ตอนนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ทีแรกจิงจิง คิดว่าถ้าเปิดร้านแล้วค่อยรับพี่สะใภ้รองเข้ามาช่วยทีหลัง แต่พอมาคิดอีกที กลับไป่นี้แล้วรับมาก่อนเลยดีกว่า ยังต้องฝึกพี่สะใภ้รองอีกและอีกอย่างตอนนี้เธอหาบ้านเช่าได้แล้ว ค่าเช่าถึงจะแพงไปสักหน่อย 28 หยวนต่อเดือน แต่พื้นที่กว้างมาก มีห้องถึง 3 ห้อง ยังมีห้องน้ำและที่ทำอาหารในตัวยังไม่ไกลจากร้านมากอีกด้วย
จิงจิงชอบที่นี่มาก ถึงจะไกลจากโรงเรียนหน่อย แต่เธอเรียนอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเรียนจบแล้ว ในระหว่างรอสอบมหาวิทยาลัยเธอสามารถอยู่ที่นี่ได้ หลังจากที่สอบปลายภาคเสร็จก็มีเวลาอีก 2 เดือนที่จะสอบมหาวิทยาลัย
ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้บังคับนักเรียนว่าจะไปสอบเองหรือไปกับโรงเรียน เด็กมัธยมปลายที่สอบปลายภาคเสร็จ ก็จะมีเวลาทบทวนแค่ 2เดือนเท่านั้น ในสองเดือนนี้ โรงเรียนก็ยังเปิดสอนสำหรับเด็กที่เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย พอสอบเสร็จก็สิ้นปี นักศึกษามหาวิทยาลัยระลอกสองจะเข้ามหาวิทยาลัยในต้นปี 1979
ตอนนี้จิงจิงปั่นจักรยานั้แ่ในอำเภอเข้ามายังหมู่บ้านชนบทเลย ตอนนี้ถึงทางจะไกลมากแต่กลับไม่เหนื่อยเท่าไหร่แล้ว จิงจิงตอนนี้อยู่ในเมืองใช้จักรยานไปไหนมาไหนด้วยตลอด พร้อมออกกำลังกายด้วย ส่วนมอเตอร์ไซค์ยังเอาออกมาใช้ไม่ได้จะโดนเด่นเกินไปอย่างแน่นอนช่างก่อนเถอะ จิงจิงมาพร้อมกับของที่ห้อยอยู่หลังรถอีกมากมาย ตอนนี้เธอต้องเริ่มเปิดเผยทรัพย์สินแล้ว
ั้แ่ปั่นจักรยานใกล้หมู่บ้านเข้ามาเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงซุบซิบตามทางมาตลอดทาง แต่ตอนนี้จิงจิงไม่เย่อหยิ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ละก็ไม่คิดว่าจะต้องอับอายกับเื่ที่เ้าของร่างเดิมทำแล้วด้วย เจอใครถ้ารู้จักก็ทักพร้อมด้วยรอยยิ้ม จนคนอื่นอึ้งกันเป็ทอดๆ ฮาา ตลกชะมัด
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เจอกับครอบครัวทันที ่นี้งานในนาไม่มีให้ทำกันแล้ว ทุกคนจึงพักผ่อนหรือไม่ก็ทำงานกันอยู่ที่บ้านแทน
“แม่ พ่อ หนูกลับมาแล้ว” จิงจิงะโเข้าไปทันที พอเห็นทุกคนอึ้งจิงจิงก็หัวเราะซะเลย ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวจริงๆ แล้ว
“พ่อ แม่ อึ้งอะไรกัน หนูกลับมาแล้ว ไม่ดีใจงั้นเหรอคะ?” จิงจิงพูดเสร็จก็มองไปรอบๆ สภาพครอบครัวแต่ละคนดูดีขึ้นมาหน่อยแล้วจริงๆ แม่คนนี้ยังชักจูงไปในทางที่ดีได้ง่ายอยู่บ้าง
“จิงจิง นี่แกกลับมาแล้วเหรอ แกพึ่งกลับมาไม่นานนี้เองนี่หน่า เกิดเื่อะไรขึ้นงั้นเหรอ หรือแกเงินหมดตัวแล้ว กลับมาคราวที่แล้วฉันก็ลืมให้เงินแกไปนี่นะ” แม่ชิงหลังจากใก็นึกขึ้นได้ เธอลืมให้เงินลูกสาวตอนนั้นไปเสียสนิท!!
“..” จิงจิง
“..” ทุกคน
“แม่ หนูยังมีเงินหนูบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าตอนนี้หนูหาเงินได้แล้ว ตอนนี้ยังหาได้มากอีกด้วย หนูพึ่งซื้อจักรยานไป นี่ก็ซื้อของมาให้ครอบครัวเราอีกเยอะแยะ มาช่วยกันขนของหน่อยเร็วเข้าฉันเอาของมาเยอะเลยละ”
“” ทุกคนอึ้งกันจริงๆ แล้วน้องสาวซื้อจักรยาน!! นี่ นี่ มันจักรยานเลยนะ ตอนนี้ในหมู่บ้านมีไม่มีคนรวมถึงหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่มีกัน น้องสาวซื้อจักรยานมางั้นเหรอ ไม่จริงน่า..
“อะไรนะ!! แกซื้อจักรยาน!!” พ่อหลิวหย่งได้สติก็รีบวิ่งออกไปดูที่หน้าบ้านทันที เห็นจักรยานคันงามจอดอยู่หน้าบ้าน ท้ายจักรยานยังมีของพะรุงพะรังก็ตกตะลึงไปหมดจนแทบพูดไม่ออก พอเดินออกมาใกล้ๆ ก็เห็นชาวบ้านเข้ามามุงดูจนเต็ม
“นี่ หลิวหย่ง ฉันเห็นจิงจิงขี่จักรยานคันนี้เข้ามา จิงจิงไปเอามันมาจากไหนเหรอ” ป้ากั๋วที่อยู่ตรงข้ามบ้านถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น นี่มันจักรยานเชียวนะ
“เออ เออ คือ มันเป็ของจิงจิง บ้านเรา!!” หลิวหย่งตอบอย่างตะกุกตะกักและสับสนมึนงงอยู่เล็กน้อย
“อะไรนะ!! แล้วจิงจิงเอาเงินจากไปไปซื้อจักรยานมาได้งั้นเหรอ หรือ เงินที่หลิวฮั่นส่งมา”
“ไม่ใช่ ตอนนี้ จิงจิง หางานทำได้ที่ในเมือง ทั้งยัง วาดภาพมีคนมาซื้อให้ราคามากอีกด้วย” หลิวหย่งรีบพูดทันที
“งานอะไร แล้วภาพวาดมันขายได้หรือยังไง นี่ๆ ฉันของดูจักรยานนี่ก่อน” ชาวบ้านรอบๆ ก็มามุงดูด้วยความแปลกใจด้วยเช่นกัน
ตอนนี้หลิวหย่งรีบขนของเข้ามาในบ้านแล้วยกจักรยานทั้งคันเข้ามาวางไว้ที่ลานหน้าบ้านแล้ว พร้อมลูบมันอย่างตื่นเต้น เด็กที่ได้สติก็มาล้อมวงที่จักรยานทันทีแต่ก็ได้แค่มองดูเท่านั้นไม่กล้าแตะมันแม้แต่น้อย
“พวกแกอย่าแตะมันเชียวนะ เดียวมันจะเป็รอย” แม่ชิงที่ได้สติรีบวิ่งมาเช่นกันเห็นแบบนั้นก็ตวาดเด็กๆ ทันที
เมื่อทุกคนดูจักรยานจนพอใจแล้วก็ต้องอึ้งกับข้าวของที่ จิงจิง ขนมา ไม่ว่าจะเป็พับผ้า แป้ง เนื้อหมู เส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วยังมี ไก่ย่าง เนื้อย่าง ซาลาเปา นมผง และขนมอีกมากมายอีกเต็มคันรถ
“ทุกคนเข้ามาในบ้านเถอะค่ะ หนูมีเื่ที่จะคุยด้วย” จิงจิงเรียกทุกคนที่ตะลึงค้างเข้ามาคุยด้วยทันที
แม่ชิงตื่นเต้นมาก “จิงจิง นี่แกเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ ถึงเอาของพวกนี้กลับมาได้” ของพวกนี้รวมถึงจักรยานคันโตที่จอดอยู่ลานบ้าน มันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยทีเดียว
“นี่คือเื่ที่หนูจะคุยกับทุกคนในบ้านนี่แหละค่ะ อย่างที่หนูเคยบอกว่าหนูวาดภาพขาย หนูจึงกลับไปวาดและฝึกไปด้วย พอคนรวยในเมืองเห็นภาพวาดหนูก็ชอบเข้าทันที ยังให้เงินหนูมาเยอะเลย พอหนูมีเงินหนูก็ลองวาดภาพอื่นๆ ขายอีก สระสมเงินได้อีกนิดหน่อย ตอนนี้หนูดูลาดเลาในเมืองแล้ว การเปิดร้านค้าอะไรสักอย่างต้องได้เงินเยอะแน่นอน หนูจึงจะเปิดร้านเสื้อผ้าที่ในเมืองค่ะ”
“ขะ ขายเสื้อผ้า นี่มันจะทำได้เหรอ” แม่ชิงอุทานขึ้นมาทันที เปิดร้านเสื้อผ้าในเมืองงั้นเหรอ เธอค่อนข้างกังวลครอบครัวเราเป็ชาวนามาหลายรุ่นต่อหลายรุ่น จะไปเป็พ่อค้าไปได้ยังไง แต่ทุกครั้งเธอก็เชื่อฟังลูกสาวเธอตลอด
คนอื่นๆ ก็ใเหมือนกัน “แม่คะ แม่ไม่เชื่อใจหนูเหรอ หนูอยู่ในเมืองมาตั้งกี่ปี? ตอนนี้อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ผู้คนสามารถค้าขายทำธุรกิจได้อย่างเสรีจริงๆ แล้วค่ะ อีกอย่างการค้าขายหาเงินได้เยอะจริงๆ นะคะ หนูเห็นเถ้าแก่ในเมืองรวยกันเพราะค้าขายทั้งนั้น ฉะนั้นเชื่อหนูเถอะ หนูบอกแล้วไงว่าจะทำให้ครอบครัวเรา มีกินมีใช้อยากกินอะไรก็ได้กิน แม่ไม่อยากร่ำรวยหรือคะ”
“อยากสิ ใครจะไม่อยาก” พอฟังมาถึงตรงนี้ แม่ชิงก็ตื่นเต้นขึ้นมา ถ้าร่ำรวยขึ้นมาจริงๆ จะดีสักแค่ไหน
“ฉะนั้นวันนี้ที่หนูมา หนูอยากหาคนมาช่วยดูที่ร้านหน่อย ตอนนี้หนูจ้างพนักงานขายหน้าร้านไว้แล้ว แต่จะดีกว่าถ้ามีคนในครอบครัวช่วยดูไม่ใช่เหรอค่ะ เพราะหนูก็ยังต้องเรียนด้วย หนูจึงอยากจะขอให้พี่สะใภ้รองไปช่วยดูหน้าร้านให้หนูที่ในอำเภอ หนูไม่ได้ให้ดูฟรีแน่นอนค่ะ หนูจะให้พี่สะใภ้รอง เดือนละ 35 หยวน พี่สะใภ้รองสนใจไหมคะ”
“35 หยวน!! นี่มันจะมากไปแล้ว เดียวฉันจะไปเฝ้าให้แกเอง ฉันไม่เอาเงินหรอก” แม่ชิงรีบแย้งขึ้นมาทันทีโดยไม่ให้สะใภ้รองพูดอะไร
สะใภ้รองก็ใมากน้องสาวจะให้เธอไปช่วยทำงานที่ในเมือง? แล้วยังให้เงินเธอตั้ง 35 หยวน!! เธอ เธอสามารถทำได้เหรอ? เธอจะมีเงินเก็บเป็ของตัวเองเหรอเปล่า?
สะใภ้ใหญ่ก็ใไม่ต่างกัน 35 หยวนไม่ใช่น้อยๆ นี่มันเงินเดือนของคนทำงานในโรงงานเลยทีเดียวเชียวนะ
“แม่คะ ถ้าแม่ไป แล้วที่บ้านใครจะดูแลค่ะ? ไหนจะพ่ออีก ให้พี่สะใภ้รองไปก่อน ให้พี่สะใภ้รองทำงานเก็บแต้มที่นาจะได้สักเท่ากันคะ ไปทำงานในอำเภอช่วยหนูไม่ดีกว่าเหรอ? ถ้าหากแม่อยากจะไปดูด้วย ไว้หนูจะมารับแม่ไปดูนะคะ ตอนนี้หนูเช่าบ้านที่ในอำเภอไว้แล้วค่อนข้างกว้างขวาง พี่สะใภ้รองก็อยู่ที่บ้านกับหนู ไว้ถ้าร้านเข้าที่เข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ หนูจะ้าคนในครอบครัวไปช่วยดูอีกแน่ค่ะ แต่ตอนนี้เราไม่สามารถไปทั้งครอบครัวได้เพราะเราไม่มีทะเบียนบ้านที่นั่น” ถ้าหากกิจการดีจริง เธอสามารถเปิดอีกสาขา ให้แม่หรือพี่สะใภ้ใหญ่ดูแลได้ แต่ต้องฝึกฝนกันสักหน่อย
“แกเช่าบ้านในเมืองอีกเหรอ” แม่ชิงค่อนข้างเป็กังวล
“ใช่ค่ะแม่ มันจำเป็ต้องมีที่อยู่สำหรับคนสองคนนะคะ แต่มันไม่ได้แพงอะไรเลยค่ะแม่ไม่ต้องห่วง” เธอไม่มีทางบอกค่าเช่าแม่เธอตอนนี้แน่
“พี่สะใภ้รองคะ พี่เต็มใจที่จะไปไหม? พี่ไม่ต้องห่วงนะคะงานไม่ได้ทำอะไรมาก เดียวหนูจะสอนพี่เอง พี่ก็อ่านออกเขียนได้ใช่ไหมคะ”
“พี่ พี่ พี่ทำได้ พี่อยากไปพี่จะช่วยดูแลร้านให้ได้น้องอย่างแน่นอน แต่ไม่ต้องให้เงินพี่เยอะขนาดนั้นก็ได้” หลิวเหมยตัดสินใจทันที เธออยู่ที่นี่สามีของเธอนานทีถึงจะกลับมา อยู่บ้านโดนแม่สามีบ่นทั้งวันเื่ลูก เธอรู้สึกอึดอัดมาก ใครละที่ไม่อยากจะมีลูก? แต่สามีเธอกลับมาปีละครั้งสองครั้งโทษเธอคนเดียวก็ไม่ได้นี่หน่า
ถึงจะไปอยู่ในเมืองกับน้องสาว แต่น้องสาวไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ดีแต่ะโด่า แล้วทำแต่หน้าบึ้งใส่เธอ ตอนนี้น้องสาวพูดเก่งมาก หน้าตายิ้มแย้ม ทั้งยังซื้อของมาให้ครอบครัวเยอะขนาดนี้อีก บางทีเธอที่ตัดสินใจเข้าไปทำงานในตัวอำเภอนี้แล้วอาจจะเก็บเงินได้เพื่อให้ลูกชายเธอในอนาคต
“งั้นแกก็ให้สะใภ้รองไปช่วยเถอะส่วนเงินไม่ต้องให้มากขนาดนั้น” แม่ชิงพูดขึ้นหลังเห็นลูกสาวเธอตัดสินใจ
จิงจิงก็ไม่แย้งอีก แต่เธอก็จะให้ตามที่สมควรให้อยู่ดี