“เห้ปีปิกแกจะบินไปไหน” ดีนเรียกปีปิกที่บินหนีหายไป
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปีปิกดังขึ้นแต่เพราะความมืดทำให้ดีนมองไม่เห็นว่าตอนนี้ปีปิกอยู่ตรงไหน
เมื่อเห็นว่าเรียกปีปิกไป ปีปิกก็ไม่ยอมบินกลับมาดีนจึงได้กลับมาคิดต่อว่าตัวเองควรทำอย่างไรต่อไปดีจนสุดท้ายดีนก็ตัดสินใจว่าตัวเองควรแอบไปดูที่ท่าเทียบเรือซักหน่อยเผื่อว่าเจมส์อาจจะยังอยู่ที่ท่าเทียบเรือ
ดีนเดินต่อไปท่ามกลางความมืด โดยพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปในความมืด
“แกร็บ ๆ ๆ” เสียงใบไม้ที่ถูกเหยียบดังขึ้นทำให้ดีนหยุดเดิน กลั้นหายใจและเงี่ยหูฟังจนเวลาผ่านไปซักพักหนึ่งก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น ดีนจึงค่อยๆ เริ่มเดินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดีนพยายามย่องไปให้เงียบที่สุด
ดีนย่องไปได้ซักพัก ทำให้ดีนไปชนเข้ากับใครบางคนอย่างจังในความมืดแล้วเื่วุ่นวายก็เกิดขึ้น คนที่ดีนชนะโขึ้นมาครุบตัวดีนไว้ดีนพยายามดิ้นอย่างสุดชีวิตแต่เพราะร่างกายที่ยังเป็เด็กอยู่ทำให้สู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้
ดีนที่เห็นว่าตัวเองเสียเปรียบจึงได้เอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับแขนข้างหนึ่งของคนที่ะโครุบเขาอยู่แล้วดึงมากัดอย่างแรง
“อ๊าก” ชายคนที่ถูกกัดส่งเสียงร้องทำให้เขาต้องปล่อยมืออีกข้างออกมากุมมือที่ถูกกัดอย่างเ็ป
ดีนไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยใช้จังหวะนี้ดิ้นจนเขาสามารถหลุดออกมาจากชายปริศนาคนนี้ได้ก่อนจะรีบเตะชายคนนั้นไปเต็มแรง ทำให้ชายคนนั้นกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย
แต่แล้วก็มีแสงจากไฟฉายดวงหนึ่งส่องเข้ามาที่ตรงหน้าดีนพอดีทำให้ดีนต้องยกมือขึ้นบังแสงไว้ เพราะจากการที่อยู่ในที่มืดๆ มาเป็เวลานานทำให้เมื่อต้องมาเจอแสงจ้าทันทีทำให้ดีนรู้สึกแสบตาขึ้นมาในทันที
“หือแกเป็เพื่อนไอ้เด็กที่ชื่อแจ็คสินะ” จิมพูดขึ้นแสงไฟเผยให้เห็นชายอีกคนที่โดนดีนเตะไป คนนั้นก็คือพอร์นนั้นเอง
“แกมาคงจะมาช่วยเพื่อนแกสินะ ดีแกจะได้ไปอยู่กับเพื่อนแกสมใจแน่ๆ”พอร์นคำรามออกมาก่อนจะปรี่เข้ามาที่ดีนอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้แสงไฟฉายทำให้พอร์นเห็นดีนชัดเจนมาก
ดีนที่ยังคงเอามือมาบังแสงที่แยงตาอยู่ทำให้ตอนนี้เขาไร้การป้องกันถูกพอร์นจับตัวได้ง่ายๆพอร์นยกตัวดีนขึ้นลอยบนอากาศราวกับดีนนั้นเป็แค่ก้อนสำลีก้อนหนึ่ง
“ไม่ต้องห่วงแกจะได้ไปอยู่กับเพื่อนแกแน่นอน”พอร์นพูดขึ้น ก่อนจะต่อยเข้าที่ท้องดีน
“อันนี้ถือว่าเป็ที่แกเตะฉันเมื่อกี้นี้ละกัน”หลังจากต่อยไปที่ท้องดีน พอร์นก็พูดขึ้น ท่ามกลางเสียงไอของดีน
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปีปิกดังขึ้น ทำให้จิมสาดแสงไฟฉายมองไปรอบๆ อย่างขุ่นเคืองเพราะมันเป็เสียงที่ปั่นหัวเขามาหลายรอบมาก
“แกจะออกมาดีๆหรือแกอยากให้เพื่อนแกตาย” พอร์นะโออกไปพร้อมหยิบปืนที่เหน็บเอวไว้มาจี้ที่คอของดีน
“พวกแกเอาแจ็คไปไว้ที่ไหน” หลังจากรวบรวมสติกลับมาได้ ดีนก็ะโถามขึ้น
“อีกเดี่ยว แกก็ได้ไปอยู่กับเพื่อนของแกแล้วพร้อมกับไอ้คนที่ส่งเสียงด่าพวกฉันไม่เลิกด้วย” จิมตอบให้แต่ก็ยังไม่เลิกกวาดตาหาปีปิกต่อไป
“เศร้าใจจังเลย เศร้าใจจังเลย”ปีปิกร้องขึ้น
“ปัง ๆ ๆ” เสียงปืนของพอร์นดังขึ้นพุ่งตามไปยังต้นเสียง ทำให้ปีปิกกรีดร้องขึ้นมาจนแสบแก้วหู ทำให้จิมและพอร์นต้องยกมือขึ้นมาปิดหูไว้
ดีนที่เคยได้ยินเสียงปีปิกกรีดร้องมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็เลยชินเมื่อเห็นว่าพอร์นเอามือข้างหนึ่งขึ้นไปปิดหูแล้วดีนจึงเหวี่ยงเท้าไปเตะที่หน้าพอร์นอย่างแรง แล้วต่อยที่ข้อมือของพอร์นทำให้ดีนหลุดออกมาได้ ก่อนจะวิ่งออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เด็กเปรตนั้น” พอร์นสบถขึ้น
“เห้ยหนูมันไปทางนั้นแล้วพวกแกเตรียมตัวไว้” จิมหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาก่อนจะพูดออกไป
“เข้าใจแล้วครับ” ปลายสายตอบ ก่อนจะตัดสัญญาณไป แล้วจิมกับพอร์นก็วิ่งตามไปโดยไม่สนใจเสียงของปีปิกเลย
ดีนพยายามวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตแต่แล้วก็มีมือคู่หนึ่งเอื้อมมือมาจับเขาไว้ในทันที แล้วลากเขาลงไปที่ซอกหินดีนพยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อให้หลุดจากใครบางคนที่จับเขาอยู่
“ดีนหยุดนะ นี่ฉันเอง” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดแต่นั้นก็เป็เสียงที่ดีนคุ้นเคย ทำให้เขาเลิกดิ้นไปมา
เมื่อเห็นว่าดีนเลิกดิ้นแล้ว ชายคนนั้นก็ปล่อยมือที่จับดีนไว้ทำให้ดีนขยับตัวได้ ก่อนดีนจะพูดออกไปทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าของอีกฝ่าย
“เจมส์”
“เหมือนเธอจะเจอเื่มาเยอะแยะเลยนะดีน”เจมส์พูด แต่แล้วเขาก็เอามือไปคลำหาใบหน้าของดีนก่อนจะเอามือปิดปากดีนไว้เพราะได้ยินเสียงของคนที่กำลังวิ่งมา
ดีนที่เข้าใจสถานการณ์ จึงเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อจนเสียงของคนที่วิ่งมาผ่านไป เจมส์จึงค่อยๆ เอามือออกแต่ก็ยังให้สัญญาณกับดีนอยู่ว่าอย่าพึ่งพูดอะไรก่อน
เจมส์ค่อยๆคลานออกมาก่อนแล้วมองออกไปรอบๆ และเงี่ยหูฟังท่ามกลางความมืดมิดก่อนจะบอกให้ดีนออกมาจากที่ซ่อน
“เจมส์คุณกลับมาเหรอครับ” ดีนถามขึ้นด้วยความดีใจ
“ฉันจะทิ้งเธอไปได้ยังไงกันละ”เจมส์ตอบ
“ไปกันเถอะ รีบออกจากเกาะบ้าๆก่อนดีกว่า” เจมส์พูดต่อ
“แปปนะครับ ปีปิกยังอยู่ที่นี้มันอยู่ทางที่ผมวิ่งมา” ดีนตอบ
“โอเครีบไปพาปีปิกมาแล้วเราจะได้ไปจากที่นี้กัน ที่นี้อันตรายชะมัด” เจมส์พูด
แล้วทั้งสองคนก็รีบวิ่งกลับไปยังจุดที่ดีนเจอเข้ากับพอร์นและจิม
“เศร้าใจจัง เศร้าใจจัง” เสียงปีปิกยังคงร้องออกมาเรื่อยๆ
“ปีปิกเรามารับแกแล้ว” ดีนร้องขึ้น แต่ปีปิกก็ไม่ได้บินกลับมาหาเขาแต่อย่างได้
“แกร๊ก ๆ ๆ” เสียงถุงพลาสติกดังขึ้น
“ปีปิกแกอยากกินองุ่นอบแห้งไหม”เจมส์พูดขึ้น ถึงไม่ต้องเห็นหน้าของเจมส์ ดีนก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เจมส์ต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ
“’งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกร้องขึ้น ก่อนจะบินตามเสียงถุงพลาสติกมาเกาะที่ไหล่ของเจมส์
“เ้านกตะกละเอ้ย” เจมส์เอ่ยขึ้น
“ไปกันเถอะดีนตอนนี้ปีปิกอยู่กับฉันแล้ว” เจมส์เอ่ยขึ้นแล้วดีนก็วิ่งตามเจมส์ไป
“เจมส์นี่มันทางไปที่ชายหาดนะครับ”ดีนถามขึ้นระหว่างที่ตามเงาใหญ่ ๆ ตรงหน้าเขาไปอย่างใจจดใจจ่อ
“ฉันขโมยเรือลำหนึ่งมาตอนนี้มันจอดอยู่ที่ซอกหินที่พวกเธอเคยใช้ซ่อนเรือตอนที่มากันครั้งแรกและแจ็คก็อยู่ที่นั้นด้วย” เจมส์ตอบ
“จริงเหรอครับ” ดีนถามขึ้นด้วยความดีใจ
“จริงสิ” เจมส์ตอบ
“แล้วแจ็คเป็ยังไงบ้างครับ”ดีนถามต่อ
“ฉันว่าเรารีบพาแจ็คไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”เจมส์ตอบ ทำให้ดีนเงียบไปอีกครั้งแล้วทั้งสองคนก็รีบวิ่งกลับไปยังชายฝั่งอย่างรวดเร็วก่อนเจมส์จะหยุดดีนไว้กะทันหัน แล้วรีบวิ่งเข้าไปหลบมุมหนึ่งในทันที
“มีอะไรเหรอเจ...” ไม่ทันที่ดีนจะพูดจบ ดีนก็เหลือบไปเห็นแสงไฟที่กำลังเคลื่อนที่มาทางพวกเขาทำให้รู้ว่ากลุ่มคนเ่าั้กำลังย้อนกลับมาหาพวกเขา
“นายซ่อนอยู่ตรงนี้ฉันจะวิ่งล่อพวกมันไปอีกทางถ้าเห็นว่าพวกมันไปหมดแล้วนายก็ตรงไปรอที่เรือที่ซ่อนไว้ในซอกหินเลย” เจมส์พูดก่อนจะส่งปีปิกมาให้ดีนอุ้ม แล้วไม่รอให้ดีนพูดอะไรตัวเจมส์เองก็วิ่งออกไปพร้อมหยิบปืนที่เขาหยิบติดมือมาในตอนแรกยิงใส่กลุ่มคนเ่าั้ แล้ววิ่งออกไปให้ห่างจากดีนในทันที
เสียงปืนดังขึ้นสนั่นเกาะดีนได้แต่เอามือข้างหนึ่งมาปิดหูแล้วขดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ส่วนปีปิกที่ได้ยินเสียงปืนก็เอาหัวมุดเข้าไปในปีก โดยไม่พูดอะไรออกมา
เมื่อเสียงปืนไกลออกไปแล้ว ดีนจึงค่อยๆ โผล่ออกมาแต่คราวนี้เขาระวังมากขึ้น เพราะอาจจะเหมือนเหตุการณ์ที่เขาต้องเจอกับพอร์นและจิมตามลำพังอีกก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังซอกหินที่เจมส์บอกไว้ว่าจอดเรือที่ขโมยไว้ที่นั่น พร้อมแจ็ค
จนในที่สุดดีนก็มาถึงแล้วลงมาในซอกหินทำให้เห็นเรือกับแจ็คอยู่ที่นั้นจริงๆดีนปีนลงไปหาแจ็คในทันที แต่ทันทีที่เขาะโลงไปในเรือคนจำนวนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำก็ผุดขึ้นมาแล้วหันปืนเข้าใส่ดีนและแจ็คที่หลับอยู่ในทันที
เจมส์วิ่งไปเรื่อยๆ ให้เร็วที่สุดตอนนี้ะุปืนของเขาหมดแล้วเขาจึงทิ้งปืนในมือไป เพื่อจะได้ตัวเบาขึ้นมาบ้างเพราะตอนนี้เขาแทบจะหมดแรง จนแทบจะล้มไปนอนกองกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
“ปัง ๆ ๆ” เสียงปืนยังคงส่งเสียงไล่ตามหลังเจมส์มาพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนมากที่ตามมา
จนในที่สุดเจมส์ก็วิ่งมาถึงทางหินผาที่ตั้งอยู่ล้อมรอบวิ่งไปไหนต่อไม่ได้แล้ว แสงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ ทอแสงขึ้นทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนค่อยๆหายไป ทุกอย่างรอบตัวเริ่มเห็นชัดขึ้น และกลุ่มคนก็เห็นเจมส์ได้ชัดมากขึ้น
ตอนนี้กลุ่มคนที่ไล่ตามเจมส์มาล้อมรอบเจมส์ไว้หมดทำให้เจมส์ไม่มีที่ให้หนีไปไหนได้อีกเจมส์ยืนจ้องหน้ามองไปยังจิมและพอร์นที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
“งึ ก็นึกว่าใครแกเองเหรอเจมส์”จิมพูดขึ้นพร้อมหันปากประบอกปืนมาที่เจมส์
“แกดูไม่สำนึกเลยนะจิม แกเองก็ด้วยพอร์น”เจมส์พูดตอบ และมองไปยังจิมและพอร์นที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตัวเอง
“ปัง” เสียงปืนดังขึ้นะุพุ่งไปยังไหล่ของเจมส์
“อ๊าก” เจมส์ร้องออกมาด้วยความเ็ป
“แกนี่ปากเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”พอร์นพูดขึ้น
“เด็กสองคนนั้นก็เป็เด็กแกด้วยใช่รึเปล่า” จิมเอ่ยถาม
“เด็กที่ไหน ฉันมาที่เกาะนี้คนเดียว” เจมส์แข้นเสียงตอบ
“แกนี่ปากแข็งนะไว้ไปถามเด็กนั้นเองกับตัวละกัน” จิมตอบกลับไป
“ถึงเวลาต้องลากันแล้วสวัสดีและลาก่อน” พอร์นพูดก่อนจิมและพอร์นจะกระหน่ำยิงไปที่ลำตัวเจมส์จนหมดแม๊กด้วยความแค้นแล้วเจมส์ก็ล้มลงไป
“เฮ้ย กลับกันได้แล้ว เรายังเหลือไอ้เด็กนั้นอีกคนกับพวกมันอีกคนหนึ่งอยู่ที่นี้อีกอย่าให้มันหนีไปได้” จิมออกคำสั่ง
สิ้นเสียงจิม เหล่ากลุ่มคนที่ยืนล้อมรอบก็หันหลังเตรียมตัวกลับเพื่อไปตามหาดีนและใครอีกคนที่จิมพูดถึงต่อ
“หยุด อย่าขยับ วางอาวุธลงซะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้กลุ่มคนที่กำลังจะกลับหยุดชะงักก็พบว่ามีกลุ่มคนทีใส่ชุดกันะุและถือโล่กันะุยืนชี้ปลายกระบอกมายังพวกเขาทุกคนอยู่
“ปัง ๆ ๆ ๆ” พอร์นเริ่มยิงใส่กลุ่มคนเ่าั้แล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มยิงตามพอร์น
“ไอ้พวกเดนตายพวกนี้” ชายคนหนึ่งในกลุ่มคนที่มาใหม่พูดขึ้น
“จับพวกมันให้ได้อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว”ชายคนเดิมที่เป็หัวหน้าสั่งขึ้นแล้วกลุ่มคนที่มาใหม่ก็เริ่มยิงปืนไฟฟ้าใส่กลุ่มคนตรงหน้าทำให้กลุ่มอาชญากรที่มีเพียงแค่ปืนต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด
“จับพวกมันมัดไว้ให้หมดแล้วนำไปขึ้นเรือ”หัวหน้าชุดปฏิบัติการสั่ง
“ครับ” หลังจากขานรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วหน่วยปฏิบัติการทั้งหมดก็เริ่มเข้าจับกลุ่มอาชญากรตรงหน้าทันทีรวมทั้งจิมและพอร์นด้วย
“หัวหน้าครับเราเจอคุณเจมส์ด้วยครับ” หนึ่งในหน่วยปฏิบัติการคนหนึ่งวิ่งมารายงาน
“พวกแกมาช้าไปแล้วตอนนี้มันตายไปแล้ว” จิมะโพูดขึ้นมาก่อนจะะเิเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ
“ใครตายเหรอจิม” เสียงของเจมส์ดังขึ้นทำให้จิมและพอร์นต้องหันกลับไปมองด้วยความใและไม่ใช่แค่ สองคนนั้นเท่านั้นเหล่ากลุ่มคนอื่นที่เห็นเจมส์ถูกยิงต่างหันไปมองด้วยความใ
“แก แกรอดมาได้ยังไง” พอร์นคำรามขึ้น
“มายากลมั่ง” เจมส์ตอบกวนๆ ออกไป นั้นยิ่งทำให้พอร์นยิ่งโกรธมากกว่าเดิมแต่เพราะผลจากปืนไฟฟ้าทำให้ร่างกายชาไม่สามารถขยับได้พอร์นจึงทำได้แต่มองด้วยสายตาที่หมายจะฉีกเจมส์ออกเป็ชิ้นๆ
“พาพวกมันกลับไปขึ้นเรือได้แล้ว”หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการสั่งแล้วกลุ่มอาชญากรก็ถูกนำตัวไปยังที่ชายหาดทั้งหมด
“นายระห่ำเกินไปนะเจมส์” หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพูดขึ้นก่อนจะถอด หมวกกันะุและแว่นตาออกเผยให้เห็นผมสีทองที่โผล่ออกมา สะท้อนกับอาทิตย์ยามเช้า
“เอานะอย่างน้อยรอบนี้เราก็จับพวกมันได้ทั้งหมดนะสก๊อต” เจมส์ตอบ
“วันก่อนที่นายรายงานนายแทบจะไม่บอกอะไรเราด้วยซ้ำนอกจากชื่อเกาะยังดีที่นายบอกให้ฉันไปตามหาเด็กผู้หญิงที่ชื่อแอนนี่กับอลิซ เพราะที่บ้านของพวกเธอมีแผนที่เราจึงล็อกพิกัดเกาะจนมาที่นี้ได้” สก๊อตพูดขึ้น
“ตอนนั้นฉันรีบนะ ว่าแต่พวกนายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี้ฉันนึกว่าพวกนายจะตรงไปรอจับเ้าพวกนี้ที่ถ้ำนั้นก่อนซะอีก” เจมส์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เด็กที่ชื่อดีนเป็คนบอกให้มาช่วยนายก่อนเพราะนายช่วยล่อเ้าพวกนั้นให้”สก๊อตตอบ
“แต่ตอนที่มาถึงฉันก็นึกว่านายจะตายไปแล้วซะอีกฉันได้ยินเสียงปืนตั้งหลายนัดแน่ะ” สก๊อตพูด
“อ่อ นั้นนะเพราะนี่ไงละ” เจมส์ยิ้มแล้วพูดขึ้น ก่อนจะถอดเสื้อชั้นนอกให้สก๊อตดูทำให้รู้ว่าภายใต้เสื้อชั้นนอก มีเสื้อกันะุอยู่ภายในอีกชั้นหนึ่ง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นายนี่มันเหลือร้ายจริงๆ”สก๊อตหัวเราะ แล้วทั้งคู่ก็เดินกลับไปยังชายหาดตามหน่วยปฏิบัติการไป
“เจมส์คุณเป็ยังไงบ้าง” ดีนที่นั่งอยู่บนโขดหินกับแจ็คที่ตื่นแล้วร้องทักเมื่อเห็นเจมส์เดินตามหลังกลุ่มอาชญากรที่ถูกจับไว้
“ไง ฉันยังสบายดีไม่ต้องห่วง”เจมส์ตอบ
“ฉันจะจำหน้าพวกแกทั้งหมดไว้ไม่ลืม”พอร์นะโ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกร้องขึ้นทำให้จิมหันมามองด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ
“อ่อผมขอแนะนำให้รู้จักนี่เพื่อนของผมชื่อ ปีปิก” แจ็คพูดขึ้นพลางยิ้มให้พอร์นและจิม
“แก” จิมกัดฟันเตรียมตัวจะพูดต่อแต่ก็ถูกเ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการดันให้ไปขึ้นเรือทำให้เขาไม่ทันได้พูดอะไรออกไป
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฉันชอบเด็กพวกนี่จริงๆ”สก๊อตะเิเสียงหัวเราะก่อนจะหันไปพูดกับเจมส์
“เป็เด็กที่สุดยอดไปเลยล่ะ”เจมส์ตอบ
“พวกเราก็ไปกันเลยไหม” เจมส์หันไปพูดกับแจ็คและดีน
“ครับ” แจ็คและดีนตอบพร้อมกัน
“แล้วพวกนายจะกลับด้วยกันไหม”เจมส์หันไปถามสก๊อต
“ฉันจะอยู่ที่นี้ก่อนตรวจสอบอะไรเพิ่มอีกนิดหน่อยแล้วค่อยกลับ” สก๊อตตอบ
“ไปสำรวจในถ้ำเลยในนั้นมีเครื่องพิมพ์ธนบัตรและธนบัตรที่ยังไม่ได้ตัดอยู่เต็มเลย” เจมส์พูด
“เยี่ยมไปเลย หลักฐานแน่นแบบนี้พวกมันดิ้นไม่หลุดแน่ๆ” สก๊อตยิ้มอย่างภูมิใจก่อนตอบออกไป
แล้วแจ็ค ดีน เจมส์ และปีปิกก็เดินขึ้นเรือแล้วตรงกลับไปยังท่าเรือที่เลคจอร์จซึ่งใช้เวลาซักพักในที่สุดก็มาถึงท่าเทียบเรือของบ้านพักแม็กเครย์จนได้ซึ่งตอนนี้มีแอนนี่และอลิซพร้อมทั้งป้าเมย์และลุงแซมยืนรอพวกเขาอยู่ด้วยความเป็ห่วง
“แจ็คพี่เป็ยังไงบ้าง”แอนนี่ที่เห็นสภาพสะบัดสะบอมของแจ็คแล้วรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงในทันที
“สบายมากเลยแอนนี่ขอโทษนะที่พี่ทำให้เป็ห่วง” แจ็คพูดพลางลูบหัวน้องสาวของเขาด้วยความเอ็นดู
“นายเป็ไงบ้างดีน” อลิซเดินเข้ามาถามไถ่พี่ชายของเธอ
“ฉันไม่เป็อะไรมากไม่ต้องห่วงหรอกนะ”ดีนตอบ
“ดีแล้วที่ไม่เป็อะไรมาก” อลิซพูด ก่อนจะเข้ามากอดดีนไว้แน่นทำให้ทุกคนแปลกใจมากเพราะอลิซกับดีนทะเลาะกันบ่อยจนไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้แล้วลุงแซมกับป้าเมย์ก็มาร่วมกอดเด็กทั้งสี่คนด้วยความเป็ห่วง
“อ่อ อีกอย่างนะแจ็ค แอนนี่เื่ลุงจอร์นนะไม่ต้องกังวลนะฉันได้ยินเื่ของพวกเธอมาแล้ว หลังจากนี้พวกเธอจะได้ไปอยู่บ้านเดียวกับคุณนายแม็คเครย์เธอตกลงว่าจะช่วยรับเลี้ยงพวกเธอให้เอง แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเธอว่าพวกเธออยากจะไปอยู่ไหม”เจมส์พูด ทำให้แจ็คและแอนนี่หันไปมองหน้ากัน
“เธออยากจะไปไหมแอนนี่” แจ็คถามน้องสาวของเขา
“อือ ถ้าพี่ไปไหนฉันก็จะตามพี่ไปด้วยนะแจ็ค” แอนนี่ตอบ
“’งั้นก็เป็อันตกลงครับ” แจ็คตอบ
“นั้นเป็ความคิดที่เยี่ยมไปเลย”ดีนพูดก่อนจะเข้าไปกอดแจ็คอีกครั้งแม้แต่อลิซเองก็ดีใจที่ได้อยู่กับพวกแจ็คไปอีกก็โผล่เข้ามากอดด้วย
“แต่ก่อนอื่นฉันต้องพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนนะแจ็ค” เจมส์พูดก่อนจะยืมรถของลุงแซมเพื่อพาแจ็คไปโรงพยาบาล
“จบซะทีเกาะหมอกแห่งการผจญภัย”แจ็คพูดขึ้น
“งี่เง่า งี่เง่า” เสียงปีปิกดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองมันที่เงียบมาตลอดก่อนจะหัวเราะให้กับการต่อประโยคของปีปิก ที่บางครั้งมันก็ต่อประโยคได้ตรงจังหวะเป๊ะๆ