# ตอนที่ 5 — ทางเดินที่ไม่สิ้นสุด (The Infinite Corridor)
พล็อต:
พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งแจ้งความว่าเขาติดอยู่ในทางเดินหนีไฟของตึกวนไปวนมาเป็เวลา 3 ชั่วโมง โดยที่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงชั้นล่าง และทุกครั้งที่เปิดประตูเขาก็จะกลับมาที่ชั้นเดิมเสมอ
---
บรรยากาศภายในบันไดหนีไฟของตึก "เอ็มไพร์ทาวเวอร์" นั้นเงียบเชียบและมีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบเป็จังหวะ 'คุณวิชัย'พนักงานบัญชีวัยกลางคนนั่งหอบหายใจอยู่ที่ขั้นบันได ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและความหวาดกลัว
"ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยที..." เขาพึมพำพลางมองไปที่ป้ายบอกชั้น... 'ชั้น 14' เขาเพิ่งเดินลงมาจากชั้น 14 เมื่อกี้แท้ๆ แต่ทำไมเขายังอยู่ที่เดิม!
---
"พี่เมฆาครับ! นี่มันปรากฏการณ์ 'ผีบังตา' ของจริงครับ!" วรุฒ พูดพลางถือเข็มทิศที่หมุนติ้วไปมา "คุณวิชัยเขาเดินวนอยู่ที่เดิมมา 3 ชั่วโมง ทั้งที่ประตูทุกบานก็ไม่ได้ล็อก แต่มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างบิดเบือนมิติไว้ครับพี่!"
จิตรา เดินตรวจเช็กสัญญาณโทรศัพท์ "แปลกมากค่ะพี่เมฆา สัญญาณ GPS ในบริเวณบันไดหนีไฟนี้มันเพี้ยนไปหมด เหมือนพิกัดมันะโไปมาตลอดเวลา"
เมฆา เดินลงบันไดช้าๆ เขาไม่ได้มองที่ป้ายบอกชั้น แต่เขากลับใช้ เครื่องวัดความถี่เสียง (Frequency Analyzer) จ่อไปที่ผนัง "วรุฒ นายรู้สึกเวียนหัวหรืออยากอาเจียนบ้างไหม?"
"รู้สึกครับพี่! ผมนึกว่าผมเมารถ แต่ผมเดินอยู่นะพี่!" วรุฒตอบพลางเอามือปิดปาก
เมฆาหยุดเดินแล้วชี้ไปที่พัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่เหนือหัว "นั่นไงต้นเหตุ... คลื่นเสียงความถี่ต่ำพิเศษ (Infrasound) ที่ความถี่ประมาณ \[19 \text{ Hz}\]"
"ความถี่ระดับนี้คือความถี่เรโซแนนซ์ (Resonance) ของลูกตามนุษย์ครับ" เมฆาอธิบาย "เมื่อเราได้รับคลื่นเสียงนี้ต่อเนื่องกัน มันจะทำให้ลูกตาสั่นะเืเล็กน้อยจนเกิดภาพหลอน (Visual Hallucinations) โดยเฉพาะในที่มืดสลัว สมองจะเริ่มแปลผลผิดพลาด เห็นทางเดินยาวขึ้น หรือเห็นเงาตะคุ่มที่มุมสายตา"
"แต่ป้ายบอกชั้นล่ะคะพี่เมฆา? คุณวิชัยบอกว่าเขาเห็นป้ายชั้น 14 ตลอดเลย" จิตราถาม
เมฆาเดินไปที่ป้ายชั้น 14 แล้วใช้ไฟฉายส่องเข้าไปที่ขอบป้าย "มันไม่ใช่ป้ายจริงครับ แต่มันคือ จอ E-ink ขนาดจิ๋วที่ถูกโปรแกรมไว้ให้เปลี่ยนเลขตามแรงสั่นะเืของการก้าวเท้า ใครบางคนติดตั้งเซนเซอร์วัดแรงสั่นะเืไว้ที่ขั้นบันได ทุกครั้งที่คุณวิชัยเดินลงไปหนึ่งชั้น ระบบจะเปลี่ยนเลขป้ายที่ชั้นล่างให้เป็เลขเดิม เพื่อหลอกให้เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ที่เดิม"
"แล้วเขาทำไปเพื่ออะไรครับพี่?" วรุฒถามพลางมองไปรอบๆ
"การทดลองจิตวิทยาเื่ 'ภาวะสิ้นหวังที่เรียนรู้ได้' (Learned Helplessness)" เมฆาตอบพลางดึงสายไฟที่ซ่อนอยู่หลังป้ายออก "ถ้ามนุษย์รู้สึกว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไร้ผล สมองจะเริ่มชัตดาวน์และยอมจำนนต่อสถานการณ์... ดูนั่นสิ"
เมฆาชี้ไปที่กล้องวงจรปิดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด "มีคนกำลังเฝ้าดูปฏิกิริยาของคุณวิชัยอยู่จากห้องควบคุมตึก"
---
เมื่อเมฆาตัดระบบรบกวนและปิดพัดลมระบายอากาศ ภาพหลอนก็หายไป คุณวิชัยเริ่มมองเห็นทางออกที่แท้จริงซึ่งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
"ขอบคุณครับ... ขอบคุณจริงๆ ผมนึกว่าจะต้องตายในนี้ซะแล้ว" คุณวิชัยร้องไห้ด้วยความโล่งอก
วรุฒเดินตามเมฆาออกมาจากตึก "พี่ครับ แล้วเื่พิกัด GPS ที่มันโดดไปมาล่ะครับ?"
"อ๋อ... นั่นฉันทำเองแหละวรุฒ" จิตราตอบพลางยิ้มกวนๆ "ฉันแค่ลองใช้เครื่องรบกวนสัญญาณดูว่านายจะสังเกตเห็นไหม สรุปคือนายไม่ได้ดูพิกัดเลย นายดูแต่เข็มทิศของเล่นนั่น!"
วรุฒหน้าเหวอ "โธ่พี่จิตรา! นี่ผมเกือบจะเรียกหมอผีมาทำพิธีถอนคำสาปทางเดินวนลูปแล้วนะเนี่ย!"
เมฆามองขึ้นไปบนตึกสูง "โลกนี้ไม่มีทางเดินที่ไม่มีวันสิ้นสุดหรอกวรุฒ... มีแต่ใจคนที่วนลูปอยู่กับความกลัวเท่านั้นแหละ"
วรุฒพยักหน้าเห็นด้วย "ครับพี่... แต่ตอนนี้ใจผมวนลูปอยู่กับเื่เดียวเลยครับ... เย็นนี้กินอะไรดี!"
เมฆาส่ายหัวพลางยิ้ม "นั่นแหละคือลูปที่แก้ไม่ได้ของนายจริงๆ"
---
— จบตอน —
*โปรดติดตามตอนต่อไป*