"ใช่แล้ว ... เ้าหนุ่ม เ้าเข้าถึงเจตจำงของการเคลื่อนที่แล้ว... ข้าเองเชื่อในััข้าว่า พวกเ้าจะทำได้ในไม่ช้า แต่ทว่า ข้าเองก็ไม่นึกเลยว่าเ้าจะทำได้เร็วเช่นนี้ ..." าุโตงเจ๋อพูดยิ้ม ๆ ออกไป
"เอาละ อย่าทะนงตัวเองเกินไป เ้าทำได้ก็ดีแล้ว แต่อย่าประมาท เ้าต้องฝึกให้เจตจำนงมั่นคงให้ได้ก่อน" าุโตงเจ๋อย้ำไปอีกครั้ง
ข้าจะรอเ้าอยู่บนยอดเขานั้น ด้านหลังเห็นหรือไม่ ที่มีเมฆปกคลุมอยู่ ที่บนยอดเขา จะมีลานหินขนาดใหญ่อยู่ ไม่มีใครขึ้นไปบนนั้นนานมากแล้ว เพราะเป็เขตหวงห้ามของสำนัก และที่สำคัญ มันจำเป็ต้องเหาะหรือปีนขึ้นไปเท่านั้น เ้าเห็นไหมว่า หลังจากกึ่งเขา จะเป็หินผาเต็มไปหมด หินผาเ่าั้ ลื่น มีต้นไม้เล็ก ๆ และตะไคร่เกาะอยู่ เพราะความเย็นของอากาศ้านั่นเอง
นอกจากนี้ ที่บริเวณเขาลูกนั้น นอกจากจะมีหินผามากมายแล้ว และยังมีรังของเหยี่ยวอสูรอยู่หลายรัง หลายคนพยายามผ่านขึ้นไปก็จะโดนเหยี่ยวอสูรเ่าั้โจมตี ถึงขั้นตกมาตายมากมายเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีคนมากมายพยายามท้าทายและเชื่อมั่นในความสามารถ แต่ก็ทำไม่ได้ อีกหลายคนพยายามฝึกปราณบิน ทว่าเมื่อบินได้ระดับหนึ่ง ััของการเข้าถึงธาตุอากาศและธาตุลมหายไป และไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงได้ ทำให้ตกลงมาาเ็สาหัส หรือเสียชีวิตนั้นเอง นั่นเป็เหตุทำให้ทางสำนักปิดไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป ยกเว้นได้รับอนุญาตจากท่านเ้าสำนักหรือาุโเช่นข้า และมีััปราณบินแล้วเท่านั้น
ข้าเองก็ไม่ได้ไปที่ยอดเขานั้่นมาหลายสิบปีแล้ว ข้าจะไปรอพวกเ้าที่นั่น ข้าไม่รู้ว่า เ้าจะใช้เวลานานเท่าใด แต่ข้ามีอาหารและเหล้าเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ข้าจะเตือนเ้าว่า ถ้าพวกเ้าสามารถเข้าถึงเจตจำนงได้ จะช่วยให้เ้าไปถึงยอดเขาได้เร็วและปลอดภัย เจตจำนงที่ว่า คือ เจตจำนงของการเคลื่อนที่นั้นเอง
สำหรับหลงชิงเอ๋อ เ้ารู้แล้วว่าเ้าขาดอะไร สิ่งเดียวที่จะเป็หลักให้เ้าก็คือ ตัวตนของเ้า ใครคนอื่นก็ช่วยเ้าไม่ได้ ดังนั้น ด้วยระดับของเ้าในยามนี้ ข้าจะให้เ้าเดินทางจากจุดนี้เลย ส่วนเ้าลี้เฟย เ้าไปมุมป่าด้านโน้น ที่มีแม่น้ำไหลผ่าน เ้าเห็นหรือไม่ เ้าเริ่มจากการข้ามแม่น้ำสายนั้นก่อน แม่น้ำสายนั้นไหลแรงอย่างที่เราเห็น ๆ กัน กลางแม่น้ำมองไม่เห็นสายน้ำ แต่มันเป็ละอองสายน้ำกระแทกกันฟุ้งไปในอากาศ มันเป็สายน้ำใหญ่ที่ไหลมาจากหมู่ยอดเขาบริเวณสำนักเรานี่เอง กลางแม่น้ำจะมีพลังธาตุมากมายปะปนกัน แล้วเ้าจะรู้เองว่าข้าหมายความว่าอย่างไร เ้าทั้งสองเริ่มได้เลย อย่าได้รอช้า
อีกอย่าง ถ้าเ้าไปถึงช้า เ้าก็จะกลับไปสำนักไม่ทันคัดเลือกในอีกไม่กี่วันนี้ เอาละข้าไปรอพวกเ้าก่อน พริบตาเดียวาุโตงเจ๋อก็พุ่งเหาะออกไปอยากรวดเร็ว
#%$@!%^&^&^
"ลี้เฟย ระวังตัวด้วยละ ข้าจะต้องทำให้ได้ เ้าก็ด้วย" หลงชิงเอ๋อบอกลี้เฟย และก็เตือนตัวเองเช่นกัน
"ชิงเอ๋อ เ้าระวังตัวด้วยเช่นกัน หากเ้าไม่แน่ใจ เ้าก็จงค่อย ๆ เคลื่อนตัวไป อย่างไรข้าก็ว่าเ้าจะปลอดภัย" ลี้เฟยะโบอกหยานเอ๋ออีกครั้งก่อนจะพุ่งไปที่ริมแม่น้ำใหญ่อีกมุมหนึ่งของป่าที่ยืนอยู่
หลงชิงเอ๋อใช้พลังปราณกายาดวงดาว เหยียบย่างไปยังธาตุอากาศผ่านััดวงดาวทันทีด้วยความรอบคอบ "หากข้าขาดความมุ่งมั่น มีความกลัว ข้าจะเข้าถึงเจตจำนงได้อย่างไร" คิดได้เช่นนั้น หลงชิงเอ๋อ จึงพุ่งทะยานไปด้านหน้า โดยละความกังวลและความกลัวจะตกลงมาออกไป เริ่มจากการค่อย ๆ ลดทีละน้อย เมื่อพลาดทำให้ร่วงหล่นลงมา หยานเอ๋อทำเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ทำให้จับสังเกตได้ว่า ข้าเพียงมองออกไปพร้อมกันต่อเนื่อง ข้าต้องมีสมาธิมากกว่านี้
คราวนี้ หลงชิงเอ๋อ ใช้สมาธิมองออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้เส้นทางจากนั้นจึงทะยานออกไปโดยไม่สนใจว่าจะตก เพราะจิตเป็สมาธิแน่วแน่ ทำให้จดจำและมองออกถึงเส้นทางที่ควรจะมุ่งไป ทำให้ไม่นานก็ไปถึงเขาและไต่ระดับการเคลื่อนที่โดยไม่สนใจสิ่งใด
ไม่ช้าการไต่ระดับของหลงชิงเอ๋อก็ขึ้นไปในระดับใกล้ยอดเขา โชคดีในขณะที่ผ่านส่วนของรังเหยี่ยวอสูร เป็่เวลาที่ไม่มีตัวใดบินมารบกวน ใช้เวลาร่วมสี่ชั่วยามขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสภาพกำลังที่ยังไม่นิ่ง ทำให้เสียเวลาไปมากในรอบแรก ไม่ช้าก็ขึ้นไปถึงยอดเขา ซึ่งาุโตงเจ๋อนั่งดื่มสุรารออยู่
ในส่วนของลี้เฟยเมื่อเข้าสมาธิแล้วจึงทะยานออกไป เมื่อไปถึงกลางแม่น้ำ จึงพบว่ามีปราณธาตุธรรมชาติอยู่เป็จำนวนมาก "นี่คือส่ิงที่ผู้าุโบอกข้าหรือนี่ น่าสนใจทีเดียว" ลี้เฟยคิด จากนั้นจึงทรงตัวอยู่ในท้องฟ้าเหนือแม่น้ำที่มีละอองน้ำฟุ้งกระจายจนไม่เห็นสายน้ำด้านล่าง
ลี้เฟยััธาตุเหล่านี้ได้ว่า หาได้ยาก จึงใช้จิตมายาดึงสมาธิและเดินปราณดึงพลังธาตุรอบด้านเข้ามา ธาตุไม้ ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุอากาศ ธาตุทอง ธาตุดิน พลังธาตุเหล่านี้เข้มข้นยิ่งนัก ลี้เฟยเดินพลังซึมซับเข้าร่างกาย ในขณะที่ส่วนหนึ่งของธาตุอากาศถูกดึงมาเป็แท่นยืนบนอากาศ เวลาชั่วยามผ่านไป ลี้เฟยจึงใช้จิตมายามองไปที่แม่น้ำ อีกครั้งและเมื่อเพ่งพินิจด้วยฌาณทำให้มองเห็นสายน้ำที่ไหลอย่างชัดเจนแม้นว่าจะมีละอองน้ำขวางกั้นอยู่ ในเวลานี้ ลี้เฟยสามารถใช้จิตมายามองทะลุเห็นสิ่งที่ขวางกั้นได้แล้ว
ความจริงแล้ว ลี้เฟยสามารถไต่ระดับขึ้นไประดับยอดเขาปลายทางได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านกลางเขาก็ได้ จะทำให้ถึงได้เร็วและปลอดภัยมาก แต่ทว่า ลี้เฟยกลับตัดสินใจพุ่งทะยานตัวออกไปด้วยเจตจำนงไต่ระดับความสูงไปถึงกลางหุบเขาที่มีรังของเหยี่ยวอสูรด้วยความตั้งใจจะดูรังเหยี่ยวอสูรแทนเพราะความอยากรู้อยากเห็นและฝึกฝน
เมื่อถึงกลางหุบเขา ลี้เฟยเข้าไปใกล้รังของสัตว์อสูรผ่านไปหลายรังโดยที่สัตว์อสูรไม่ได้มาทำร้าย ทั้งนี้เพราะใช้จิตมายากำกับตัวตนไว้ สัตว์อสูรที่มีพลังตะวันหลากสีต่ำกว่าลี้เฟยไม่สามารถััถึงตัวตนของลี้เฟยได้ ขณะที่เคลื่อนไปก็ได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยวอสูรกรีดร้องดังมาจากอีกทาง ลี้เฟยจึงมุ่งไปดูก็พบว่า เหยี่ยวอสูรกำลังปกป้องลูกน้อย โดยกำลังต่อสู้กับงูั์ขนาดลำตัวเท่าต้นไม้ใหญ่สามคนโอบ และเพราะงู้าจะกินลูกเหยี่ยวอสูร ด้วยความเป็พ่อแม่จึงปกป้องไว้ ด้านข้างพบเห็นเหยี่ยวอสูรอีกตัวคาดว่าจะเป็คู่ของตัวที่กำลังต่อสู้อยู่นอนพะงาบ ๆ าเ็อยู่ด้านข้าง ในขณะที่ตัวมันเองก็าเ็ ถึงแม้ว่า เหยี่ยวอสูรจะตัวใหญ่และมีพลังมาก หากแต่ก็งูั์ในกำลังต่อสู้นี้ใหญ่กว่ามาก เรียกได้ว่าเป็ระดับราชันหรือกึ่งราชันได้ทีเดียว
เหยี่ยวอสูรััได้ถึงตัวตนของลี้เฟย เพราะการเคลื่อนที่เข้ามาของลี้เฟย และกำลังจะหันตัวมาทำร้ายลี้เฟย ทว่าในขณะนั้นเองก็เห็นว่าลี้เฟยกำลังเคลื่อนย้ายลูกนกที่ตกออกจากรังใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำให้เหยี่ยวอสูรเข้าใจทันทีด้วยสัญชาติญญาณของมันว่า ลี้เฟยมาช่วย ไม่ได้มาทำร้าย มันจึงต่อสู้ต่อ พร้อมร้องเสียงขู่ออกไปเป็ระยะในขณะที่พลังกายก็เริ่มถดถอยจากการต่อสู่ยาวนาน
ลี้เฟยพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ จึงหยิบกระบี่ัฟ้าออกมา พร้อมพุ่งตัวออกไปและทดลองใช้จิตมายาส่งออกไปที่งูั์ให้หยุด ทว่า งูั์ยังไม่ยอมหยุด แต่ลี้เฟยก็ััได้ว่ามันเริ่มรับรู้ สักพักใหญ่ ๆ มันจึงหยุดและหันมาขู่ฟ่อและส่งจิตกลับมาที่ลี้เฟยว่า "เื่ของข้า ไม่เกี่ยวกับเ้า นี่เป็อาหารของข้า เ้ามาวุ่นวาย ดังนั้น ข้าจะจัดการและกินเ้าพร้อมกันเลย ฮ่า ฮ่า" จากนั้นจึงพุ่งตัวมาทำร้ายที่ลี้เฟยแทน
"ในเมื่อเ้ารู้เจตนาข้า แต่เ้าไม่หยุดที่จะทำร้าย ... ดังนั้น อย่าหาว่าข้ารังแกเ้าก็แล้วกัน" ลี้เฟยส่งกระจิตไปที่งูั์
ลี้เฟยดึงกระบี่ัฟ้า พร้อมส่งปราณพลังจักระัเข้าไปที่กระบี่ พร้อมพุ่งตรงเข้าไปที่หัวของงูั์ ทว่างูั์ใช้หางสะบัดขึ้นมากระแทกลี้เฟยกระเด็นไปกระแทกหน้าผาหล่นมาที่ลานต่อสู้เกือบจะตกหน้าผา
"ข้าประมาทอีกแล้ว เอาละเรามาจบกันสะที เ้างูั์" ลี้เฟยะโออกไป พร้อมเดินพลังพุ่งไปใกล้งูั์ และใช้ัลี้วนอยู่รอบตัว และใช้กระบี่ัฟ้าฟันเข้าไปที่ส่วนต่าง ๆ ของงูั์อย่างต่อเนื่อง
ด้วยจิตสมาธิทำให้ลี้เฟยััถึงการเคลื่อนไหวของงูั์ที่กำลังจะเคลื่อนในแต่ละครั้งได้ ทำให้สามารถรุกและรับได้ก่อนเสมอ สุดท้ายงูั์พ่นพิษเข้าใส่ลี้เฟย ทว่าลี้เฟยหลบได้ทัน พื้นและบริเวณที่โดยพิษกลายเป็สีดำไหม้ไปทั่ว เวลาผ่านไปไม่นานลี้เฟยจึงใช้วิชาปราณกระบี่ตะวัน ส่งพลังอัคคีัเข้าไปแปลงพลังเป็กระบี่พุ่งเข้าไปกลางหัวงูและผ่าหัวงูใหญ่ออกเป็สองซีกพร้อมสะบัดข้อมือส่งพลังกายาักระแทกที่ปราณกระบี่ตัดหัวัขาดสะบั้น
งูั์หัวขาดสิ่้นใจตายทันที ... กระบวนท่าสังหารนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
"พลังของข้าตอนนี้เพิ่มพูนจากเดิมขึ้นมาก อาจจะเป็เพราะจิตมายาของข้าทำให้การเข้าถึงเจตจำนงเป็เื่ง่ายขึ้น" ลี้เฟยครุ่นคิด
จากนั้นลี้เฟยจึงไปเก็บหินิญญาของงูั์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ รวมถึงดีงู เนื้อ หนัง ทุกสิ่งเก็บไว้ในแหวนมิติ พร้อมหันไปดูเหยี่ยวอสูรซึ่งตอนนี้ตัวหนึ่งตะเกียกตะกายไปที่รัง อีกตัวขึ้นไปบนรังดูลูกเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น จึงคิดได้ว่า ข้าเองมีโอสถที่ข้าทดลองปรุงในตำราัฟ้า ตัวยาสามารถช่วยรักษาอาการาเ็ได้ ขนาดัยังรักษาได้ ทำไมเหยี่ยวอสูรตัวเล็กกว่าัจะรักษาไม่ได้ คิดได้เช่นนั้น จึงหยิบเม็ดยาจำนวนหนึ่งป้อนเข้าไปที่เหยี่ยวอสูรที่พยายามตะเกียกตะกาย พร้อมส่งกระแสจิตผ่านจิตมายาเพื่อสื่อสารให้อีกฝ่ายรับรู้ จากนั้นจึงนำยาอีกส่วนไปให้ตัวที่อยู่กับลูก
หลังจากสื่อสารเสร็จให้ยารักษาเสร็จ ลี้เฟยจึงคิดจะใช้ปราณบินต่อ เพราะเสียเวลามาพักใหญ่แล้ว ขณะที่กำลังจะไปนั้นเอง เหยี่ยวอสูรก็ส่งกระแสจิตเรียกลี้เฟยซึ่งสื่อสารผ่านจิตมายากับเหยี่ยวอสูรซึ่งเดินนำเข้าไปที่ซอกหิน พร้อมใช้ปีกชี้ไปที่ซอกในถ้ำที่มีขนาดเล็กและมีเถาวัลย์ใหญ่ขวางกั้นอยู่
ลี้เฟยใช้จิตมายาเพ่งผ่านเข้าไปพบว่าด้านในเป็โถงถ้ำ ลี้เฟยเข้าใจว่าเหยี่ยวอสูร้าให้ตนเองเข้าไปด้านใน จึงแทรกตัวผ่านเถาวัลย์ใหญ่เข้าไป เมื่อเข้าไปพบว่าด้านในต้องเคยเป็ที่อยู่อาศัยมาก่อนนานแล้ว ลี้เฟยเดินสำรวจอยู่พักใหญ่ จึงพบข้อความเขียนไว้เป็ภาษาโบราณตัวอักษรเริ่มขาดหายหรือจางเป็่ ๆ ลี้เฟยใช้จิตมายาในการศึกษาข้อความเ่าั้ พบว่า เป็ข้อความที่เกิดขึ้นเมื่อแสนกว่าปีมาเเล้ว
ที่นี่เป็สถานที่ที่จักรพรรดิกิเลนทองเคยอยู่อาศัยและพำนักอยู่ที่นี่ ก่อนสิ้นอายุไข ทำให้รู้ได้ว่า ในสมัยของจักรพรรดิกิเลนทอง เป็เพื่อนกับบรรพบุรุษัฟ้าของตนเอง จักรพรรดิกิเลนทองอาศัยที่ดินแดนแถบนี้ก่อนจะขยายอาณาจักรไปดินแดนส่วนอื่น ทว่าสุดท้ายของชีวิต จักรพรรดิกิเลนทองได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง และเก็บของสำคัญไว้เผื่อว่าลูกหลานกิเลนหรือัที่มีวาสนาจะได้รับไป
ลี้เฟยมองไปที่แท่นหินด้านในพบว่า มีหินสีดำสนิทฝังอยู่สองลูก ลี้เฟยใช้จิตมายาในการวิเคราะห์ก็พบว่า หินสีดำที่เห็นเป็หินิญญากิเลนบรรพบุรุษได้สะสมพลังไว้รุ่นต่อรุ่นนานนับล้านปี พลังในหินนี้มีมหาศาล หากผู้ได้สามารถยกหินิญญานี้ไปได้ ก็แสดงว่ามีวาสนาต่อกันที่จะรับพลังกิเลนไปได้ ส่วนหินอีกก้อนเป็หินพลังเช่นกัน ทว่าภายในมีป้ายทองซ่อนไว้พร้อมคัมภีร์วิชาอีกชุดหนึ่งและมีก้อนอะไรสักอย่างเหมือนก้อนหินขนาดเท่ากำมืออีกก้อนหนึ่ง
ลี้เฟยแสดงการคาระวะไปยังแท่นหินแล้วก้าวขึ้นไปยังแท่นด้านหน้า เพื่อยกหินสีดำทีละก้อน ทว่าอย่างไรก็ไม่ขยับ ลี้เฟยใช้เวลาพักใหญ่ไม่สำเร็จ จึงใช้จิตมายาส่งเข้าไปยังหินแต่ละก้อน เพื่อสื่อสารและศึกษา จากนั้นจึงใช้เจตจำนงแห่งการเคลื่อนที่ ในการดึงก้อนหินทั้งสองก้อนออกมา ก้อนหินทั้งสองลอยขึ้นมาช้า ๆ เกิดการสั่นะเืไปทั่วบริเวณนั้น เหมือนถ้ำจะถล่ม ลี้เฟยใช้สิพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างระมัดระวังเพื่อดูความเป็ไป
ก้อนหินที่ถูกดึงเข้ามาหาลี้เฟย ลอยหลุดออกจากมือขึ้นไปด้านหน้าระดับสูงกว่าหัวของลี้เฟยอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงหมุนอย่างรวดเร็วและค่อย ๆแปรตัวมันเองกลายเป็แสงสีดำ และแสงสีทอง พุ่งเข้าใส่จุดอุณาโลม พร้อมแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ด้วยความเร็วและปริมาณพลังมหาศาล ทำให้ลี้เฟยต้องเข้าฌาณระดับสูงอีกครั้ง เพื่อแยกจิตและกายออกจากกัน จากนั้นจึงเห็นพลังที่เดินไปทั่วร่างผสานเข้าทุกส่วนของร่างกาย แม้กระทั่งเืก็เหมือนกับจะเกิดการต่อสู้ระหว่างเืที่มีอยู่กับพลังสีดำและสีทอง จากนั้นจึงกลายเป็เืเดือด ิักล้ามเนื้อลี้เฟยปูดโปนออกมา
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ลี้เฟยเห็นเืของตัวเองสงบลง เส้นเืขยายใหญ่และแข็งแรง สีเืกลายเป็สีแดงที่มีเกล็ดสีทองผสมไปทั่วมากมายทุกสัดส่วนของเื กล้ามเนื้อขยับขยายแน่น พลังปราณเข้มข้น แม้กระทั่งจิตมายาที่ใช้อยู่ก็รับรู้ได้ว่าเข้มแข็งขึ้นเป็ทวี
ลี้เฟยััได้ต่อมาคือ พลังจากก้อนหินสีดำทั้งสองก้อน เข้าไปรวมกันเป็จุดปราณอีกจุด จากเดิมที่มีจุดตันเถียน จุดจักขระั ตอนนี้มีอีกขุมพลังที่เข้าไปอยู่ในตัวของลี้เฟย จิตัับอกลี้เฟยนี้ว่า มันคือ จักระกิเลน สิ่งที่ลี้เฟยได้รับมันอยู่ในจุดนี้
ลี้เฟยรวมจิตและออกจากฌาณเมื่อทุกอย่างสงบนิ่ง จากนั้นจึงคารวะไปยังแท่นกิเลนอีกครั้ง แล้วจึงเดินออกไป
"ข้าขอบใจพวกเ้าทั้งสองมาก พวกเ้าจงดูแลลูกของเ้าให้ดี ยาที่ข้าให้พวกเ้า มันจะช่วยให้เ้าฟื้นตัวได้ในวันนี้พรุ่งนี้ และข้าให้เ้าอีกจำนวนหนึ่งเผื่อเ้าอาจจะต้องใช้ในอนาคต มันเป็ยาบำรุงที่ดีเช่นกันสำหรับลูกเ้า" ลี้เฟยใช้กระแสจิตส่งผ่านจิตมายาไปยังเหยี่ยวอสูรทั้งสามตัว
ลี้เฟยมองไปที่สัตว์อสูรจากนั้นจึงใช้เจตจำนงของการเคลื่อนที่ส่งตัวเองออกไป พร้อมดึงปราณธรรมชาติรอบตัวเข้ามาขณะที่มุ่งไปที่ยอดเขา ชั่วพริบตาลี้เฟยก็ขึ้นมาถึงยอดเขา ซึ่งาุโตงเจ๋อและหยานเอ๋อนั่งรออยู่นานมากแล้ว
"เ้าไปไหนมา ทำไมนานมากเลย" หลงชิงเอ๋อบ่น ๆ พร้อมสงสัย เพราะว่านางเองพึ่งจะได้เจตจำนงระดับพื้นฐาน นางก็มาถึงนานแล้ว แต่ทำไมลี้เฟย ระดับเจตจำนงสูงกว่ากลับใช้เวลานานกว่านาง
"ข้าขออภัย แต่ข้ามีของมาฝากพวกท่านเป็การขอโทษ" ลี้เฟยกล่าวสั้น ๆ พร้อมหันไปคารวะผู้าุโตงเจ๋อ
จากนั้นลี้เฟยจึงนำเนื้องูั์ออกมาส่วนหนึ่ง พร้อมเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะปิดเื่ที่สื่อสารกับเหยี่ยวอสูรและพบโชควาสนาในถ้ำกลางเขา
ลี้เฟยใช้ปราณอัคคีัฟ้า ย่างเนื้องูส่งกลิ่นหอมไปทั่ว "เ้านี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ เ้าหนุ่ม เนื้องูนี้เป็งูระดับราชันทีเดียว พลังปราณธาตุในเนื้อสูงและแน่นมาก" าุโตงเจ๋อจิบสุราพร้อมกล่าวออกมา หลังจากนั้นทั้งสามก็ดื่มสุราและกินเนื้องูั์จนอิ่ม
เนื่องจากพลังในงูั์มหาศาล ทั้งสามจึงต้องเดินพลังปราณเข้าไปในร่างเพื่อไม่ให้ร่างกายช้ำหรือเสียหายจากพลังที่พุ่งพล่าน ในขณะที่ลี้เฟยััได้ว่า ตอนนี้ พลังทั้งหมดถูกดูดไปยังจุุดสามจุดในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่จุดจักระัที่ดูเหมือนจะยังหิวกระหายพลังไม่หยุด
"วันนี้พวกเ้าทำได้ดีมาก หยานเอ๋อเริ่มเข้าสู่ชั้นเจตจำนง ส่วนลี้เฟยเ้าเข้าสู่เจตจำนงแล้ว นับว่าข้ามีผู้สืบทอดแล้ว พวกเ้าเป็ศิษย์ของข้า ต่อไปหมั่นฝึกฝนยกระดับเจตจำนง จะทำให้พลังยกระดับสูงขึ้น"
"เรากลับกันเลยดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เ้าไปเตรียมตัวเข้าทดสอบคัดเลือกสนามแรกก่อน พวกเ้ามีจิตััและเจตจำนงแล้ว เดินทางกลางคืนไม่มีปัญหาสำหรับพวกเ้า ข้าจะอยู่ที่นี่อีกสักพักค่อยกลับ พวกเ้าไปได้แล้ว" าุโตงเจ๋อกล่าวบอกทั้งสองคนพร้อมทำมือไล่ให้รีบกลับ
"ขอบคุณาุโ" ลี้เฟยและหยานเอ๋อยกมือคารวะพร้อมกล่าวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นจึงทะยานขึ้นเหนือลานหินบนยอดเขา ดวงดาวบนท้องฟ้ามีมาก ข้าจะรับพลังดวงดาวได้ไหมหนอ ขณะที่เดินทางกลับ ลี้เฟยก็ใช้เจตจำนงในการดูดซับปราณธาตุต่าง ๆ เข้าหาตัว ในขณะที่เคลื่อนตัวตามหลงชิงเอ๋ออยู่ด้านหลัง จนกระทั่งถึงที่พัก
ในที่สุด เช้าตรู่ของวันทดสอบคัดเลือกเป็ตัวแทนของสำนักก็มาถึง ... ณ ลานกลางสำนักผู้คนมากมายมารอทดสอบและมารอดู ผู้าุโตงเจ๋อเดินออกมาพร้อมเต้าสุรา พร้อมกล่าว วันนี้เป็วันทดสอบ ท่านจ้าวสำนักจะมาทดสอบพวกเ้าเอง ...