เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 39 ใต้ผาไร้ก้น

    ภายในเมืองฟ้าคำรณตอนนี้ เจ้าสำนักจันทร์เสี้ยว แล้วเหล่าอาวุโสตระกูลฟางต่างออกตามหาเทียนอี้แทบพลิกแผ่นดิน จนในที่สุดก็ได้ข่าวมาว่า มีคนเห็นเทียนอี้เข้าไปในหอการค้าหมื่นธารา เจ้าสำนักจันเสี้ยวจึงรีบเดินทางเข้าพบผู้ดูแลหอการค้าทันที
    "ท่านผู้ดูแลข้าทราบข่าวมาว่าเทียนอี้ได้หลบหนี้เข้ามายังหอการค้าแแห่งนี้ใช้หรือไม่?" เจ้าสำนักจันทรเสี้ยวถามออกมาเพื่อยืนยันข่าวที่ได้รับมา
    "ใช่แล้วนายน้อยเทียนอี้ได้เข้ามาที่นี้เมื่อเช้านี้" ผู้ดูแลหอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อได้ยินผู้ดูแลหอเรียกเทียนอี้ว่านายน้อยเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงถามผู้ดูแลหอด้วยท่าทางร้อนรนเหมือนมดที่อยูบนหม้อร้อนๆ
    "ไม่ทราบว่าเมื่อสักครู่ท่านเรียกเทียนอี้ว่านายน้อยไม่ทราบว่ามีอันไดเข้าใจผิดหรือไม่"
    "ไม่มีอันไดเข้าใจผิดหรอกนายน้อยเทียนอี้คือนายน้อยอันดับหนึ่งของหอการค้าหมื่นธารา" ผู้ดูแลหอการค้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบก่อนจะหยุดพูดไปเล็กน้อย ทำให้หลังของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยวตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นและนึกถึงสิ่งที่ตนทำลงไปที่ห้องประชุมสำนักกระบี่ฟ้า ก่อนที่ผู้ดูแลหอการค้าจะพูดต่อว่า
    "เรื่องที่พวกเจ้าทำกับนายน้อยนั้นพวกเรารู้หมดแล้ว แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนายน้อยเทียนอี้สั่งมาแล้วว่าความขัดแย้งครั้งนี้นายน้อยจะเป็นคนจัดการด้วยตนเอง ดังนั้นทางหอการค้าจะไม่ใช้อำนาจของเราในการช่วยเหลือนายน้อย หรือจัดการกับพวกเจ้านายน้อยจะลงมือด้วยตัวเอง"
    เปรี้ยง! ราวกับฟ้าผ่าใส่ร่างของเจ้าสำนักจันทรเสี้ยว ก่อนที่จะเดินออกมาจากหอการค้าหมื่นธาราราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ ด้วยอำนาจของหอการค้าหมื่นธาราเพียงอย่างเดียวกก็สามารถบดขยี้พวกมันได้อย่างง่ายดายแล้ว ตอนนี้มันทำได้เพียงคิดหาวิธีรับมือเท่านั้น
    ยังดีที่เทียนอี้ได้พูดไว้ว่าจะลงมือด้วยตัวคนเดียว ถ้ามีเพียงเทียนอี้คนเดียวมันยังพอหาทางรับมือได้อยู่ แต่ถ้าเป็นหอการค้าลงมือเองล่ะก็มันย้อมไร้หนทางอย่างแน่นนอน ตอนนี้ความหวังที่จะได้ครอบครองทักษะกายาของมันนั้นเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว. ขอเพียงเอาตัวรอดจากการแก้แค้นของเทียนอี้ได้ก็นับว่าดีมากแล้ว ตัดมาที่ด้านล่างของหน้าผานั้นเป็นแม่น้ำตื้นๆสายหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ร่างที่หมดสติของเทียนอี้กำลังนอนหงายไหลไปตามแม่น้ำเลื่อยๆไม่รู้ว่าไหลมานานเท่าไหร่แล้ว จนร่างของเทียนอี้มาติดอยู่ที่บริเวณก่อนถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง
    ที่น่าแปลกใจมากก็คือ บริเวณก้นเหวที่หน้าจะมึดสนิทกลับมีแสงสีฟ้าจางๆ ส่องสว่างไปทั่วบริเวณถ้าสังเกตุดูให้ดีแสงเหล่านี้ร่วนออกมาจากผลึกชนิดหนึ่งที่มีอยู่เต็มไปหมดบริเวณนี้ ถ้ามีผู้มาเห็นผลึกเหล่านี้เข้าต้องเกิดความบ้าคลั้งขึ้นอย่างแน่นนอน
    เพราะผลึกเหล่านี้คือ ผลึกที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของพลังปราณเรียกว่าผลึกปราณ สามารถใช้ในการดูดซับเพื่อเพิ่มพลังบ่มเพาะและมีค่ามากขนาดเพียง 1 ก้อนผลึกปราณระดับต่ำที่มีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือก็มีค่าเท่ากับ 10,000 เหรียญทอง และไม่ใช่ว่าทุกคนจะยอมแลกผลึกกับเหรียญเพราะมันมีค่ากับการบ่มเพาะมาก
    แต่ตอนนี่รอบๆบริเวณนี้กลับพบได้มากมายกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ล่ะก้อนร่วนมีขนาดเท่ากำปั้นขึ้นไปทั้งสิ้น ผลึกระดับต่ำนั้นจะมีสีฟ้าจางๆ. ผลึกระดับกลางจะมีสีฟ้าเข้มมีค่าเท่ากับผลึกระดับต่ำ 100 ผลึก. ผลลึกระดับสูงนั้นเป็นสีน้ำเงินและค่าเท่ากับผลึกระดับกลาง 100 ผลึก. นี้แสดงให้เห็นว่าผลึกปราณเหล่านี้มีค่ามากแค่ไหนบนโลกแห่งนี้
    และในระดับสูงจะใช้ผลึกในการแล็กเปลี่ยนแทนเงินเช่นกัน ซึ่งส่วนมากผู้ฝึกตนขอบเขตนภาขึ้นไปมักจะพกผลึกปราณพวกนี้แทนเหรียญทองแทนเพราะง่ายและสะดวกกว่าในการพกพาเหรียญทองจำนวนมากๆ สมุนไพรวิญญาณและอาวุธระดับสูงก็มีค่ามากเกินที่จะใช้เหรียญทองในการแลกเปลี่ยน
    นานเท่าไหร่ไม่ทราบได้หลังจากที่เทียนอี้หมดสติไป ตอนนี้ตราประทับหยินหยางที่อยู่ในจุดตันเถียนกลับมาหมุนวนอีกครั้งและดูดซับพลังปราณรอบตัว เข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว และเริ่มรักษาอวัยวะภายในและร่างกายที่บอบช้ำทีล่ะนิดๆ . หลายชั่วยามต่อมาเทียนอี้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นทีล่ะน้อย
    "อุ๊ย!...เจ็บไปทั้งตัวเลยนึกว่าจะตายไปซะแล้ว ยังดีที่ใกล้จะถึงก้นเหวแล้วเลยรอดตายอย่างหวุดหวิด ถ้าลึกกว่านี้อีกสักหน่อยคงได้ตายจริงๆแน่" เทียนอี้บ่นอุบอิบออกมาขณะที่พยายามลุกขึ้นมานั่งเพื่อสำรวจร่างกายของตัวเอง และบริเวณที่ตัวเองอยู่
    เทียนอี้ใช้เวลาอีกสักพักในการปรับสายตา และมองสำรวจบริเวณรอบข้าง เพราะใต้หน้าผานี้เทียนอี้สามารถสัมผัสได้ถึงหมอกพิษที่หนาแน่หนาแน่จนทำให้เทียนอี้รู้สึกว่าอากาศรอบตัวนั้นหนักและหนืดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หมอกพิษที่เข้มค้นนี้สามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิได้ทันทีที่เข้าไปในร่างกายเพียงนิดเดียวเท่านั้น
    นี้แสดงให้เห็นแล้วว่าพิษนี้ร้ายกาจมากเพียงได แต่สำหรับเทียนอี้แล้วพิษเหล่านี้ไม่นับเป็นอันไดได้ มันเพียงทำให้เทียนอี้รู้สึกอึดอัดหายใจรำบากอยู่ชั่วครู่เท่านั้น แต่เมื่อเทียนอี้ปรับตัวอยู่สักพักก็ไม่มีอาการอึดอัดไดๆอีกและในตัวเทียนอี้ตอนนี้บริเวณที่ใช้เก็บพิษก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพิษที่ดูดซับเข้าไปแล้วเช่นกัน
    เมื่ออาการดีขึ้นแล้วเทียนอี้ก็มองสำรวจบริเวณรอบๆตัวอย่างระเอียดอีกครั้งก่อนที่จะตกใจกับภาพที่เห็นอยู่รอบตัว จนกรามแทบจะร่วงตกถึงพื้น ภาพทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าช่างงดงามหาใดเปรียบ ด้านข้างเป็นลำธาร บริเวณรอบรอบหน้าผากลับเต็มไปด้วยผลึกปราณจำนวนมาก ที่ส่งแสงสีฟ้าอ่อนๆให้แสงสว่างไปทั่วทั้งก้นเหว
    และแน่นอนเทียนอี้ย่อมต้องรู้จักผลึกปราณพวกนี้ดี ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกตนคนหนึ่งเทียนอี้ ย่อมรู้จักคุณค่าของผลึกปราณเป็นอย่างดี เทียนอี้ ลองคำนวณดูคร่าวๆพบว่าผลึกปราณพวกนี้ ถ้าตัดแบ่งออกมาแล้ว ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 ผลึกอย่างแน่นอน นี่นับว่าเป็นขุมสมบัติขนาดใหญ่ที่หายากในโลกแห่งนี้
    หลังจากที่นั่งอึ้งอยู่พักใหญ่ๆ เทียนอี้ก็ได้นำโอสถรักษาอาการบาดเจ็บออกมาอยู่เข้าปาก ก่อนจะเริ่มเดินลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง เพื่อให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมที่สุดเพื่อที่จะใช้รับมือ กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายใต้หุบเหวนี้
    1 ชั่วยามผ่านไปในที่สุดเทียนอี้ก็อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วตรงเข้าไป เก็บผลึกปราณทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ยอมทิ้งไว้สักก้อนเดียว หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลึกปราณ และตัดแบ่งตามมาตรฐานแล้วตอนนี้เขามีผลึกปราณ ที่อยู่ในแหวนมิติ มากถึง 105,000 ก้อน!
    นับว่าการตกเหวครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน เมื่อเก็บผลึกปราณทั้งหมดแล้ว แสงสว่างที่อยู่ในบริเวณนี้ก็หายไปกลายเป็นความมืดมิดอีกครั้ง เทียนอี้ได้นำตะเกียงแสงที่เตรียมมาก่อนแล้วออกมาใช้ให้แสงสว่างแทนก่อนที่จะหันหลังและเดินไปทางถ้ำที่อยู่เบื้องหน้าในที่สุด......

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน