“เ้าเด็กน้อยไร้เดียงสา, จิตใจบอบช้ำหนักหนา, อายุยังน้อยกลับไร้ซึ่งมารดา~”
หลังจากหนิงเยี่ยนตื่นขึ้นมา, เสียงบทลำนำพื้นบ้านที่มีเนื้อหาอันน่าเวทนาก็ลอยเข้าสู่โสตประสาท เธอมองไปยังเ้าหนูน้อยเ้าของร่างผอมราวกับผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกันที่กำลังขับบทลำนำ แล้วเหลือบมองไปที่รูรั่วขนาดใหญ่ของหลังคาหญ้าฟาง พร้อมกับจู่ ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ในขณะเดียวกันกลุ่มก้อนความทรงจำที่ไม่ใช่ความทรงจำของเธอก็แล่นเข้าสู่สมอง
เธอเหยียดนิ้วมือสกปรกที่ราวกับเท้าของไก่ค่อย ๆ นวดคลึงไปยังขมับสองสามที รอจนอาการปวดทุเลาลง ครู่หนึ่งเธอจึงเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เป็อยู่ในปัจจุบัน
แท้จริงแล้วเธอได้ข้ามกาลเวลามา เ้าของร่างกายนี้ชื่อ 'หนิงเยี่ยน' เช่นเดียวกับเธอ เพียงแต่ว่าเื่ราวชีวิตนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เธอนั้นเป็ทหารหญิงชั้นยอดในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเสียชีวิตในภารกิจรักษาสันติภาพ
เ้าของเดิมของร่างกายนี้เป็สาวน้อยที่มีพละกำลังมหาศาล เธอท้องก่อนแต่ง อีกทั้งยังเกือบถูกจับใส่ชะลอมหมูถ่วงน้ำ หรือแม้กระทั่งแม่ผู้ให้กำเนิดก็ยังไม่รักและยังอยากขายเธอให้กับชายขาเป๋ที่อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ เธอคือสาวชาวนาที่คิดไม่ตก จึงตัดสินใจเอาหัวไปกระแทกเพื่อพยายามฆ่าตัวตาย
ส่วนที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือเ้าหนูน้อยผู้น่าสงสาร ลูกที่เ้าของร่างกายนี้ให้กำเนิดหลังจากเสียความบริสุทธิ์ ส่วนชื่อจริงของเ้าหนูน้อยผู้นี้คือ “หนิงโหย่วหยู” ซึ่งชื่อก็นับว่ายากเกินที่จะอธิบายว่า เหลือกินเหลือใช้หรือแปลว่าส่วนเกินของชีวิตกันแน่
ในระหว่างที่หนิงเยี่ยนใคร่ครวญว่าจะทำอย่างไรต่อไป เสียงที่ไม่น่าฟังของเ้าหนูน้อยก็ดังขึ้นในหู
“แม่ ไม่ฆ่าตัวตายแล้วหรือไง?”
“มีลูกที่ไหนกันพูดกับแม่แบบนี้?”
“ถ้าไม่คิดฆ่าตัวตายแล้วก็คิดหน่อยเถอะ ว่าเย็นนี้จะกินอะไร!”
เมื่อเด็กน้อยเอ่ยจบก็ดันตัวเองลุกจากพื้นหมุนตัวเดินเข้าไปในบ้านฟาง ขาสั้น ๆ ที่ทั้งเล็กและผอมแห้งพยายามก้าวเดิน จนค่อย ๆ ห่างออกจากระยะสายตาของหนิงเยี่ยน มุมปากของหนิงเยี่ยนยกขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง เธออยากจะลุกขึ้นตวาดเ้าลูกกตัญญูคนนี้เสียจริง
แต่ก็ได้แค่คิด...
ลมฤดูร้อนที่ร้อนผ่าวทำเธอร้อนจนทนแทบไม่ไหว หนิงเยี่ยนกุมท้องที่หิวโซของเธอลุกขึ้นแล้วเดินตามหลังเด็กน้อยเข้าไปในบ้านฟาง ห้องทั้งกว้างและสะอาด แต่นอกจากเตียงไม้โทรม ๆ ผ้าห่มขาด ๆ โต๊ะขาหัก ชามกระเบื้องสองสามอันทั้งบ้านก็ไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว
ห้องครัวของบ้านนั้นอยู่ในมุมรั้วบ้าน ใช้ไม้เพียงไม่กี่ท่อนสร้างขึ้นมาอย่างง่าย ๆ
กระสอบที่เดิมทีใช้ใส่ข้าวตอนนี้กลับสะอาดเสียยิ่งกว่าใบหน้า แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรมาอิ่ม?
หนิงเยี่ยนรู้สึกจนปัญญา ถึงแม้ว่าเธอไม่มีทางอดตายเพราะบ้านของเธอนั้นอยู่ติดกับูเา แต่ปัญหาที่เธอเผชิญอยู่นั้นมันรุนแรงมาก แม้ว่าพร์ั้แ่เด็กของเธอ คือมีพละกำลังที่มหาศาล แต่ร่างกายที่ตกอยู่ในสภาวะหิวโหยเช่นนี้ ทำให้มีแรงพอที่จะเดินเท่านั้น แม้แต่แรงจะตีคนยังไม่มี ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่จะไปล่าสัตว์บนูเา ขนาดจะเดินขึ้นูเาก็ยังนับเป็ปัญหา
ส่วนเื่ที่แม่ของเ้าของร่างคนเดิมจะขายเธอให้ชายขาเป๋บ้านข้าง ๆ นั้น หนิงเยี่ยนไม่ได้นำมาใส่ใจแล้ว เนื่องจากปัญหาปากท้องสำคัญที่สุด เื่จุกจิกยุ่งเหยิงเ่าั้เอาไว้ท้องอิ่มแล้วค่อยว่ากัน
เธอทอดสายตาไปมองร่างของเ้าหนูน้อยที่ฟุบอยู่บนพื้น ในมือถือไม้ท่อนหนึ่งขีดเขียนลงไปบนพื้น ซึ่งเมื่อพอขุดลงไปก็เจอจักจั่นที่กำลังจำศีลอยู่
หนิงเยี่ยนตาเป็ประกาย เธอพบวิธีแก้ปัญหาปากท้องที่ไม่ต้องเสียแรงแล้ว เธอเก็บไม้ท่อนเล็กขึ้นมาจากพื้น และเข้าร่วมขบวนการกับเ้าหนูน้อย ทั้งสองเดินออกจากลานบ้านและไปนั่งยอง ๆ ที่ป่าหลังลานบ้าน สักพักก็ขุดจักจั่นได้หนึ่งชาม ในขณะเดียวกันหนิงเยี่ยนได้ผักที่เก็บจากป่ามาอีกหนึ่งกำมือใหญ่ ๆ
แบ้คี่โห้ยและฮวยฮวยฉ่าย ล้วนเป็ผักป่าที่มีคุณค่าทางยา ทนต่อลมฟ้าอากาศไม่ตายง่าย และประเด็นสำคัญคือมันกินได้ เพราะหนิงเยี่ยนไม่คิดว่าจักจั่นหนึ่งถ้วยจะกินได้จนอิ่ม
เสียงร้องที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยของจักจั่นที่เกาะอยู่บนต้นไม้ทำให้คนรู้สึกอยากนอน หนิงเยี่ยนที่ศีรษะมีอาการาเ็เดินตามเ้าหนูน้อยไปที่บ้านทีละก้าวอย่างวิงเวียน
เ้าหนูน้อยที่เดินนำหน้ามีท่าทางจริงจังและคอยชำเลืองมองด้านหลังบ่อย ๆ ความประหลาดใจเกิดขึ้นในดวงตา คาดไม่ถึงว่าวันนี้แม่ของตนจะไม่ตีสักแอะ ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคนอย่างไงอย่างงั้น....น่าแปลก
หนิงเยี่ยนััได้ถึงความรู้สึกประหลาดใจของเ้าหนูน้อย แต่ก็นับว่าเข้าใจได้ เพราะเ้าของร่างคนเดิมเกลียดเ้าหนูน้อยผู้นี้ ถ้าไม่ถูกคนทำมิดีมิร้าย เธอคงไม่ตกมาอยู่ในจุดจุดนี้ การมีเ้าหนูน้อยนั้นไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เธอคิดไว้เลย จิตใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์แบบนี้จะไปเลี้ยงดูลูกให้ดีได้ยังไง การเลี้ยงเ้าหนูน้อยผู้นี้หากถ้าไม่ตีก็ด่า การที่เ้าหนูน้อยยังรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว
แต่ตอนนี้...ร่างกายนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ในฐานะที่เป็บุคคลที่ได้รับการศึกษามาอย่างดี เป็ธรรมดาที่จะไม่ทำเื่อย่างการทารุณกรรมเด็ก
เด็กนั้นล้วนความรู้สึกว่องไว แม้ท่าทีจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงน้อยนิดก็สามารถรู้สึกได้
ถึงแม้ว่าหนิงเยี่ยนจะรู้ว่าเ้าหนูน้อยกำลังสงสัย แต่เธอก็ไม่สามารถอธิบายอะไรออกมาได้ ถึงยังไงเธอเองก็ไม่ใช่เ้าของร่างนี้ นิสัยการใช้ชีวิตนั้นก็แน่นอนว่าไม่เหมือนกัน หากทุกวันสวมรอยทำเป็เ้าของร่างนี้และทำร้ายเด็กต่อไปเรื่อย ๆ คงเป็การดีกว่าหากตัดสินใจที่จะไม่ทำแบบนั้น
สองมือถือชามที่มีรูโหว่ เดินเซกลับไปยังลานบ้านที่ว่างเปล่า หนิงเยี่ยนเริ่มจัดการกับโคลนที่ติดตามตัวจักจั่น หากนำจักจั่นแช่ใส่ในน้ำเกลือแล้วนำลงไปทอดในน้ำมัน มันจะเป็อาหารที่มีรสชาติอร่อยสุด ๆ แต่น่าเสียดายที่บ้านหลังนี้จนเกินไป แม้แต่ของที่ธรรมดาที่สุดอย่างข้าวสารก็ยังไม่มี เกลือกับน้ำมันคงไม่ต้องพูดถึง
หนิงเยี่ยนทำได้เพียงใช้หม้อผัดมัน พอสุกแล้วก็เอาผักป่าไปต้ม ไม่มีน้ำมัน เกลือ ซอสปรุงรส หรือน้ำส้ม แม้ว่าเป็หนิงเยี่ยน ก็ไม่มีวิธีทำให้ผักป่ามีรสชาติอร่อย ทำได้เพียงแค่นำไปต้มในน้ำเปล่าให้สุก ขณะนี้เธอนั่งอยู่บนก้อนหินใช้ตะเกียบคีบจักจั่นตามด้วยผักต้มยัดเข้าปาก คงเป็เพราะความหิวจึงทำให้หนิงเยี่ยนรู้สึกว่าผักป่าก็อร่อยดีเหมือนกัน
ในพริบตา จักจั่นในถ้วยก็ถูกกินจนหมด จากนั้นเธอได้มองไปที่ร่างผอม ๆ ของหนิงโหย่วหยู พร้อมกับหนิงเยี่ยนเกิดความรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา “ยังไม่อิ่มหรือ?”
“ไม่แล้ว” หนิงโหย่วหยูส่ายหัว สองมือถือชามที่มีรูโหว่สองใบไปยังโอ่งน้ำที่อยู่ในลานบ้าน เด็กน้อยเหยียบขึ้นไปบนหินแล้วใช้กระบวยตักน้ำล้างทำความสะอาดชาม จากนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้กับข้าวโทรม ๆ ในห้องครัว
คงจะเป็เพราะร่างกายนั้นผอมเกินไปจนทำให้หัวของเขาดูโตสะดุดตา เหมือนกับ...เ้าลูกชายหัวโตจากภพที่จากมาไม่มีผิด
หนิงเยี่ยนถอนหายใจ เด็ก ๆ ที่เกิดในครอบครัวยากจนต้องรีบรับผิดชอบครอบครัวหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้หนิงเยี่ยนเข้าใจอย่างถ่องแท้
เธอเดินในลานบ้านอยู่หนึ่งรอบพร้อมกับเจอขวานขึ้นสนิมอยู่หนึ่งด้าม จากนั้นเธอจึงหันไปมองเ้าหนูน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “แม่จะไปตัดฟืนทีู่เาสักหน่อย”
“ตัดฟืน? แม่ไม่กลัวหมีดำมันกินเอาหรือไง?”
“……” เ้าหนูน้อยนี่กำลังพูดอะไรของเขากันแน่ หน้าผากของหนิงเยี่ยนเต้นตุบ ๆ าแบนศีรษะเจ็บแปล๊บขึ้นมา
เธอจำเป็ต้องขึ้นไปบนูเาเพราะศีรษะมีอาการาเ็ หากไม่หาสมุนไพรมาทำเป็ยาคงจะไม่รอดเป็แน่แท้ ซึ่งยาที่ต้องใช้แน่นอนว่าไม่มีเงินไปซื้อ มีแต่จะต้องขึ้นไปหาบนูเาเท่านั้น และการที่ทนมาได้ตั้งนานขนาดนี้แล้วไม่มีไข้ก็นับว่าโชคดีเป็อย่างยิ่ง เพราะถ้าเกิดมีไข้ขึ้นมาคงได้ตายอีกรอบ
“รออยู่ที่บ้านนะ ค่ำ ๆ กลับมาแม่จะเอาเนื้อมาให้”
หนิงเยี่ยนเพิ่งเดินพ้นออกจากรั้วบ้านก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมา
“ข้าจะไปกับท่านด้วย!” เ้าหนูน้อยวิ่งตามหลังหนิงเยี่ยนมาจนทัน ในดวงตายังมีความกังวลและความหวาดกลัว
....หวาดกลัว? นั่นสินะ เ้าของร่างคนเดิมเพิ่งเอาหัวไปกระแทกพยายามฆ่าตัวตาย คงจะทำให้เ้าหนูน้อยใไม่น้อย
เ้าของร่างคนเดิมไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ยังทนเลี้ยงเ้าหนูน้อยด้วยความลำเค็ญมาจนถึงตอนนี้ จะบอกว่าต่างคนต่างพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอดคงจะไม่เกินไป
จากนั้นหนิงเยี่ยนจึงตัดสินใจจูงมือหนิงโหย่วหยูขึ้นูเา
ทั้งสองเดินผ่านทางแคบ ๆ ไปถึงเชิงเขา นอกจากดอกไม้ป่าที่กำลังผลิบานและเหล่าดอกหญ้าที่ไม่รู้จักชื่อ ก็ยังมีกระต่ายป่าสีเทาสองตัวะโผ่านหน้าไป
หนิงเยี่ยนเก็บหินขึ้นมาจากพื้นสองสามก้อนพร้อมกับจูงมือหนิงโหย่วหยูไปยืนด้านหลังของต้นไม้ ฉับพลันเธอได้ยินเสียงออกมาจากพงหญ้า ไม่มีการรีรอ มือของเธอได้ขว้างหินออกไปอย่างรวดเร็ว
....................