เมื่อชายวัยกลางคนในชุดสีเขียวปรากฏตัวก็สามารถสังหารกลุ่มชายฉกรรจ์จนหมดในพริบตานี่ทำให้พวกติงอิงต้องตื่นตระหนกและมองอีกฝ่ายเป็เซียนชายวัยกลางตนมองไปยังหญิงสาวสองคนที่ตัวสั่นเห็นได้ชัดว่าจิตใจไม่มั่นคงเพราะภาพที่เห็นโหดร้ายเกินไปชายวัยกลางคนชี้ไปที่หน้าผากของพวกนางทำให้พวกนางหลับลง
“เอาละพาพวกนางกลับขึ้นไปพักบนูเาเถอะส่วนเ้าตัวน้อยศัตรูของเ้าตายแล้วพวกพ้องก็ปลอดภัยแล้ว” ชายวัยกลางคนหันไปทางจางซวนแล้วกล่าวออกมา
ดวงตาที่มืดมนของจางซวนค่อยๆปิดลงก่อนจะล้มลงและหมดสติการโจมตีของขอบเขต 3 นั้นรุนแรงอย่างมากกระดูกของจางซวนหักไปหลายท่อนเลยทีเดียว
พวกติงอิงพาชายวัยกลางคนมาถึงยอดเขาก็เห็นว่าปู่เหอยืนรออยู่แล้วแม้จะยืนไม่ตรงเพราะมีไม้ค้ำยันเอาไว้อยู่แต่ก็มีใบหน้าที่กังวลอยู่เมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆปลอดภัยก็ถอนหายใจก่อนจะมองไปยังชายวัยกลางคน
“ไม่เจอกันนานเลยนะ”ปู่เหอกล่าว
“ไม่เจอกันนานไม่คิดว่าผ่านมาหลายปีเ้าก็ไม่สามารถออกปล้นได้อีกแล้ว” ชายวัยกลางคนยิ้ม
“สังขารไม่ดีก็อย่างงี้และเื่ในคราวนี้ต้องขอบคุณเ้าที่ช่วยเหลือพวกเด็กๆ” ปู่เหอกล่าว
“เื่เล็กน้อยถึงอย่างไรทุกๆ10 ปีข้าก็จะลงจากเขาออกมาท่องเที่ยวด้านนอกอยู่แล้วพบเจอกับคนชั่วยังไงก็ต้องกำจัดเจอกับคนที่ตกอยู่ในความยากลำบากก็ต้องช่วย”ชายวัยกลางคนกล่าว
“สมกับเป็เ้า”ปู่เหอยิ้ม
“เด็กคนนี้เ้าพึ่งรับมางั้นเหรอ”ชายวัยกลางคนมองไปยังจางซวนที่อยู่บนหลังของคงซาน
“อืมเขาคือหนึ่งในคนที่น่าสงสารต้องถูกทำลายครอบครัวไปเพราะาของสองฝ่าย” ปู่เหอกล่าว
“เป็คนบริสุทธิ์ที่ได้รับความเดือดร้อนอีกคนแล้ว”ชายวัยกลางคนถอนหายใจ
“ในเมื่อมาแล้วเ้าก็รักษาพวกเขาให้ทีถึงอย่างไรเ้าก็เป็นักปรุงยาอยู่แล้ว”ปู่เหอกล่าว
“ไม่มีปัญหา”ชายวัยกลางคนกล่าว
“อ้อลืมแนะนำตัวไปเขาคือสหายเก่าของข้ามีนามว่า หลิงจวินเป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่งและเป็นักปรุงยาชั้นยอด” ปู่เหอยิ้ม
พวกติงอิงได้ยินก็ตื่นเต้นและแสดงความเคารพและขอบคุณอีกครั้งหลังจากนั้นหลิงจวินก็รักษาาแให้กับพวกติงอิงและคนอื่นๆก่อนจะไปดูจางซวนที่นอนสลบอยู่
“ที่มาของเด็กคนนี้เป็อย่างไรกันแน่”หลิงจวินกล่าว
“เป็คนธรรมดาบิดามารดาคือคนธรรมดาที่ไม่มีรากิญญาอย่างแท้จริง”ปู่เหอกล่าว
“ตอนที่ข้าช่วยเหลือเขาเขาเหมือนกับตกอยู่ในสภาวะพิเศษบางอย่างจิตสังหารของเขารุนแรงมากราวกับคนที่เคยผ่านความเป็ตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแถมเขายังสังหารศัตรูอย่างว่องไวทุกการโจมตีเล็งไปที่จุดตายทั้งหมดอีกด้วย”หลิงจวินกล่าว
“มีเื่แบบนี้ด้วยเหรอ”ปู่เหอใ
“จากที่ข้าได้ยินจากพวกเด็กๆนี่เป็ครั้งแรกที่เขาต่อสู้กับศัตรูอย่างแท้จริงและพึ่งเคยจะสังหารศัตรูด้วย”หลิงจวินกล่าว
“เอาไว้เขาฟื้นขึ้นมาค่อยถามเขาสิเ้ามาถามข้าแล้วข้าจะรู้ไหม”ปู่เหอกล่าว
หลิงจวินส่ายหน้าในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะตอบเช่นนั้นเขาก็ไม่ถามให้มากความอีกหลังจากรักษาจางซวนแล้วทั้งสองก็เดินออกไปพูดคุยเื่เก่าๆกัน
หลังจากทั้งสองจากไปแล้วสร้อยคอของจางซวนก็ส่องสว่างก่อนจะปลดปล่อยลำแสงปกคลุมร่างของจางซวนทีละนิดไม่นานประตูบานหนึ่งก็เปิดออกและมีพลังสายหนึ่งดึงร่างของจางซวนเข้าไปด้านใน
“ตูม!!!!!!!!!!!”ทันใดนั้นเองจางซวนก็ตื่นตระหนกเมื่อตนได้สติก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวและพบว่าเขากำลังนอนอยู่ในแท่นเหล็กแห่งหนึ่งและด้านข้างทั้งสองมียักขนาดใหญ่ถือค้อนขนาดเท่าูเาทุบลงมาที่ตน
“นี่มันอะไรกันข้าตายแล้วเหรอ อ๊ากกกกกก” ไม่นานจางซวนก็กรีดร้องโหยหวนแต่จากนั้นร่างของจางซวนก็กลับมาหลอมรวมอีกครั้งจางซวนมองร่างของตนที่ฟื้นฟูกลับมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”จางซวนใ
แต่ไม่ทันไรค้อนก็ทุบลงมาอีกครั้งจากซวนกรีดร้องอย่างเ็ปนอนดิ้นไปมาแม้ร่างกายจะฟื้นฟูแต่ความเ็ปของการถูกบดขยี้เืเนื้อและกระดูกก็ยังคงอยู่
ไม่นานจางซวนก็หมดสติอีกครั้งร่างเงาสายหนึ่งเดินเข้ามามองจางซวนก่อนจะส่ายหน้าและส่งจางซวนออกไปจากห้องหลอมแห่งนี้
จางซวนนอนหมดสติอยู่หลายวันก่อนจะตื่นขึ้นมาเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าร่างกายของตนหายปกติแล้ว
“ข้ายังไม่ตายงั้นเหรอหรือว่าตอนนั้นข้าอยู่ในความฝันกัน ใช่แล้วต้องฝันแน่ๆ ไหนเลยจะมีสิ่งที่น่ากลัวแบบนั้นอยู่บนโลก”จางซวนหัวเราะออกมาก่อนจะค่อยๆหยุดลงและขมวดคิ้วเพราะความเ็ปนั้นยังฝังอยู่ในความทรงจำของเขาอยู่เลย
“ข้าฝันไปจริงๆใช่ไหมขอให้เป็แค่ความฝันทีเถอะ” จางซวนกล่าว
“ตื่นแล้วเหรอ”ปู่เหอเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่านปู่เหอทุกคนเป็อย่างไรบ้าง” จางซวนรีบกล่าวทันที
“ทุกคนไม่เป็อะไรมีแต่เ้าที่นอนติดเตียงไปหลายวัน”ปู่เหอกล่าว
“ข้าเหรอข้าจำได้ว่าเจอการโจมตีของคนชั่วเข้าไปแล้วหลังจากนั้น....ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”จางซวนเอียงคอ
“เช่นนั้นเ้าจำได้หรือไม่ว่าสังหารศัตรูไป”ปู่เหอกล่าว
“ข้าสังหารศัตรูด้วยงั้นเหรอข้าจำไม่เห็นได้เลย ท่านล้อข้าเล่นแล้วด้วยกำลังของข้าไหนเลยจะทำแบบนั้นได้”จางซวนไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่าย
“ดูเหมือนเขาจะจำไม่ได้จริงๆ”หลิงจวินเดินเข้ามาแล้วมองจางซวนด้วยแววตาแปลกใจ
เมื่อหลายวันก่อนเขาได้มาตรวจอาการของจางซวนและพบว่าอาการาเ็ทั้งหมดหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแถมเรือนกายยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากและทะลวงเข้าสู่ขอบเขต2 แล้ว นี่ทำให้หลิงจวินตื่นตระหนกอยู่นาน
“ในเมื่อเ้ามาแล้วเช่นนั้นก็ช่วยดูให้ดีสิว่าเด็กคนนี้มีรากิญญาหรือไม่”ปู่เหอกล่าว
“รากิญญาท่านอาผู้นี้คือเซียนงั้นเหรอ” จางซวนเบิกตากว้าง
“จะว่าแบบนั้นก็ได้คนอื่นๆได้ตรวจสอบแล้วแต่พวกเขาไม่มีรากิญญาเหลือแค่เ้าแล้วละ” ปู่เหอกล่าว
หลิงจวินนำลูกแก้วออกมาก่อนจะยื่นไปให้จางซวนจางซวนเอียงคอด้วยความสงสัยและรับลูกแก้วมา
“ลองทำสมาธิดูััถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายให้ดีๆ”หลิงจวินกล่าว
จางซวนหลับตาลงสมาธิของจางซวนค่อนข้างดีไม่นานก็เข้าสู่สมาธิได้แล้วจากนั้นจางซวนก็ััได้ถึงพลังบางอย่างในร่างกายลูกแก้วในมือค่อยๆส่องสว่างขึ้น
“มีรากิญญาจริงๆ”หลิงจวินกล่าว
“นี่มัน”ปู่เหอแปลกใจ
“ห้าสีรากิญญาห้าสี นี่” หลิงจวินรู้สึกผิดหวังเพราะรากิญญาห้าสีนั้นถือเป็รากิญญาระดับต่ำสุดการบ่มเพาะด้วยรากิญญาห้าสีนั้นยากเย็นอย่างมากไม่เพียงแต่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลแต่ในขั้นตอนของหลอมโอสถทองนั้นแทบไม่มีใครเคยหลอมมันได้สำเร็จมาก่อน
“ห้าสีของเขาไม่ธรรมดามันคือธาตุทั้งห้า ดิน น้ำ ทอง ไม้ ไฟข”ปู่เหอกล่าว
“อืมห้าธาตุที่สมบูรณ์แบบแม้จะไม่ค่อยมีหวังบนเส้นทางของเซียนแต่หากเป็แค่นักปรุงยาระดับต่ำคนหนึ่งน่าจะไม่มีปัญหาและมากพอจะเลี้ยงดูทุกคนในูเาแห่งนี้ได้แล้วอีกอย่างแม้เส้นทางการบ่มเพาะของเขาจะยากลำบากแต่วรยุทธของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ”หลิงจวินกล่าว
“ข้ารู้ว่าเ้าหมายถึงสิ่งใดแต่ว่านี่คือคำขอจากข้าช่วยพาเขากลับไปฝึกฝนด้วยเถอะให้เขาได้ทำตามความปรารถนาของตัวเองสักครั้งต่อให้ล้มเหลวไม่อาจหลอมโอสถทองได้สำเร็จก็ไม่เป็ไร”ปู่เหอกล่าว
“เ้าแน่ใจงั้นเหรอ”หลิงจวินกล่าวเพราะเขารู้ว่าผู้มีรากิญญาห้าสีนั้นจะต้องถูกดูถูกจากผู้คนอย่างแน่นอน
“เขาไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้ง่ายๆหากเขาไม่ได้ทดลองด้วยตัวเองก็จะทำให้เขาไม่อาจมองเห็นเส้นทางของตัวเองได้”ปู่เหอกล่าว
“บางครั้งคำพูดของเ้าก็เหมือนกับเซียนผุ้บรรลุแล้วเลย”หลิงจวินส่ายหน้า
“ข้าก็แค่คนแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่านั้นเองเอาละเ้าคิดว่าอย่างไร” ปู่เหอกล่าว
“ย่อมได้ข้าจะพาเขากลับไปฝึกฝนแต่ว่ามีเงื่อนไข ตอนนี้เขาอายุ 9 ปียังไม่ถึงเกณฑ์รอให้ปีหน้าเขาสามารถฝึกฝนจนถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้น 3 ได้สำเร็จข้าจะมารับเขากลับไปด้วยตัวเองไม่ต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบของสำนักอีกอย่างเขามีรากิญญาธาตุไม้ น้ำและไฟ สามารถเป็นักปรุงยาได้ข้าจะมอบตำราเล่มหนึ่งให้เขาศึกษาในอีกหนึ่งปีข้าจะกลับมาทดสอบดูหากเขาทำได้ต่อให้พร์ด้านการฝึกตนจะแย่ขอแค่พร์ด้านการปรุงยาดีข้าก็จะรับเขาเอาไว้เป็ศิษย์ของข้า”หลิงจวินกล่าว
“เอาตามนั้นแล้วกัน”ปู่เหอกล่าว
จางซวนนั่งฟังอยู่เงียบๆแม้เขาจะมีรากิญญาแต่ก็เป็รากิญญาระดับต่ำในถ้ำ์แห่งนี้ผู้มีรากิญญาสีเดียวคือผู้มีพร์แต่กำเนิดที่สูงมาก 2 สีก็ถือว่ามีพร์ระดับสูงแต่ 3 คือระดับกลาง 4-5 คือระดับต่ำที่แทบจะหมดหวังในเส้นทางการฝึกฝน
“เ้าพวกหน้าโง่นั่นไม่รู้ไงว่ารากิญญานั้นมีประโยชน์แค่ก่อนบรรลุก่อกำเนิดเท่านั้นหลังจากบรรลุก่อกำเนิดรากิญญาก็จะกลายเป็สิ่งไร้ค่าแล้วที่เหลือจำเป็ต้องพึ่งพาตนเองในการบ่มเพาะเท่านั้น”ร่างเงาหนึ่งในห้องหลอมเย้ยหยันออกมา
“เ้าหนูนี่คือตำราบ่มเพาะพื้นฐานสามารถช่วยให้เ้าเริ่มรวบรวมลมปราณและกลั่นลมปราณได้ถึงขั้นที่9 ได้ ในอีก 1 ปีขอแค่เ้าบ่มเพาะถึงขั้นที่ 3 ได้ข้าก็จะพาเ้ากลับสำนักส่วนนี่คือตำราสมุนไพรและการปรุงยาหากเ้าสามารถจดจำเนื้อหาและขั้นตอนการปรุงยาได้หรือดีกว่านั้นสามารถปรุงยาได้ข้าก็จะรับเ้าเป็ศิษย์ของข้าถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกังวลเื่ทรัพยากรแล้ว”หลิงจวินกล่าว
“ขอบคุณท่านเซียนที่ให้โอกาส”จางซวนรีบกล่าวทันที
“อย่าพึ่งขอบคุณเอาไว้รอให้เ้าทำสำเร็จแล้วไม่ทำให้ข้าผิดหวังค่อยขอบคุณ”หลิงจวินมอบตำราสองชุดและเตาปรุงยาขนาดเล็กให้กับจางซวน
“เก็บของพวกนี้เอาไว้ให้ดีหลังจากนี้ก็ขยันฝึกฝนขอแค่เ้าตั้งใจและพยายามมากพอทุกอย่างล้วนเป็ไปได้ทั้งหมด”ปู่เหอกล่าว
จางซวนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขหลังจากนั้นหลิงจวินก็ชี้แนะขั้นตอนการฝึกฝนอยู่สองสามวันก็จากไปหลิงจวินได้ออกเดินทางไปยังูเาลูกต่างๆและสังหารกลุ่มโจรและกองกำลังชั่วร้ายรอบๆูเาที่พวกจางซวนอยู่ก่อนจะออกไปจากเมืองส่วนจางซวนก็เริ่มตั้งใจฝึกบ่มเพาะและฝึกหมัดในเวลาเดียวกันเพราะปู่เหอได้เตือนจางซวนว่าอย่าได้ละทิ้งการฝึกหมัดอย่างเด็ดขาดจางซวนก็จดจำเอาไว้และแบ่งเวลาฝึกฝนทั้งเส้นทาง