สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 128 เผชิญหน้า

            เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นไขกุญแจให้หมิงเป่าจูเข้าไปด้วยความจำใจ

            พื้นภายในห้องเก็บของระเกะระกะที่หีบก็มีร่องรอยการถูกเคลื่อนย้าย

            หมิงเป่าจูเปิดหีบและถุงผ้าออกดูหลายใบล้วงมือเข้าไปหยิบสมุนไพรออกมาจำนวนหนึ่ง พบว่าสมุนไพรถูกสับเปลี่ยนจริง!

            ในบรรดาสมุนไพรหายากราคาแพงอาทิ ตงฉงเซี่ยเฉ่า เขากวางอ่อน[1]นอแรด[2]ดีกาเหมันต์ ชะมดเชียง[3]เต่ากระ[4]ล้วนถูกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรราคาถูกชนิดอื่นทั้งหมด!

            “ใครเป็นคนทำ!”หมิงเป่าจูเอ่ยถามด้วยแววตาดุดัน

            “ข้า... ข้าน้อยไม่รู้”

            เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นหวาดกลัวจนหัวหดเมื่อนึกถึงคำข่มขู่ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของบุรุษคนเมื่อคืน ให้ตายก็ไม่กล้ายอมรับ

            หมิงเป่าจูคาดเดาไว้แล้วว่าเขาคงไม่ปริปากพูดออกมาแต่ในใจก็ไม่ยินยอม

            ถามต่อไปก็คงไม่ได้ความมิสู้ไปถามกับเจ้าตัวโดยตรงถึงที่ดีกว่า

            อย่างไรเสียนางก็รู้แล้วว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องสกปรกโสมมเช่นนี้เสียแรงที่นางอุตส่าห์คิดว่าคนผู้นี้มีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือสาเรื่องราวในอดีต ดูเหมือนนางจะประเมินอีกฝ่ายสูงเกินไป

            ดังนั้นหมิงเป่าจูจึงเรียกสารถีมายกหีบสองใบที่ถูกสับเปลี่ยนไปยังโรงเก็บสินค้าของหลี่ว์เฉิง

            ประตูโรงเก็บของเปิดอยู่ราวกับรู้ล่วงหน้าว่านางจะต้องมาที่นี่วันนี้

            หมิงเป่าจูกับสารถีช่วยกันยกหีบเข้าไปเห็นหลี่ว์เฉิงกำลังดีดลูกคิดตรวจสอบบัญชีอยู่ในห้อง ดูเหมือนกำลังรอนางอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            “อ้าว ท่านหมอหมิงลมอะไรพัดพาท่านมาที่นี่ วันนี้ยังไม่กลับอีกหรือ”

            หลี่ว์เฉิงแสร้งทำไขสือยังเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าเหตุใดหมิงเป่าจูถึงยังไม่ออกจากเนินห้าลี้ตามแผนเดิม

            “ไยข้าถึงไม่ไปเถ้าแก่เหอมิทราบหรือ” หมิงเป่าจูเอ่ยถามด้วยสีหน้าถมึงทึง

            ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกกลับแสร้งทำไขสือต้องให้นางพูดออกมาตรงๆ หรืออย่างไร

            “เกิดอะไรขึ้นหรือว่าเมื่อวานตอนขนส่งสินค้ามีใครไม่รู้ความทำให้ท่านหมอหงุดหงิด เชิญบอกมาได้เลยข้าจะสั่งสอนให้เอง!”

            หลี่ว์เฉิงทำสีหน้าจริงจังราวกับจะทวงความเป็นธรรมให้หมิงเป่าจูอย่างแท้จริง

            “พวกเรามาพูดกันตรงๆดีกว่า เถ้าแก่เหอ ท่านส่งคนมาสับเปลี่ยนสมุนไพรของข้ายามวิกาลเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”

            นางเปิดหีบออก แกะเชือกที่ผูกถุงผ้าหลายใบ“นี่คือสมุนไพรที่มีอยู่เดิมหรือ”

            ภายในถุงผ้าเป็นสมุนไพรจำพวกไฉหู[5]เก่อเกิน[6]ซึ่งล้วนแต่เป็นเศษผง แม้แต่สมุนไพรชั้นเลวที่สุดก็ยังเทียบไม่ได้

            หีบใหญ่สองใบเต็มไปด้วยสิ่งของเหล่านี้ทำให้หมิงเป่าจูโกรธเคืองอย่างหนัก

            สินค้าชุดนั้นล้วนเป็นของที่นางตรวจสอบอย่างละเอียดเปิดตรวจทีละถุง ไม่มีสมุนไพรที่เหมือนในถุงเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

            “ท่านหมอหมิงพูดเป็นเล่นหากนี่ไม่ใช่ของเดิมแล้วจะเป็นอะไรได้ ทั้งหมดนี่ท่านตรวจสอบด้วยตนเองมิใช่หรือ”

            หลี่ว์เฉิงเยาะหยันทำเอาหมิงเป่าจูโกรธจนแทบกระอัก

            “ตงฉงเซี่ยเฉ่าเขากวางอ่อน นอแรด ดีกาเหมันต์...” หมิงเป่าจูมีสติปัญญาเป็นเลิศ ท่องชื่อสมุนไพรออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว

            หลี่ว์เฉิงแค่นเสียงในใจนางช่างความจำดีนัก ตรงกับของที่สับเปลี่ยนเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน

            “ท่านหมอหมิงท่านก็ดูอายุยังน้อย เหตุใดความจำจึงย่ำแย่นัก เช่นนี้จะยังเป็นหมอได้อีกหรือ เห็นทีคงถูกคนหัวเราะจนฟันร่วง!จางต้า!”

            หลี่ว์เฉิงหัวเราะลั่นลูกน้องที่อยู่โดยรอบเห็นเช่นนั้นก็พากันหัวเราะตาม ทำให้หมิงเป่าจูรู้สึกอัปยศอดสูเป็นเท่าทวี

            “นี่คือรายการสินค้าของท่านเมื่อวานท่านหมอหมิงลองดูให้ดีๆ เถอะ มีของที่ท่านพูดอยู่ด้วยหรือ อีกอย่างท่านก็ลองคิดดู เงินเจ็ดสิบตำลึงที่ท่านให้จะซื้อสมุนไพรหายากราคาแพงเหล่านี้ได้อย่างไร

            หากท่านหมอหมิงมีลู่ทางดีเช่นนี้ก็น่าจะแบ่งปันให้ข้าบ้าง ข้าจะได้หาเงินได้มากขึ้นหน่อย!”

            หลี่ว์เฉิงออกคำสั่งบ่าวรับใช้ข้างกายที่ชื่อจางต้าจึงเปิดสมุดบัญชีที่ถืออยู่ไปยังหน้าใดหน้าหนึ่ง แล้วยื่นไปให้หมิงเป่าจูถึงใต้หนังตา

            “เชิญท่านหมอหมิงตรวจดูขอรับ”จางต้าเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อม

            หมิงเป่าจูไม่จำเป็นต้องรับมาดูแค่ก้มลงมองแวบเดียวก็รู้ว่านี่คือบัญชีปลอม

            “พวกท่านถึงกับกล้าปลอมแปลงบัญชี!”หมิงเป่าจูเค้นถามเสียงแข็ง

            มิน่าเล่า สมุนไพรหลายอย่างถึงได้ราคาถูกนักแล้วยังย้ำว่าเห็นแก่หน้าเถ้าแก่หวังครั้งแล้วครั้งเล่า ที่แท้ก็รอจังหวะขโมยมังกรสับเปลี่ยนหงส์[7]สุดท้ายก็ใช้บัญชีปลอมมาทำให้นางพูดไม่ออก

            “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร!แม้อำเภอติ้งเหลียงจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แม้ไม่ได้อยู่ใต้เบื้องบาทฮ่องเต้ แต่กฎหมายก็ไม่ใช่ของที่บ้านเจ้าเขียนขึ้นมาเอง!เจ้าบอกว่าปลอมบัญชีก็คือปลอมบัญชีกระนั้นหรือ นี่มันใส่ร้ายป้ายสีชัดๆ!”

            หลี่ว์เฉิงโบกมือจางต้าถอยกลับไปยืนอยู่ด้านข้าง หลี่ว์เฉิงรับบัญชีมาเคาะนิ้วลงบนกระดาษ

            “ท่านหมอหมิงการพูดจาต้องมีหลักฐาน นี่คือหลักฐาน! อายุยังน้อยแต่ใจกล้า บังอาจมาข่มขู่รีดไถเงินคนอื่น!”หลี่ว์เฉิงกล่าวถากถาง

             “พวกท่านลำบากลำบนเช่นนี้ เพียงเพราะเมื่อก่อนข้าเคยขายสมุนไพรให้เถ้าแก่หวังไม่กี่ครั้งเท่านั้นเองหรือตอนนั้นข้ารับปากกับท่านแล้วว่าจะไม่ขายสมุนไพรอีก และข้าก็ทำตามสัญญา แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เหตุใดท่านถึงไม่ยอมปล่อยวาง แม้แต่ผลประโยชน์ที่ส่งมาถึงมือก็ไม่รับ!” หมิงเป่าจูเอ่ยด้วยความโกรธเคือง

            “ท่านหมอหมิงพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรพวกเราเปิดประตูทำมาค้าขาย ย่อมต้อนรับทุกคน ข้าก็ทำตามกฎ วันนี้เป็นเพราะเจ้ามาหาเรื่องไฉนถึงกลายเป็นความผิดของข้าไปได้”

            หลี่ว์เฉิงพูดราวกับถูกต้องชอบธรรมเสียเต็มประดาแต่ในใจกลับสงสัยอยู่บ้าง ดูเหมือนนางจะยังไม่รู้ความจริง

            ฮึ รู้หรือไม่ก็ช่างปะไรแต่ความบาดหมางนับว่าเกิดขึ้นแล้ว กล้าตัดช่องทางทำมาหากินของเขาเช่นนี้ ก็ต้องให้ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียบ้าง

            ความโกรธของหมิงเป่าจูปะทุขึ้นเรื่อยๆเหมือนไฟที่ลุกโชน แต่กลับไม่รู้จะระบายออกอย่างไร จึงได้แต่ข่มความโกรธไว้แล้วหันหลังกลับโดยไม่พูดอะไร

            “เฮ้ ท่านหมอหมิงท่านลืมสมุนไพรของตัวเองน่ะ!” หลี่ว์เฉิงตะโกนไล่หลังพลางหัวเราะเยาะ

            หมิงเป่าจูกำหมัดแน่นเดินออกจากโรงเก็บสินค้าโดยไม่หันกลับไปมอง สมุนไพรไร้คุณภาพเช่นนี้จะเก็บไปทำไม นางควรกลับไปคิดว่าจะหาสมุนไพรที่ขาดหายไปอย่างไรมากกว่า

            หลังจากหมิงเป่าจูจากไปจางต้าเดินเข้ามาถาม “นายท่าน เหตุใดท่านต้องลงทุนลงแรงเพื่อจัดการกับเด็กสาวตัวเล็กๆเช่นนี้ด้วย”

            หลี่ว์เฉิงตวัดสายตามองเขาอย่างไม่พอใจจางต้ารู้ตัวว่าพูดผิดจึงรีบก้มหน้า มิกล้าสบตา และไม่คาดหวังกับคำตอบอีก

            แต่ครู่หนึ่ง กลับได้ยินหลี่ว์เฉิงเอ่ยว่า“สมน้ำหน้า เป็นความซวยของนางเอง ใครให้นางทำข้าสูญเสียผลประโยชน์ก้อนโตไปตั้งนมนานเองเล่า!”

            ฝ่ายหมิงเป่าจูกลับมาถึงโรงเตี๊ยมก็ร้อนใจยิ่งเดิมทีวันนี้ควรกลับได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าอาจต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

            นางหยิบถุงเหอเปาขึ้นมานับเงินที่เหลืออยู่พบว่าเหลือเพียงสามสิบตำลึง หากจะซื้อสมุนไพรคุณภาพเดียวกันใหม่อีกครั้งก็คงไม่พอ แม้แต่สมุนไพรคุณภาพปานกลางก็ยังไม่พอเหมือนกัน

            ดูท่าจะต้องเค้นความจริงจากปากของเถ้าแก่เหอให้ได้นางต้องคิดหาวิธีหาหลักฐานการสับเปลี่ยนสมุนไพรของเขาให้ได้

            หมิงเป่าจูไปที่ห้องเก็บของหลังโรงเตี๊ยมเพื่อตรวจสอบอีกรอบก็ไม่พบร่องรอยใดๆ นอกจากข้าวของที่ระเกะระกะ

            นางทรุดตัวลงนั่งหน้าประตูห้องเก็บของอย่างหมดอาลัยตายอยากเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามด้วยความท้อแท้ใจ เหตุใดทุกอย่างถึงไม่เป็นใจเช่นนี้

            อุตส่าห์พ้นจากเงื้อมมือของหมิงเถี่ยจู้กับหวังซื่อมาได้แล้วคิดว่าจะสามารถเปิดร้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างราบรื่น ใครจะรู้ว่าจะยากเย็นถึงเพียงนี้

            ท้องฟ้าปลอดโปร่งสดใสอากาศสดชื่นเย็นสบาย หมิงเป่าจูสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติอีกครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเสียรู้ไปก่อนแล้วกันสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องรีบขนส่งสมุนไพรที่เหลือกลับไปโดยเร็วที่สุด

            มีสมุนไพรเหล่านี้ก็คงพอประทังไปได้ระยะหนึ่งไม่น่าจะมีผู้ป่วยที่ต้องใช้สมุนไพรหายากราคาแพงทุกคนกระมัง ถ้านางโชคร้ายขนาดนั้นก็เกินไปแล้ว

     

    เชิงอรรถ

    [1] เขากวางอ่อน(鹿茸) เป็นเขาที่งอกออกมาจากหัวของกวางหนุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 3ปีขึ้นไป ซึ่งจะงอกออกมาทุก 3 ปี เขากวางอ่อนนั้นถูกใช้เป็นยาบำรุงร่างกายมานานนับพันปีตำราเปิ่น เฉ่า กัง มู่ ของท่านหลี่สือเจิน ได้บันทึกไว้ว่า เขากวางอ่อนเป็นยารสหวานมีสรรพคุณบำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกและเส้นเอ็น แก้อ่อนเพลีย ตามัว เสริมสมรรถภาพทางเพศแก้ประจำเดือนมามากเกินปกติ

    [2] นอแรด(犀牛角) ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในยาแผนโบราณเชื่อกันว่ามีฤทธิ์เย็น ช่วยลดอุณภูมิร้อนของร่างกาย ขับพิษ เป็นยารักษาโรคต่างๆ อาทิไทรอยด์ ดีซ่าน เอดส์ มะเร็ง ฯลฯ

    [3] ชะมดเชียง(麝香) เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่ได้มาจากกวางชะมดตัวผู้ใช้เป็นเครื่องหอมและทำยาได้ ชะมดเชียงมีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย ตำรายาแผนโบราณระบุว่าชะมดเชียงมีสรรพคุณแก่โรคลม โรคเกี่ยวกับโลหิต โรคตา เส้นประสาท ไอหอบหืด เป็นยาเร่งในโรคไข้รากสาดน้อยปอดบวม หลอดลมอักเสบ

    [4] เต่ากระ(玳瑁) คือเต่าทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งคล้ายเต่าตนุมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eretmochelysimbricata

    [5] ไฉหู(柴胡) คือ รากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBupleurumchinense DC. มีรสเผ็ด ขม เย็นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณตับ ถุงน้ำดีและปอด

    [6] เก่อเกิน(葛根) คือรากแห้งของกวาวเครือขาวมีรสหวาน เผ็ด เย็น เข้าสู้เส้นลมปราณ ม้าม กระเพาะอาหาร สรรพคุณ ลดอาการปวดต้นคอ ลดความดันช่วยขยายหลอดเลือด ดับกระหาย แก้ท้องเสีย ลดไขมัน ลดเบาหวาน แก้ไข้ตัวร้อน ช่วยให้ความจำดีเป็นต้น

    [7] ขโมยมังกรสับเปลี่ยนหงส์(偷龙转凤) เรียกอีกอย่างว่าลักขื่อเปลี่ยนเสา ซึ่งหมายถึง การใช้อุบายสับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายอะไรบางอย่างเพื่อลวงฝ่ายตรงข้าม

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน