรงตัวภาพของแม่ที่มีเืสีแดงสดไหลออกมาจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนเต็มร่างกายกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็พ่อที่มีสภาพไม่ต่างกันแต่ดวงตาด้านซ้ายของบิดาที่คล้ายมีรอยไหม้และมีเืสีแดงปนดำไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“บุตรชายของสตรีและบุรุษผู้สูงศักดิ์สินะ”
เสียงแหบแห้งคล้ายไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังขึ้นเบื้องหน้าชายผู้มีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวนั้นกำลังจะยื่นมือออกมาัักับใบหน้าของเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งพุ่งมาห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้ก่อนสติจะดับวูบลง
“ท่านลอร์ด..”
เมื่อร่างของแอนโทนี่และผู้ให้กำเนิดทั้งสองหายไปก็ปรากฏชายในชุดคลุมสีดำเช่นเดียวกันคุกเข่าลงเบื้องหน้าชายที่ถูกเรียกว่าท่านลอร์ดพร้อมกับส่งบางอย่างให้ชายตรงหน้า
“ฉันััได้…อยู่ในตัวเด็นคนนั้น สิ่งนั้นมันอยู่ในตัวเด็กคนนั้น…ไปตามเด็กนั่นมาฉันจะเป็คนฆ่ามันแล้วเอาสิ่งที่ควรเป็ของฉันคืนมาด้วยมือฉันเอง…..ไป…….ไป!!!!!!!!!!!!”
ทันทีทีชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นหายไปก็ยกบางสิ่งที่พึ่งได้รับมายกขึ้นปิดทับลงไปบนใบหน้าของตน ปรากฏเป็ชายสูงอายุผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาใจดีคนหนึ่งแทนที่ใบหน้าแสนอัปลักษณ์นั้น
“หึ หน้ากากโนนโสโครก”ทันทีที่กล่าวจบก็หายตัวไปอย่างไรร่องรอย