หลิงซียังคงทำทุกอย่างเหมือนปกติเหมือนเขาไม่ได้รับรู้อะไรเลย ไม่ว่าจะเป็เื่ฐานะของแขกทั้งสองคนในบ้านไปจนถึงเื่ที่พวกเขาคิดจะทำ แน่นอนว่าหลิงซีไม่มีความคิดที่จะเข้าไปยุ่งกับเื่วุ่นวายพรรค์นั้นอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เขาอดสงสัยไม่ได้ก็คือ แคว้นหนานจงมียุทโธปกรณ์ที่ล้ำหน้าแบบนั้นได้อย่างไร
ถึงแม้ว่าสำหรับหลิงซีมันจะเป็เพียงแค่เกราะเหล็กผุๆ ที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เท่านั้นก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นในตอนนี้มันก็ไม่ควรมีใครที่สามารถคิดค้นยุทโธปกรณ์จำพวกนั้นออกมาจนเกือบสมบูรณ์ได้ หรือว่าแคว้นหนานจงจะนำยุทโธปกรณ์เ่าั้มาจากชาวตะวันตกด้วยข้อตกลงบางอย่างซึ่งมันสามารถส่งผลต่ออนาคต?
เมื่อชาติก่อนแคว้นหนานจงยื่นมือเข้ามาจับปลาน้ำขุ่นในขณะที่แผนการของแม่ทัพเฟิ่งกำลังไปได้ด้วยดี และนั่นทำให้สถานการณ์ฝั่งแม่ทัพเฟิ่งแย่ลงอย่างกะทันหัน อีกทั้งมันยังมีเกราะเหล็กที่ไม่มีใครเคยรู้จัก เครื่องจักรสังหารเ่าั้ทำการเข่นฆ่าชาวบ้านและทหารในเมืองไปนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังเผาทำลายบ้านเมืองจนวอดวายสร้างความเสียหายไปทั่วทั้งเมือง
แต่นั่นก็ยังไม่พอการปรากฏตัวขึ้นของแคว้นหนานจงยังสามารถทำให้แม่ทัพเฟิ่งาเ็สาหัส โชคยังดีที่กุนซือของเขาท่านหวงเยว่เทียนสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ถึงแม้มันจะยากลำบากแต่อย่างน้อยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ยังไม่ลุกลามไปถึงเมืองอื่น
หลิงซีคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่ต้องทำให้แขกสองคนในบ้านคุ้นชินกับเกราะเหล็กเอาไว้บ้าง เมื่อมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นพวกเขาจะได้รู้ว่าควรรับมือกับเกาะเหล็กผุพังนั่นอย่างไร
“ท่านผู้เฒ่าวันนี้พวกท่านมายืดเส้นยืดสายกับข้าสักหน่อยเป็อย่างไร ข้าฝึกซ้อมคนเดียวจนเบื่อแล้วพวกท่านช่วยเป็คู่มือให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”
“เช่นนั้นก็มาสิ วันนี้ข้าจะเป็คู่มือให้เ้าเองก็ได้ เ้าลูกชาย” หานคุนพูดขึ้นพร้อมกับหยิบดาบไม้ออกมา
“ฝึกซ้อมเฉยๆ ก็น่าเบื่อแย่สิ เอาเช่นนี้เป็อย่างไรพวกเราใช้หุ่นสองตัวนั่นสู้กันเถอะ ถ้าข้าเป็ฝ่ายชนะท่านผู้เฒ่ามาแต่งเข้าบ้านข้านะ”
“แล้วหากเ้าแพ้เล่า” หานคุนถามกลับ
“..ข้าจะยอมสอนท่านผู้เฒ่าอ่านแบบร่างเกราะเหล็กนี่หนึ่งวันเป็อย่างไร”
“แค่นั้นเองหรือ ไม่คิดว่าน้อยไปหน่อยรึไง”
“ท่านผู้เฒ่าอย่ารังแกข้านักเลย การที่จะเอาชนะท่านนั้นไม่ง่ายเลยสักนิด”
“หึ! ก็ได้ เพื่อลูกชายที่รักพ่อบุญธรรมคนนี้จะเล่นเป็เพื่อนเ้าเอง..แล้วข้าจะบังคับหุ่นนั่นอย่างไร”
“ไม่ยาก แค่เข้าไปอยู่ในตัวมันแล้วขยับแขนขาตามปกติ”
หานหลินถามขึ้นอย่างใคร่รู้ “นี่เ้าสามารถสร้างมันให้คนเข้าไปบังคับเองได้ด้วยหรือ”
ด้วยระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาหลิงซีไม่เคยพูดถึงความสามารถของสิ่งที่เขาสร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตาม ซึ่งพวกตนเองก็ไม่สามารถเดาได้ว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้นนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง
“ย่อมได้อยู่แล้วอันที่จริงหุ่นสองตัวนี้คือเกราะเหล็ก ในเมื่อมันเป็เกราะย่อมสามารถสวมใส่ได้..และเพื่อไม่ให้เป็การเอาเปรียบพวกท่าน ข้าจะให้เวลาพวกท่านทำความคุ้นชินกับมันเสียก่อน ลองเข้าไปอยู่ในเกราะแล้วเคลื่อนไหวดู แค่พวกท่านขยับแขนขาตามใจนึกได้ก็ถือว่าพอแล้วล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปเลือกอาวุธรอพวกท่านก็แล้วกัน”
เมื่อหลิงซีเห็นว่าแขกทั้งสองคนในบ้านต่างให้ความสนใจกับเกราะเหล็กนี้อยู่ ซึ่งถือว่ามันเป็เื่ดีพอสมควรที่พวกเขาจะยอมทำความคุ้นชินกับมัน เดิมทีหลิงซีคิดว่าต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมสองคนนี้อีกนาน แต่เขานึกไม่ถึงว่าข้อเสนอที่เขายื่นให้จะทำให้สองคนนี้ยอมตกลงอย่างง่ายดาย
หลิงซีเลือกที่จะหยิบอาวุธสองชนิดออกมา หนึ่งคือพลองทลายภูผา อีกหนึ่งคือมีดกรีดนภา อาวุธสองชนิดนี้คืออาวุธที่ใช้ในกองทัพอย่างแพร่หลายในอีกประมาณห้าปีข้างหน้า ซึ่งในตอนนี้หลิงซีเลือกที่จะนำมันออกมาให้คนทั้งสองใช้งานให้ชินก่อน อย่างน้อยหากมีเื่วุ่นวายในอนาคต พวกเขาก็น่าจะปลอดภัย และอาจช่วยลดการสูญเสียที่มากเกินความจำเป็ด้วยก็เป็ได้
แขกทั้งสองในบ้านทำความคุ้นชินกับเกราะเหล็กได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาขยับแขนขาชุดเกราะได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็แขนขาของตนเอง ถึงแม้ชุดเกราะนี้จะถูกพัฒนาขึ้นให้ควบคุมง่ายอยู่แล้ว แต่การจะขยับแขนขาได้อย่างไม่ติดขัดนั้นก็ย่อมต้องใช้เวลาทำความคุ้นชินกับมันอยู่พอสมควร แต่ดูเหมือนสองคนนี้จะเป็ข้อยกเว้นละมั้งนะ
“ท่านผู้เฒ่าทั้งสองช่างเก่งกาจยิ่งนักที่สามารถควบคุมเกราะเหล็กได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้”
“ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนนี่ ว่าแต่เ้าไปเลือกอาวุธไม่ใช่หรือเหตุใดจึงถือพลองผุๆ นั่นมาเล่า” หานคุนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“..แน่นอนว่านี่คืออาวุธ นี่คือพลองทลายภูผา ข้าสร้างมันขึ้นมาด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนปลายของพลองนั้นคมมาก เพราะข้าได้ติดใบมีดขนาดเล็กและบางเฉียบเอาไว้ในส่วนปลายของพลองนี้ด้วย ส่วนอาวุธอีกชิ้นที่ข้าหยิบมาคือมีดกรีดนภา ซึ่งมันก็ถูกข้าผลิตขึ้นมาเป็พิเศษเช่นกัน ใบมีดของมันมีความคมและแข็งแรงมากจนสามารถตัดเหล็กให้เป็ท่อนๆ ได้โดยแทบจะไม่ต้องออกแรง เวลาจะใช้อาวุธสองชนิดนี้ต้องระมัดระวังเป็พิเศษ ถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้อีกฝ่ายาเ็เอาได้ง่ายๆ”
หานหลิน “อืม น่าสนใจดี”
“เช่นนั้นข้าจะบอกถึงข้อห้ามในการประลองของเราให้ฟังนะ อย่างแรกเลยคือห้ามโจมตีตรงส่วนข้อต่อ เพราะส่วนนี้จะเป็ส่วนที่เปราะบางกว่าจุดอื่น หากเป็อาวุธที่ผลิตใช้ทั่วไปย่อมไม่เป็ปัญหา แต่หากใช้อาวุธที่ข้าทำเป็พิเศษจะถือว่าอันตรายมาก และการโจมตีที่บริเวณต้นคอด้านหลังเพื่อปิดการทำงานของหุ่นนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเป็พิเศษเพราะหากโจมตีแรงเกินไปจะทำให้คนในชุดเกราะาเ็ หรือหากร้ายแรงกว่านั้นก็อาจจะทำให้เสียชีวิตเอาได้ง่ายๆ หรือหากพวกท่านไม่มั่นใจที่จะใช้อาวุธที่ข้าตีขึ้นเป็พิเศษก็สามารถใช้อาวุธปกติได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่จำเป็จะต้องระวังเื่อะไรเป็พิเศษ”
หานคุน “..อาวุธที่เ้าสร้างกับอาวุธปกติมันแตกต่างกันมากขนาดนั้นเชียวหรือ”
หลิงซียิ้มบางก่อนอธิบายเพิ่มเติม “แน่นอนว่ามันย่อมต่าง อาวุธปกติไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเกราะเหล็กที่ข้าสร้างได้ และแน่นอนว่ามันย่อมไม่สามารถสร้างอันตรายให้คนที่อยู่ในชุดเกราะอยู่แล้ว แต่หากเป็อาวุธที่ข้าสร้างขึ้นเป็พิเศษ หากฟันตรงบริเวณข้อต่อมันย่อมทำอันตรายให้ผู้ที่อยู่ในชุดเกราะได้ จนถึงขั้นพิการหรือตายได้หากออกแรงสักหน่อย อืม ข้อห้ามก็น่าจะประมาณนี้แหละ เช่นนั้นพวกเรามาเล่นกันเถอะท่านผู้เฒ่า..”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นประลองจนกระทั่งถึงเย็น หลิงซีจึงขอตัวไปเตรียมอาหารในครัว เหลือเพียงแขกสองคนในบ้านที่กำลังนั่งพักดื่มชาอยู่บริเวณโต๊ะไม้ไผ่ใต้ต้นสาลี่ป่า
หานหลิน “น่าทึ่งจริงๆ ข้าไม่เคยคิดว่าหุ่นสองตัวนี้จะสามารถทำแบบนี้ได้ด้วย”
หานคุน “แต่ข้าว่ามันยังสามารถทำได้มากกว่านี้อีก แค่อาหลิงไม่ยอมบอกเท่านั้นเอง”
หานหลิน “แล้วเ้าคิดว่าทำไมอยู่ดีๆ เด็กคนนั้นถึงยอมให้เราแตะต้องเ้าหุ่นนี่ล่ะ อีกทั้งยังบอกวิธีอ่านแบบร่างของมันด้วยข้าว่ามันแปลกๆ อยู่นะ”
เขารู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะแปลกใจแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตนสนใจสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้อยู่ไม่น้อย และเมื่อมีโอกาสเขาย่อมไม่ลังเลที่จะทำ
“เ้าก็อย่าคิดมากนักเลย เด็กคนนั้นอาจจะไว้ใจเราจริงๆ ก็ได้ ยังไงซะพวกเราก็อยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งปีแล้วนะ” หานคุนพูดขึ้นอย่างเป็เหตุเป็ผล ด้วยระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่น้อยจึงทำให้รู้จักนิสัยใจคอกันอยู่พอสมควร อาหลิงไม่ใช่คนที่เลวร้ายและไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผล
ถึงแม้การกระทำในวันนี้ของเขาจะต่างออกไปจากทุกๆ วันแต่มันก็ไม่ใช่เื่ที่ไม่ดีแต่อย่างใด หานคุนรู้สึกว่าวันนี้เด็กหนุ่มไม่ได้ตั้งใจที่จะประลองกับเขาอย่างจริงจัง แต่แค่้าให้เราทำความคุ้นชินกับหุ่นและอาวุธนี่ต่างหาก อีกทั้งยังลอบบอกจุดอ่อนและจุดแข็งของเกราะเหล็กด้วย