พริ้มพราวใช้ชีวิตธรรมดามาก เรียนเก่งและขยันทำงานพาร์ทไทม์เก็บเงินเอง ในขณะที่เธอแค่นอนเฉยๆก็มีเงินมารอให้ออกไปจ่ายแล้ว แก้วขวัญจึงอยากลองใช้ชีวิตแบบพริ้มพราวบ้างด้วยออกจากบ้านหลังใหญ่มาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ และชวนพริ้มพราวมาเป็รูมเมท หารค่าห้องกันคนละครึ่งและไปทำงานพาร์ทไทม์เหมือนพริ้มพราว แก้วขวัญรู้สึกสนุกกับสิ่งนี้มากและเดือนแรกที่ได้ค่าแรงมาเธอภูมิใจกับเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมาก
นี่แหละคือประสบการณ์ในชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สำคัญไม่ต้องไปชิงดีชิงเด่นกับใครด้วย ไม่มีใครรู้ว่าพ่อแม่เธอเป็ใคร บ้านรวยแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ….ยังไงด้านความรักเธอก็อาภัพนัก ทันทีที่รู้ว่าคุณลุงธารันต์มาทาบทามตนเองให้กริชนั้นแก้วขึ้นตื่นเต้นมากๆ เพราะเธอชอบกริชอยู่ก่อนแล้ว แต่ทว่าตอนนี้ผู้ชายที่เป็รักแรกของของเธอกำลังจะแต่งงานและที่สำคัญเ้าสาวของเขาก็เป็เพื่อนที่สนิทของตัวเองด้วย แต่พริ้มพราวเป็คนจิตใจดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เธอเชื่อว่าพี่กริชจะต้องมีความสุขมากๆ ที่ได้พริ้มพราวเป็คู่ชีวิต….และพริ้มพราวก็เป็ผู้หญิงที่โชคดีมากที่สุดในโลกคนหนึ่งที่ได้ผู้ชายอย่างกริชคอยปกป้องดูแลไปตลอดชีวิต ดังนั้นแก้วขวัญจึงสามารถทำใจยินดีกับความรักของทั้งคู่ได้ ส่วนเธอก็ต้องเดินตามเส้นทางของตัวเอง อกหักแล้วไง แต่ชีวิตมันต้องเดินหน้าต่อไปนี่นา
.
อีกด้านหนึ่งของงาน สารภีรีบจูงมือลายสิงห์เข้ามาในงานด้วยความรีบร้อนเพราะวันนี้ตนตื่นสายไปหน่อย แล้วไหนยังต้องลุกขึ้นแต่งหน้าทำผมอีก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่เป๊ะ หล่อนไม่ยอมออกจากบ้านแน่ ดังนั้นเมื่อมาถึงงานพิธีก็ใกล้จบแล้ว
“ขอโทษนะคะคุณลุง พอดีสารภีติดธุระด่วนเลยมาช้าค่ะ” สารภีรีบบอกพ่อเ้าบ่าว
“ไม่เป็ไรหรอกหนูสารภี” ธารันต์ผู้เป็พ่อเ้าบ่าวในวันนี้บอกหล่อน
“แค่เห็นหนูมาลุงกับตากริชก็ดีใจแล้ว”
“ว่าแต่พ่อของหนูล่ะ เป็ยังไงบ้าง” ธารันต์ถามหล่อนแล้วก็ยืนคุยกันอยู่พักใหญ่ ในขณะที่ลายสิงห์ยืนฟังอยู่เงียบๆ ธุระที่สารภีอ้างก็คงเป็ธุระแต่งหน้าทำผมที่ไม่เสร็จสักทีของหล่อนนั่นแหละเพราะมันทำให้เขาที่ไปรับแต่เช้าตามเวลานัดต้องรอแล้วรอเล่าจนกินกาแฟหมดไปแล้วสองแก้วหล่อนก็ยังไม่ลงมา
ลายสิงห์กวาดสายตามองไปรอบๆ งาน เขาแทบจะไม่รู้จักใครเลยจริงๆ เนื่องจากชายหนุ่มไม่ใช่คนที่นี่ แต่ก็พอจะรู้จักแขกสำคัญที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างประปราย แต่คงไม่มีใครรู้จักเขาหรอก คงไม่มีใครทราบว่าตนเป็ลูกหลานจากตระกูลไหน ทั้งที่ครอบครัวของเขาก็มีคนในสังคมเดียวกันรู้จักอยู่พอสมควร เพียงแต่ลายสิงห์ไม่ชอบออกสื่อก็เท่านั้น .
งานที่นี่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่มีแขกสำคัญมาร่วมงานมากมาย แสดงว่าเ้าของงานคงเป็คนมีอิทธิพลหรือไม่ก็มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ลายสิงห์กวาดสายตาไปเรื่อยจนไปหยุดอยู่ที่เ้าสาวของงานที่กำลังถูกพาขึ้นไป้าโดยสาวร่างสูงโปร่งสมส่วนคนหนึ่งซึ่งคาดว่าคงจะเป็เพื่อนเ้าสาว
“ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ลายสิงห์หันมาพูดกับสารภีและอยากจะหาที่ปลอดคนอยู่สักพัก จากนั้นชายหนุ่มก็เดินหายไปมุมหนึ่งของงาน
.
.
ด้านแก้วขวัญหลังพาเ้าสาวขึ้นมาพักผ่อนข้างบน หญิงสาวจึงพบว่าเพื่อนรักอาจจะกำลังตั้งท้องอยู่ แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างกริชกับพริ้มพราวจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนักเมื่อรู้เหตุผลการแต่งงานของทั้งคู่ อย่างน้อยพริ้มพราวก็ไม่ได้แย่งกริชไปจากเธอ แต่เธอต่างหากเล่าที่เป็คนมาทีหลัง….
“ก็ไม่แน่หรอก” แก้วขวัญพูดในเวลาต่อมาพร้อมกับถอนหายใจ
“ถ้าแก้วเป็พี่กริช แก้วไม่มีทางเอาตัวเองไปผูกมัดกับคนที่แก้วเกลียดหรอก” และแก้วขวัญมองไม่ออกเลยสักนิดจริงๆ ว่ากริชจะชิงชังเพื่อนของตนตรงไหน สายตาที่กริชมองพริ้มพราวในวันนี้….เป็แววตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึก ซึ่งเธอไม่เคยได้รับมันจากอดีตว่าที่คู่หมั้นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
“นี่แหละนะความรัก คนที่เรารักมักไม่รักเรา” พูดแล้วแก้วขวัญก็ต้องสะท้อนความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง เธอคิดกับกริชมากกว่าพี่ชาย แต่กริชให้เธอได้เพียงน้องสาวเท่านั้น
“แล้วตัวจะเอาไงเื่ลูก ถ้าเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ” แก้วขวัญกลับมาถามเื่ที่พริ้มพราวกังวลอยู่อีกครั้ง
“…….” แต่กลับไม่มีคำตอบใดจากปากของเพื่อนสาวที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาใดๆ ในเวลานี้ได้เลย
“แต่แก้วว่าตัวตรวจดูให้แน่ใจดีกว่า” แก้วขวัญออกความเห็น
“ถ้าท้องยังไงพี่กริชก็ต้องรู้อยู่ดี” เธอพูดต่อ
“หลานคนแรกของชนัทพงษ์ คุณลุงต้องดีใจมากแน่ๆ” เพื่อให้พริ้มพราวใจชื้นขึ้น.
“ว่าแต่นอกจากแก้วแล้วมีใครที่คุยเื่นี้กับตัวอีกมั้ย?” แก้วขวัญถามพริ้มพราวเพื่อเช็คความแน่ใจเพราะได้เห็นความไม่น่าไว้ใจจากคนใกล้ตัวของเพื่อนมา
“พริ้มยังไม่ได้พูดกับใครเื่นี้เลย” พริ้มพราวบอกและนั่นก็ทำให้แก้วขวัญสบายใจขึ้น
“โอเค งั้นเดี๋ยวแก้วจะออกไปซื้อที่ตรวจมาให้นะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ลงมาด้านล่าง แล้วจำเป็ต้องฝ่าดงแขกในงานที่มากันเยอะเกินคาด
“ทางค่อยโล่งขึ้นหน่อย” เธอเดินออกมาเกือบนอกตัวงานแล้ว ในขณะที่อีกด้านหนึ่งสารภีกำลังไลด์สดบรรยากาศรอบๆ ตัวงาน
“งั้นสารภีขอปิดไลด์แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ”
“บ๊ายบาย” หล่อนบอกคนที่เข้ามาดูไลด์ของตัวเอง
“ลงรูปสวยๆ สักรูปดีกว่า” สารภีพูดต่อหลังปิดไลด์ แล้วมองหามุมถ่ายรูปสวยๆ เพื่อเซลฟี่ให้คุ้มกับที่ตัวเองแต่งหน้าทำผมอยู่ชั่วโมงกว่าจนกระทั่งได้มุมสวยๆ สมใจ
สารภีเดินตรงไปยังซุ้มถ่ายรูปที่อยู่ด้านนอกพลางเปิดกล้องหน้าเช็คมุมถ่ายไปด้วยจนไปชนเข้ากับแก้วขวัญที่กำลังเดินออกมา
“โอ๊ย!” สองสาวอุทานขึ้นพร้อมกับด้วยแรงกระแทกที่ทำให้ต่างคนต่างเจ็บตัวกันเล็กน้อย ซึ่งโชคดีที่น้ำส้มที่อยู่ในมือของสารภีไม่กระเด็นจากแก้วไปเลอะใส่ชุดของทั้งคู่เข้า
“ขอโทษค่ะ” ซึ่งแก้วขวัญรีบขอโทษทั้งที่อีกฝ่ายเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเดินมาชนเธอจากอีกด้านเอง แต่ด้วยมารยาทหญิงสาวจึงเป็ฝ่ายเอ่ยคำขอโทษก่อน .
“ทีหลังก็เดินให้ระวังหน่อยสิ”
…………..
ฝากช่วยกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ????