ใบไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้นเผยให้เห็นถึงฤดูการที่เปลี่ยนไป หญิงสาวขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมันคือบ้านที่เธอคุ้นเคยและอาศัยอยู่ที่นั่นมาตั้งเเต่จำความได้ น้ำมนต์ดับเครื่องรถแล้วเดินไปยังประตูรั้วเพื่อรำลึกความหลัง วินาทีนี้เธอไม่สามารถย่างเท้าเข้าไปเหยียบพื้นที่นี้ได้อีกแล้วเพราะหน้าประตูรั้วมีป้ายเขียนชัดเจนว่าประกาศขาย น้ำมนต์ใช้มือลูบไปที่ป้ายประกาศขายด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า สายตาสอดส่องเข้าไปในบ้าน ทำให้เธอเห็นภาพตอนสมัยเธอยังเด็ก ที่เธอวิ่งเล่นกับแม่อยู่ในสวนอย่างสบายใจและมีความสุขมากๆ น้ำใสๆไหลออกจากตา วินาทีที่กระพริบตาภาพเหล่านั้นก็ได้เลือนหายไป ทิ้งไว้เเค่สนามหญ้าอันว่างเปล่า
"แม่จ๋า…ทำไมแม่ทิ้งมนต์ไว้คนเดียวแบบนี้ มนต์เหงาจังเลยค่ะแม่ มนต์คิดถึงแม่ค่ะ ฮือฮือ" น้ำมนต์ได้เเต่เกาะรั้วแล้วยืนมองบ้านของตัวเองอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งใครบางคนขับรถผ่านมาพอดี…เขาจอดรถข้างๆรถของเธอแล้วเดินลงมาดูให้เเน่ใจว่าใช่เธอไหม
"มนต์..น้ำมนต์ใช่ไหม?" น้ำมนต์ปาดน้ำตาแล้วรีบหันมามองเจ้าของเสียง วินาทีนั้นน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ มันก็อั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป น้ำมนต์โผลเข้ากอดเจ้าของเสียงแล้วร่ำไห่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"แก้ว!!ฮือฮือ ..มนต์ไม่เหลือใครแล้วแก้ว ฮือฮือ!!!"
"เกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมบ้านมนต์ถึงปิดประกาศขายแบบนี้"
"มนต์อยากหนี..แก้วช่วยมนต์หน่อยได้ไหม..มนต์ไม่มีใครแล้วแก้ว ฮือฮือ..แม่มนต์เสียแล้ว ฮือฮือ!!!"
" ใจเย็นๆก่อนนะ ไปบ้านแก้วก่อนดีกว่า ค่อยๆลุกนะ เดี๋ยวแก้วให้คนมายกรถให้ มนต์ไปกับแก้วนะ…" ช่อแก้วคือคนสุดท้ายที่แก้วยังเหลืออยู่ โชคดีที่เธอผ่านมาในช่วงที่มนต์ต้องการความช่วยเหลือพอดี ช่อแก้วพาน้ำมนต์มาตั้งสติและพักผ่อนที่บ้านก่อน ตอนนี้น้ำมนต์รู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งกายและใจ เธอเล่าเรื่องสาเหตุการตายของแม่เธอให้ช่อแก้วฟัง รวมถึงเรื่องที่เธอโดนปอร์โต้ทำร้ายจิตใจมาด้วย ช่อแก้วได้ฟังแล้วก็นึกสงสารมาก ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุที่น้ำมนต์ทำตัวเเปลกๆก็เพราะเรื่องนี้นั่นเอง
"แก้วรู้ว่าตอนนี้มนต์ยังไม่สบายใจและไม่อยากเจอหน้าใคร เอาเป็นว่ามนต์พักที่นี่ให้สบายใจ จะอยู่นานเเค่ไหนก็ได้ บ้านหลังนี้แก้วอยู่กับแม่เเค่สองคน มีมนต์มาอยู่ด้วยจะได้อบอุ่นขึ้นเนาะ"
"ขอบใจแก้วมากนะ..ไว้มนต์มีที่ไปมนต์จะไม่รบกวนแก้วอีก"
"แก้วไม่เคยมองว่ามนต์รบกวนแก้วเลย มนต์คือเพื่อนสนิทของแก้วและกำลังจะเข้ามาเป็นคนในครอบครัวเดียวกับแก้วแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากนะและก็ไม่ต้องไปหาที่อยู่ใหม่แล้ว..อยู่ที่นี่แหละ..ตลอดไปเลยดีไหม?"
"ไม่ได้หรอก มนต์ไม่อยากทำให้แก้วกับแม่ต้องเดือดร้อน" น้ำมนต์มองหน้าแก้วและทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง ทว่าแก้วไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น เธอดึงตัวน้ำมนต์เข้ามากอดให้กำลังใจ พร้อมกับใช้มือลูบหลังน้ำมนต์อย่างเเผ่วเบา น้ำมนต์น้ำตาไหลพรากเมื่อรู้ว่าเพื่อนคนนี้ยินดีจะช่วยเหลือเธอทุกทาง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เหลืออะไรเลยก็ตาม
"ถ้ามนต์อยากร้อง..ก็ร้องออกมาให้พอเลย แก้วอยู่ตรงนี้ยินดีรับฟังมนต์เสมอและแก้วจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้านมนต์ได้อีก แก้วสัญญาว่าจะไม่มีใครรู้ว่ามนต์อยู่ที่นี่ โอเคไหม?"
"ขอบคุณนะแก้ว" น้ำมนต์รู้สึกถึงความปลอดภัยเมื่อเธอได้อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนคนนี้ เธอหวังว่าหลังจากนี้เธอจะใช้ชีวิตในแบบของตัวเธอเอง กลางดึกคืนนั้นโต๊ะอาหารถูกจัดเรียบร้อย ทั้งแก้วน้ำมนต์และแม่ลงมานั่งทานข้าวพร้อมกัน แม่ของแก้วตักอาหารให้น้ำมนต์
"ทานเยอะๆนะน้ำมนต์ พักนี้แม่ว่าหนูผอมไปเยอะเลยนะ ยัยแก้วจะจ้ำม้ำกว่าหนูแล้วเนี้ย"
"ขอบคุณค่ะแม่"
"นี่แม่..ทำไมต้องแวะมาแขวะแก้วด้วยละคะ…นี่มนต์..คืนนี้นอนห้องแก้วนะ แก้วมีเรื่องมากมายอยากจะพูดให้มนต์ฟังด้วยแหละ"
"ได้..เอ่อ..แม่คะห้องน้ำไปทางไหนคะ.."
"ทางโน้นเลยจ้ะ" หญิงสาวใบหน้าเศร้าขอตัวลุกไปห้องน้ำเพียงเพราะเธอรู้สึกคิดถึงเเม่ทุกครั้งที่เห็นแก้วกับเเม่ของเธอพูดคุยกัน ภาพเหล่านั้นมันทำให้น้ำมนต์นึกถึงภาพทรงจำเก่าๆที่เธอนั่งทานข้าวกับแม่สองคน น้ำมนต์สุดจะอัดอั้นความรู้สึกเสียใจเอาไว้ได้ เธอจึงแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำนั่นเอง ในตอนนี้น้ำมนต์รู้สึกเหมือนตัวเองเปรียบเสมือนนกไร้คอนก็ไม่ปาน เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ช่อแก้วรู้สึกว่าน้ำมนต์เข้าห้องน้ำนานเกินไปแล้ว เธอจึงจะลุคไปดู จังหวะนั้นเองเสียงมือถือแก้วก็ดังขึ้น ซึ่งเบอร์ปลายสายก็คือเบอร์ของบอสตันนั่นเอง
"จะโทรมาทำไมอีก คนโกหก! เชอะ" ช่อแก้ววางมือถือคว่ำลงบนโต๊ะแล้วนั่งกอดอกเหมือนคนขี้งอน เเม่ที่รู้ว่าใครโทรมาและสนับสนุนให้บอสจีบช่อแก้ว เธอรีบหงายมือถือขึ้นมาเเล้วกดรับ ทำเอาช่อแก้วถึงกับตกใจแล้วหันไปสบถคำใส่แม่เธอทันที
"(ฮัลโหล ฮัลโหลแก้ว ได้ยินฉันไหม แก้ว ฮัลโหล)"
"แม่!!..รับสายทำไมเนี้ย?"
"เขาอุตส่าห์โทรมาก็คุยกับเขาหน่อยสิลูก"
"แต่หนูไม่อยากคุยนี่คะ" สองแม่ลูกกระซิบกระซาบกันเพราะไม่อยากให้ปลายสายได้ยิน เเต่เเล้วเเม่ก็เอื้อมมือไปเปิดลำโพงและพูดคุยกับบอสตันโดยไม่ฟังคำสั่งห้ามของช่อแก้วเลย
"อ้า..บอสหรอลูก ว่าไง อ้า..แก้วก็อยู่นี่ล่ะลูก อ่ะ คุยกันนะแม่ขอตัวไปล้างจานก่อนละกัน อ่ะแก้ว"
"แม่!!!"
"คุยๆไปเถอะหน่า! เร็วๆ!" ช่อแก้วทำหน้าบึ้งก่อนจะรับมือถือจากแม่มาคุย ด้วยความที่ยังงอนอยู่เธอจึงตอบไปด้วยน้ำเสียงฮ่วนๆ
"(ฮัลโหลแก้ว.)."
"อืม..มีอะไรก็รีบๆพูดมา ฉันจะไปนอนแล้ว"
"(ออกมาหาผมหน่อยเร็ว หน้าบ้าน)"
"อะไรนะ!!" แก้วตกใจเมื่อจู่ๆบอสตันก็บอกมห้เธอออกไปหาที่หน้าบ้าน แก้วรีบไปเปิดม่านหน้าต่างดูก็พบว่ามีรถสีจาวจอดอยู่หน้าบ้านจริงๆ แก้วมองซ้ายมองขวาเพราะกลัวว่าใครจะเห็น..แก้วปิดม่านเเล้วเดินมายืนอยู่กลางบ้าน เธอส่องเข้าไปในครัวและส่องไปที่หน้าประตูห้องน้ำเพื่อเช็คให้เเน่ใจว่าจะไม่มีใครออกมาตอนนี้
"นายมาที่นี่ได้ยังไง นายเจ็บอยู่ไม่ใช่หรอ?"
"(ใช่..ฉันเจ็บอยู่ .เเต่ฉันต้องมาอธิบายให้เธอเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดมันคืออะไร เร็ว..ออกมา!)"
"ไม่..นี่มันก็ดึกมากแล้ว..นี่อย่าบอกนะว่านายหนีโรงพยาบาลออก มาน่ะ กลับไปได้แล้วฉันจะนอนแล้ว"
"(เธอจะออกมาดีๆหรือจะให้ฉันบุกเข้าไป เธอรู้ใช่ไหมว่าแม่เธอไฟเขียวให้ฉันอยู่แล้ว)" ช่อแก้วไม่มีทางเลือกเพราะถ้าเธอปล่อยให้บอสตันเข้ามา เขาต้องรู้เเน่ๆว่าน้ำมนต์อยู่ที่นี่และเพื่อนสนิทกันขนาดนั้นมีหรือที่บอสตันจะไม่เล่าให้ปอร์โต้ฟัง ช่อแก้วหันไปมองซ้ายขวาอีกทีก่อนจะค่อยๆเปิดประตูออกไปหาบอสตันที่หน้าบ้านเเต่โดยดี