1 เดือนก่อนหน้า
ภายในห้องทำงานกว้างขวางของรัฐมนตรีชัชวาล บรรยากาศเงียบสงัด หลังจากพิมพ์นาราเอ่ยความ้าของเธอออกไป
ชายวัยกลางคนเอนตัวพิงเก้าอี้ จ้องบุตรสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"ลูกยังไม่ลืมรุ่นพี่คนนั้นอีกเหรอ?"
พิมพ์นารายิ้มเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างหนักแน่น “หนูไม่เคยคิดจะลืมค่ะ”
รัฐมนตรีชัชวาลยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แปลกใจในคำตอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกสาว
“พิม” น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น
“ลูกแน่ใจเหรอว่ามันคุ้มค่าที่จะทำขนาดนี้?”
พิมพ์นารากระชับมือเข้าหากัน เธอรู้ว่าพ่อไม่ได้ถามถึงแค่เื่ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ แต่หมายถึงสิ่งที่เธอพยายามทำเพื่อเข้าใกล้อริสราอีกครั้ง
เธอสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หนูไม่ได้ทำแค่เพราะพี่ปรางค์ค่ะ หนูรู้ว่าตัวเองมีความสามารถ และหนู้าพิสูจน์ตัวเอง”
รัฐมนตรีชัชวาลจ้องมองบุตรสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“ถ้าลูกอยากได้ตำแหน่งนี้ งั้นก็พิสูจน์ให้พ่อเห็น”
พิมพ์นาราขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ?”
“ั้แ่วันนี้ไป พ่อจะทดสอบลูกตลอดหนึ่งเดือน” รัฐมนตรีชัชวาลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง “ลูกต้องผ่านบททดสอบทุกด้าน ความรู้เื่การค้าระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และการเมืองระหว่างประเทศ ถ้าลูกผ่านทุกอย่างด้วยตัวเอง พ่อจะเสนอให้ลูกไปเป็ที่ปรึกษาพิเศษ”
พิมพ์นาราสบตาพ่อ นี่ไม่ใช่การขัดขวาง แต่เป็บทพิสูจน์ว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งนี้จริง ๆต่างหาก
เธอยิ้มมุมปาก ดวงตาฉายแววมั่นใจ “ตกลงค่ะ”
1 เดือนแห่งบททดสอบ
พิมพ์นาราใช้เวลาตลอดหนึ่งเดือนฝึกฝนอย่างหนัก เธอศึกษากฎหมายการค้าระหว่างประเทศอย่างละเอียด เจรจากับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและนักการทูตที่มีประสบการณ์ รวมถึงทดสอบการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน
รัฐมนตรีชัชวาลเองก็ไม่ได้ออมมือ ทุกเช้าที่พิมต้องเจอคือชุดคำถามยาก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ั้แ่ข้อพิพาททางการค้าระหว่างยุโรปกับเอเชีย ไปจนถึงผลกระทบของกฎหมายการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป
และทุกเย็น เธอต้องเข้าร่วมการประชุมจำลองกับผู้แทนจากกระทรวงต่างประเทศ ที่พ่อของเธอจัดขึ้นเพื่อทดสอบทักษะการเจรจา
ไม่มีใครปฏิบัติต่อเธอในฐานะลูกสาวของรัฐมนตรี แต่ในฐานะผู้ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
คืนแล้วคืนเล่า พิมพ์นาราต้องอดหลับอดนอน ทบทวนข้อมูลจนตาแดงก่ำ แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะถอย เธอรู้ว่าเธอทำสิ่งนี้เพื่ออะไร
คืนสุดท้ายของการทดสอบ พิมพ์นาราถูกเรียกเข้าพบพ่อของเธอในห้องทำงาน
รัฐมนตรีชัชวาลมองบุตรสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอดูอิดโรยแต่ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ทำได้ดีมาก” เขาพูดในที่สุด “ลูกสอบผ่าน”
พิมพ์นารายิ้มกว้าง แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร พ่อของเธอก็พูดต่อ
“แต่จำไว้นะพิม...” เสียงของเขาเคร่งขรึมขึ้น “สิ่งที่ลูกเลือกทำมันไม่ได้มีแค่เื่งาน แต่มีเื่ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
พิมพ์นาราเงียบลง ตั้งใจฟังสิ่งที่พ่อกำลังจะบอก
“พ่อไม่ได้ห้ามลูกรักใคร แต่ความรักของลูกกับอริสราจะไม่ง่าย” เขาพูดต่อ “ลูกต้องคิดให้ดี ว่าท้ายที่สุดแล้ว ลูกจะเลือกเส้นทางไหน”
พิมพ์นารามองสบตาพ่อ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“หนูเชื่อว่าทางที่หนูเลือกจะเป็ทางที่ถูกต้องค่ะ”
รัฐมนตรีชัชวาลพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “งั้นก็ไปพิสูจน์ตัวเองซะ”
ในตอนนี้ พิมพ์นารายืนอยู่ต่อหน้าอริสราอีกครั้ง ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาล
เธอไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่อทำงาน แต่เพื่อพิสูจน์ว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ และสำคัญกว่านั้น เพื่อพิสูจน์ว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่ออริสราไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย
อริสราอาจยังวางตัวอย่างเ็า อาจพยายามรักษาระยะห่าง แต่พิมพ์นารารู้ดีว่า...
“พี่ปรางค์คะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน หนูก็ยังอยากอยู่ข้าง ๆ พี่” และครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมให้พี่ปรางค์เดินจากไปอีก
รายชื่อทีมไทยที่จะเดินทางไปประชุมต่อที่ออสเตรียถูกประกาศออกมา และแน่นอนว่า พิมพ์นารา คือหนึ่งในนั้น
หญิงสาวยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้เดินทางไปพร้อมอริสรา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รับรู้ว่า… พี่สาวคนสวยของเธอ จะอยู่ไทยแค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนกลับ
พิมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้สูญเปล่า เธอพยายามหาข้ออ้างชวนอริสราไปเที่ยว ไปหาอะไรกิน ไปชมวิวในสถานที่ต่าง ๆ แต่ทุกครั้ง…
“พี่ปรางค์คะ ทานข้าวกันไหม?”
“มีงานต้องทำคะ”
“งั้นพิมจะนั่งรอ”
อริสราถอนหายใจ พิมพ์นาราไม่เคยเป็เด็กดื้อแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าห้าปีที่ผ่านมาจะทำให้เธอกลายเป็คนที่กล้าหาญและรุกหนักขึ้นกว่าเดิม
“พี่ติดงานน่ะ”
“พี่ปรางค์… ไปแค่แป๊บเดียวเองนะคะ”
“พิมไปเถอะ พี่ไม่ค่อยว่าง”
ถูกปฏิเสธง่ายดายเกินไป!
พิมแทบจะกัดฟันด้วยความขัดใจ ไม่รู้ว่าพี่ปรางค์ยุ่งจริง หรือแค่ หนี เธอกันแน่
แต่ในบางครั้ง… เวลาที่พิมไม่ได้คาดหวัง อริสรากลับเป็ฝ่ายยอมไปกับเธอเองอย่าง่ายดาย
อย่างเช่นเย็นวันหนึ่ง หลังประชุมเสร็จ พิมเพียงแค่บ่นขึ้นมาเล่น ๆ ว่าอยากกินข้าวต้มปลาเ้าเด็ด อริสรากลับพยักหน้าแล้วตอบเรียบ ๆ
“ไปสิ”
พิมหันขวับมามองด้วยความประหลาดใจ “ไปจริงเหรอคะ?”
“อืม” อริสรายักไหล่ “พี่ก็อยากกินเหมือนกัน”
พิมแทบจะะโดีใจ แต่ก็พยายามรักษาฟอร์มไว้ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบางครั้งพี่ปรางค์ถึงดูเ็า แต่บางครั้งก็อบอุ่นเสียจนเธอแทบจะลืมหายใจ
…หรือว่าพี่ปรางค์จะเริ่มใจอ่อนแล้ว?
อริสรารับรู้ได้ถึงความพยายามของพิมพ์นารา ไม่ว่าจะเป็การชวนไปเที่ยว ชวนไปกินของอร่อย หรือแม้แต่การพยายามอยู่ใกล้ ๆ เธอตลอดเวลาที่อยู่ในไทย
เธอพยายามปฏิเสธ… พยายามทำเป็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเธอไม่อยากให้มันกลายเป็ ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เหมือนเมื่อห้าปีก่อน
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า… เธอเองก็คิดถึงบรรยากาศของประเทศไทยไม่น้อย
อริสราเติบโตในออสเตรีย ใช้ชีวิตที่นั่นเกือบทั้งชีวิต แต่เธอก็ยังคงคิดถึงรสชาติอาหารไทย เสียงจอแจของผู้คน และบรรยากาศคึกคักของเมืองกรุงอยู่เสมอ
และบางครั้ง… เธอก็ปล่อยให้พิมพ์นาราพาเธอไปยังสถานที่เ่าั้
ค่ำวันหนึ่ง บนถนนเยาวราช แสงไฟจากป้ายร้านอาหารสะท้อนอยู่ในดวงตาของพิม เธอหันมาถามพี่สาวที่เดินข้างกัน
“พี่ปรางค์คิดถึงไทยไหมคะ?”
อริสราหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“อืม คิดถึงคะ”
“แล้วทำไมต้องทำเป็ไม่อยากไปเที่ยวกับพิมด้วยล่ะ?” พิมขมวดคิ้ว
“ก็ในเมื่อพี่ปรางค์เองก็อยากออกไปเห็นเมืองไทยอีกครั้ง” อริสราหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า
“เพราะพี่รู้ว่า ถ้าไปด้วยกันบ่อย ๆ พิมจะเข้าใจผิด”
“เข้าใจผิดว่าอะไรคะ?” พิมถามเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับเปล่งประกายอย่างคนอยากรู้เชิงท้าทาย
อริสรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบตา “เข้าใจผิดว่าพี่จะให้ความหวัง”
พิมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
“งั้นพี่ปรางค์ก็ช่วยบอกหน่อยสิคะ ว่า ตอนนี้ พี่ปรางค์ไม่ได้ให้ความหวังพิมเลยสักนิดเดียว”
อริสราชะงัก…
คำพูดนั้นทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ เพราะความจริงแล้ว… เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอไม่ได้ให้ความหวังเลยจริง ๆ หรือเปล่า
ั้แ่วันแรกที่เจอกัน พิมก็เดินหน้าเข้าหาเธออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็การหาโอกาสไปดื่มกาแฟด้วยกัน ชวนไปทานข้าว หรือแม้กระทั่งเสนอตัวไปส่งที่คอนโด
“พิม...” อริสราพูดขึ้นในคืนวันนั้น หลังจากที่อีกฝ่ายยืนยันจะไปส่งเธอที่คอนโดที่พัก
“คะ?”
“พิมทำแบบนี้ทำไม?”
พิมยิ้มกว้างก่อนตอบอย่างไม่ลังเล
“ก็จีบพี่ปรางค์ไงคะ”
อริสราชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “พี่บอกแล้วไงว่าเรา...”
“แค่เพื่อนกัน?"
"หรือแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง?” พิมพูดขัดขึ้น ก่อนจะขยับเข้าใกล้
“พี่ปรางค์คะ... ห้าปีก่อนหนูยังเด็ก หนูเข้าใจว่าพี่ปรางค์ปฏิเสธกันเพราะพี่อาจไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้...”
เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอริสรา น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม
“หนูไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไปแล้ว และหนูจะไม่ปล่อยพี่ไปอีก”
อริสรานิ่งไป ความรู้สึกที่เธอเคยพยายามเก็บซ่อนมานานเริ่มสั่นคลอน
พิมพ์นาราไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่เธอสามารถปฏิเสธได้ง่าย ๆ อีกแล้ว
และอริสราก็รู้ดีว่า... ไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องยอมใจอ่อนให้กับเด็กคนนี้อีกครั้ง