ตอนที่ 24 ปานกำเนิดแบบพิเศษ
เซิ่งอันหนิงส่งอาหารให้โจวสือซวิน และนำเงินส่งคืนให้ชายหนุ่มเช่นกัน “ฉันยังมีเงินอยู่ คุณเก็บไว้เถอะ”
ตอนนี้สิ่งที่หญิงสาว้าทำมากที่สุดก็คือการอาบน้ำและเปลี่ยนชุดชั้นใน เธอสามารถใส่เสื้อผ้าโดยไม่เปลี่ยนเลยสักสองวัน แต่ไม่เปลี่ยนชุดชั้นในสองวันนับว่าเป็ขีดจำกัดของเธอแล้วจริง ๆ
ราวกับว่าโจวสือซวินนั้นรู้ความคิดของเซิ่งอันหนิงอย่างไรอย่างนั้น “ข้างหลังมีห้องอาบน้ำของพนักงาน คุณสามารถไปอาบได้ น่าจะมีการกำหนดเวลาการใช้งาน คุณลองสอบถามพยาบาลดูก็ได้”
กล่าวเสร็จก็ยกน้ำแกงปลาขึ้นมาซดอย่างไม่รู้ตัว
โจวสือซวินนั้นไม่มีประสบการณ์การคบค้าสมาคมกับผู้หญิงเลย ั้แ่อายุสิบแปดปีก็ออกไปเป็ทหาร และไปคลุกคลีกับเหล่าผู้ชาย ต่างก็คุ้ยเคยกับการที่ทุกคนพูดจาหยาบคายและตะคอกใส่กัน
ชายหนุ่มที่ไม่ค่อยพูดค่อยจามาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรเมื่ออยู่กับผู้หญิง
แต่เซิ่งอันหนิงกลับดูมีความสุข เธอมองดูชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ชายหนุ่มผู้นี้น่ารักเสียจริง ช่างคิดช่างสังเกต แถมยังเอาใจใส่มาก ๆ
อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนเองนั้นเริ่มมีใจขึ้นมา เธอจึงรีบห้ามตนเองว่าแบบนั้นมันผิดศิลธรรม อย่างไรเขาก็เป็คนของเ้าของร่างเดิม คนที่โจวสือซวินเอาใจใส่นั่นก็คือเ้าของร่างคนเดิม
หญิงสาวลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาและนั่งลง เธอมองโจวสือซวินด้วยรอยยิ้ม “ดีเลย เดี๋ยวฉันจะลองไปถามดู คุณกินข้าวสิ เอาเสื้อข้างในมาให้ฉัน ฉันจะได้เอาไปซักให้”
โจวสือซวินไม่ได้พูดอะไร จริง ๆ แล้วชายหนุ่มรู้สึกเขินอายกับประโยคนี้ของเซิ่งอันหนิง
หลังกินอาหารเสร็จ เซิ่งอันหนิงได้นำถ้วยชามลงไปล้าง หลังจากนั้นจึงไปถามพยาบาล ห้องน้ำคนงานจะเริ่มเปิดใช้ตอนห้าโมงเย็น มีเพียงแค่เ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถเข้าไปใช้ได้
แต่ตำแหน่งของโจวสือซวินนั้นแตกต่างออกไป ทั่วทั้งโรงพยาบาลต่างก็รู้จักกันดี ดังนั้นเซิ่งอันหนิงจึงสามารถเข้าไปใช้ได้
เซิ่งอันหนิงอยู่ภายใต้การอิทธิพลของโจวสือซวินโดยที่เธอไม่รู้ตัว หญิงสาวไปซื้อเสื้อชั้นในอย่างมีความสุข ซึ่งเป็ผ้าฝ้ายแท้ทั้งหมด เมื่อซักเสร็จจึงเอาไปอบที่ห้องพักของพยาบาล เมื่อรอถึงเวลาอาบน้ำตอนเย็นก็คงจะแห้งพอดี
เมื่อตากผ้าเสร็จแล้วเธอก็ยังไม่กลับห้อง แต่พูดคุยกับพยาบาลที่อยู่ในห้องพักสองคน
เซิ่งอันหนิงมีรูปร่างหน้าตาสะสวย บุคลิกน่ารักและชอบพูดจา บวกกับผู้หญิงเหล่านี้ก็ชื่นชมโจวสือซวินเช่นกัน ดังนั้นจึงรู้สึกกระตือรือร้นต่อเซิ่งอันหนิงเป็อย่างมาก
พวกหล่อนพูดคุยเกี่ยวกับสีสันของเสื้อกันหนาว ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในโรง และสิ่งที่เป็ที่นิยมในเมือง
สิ่งที่ทำให้เซิ่งอันหนิงประหลาดใจมากที่สุดนั่นก็คือ เธอคิดว่าพยาบาลตัวน้อยเหล่านี้จบการศึกษาจากโรงเรียนปกติเสียอีก คาดไม่ถึงว่าสองคนนี้จบหลักสูตรอบรมระยะสั้นเพียงเท่านั้น
พยาบาลตัวน้อยมองดูเซิ่งอันหนิงซึ่งมีท่าทางที่ประหลาดใจ จึงรู้สึกแปลกใจเช่นกัน “เธอเองก็มาจากในเมืองนี่ ไม่รู้หรือว่าปีก่อนมีการรับคัดเลือกผู้เข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรทางการแพทย์ระยะสั้นรุ่นสุดท้าย?”
เซิ่งอันหนิงตอบกลับ “ฉันไม่ค่อยรู้เื่น่ะเลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่”
พยาบาลอีกคนยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “จริง ๆ ก็ไม่แปลกนะ ฉันได้ยินมาว่าในชนบทเองก็มีหมออยู่บ้างเหมือนกัน และก็มีหมอสัตว์ เดิมทีแล้วพวกเขาเดินตามถนนเพื่อรักษาพวกสัตว์ แต่ตอนนี้ก็มารักษาคนในโรงพยาบาล”
เซิ่งอันหนิง “...”
เช่นนั้นแล้วความสามารถทั้งหมดของเธอ ก็สามารถเป็ได้หมดโดยไม่มีปัญหาเลยน่ะสิ
เซิ่งอันหนิงสนทนากับพยาบาลอย่างมีความสุข และท้ายที่สุดทั้งสองก็ยังนัดที่จะไปอาบน้ำด้วยกัน
เมื่อถึงเวลาอาบน้ำในตอนบ่าย ก็ทำให้เซิ่งอันหนิงได้เปิดโลกอีกครั้ง ในห้องนั้นมีฝักบัวอยู่ตามผนัง คนทั้งหมดต่างก็แก้ผ้ายืนอาบน้ำใต้ฝักบัวนั้น
เซิ่งอันหนิงยืนถือกะละมังในมืออยู่เป็เวลานาน จริง ๆ แล้วเธอไม่รู้ว่าจะเข้าไปข้างในเช่นไรดี
หลิ่วเหมยดึงแขนของเธอ “สะใภ้โจว พวกเราเข้าไปเปลี่ยนเสื้อข้างในกัน เร็วสิ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวคนจะเยอะเอานะ”
เซิ่งอันหนิงไม่ได้คิดว่าห้องอาบน้ำจะเหมือนกับห้องน้ำสาธารณะเช่นนี้ ระหว่างห้องไม่มีแม้แต่ฉากกั้น แต่ต่อให้ร่างกายสกปรกแค่ไหน อย่างน้อยเธอก็ต้องได้สระผม
หลิ่วเหมยหญิงสาวผู้ยังไม่ได้แต่งงานถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่ได้ใส่ใจผู้ใด แต่เซิ่งอันหนิงนั้นอิดออดอยู่นานกว่าจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก
“สะใภ้โจว ปานของเธอสวยจังเลย!”
หลิ่วเหมยร้องอุทานขึ้น ขณะที่จ้องแผ่นหลังของเซิ่งอันหนิ่ง
ผ่านไปเวลาหนึ่งเซิ่งอันหนิงก็ไม่ได้มีการตอบสนอง “ปานอะไรนะ?”
หลิ่วเหมยใช้นิ้วชี้ไปยังบริเวณสะบักของเซิ่งอันหนิง “เธอมีปานสีแดงอยู่ตรงนี้ด้วย เหมือนกับดอกเหมยสองดอก สวยจริง ๆ เลย”
เซิ่งอันหนิงจึงนึกขึ้นได้ว่าเ้าของร่างเดิมมีปานสีแดงรูปดอกเหมยอยู่ตรงบริเวณสะบักข้างขวา สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ก็คือเธอเองก็มีปานอยู่ตรงนี้เช่นกัน แต่แค่เป็สีดำ ต่อมาเธอรู้สึกว่ามันยากต่อการใส่เสื้อผ้าที่ต้องโชว์แผ่นหลัง เธอจึงไปสักรูปดอกเหมยสองดอกทับลงไป
รอยสักดอกเหมยนั้นเหมือนกันกับปานของเ้าของร่างเดิมทุกประการ จนสามารถนับได้ว่าเป็พรหมลิขิตระหว่างทั้งสองคน
หลิ่วเหมยยังคงประหลาดใจ “ปานสวยได้ขนาดนี้เชียวหรือ ราวกับภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น”
เซิ่งอันหนิงหัวเราะและหยอกล้อ “บางทีฉันอาจจะเป็นางฟ้าดอกเหมยก็ได้ เลยมีปานสวยงามแบบนี้”
หลิ่วเหมยพยักหน้าอย่างตั้งใจ “สะใภ้โจว ไม่แน่อาจจะเป็ไปได้ก็ได้นะ เธอเองก็สวยอย่างกับนางฟ้าในภาพวาด พวกเราต่างก็บอกว่าเธอน่ะสวยจริง ๆ”
เซิ่งอันหนิงมองดูท่าทางที่จริงจังของหลิ่วเหมย เธอจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เธอนี่ช่างพูดช่างจาจริง ๆ นะ เอาล่ะ พวกเรารีบอาบน้ำกันเถอะ ถ้าชื่นชมฉันต่อไปฉันก็เขินเหมือนกันนะ”
ทั้งสองคนอาบน้ำพร้อมกับเสียงหัวเราะ เนื่องจากแต่งงานแล้ว เซิ่งอันหนิงเองก็มีความกล้าพอ เธอจึงอาบน้ำด้วยความสงบ
หลังจากอาบน้ำเสร็จเซิ่งอันหนิงก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอรู้สึกสบายไปทั่วทุกรูขุมขน
ในขณะที่กำลังเดินกลับกับหลิ่วเหมย หล่อนเองก็ยังคงเอ่ยปากชวนเซิ่งอันหนิงไปดูภาพยนตร์ “วันนี้ห้องประชุมมีฉายภาพยนตร์ เริ่มตอนสองทุ่มครึ่ง เธออยากจะไปด้วยกันไหมล่ะ?”
เซิ่งอันหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันยังต้องดูแลคนป่วยน่ะ”
หลิ่วเหมยพยักหน้า “ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย แต่ว่าหัวหน้าโจวเองก็สุดยอดมาก ๆ เหมือนกัน ฉันได้ยินหัวหน้าพยาบาลบอกว่า มีครั้งหนึ่งหัวหน้าโจวถูกส่งมาเนื้อตัวเต็มไปด้วยเื ร่างกายไม่มีส่วนไหนดีเลย ใช้เวลาผ่าตัดทั้งคืนแน่ะ”
เซิ่งอันหนิงได้ยินเช่นนี้ก็ใเป็อย่างมาก “เคยาเ็หนักขนาดนี้มาแล้วหรือ?”
หลิ่วเหมยพยักหน้า “ใช่น่ะสิ เขาเป็แบบนี้แหละ หัวหน้าโจวไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไหร่นัก เป็วีรบุรุษของพวกเรา นี่เธอไม่รู้เลยหรือว่าหมอกับพยาบาลมากมายต่างก็ชอบหัวหน้าโจวน่ะ”
เซิ่งอันหนิงนึกถึงเซี่ยวเยี่ยน แต่เธอเองก็ไม่ค่อยชอบหญิงสาวสักเท่าไร ตอนนี้ยังจะมีพยาบาลมาชอบอีกหรือ
อย่างไรก็ตามแม้โจวสือซวินจะมีบุคลิกที่น่าเบื่อ แต่เขารูปงาม มีมารยาท สุภาพ มีเสน่ห์ไปทั่วทั้งร่างกายจนไม่อาจต้านทานได้ ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นน่ามองเป็อย่างมาก
เพื่อจะได้เข้าใจโจวสือซวิน และให้ความอบอุ่นแก่ชายหนุ่ม
ดันนั้นการที่จะมีคนชอบมากมายก็ถือว่าเป็เื่ปกติมาก
เมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย โจวสือซวินกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ซึ่งทำให้เซิ่งอันหนิงดูแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มอ่านหนังสือในภาษาต้นฉบับ
หญิงสาว้าที่จะถามไถ่สักหน่อย โจวสือซวินอ่านรู้เื่ด้วยหรือ?
เซิ่งอันหนิงเก็บเสื้อผ้าเงียบ ๆ จากนั้นจึงนั่งลงข้าง ๆ เตียงและมองดูหนังสือในมือของโจวสือซวิน ซึ่งหนังสือเล่มนี้ล้วนเกี่ยวกับอาวุธ
เซิ่งอันหนิงเองก็ไม่ได้มีความสนใจ เธอก็แค่อยากรู้เพียงเท่านั้น “ภาษาอังกฤษคุณดีมากหรือ?”
โจวสือซวินส่ายหน้า และหยิบพจนานุกรมขึ้นมา “ถ้าเจอตัวที่ไม่รู้จักก็เปิดดู หนังสือเล่มนี้ผู้าุโรุ่นก่อนเคยส่งต่อมาให้ ้ายังเขียนอธิบายอาวุธต่าง ๆ ของแต่ละประเทศด้วย มีประโยชน์มากกับการใช้อ้างอิง”
เซิ่งอันหนิงคิดในใจว่าเธอเองก็รู้ แต่เมื่อคิดว่าเ้าของเดิมคงไม่ค่อยรู้อะไรมากมายนัก หากบอกไปว่ารู้จัก โจวสือซวินเองจะน่าจะสงสัยอีกครั้ง ช่างเถอะ ทำเป็ไม่เข้าใจนั่นแหละ
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เหมือนเป็พรหมลิขิตที่ได้มาเกิดเป็เ้าของร่างเดิมแฮะ หรือว่าในอดีตอันหนิงก็คือเ้าของร่างเดิมคนนี้ แต่ถูกส่งย้อนกลับมาเพื่อแก้ไขการกระทำในอดีตกัน?
ไหหม่า(海馬)