Room 31
ฮัลโหลมีมี่ (2)
ทุกคนตาลุกวาวเมื่อมองรายการของรางวัล หลายคนไม่คิดจะเล่นในตอนแรกถึงกับเปลี่ยนใจ อยากจะพุ่งเข้าไปเล่นซะตอนนี้เลย
คะแนนที่อาอูและชินได้รับมีคนละไม่ถึงหนึ่งร้อยคะแนน ดังนั้นจึงแลกอะไรไม่ได้ มีมี่บอกว่าการสะสมคะแนนไม่ได้มีแค่การตกปลามาแลกเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีให้เลือกทำ ในอนาคตมันจะค่อยๆ พาไปรู้จัก
ใน่บ่ายเ้าแมวน้อยแสนน่ารักพาทั้งสองมายังกระดานภารกิจแมวเหมียวพร้อมกับบอกว่าพวกเขาสามารถรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนแมวเหมียวเพื่อแลกคะแนนได้ แต่ตอนนี้กระดานยังไม่อัพเดตจึงยังไม่มีภารกิจให้ทำชั่วคราว
จากนั้นมีมี่ก็พาพวกเขาไปทำความรู้จักกับไร่แมวเหมียว ป่าแมวเหมียว และสถานที่รอบนอกเมืองอีกมากมาย ก่อนจะมาส่งทั้งคู่ที่โรงแรม
“พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่นะเหมียว” พูดจบมันก็ะโออกจากหน้าต่างแล้วจากไป
“ออกไปสำรวจข้างนอกกันเถอะ” ชินเสนอ ลางสังหรณ์บอกว่าคืนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ
อาอูไม่ขัด ทั้งคู่เดินออกจากห้องในโรงแรม เนื่องจากผู้เล่นไม่อยู่ในห้อง เวลาจึงไหลไปตามปกติ ขณะทั้งคู่ตั้งใจสำรวจเมืองยามค่ำคืน ผู้ชมก็พูดคุยกันอย่างดุเดือด
“ทำไมเกมฮัลโหลมีมี่ถึงมีของรางวัลมากมายขนาดนี้” อลิซาเบธเบนสายตามาทางนพ ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตอนแรกผมตั้งใจจะใช้เกมนี้เป็อีเว้นท์ใน่เทศกาล แต่เพราะรูมของเรามีเด็กอยู่ด้วยสองคน จะให้ไปเล่นเกมแบบผู้ใหญ่คงไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจนำมันออกมาให้ทุกคนเล่นก่อน” ชายหนุ่มตอบด้วยริมฝีปากประดับรอยยิ้ม
“คุณเ้าของพอจะบอกได้ไหมว่าไอเท็มแมวเหมียวคืออะไร ทำไมถึงต้องใช้คะแนนมากมายขนาดนั้นในการแลกแต่ละชิ้น” ออสตันรู้สึกว่ามันต้องเป็ของล้ำค่าแน่ๆ
“ความลับครับ” นพยกนิ้วชี้จรดริมฝีปาก ขยิบตาให้ชายวัยกลางคน “พวกคุณอยากรู้ว่ามันคืออะไรก็ต้องหาทางแลกเปลี่ยนมาให้ได้ แต่ผมบอกได้คำเดียวว่ามันคุ้มค่ามาก”
เสียงพูดคุยกันดังก้อง ทุกคนตั้งเป้าในใจว่าจะต้องหาคะแนนมาแลกไอเท็มแมวเหมียวให้ได้ ส่วนทางด้านเด็กน้อยทั้งสอง ตอนนี้ก็พบเจอกับเหตุการณ์สำคัญในเกมอีกแล้ว เมื่อจู่ๆ มีมี่ก็ถูกโจมตีโดยสิ่งมีชีวิตตัวเล็กหลายสิบตัว
“อึก... เผ่าจี๊ดจี๊ด” แมวน้อยดูเหมือนจะาเ็ที่ขาทำให้มันวิ่งหนีไม่ได้
“เฮ้!” อาอูร้องลั่น เ้าหนูตัวน้อยเห็นพวกเขาก็ส่งเสียงขู่ พร้อมกับพุ่งโจมตี แต่ชินกลับตอบสนองอย่างว่องไวสุดท้ายก็ส่งพวกมันไปกองกับพื้น
เด็กชายขมวดคิ้วแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา มีมี่มองศัตรูถูกจัดการก็ถอนหายใจโล่งอก ร่างกายทรุดลงไปกองกับพื้น
“ขอบใจพวกนายมากเหมียว” มีมี่กล่าวขอบคุณ พร้อมกับเล่าเื่ราวของศัตรูประชาชนแมวเหมียวให้ฟัง ซึ่งก็คือเผ่าจี๊ดจี๊ดกับเผ่าบ๊อกบ๊อก
เื่มีอยู่ว่าเมื่อครั้งอดีต มหาเทพได้มีเทพรับใช้ทั้งหมดสามองค์ประกอบด้วย เทพเ้าแมวเหมียว เทพจี๊ดจี๊ด และเทพบ๊อกบ๊อก ทั้งสี่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขจนกระทั่งวันหนึ่ง
วันนั้นเป็วันเกิดของเทพเ้าแมวเหมียว มหาเทพได้นำปลาตัวใหญ่มาพร้อมกับกำชับเทพจี๊ดจี๊ดว่า “ปลาตัวนี้ข้าจะนำมาทำอาหารให้ทุกคนกินพร้อมกัน จงไปบอกกับแมวเหมียวและบ๊อกบ๊อกว่าห้ามใครกินก่อน มิฉะนั้นข้าจะลงโทษให้สาสม“
“รับทราบขอรับ” เทพจี๊ดจี๊ดรับคำ จากนั้นก็ไปบอกกับเทพบ๊อกบ๊อก แล้วบอกกับเทพแมวเหมียวอีกแบบหนึ่ง
“ปลาตัวนี้ท่านมหาเทพนำมาให้เ้าเป็ของขวัญวันเกิด เ้าจงกินให้หมดเสียเดี๋ยวนี้ ท่านมหาเทพจะได้ดีใจที่เ้าชอบของขวัญของท่านมาก อย่าแบ่งปันใครเด็ดขาดล่ะ”
เทพเ้าแมวเหมียวได้ยินดังนั้นก็ดีใจมากรีบกินปลายกใหญ่ เทพบ๊อกบ๊อก ผ่านมาเห็นเทพเ้าแมวเหมียวก็รีบคาบปลาหนีไปทันที เพราะปกติเทพบ๊อกบ๊อก เป็เทพตะกละมักจะแย่งอาหารมันอยู่บ่อยครั้ง
จนกระทั่งมหาเทพกลับมาเมื่อเห็นปลาหายไปก็โกรธจัด หลังสอบถามเทพรับใช้ทั้งสาม ก็พบว่าเทพเ้าแมวเหมียวกินมันเข้าไปแล้ว
“ข้าบอกไปแล้วขอรับ แต่เทพแมวเหมียวไม่ฟัง มันอ้างว่าวันนี้เป็วันเกิดของมัน ฉะนั้นมันจึงมีสิทธิ์กินปลาแต่เพียงผู้เดียว” เทพจี๊ดจี๊ดตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เทพบ๊อกบ๊อกก็พยักหน้ายืนยันคำพูดของมัน
“ดี! ดีมาก” มหาเทพกล่าวด้วยความโกรธ “ในเมื่อเ้าตะกละนัก ถ้าอย่างนั้นก็จงอดอาหารซักเจ็ดวัน”
เทพเ้าแมวเหมียวถูกลงโทษก็เต็มไปด้วยความเศร้าใจ ตอนนี้มันรู้แล้วว่าตัวเองถูกเทพเ้าจี๊ดจี๊ดหลอก แต่มันไม่อาจหาหลักฐานมาโต้แย้งได้ จำต้องเก็บความแค้นนี้ไว้ในใจ
หลายวันต่อมาเทพเ้าแมวเหมียวรู้สึกโหยหิวเป็อย่างมาก แต่มันกัดฟันอดทนให้ผ่านพ้นเจ็ดวันนี้ไปก่อน ทว่าเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมันตื่นมาในตอนเช้าแล้วพบว่า ภายในห้องของมันเต็มไปด้วยเศษอาหารมากมาย บริเวณปากของมันเต็มไปด้วยเศษอาหาร เทพเ้าแมวเหมียวตื่นตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
มหาเทพมาหามันด้วยความโกรธ เขาสบถด่ามันหลายคำ บอกว่าอาหารในบ้านทั้งหมดถูกมันกินจนไม่เหลือ ทำให้เทพเ้าแมวเหมียวเริ่มสับสน
“ข้าบอกให้เ้าอดอาหาร แต่เ้าก็ยังแอบกิน ทั้งยังกินหมดบ้านจนไม่เหลือให้คนอื่น ในเมื่อเลี้ยงเ้าไปก็เสียข้าวสุก เ้าก็จงไปเสียเถอะ” มหาเทพพูดน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แม้เทพเ้าแมวเหมียวพยายามอ้อนวอนสุดชีวิตก็ไม่เป็ผล สุดท้ายถูกขับออกมาจากบ้านที่อยู่มานานจนกลายเป็เทพเ้าเร่ร่อน
ต่อมาเทพเ้าแมวเหมียวมารู้ทีหลังว่าเทพจี๊ดจี๊ดกับเทพบ๊อกบ๊อกร่วมมือกันใส่ร้ายตน มันจึงโกรธแค้นอย่างมาก ในภายหลังพอเจอเทพทั้งสองก็พุ่งเข้าต่อยตีทุกครั้ง ความแค้นดังกล่าวถูกส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังนั้นประชากรแมวเหมียวจึงกลายเป็ศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับอีกสองเผ่า
ฉากการเล่าเื่ใช้กราฟฟิคภาพวาดทำให้มันมีเสน่ห์ดึงดูดใจ บรรดาผู้ชมมองฉากเบื้องหน้าด้วยแววตาชื่นชม
“เนื้อเื่น่าสนใจมาก” จัสมินเอ่ยชม แม้เนื้อเื่จะคล้ายกับนิทานเด็ก แต่มันก็เข้ากับบรรยากาศน่ารักของเกม
“ทำไมหนูพวกนั้นถึงแค่สลบล่ะ ชินโจมตีแรงมากไม่ใช่เหรอ” มิสเตอร์แฮนซั่มมองหนูที่มีดาวลอยขึ้นบนหัว ก็อดขมวดคิ้วถามไม่ได้
“เกมนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้เด็กสามารถเล่นได้ จึงไม่มีฉากรุนแรงอะไร อย่างมากก็แค่ทำให้ศัตรูสลบครับ” นพบอก ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาพบว่าใกล้ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้ว “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
หลายคนส่งเสียงตอบรับ บางคนพบว่าตอนนี้อยู่ใน่เย็นแล้วก็รีบขอตัวล็อกเอาท์ออกไป เหลือแค่ไม่กี่คนยังดูการถ่ายทอดสดต่อ
...................................................................................
ร้านน้ำชาแดนดิไลออนในเขตฟอลคอน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับสาวงามหกคน ท่าทางของเขาหยิ่งทะนงยิ่งกว่าลูกหลานตระกูลขุนนางเสียอีก พอ ‘แอรอน เบอร์วิน’ เห็นก็เผยรอยยิ้มประจบประแจงระคนอิจฉาไปยังชายคนนั้น
โชตะเห็นชายหนุ่มผมยาวรีบเข้ามาต้อนรับแล้วอดเชิดคางไม่ได้ เขาหันไปกล่าวกับสองสาวฝาแฝด นักบวชโลลิจากโบสถ์รุ่งอรุณ นักฆ่าสาวจากลัทธิผู้หลับใหล อัศวินสาวพราวเสน่ห์ และเ้าหญิงมิเนอว่า
“ฉันจะคุยธุระกับแอรอนสักหน่อย พวกเธอรออยู่ที่นี่ก่อนนะ ถ้าจะทานอะไรก็สั่งได้เลย”
“ฉันมาที่นี่เพื่อคุ้มกันท่าน จะมัวมานั่งดื่มช้าได้อย่างไร” อัศวินสาวบอกเสียงเข้ม
“อย่าจริงจังนักเลยน่า ที่นี่เป็ร้านน้ำชาของหอการค้าแดนดิไลออนเชียวนะ จะมีอันตรายได้ยังไง” โชตะลูบผมหญิงสาวอย่างแ่เบา เธอถึงกับใบหน้าแดงระเรื่อ
“ใช่ครับท่านหญิงซานย่า ร้านแห่งนี้วางกองกำลังคุ้มกันเอาไว้ แม้กระทั่งนักฆ่ายอดฝีมือยังยากจะลอบเข้ามาได้” แอรอนพูดประจบ “นอกจากนี้ร้านของเรายังมีขนมขึ้นชื่อที่ท่านผู้กล้าคิดค้นมากมาย ท่านควรจะลองชิมดูนะครับ”
“พ่อครัวที่นี่ทำขนมอร่อยไม่เท่าฉันก็จริง แต่มันก็ยังอร่อยกว่าพ่อครัวหลวงทำอยู่ดี พวกเธอลองชิมดู ถ้าชอบอันไหนกลับไปฉันจะทำให้ทานอีก”
คำพูดนี้ทำให้บรรดาสาวๆ ดีอกดีใจ พอพูดจบโชตะสั่งให้แอรอนเดินนำไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
“เื่นั้นไปถึงไหนแล้ว” ผู้กล้าถามหลังจากนั่งลงบนโซฟาพลางใช้เท้าพาดโต๊ะน้ำชา
“สิ่งที่เรียกว่าจักรยานกำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต หากสิ่งนี้วางจำหน่ายเมื่อไหร่จะทำเงินให้หอการค้าแดนดิไลออนมหาศาล” แอรอนกล่าวอย่างประจบประแจง ผู้ชายตรงหน้ามีวิทยาการจากต่างโลกในมือมากมาย ถ้าเขาสามารถได้มาแค่หนึ่งหรือสองอย่างก็สร้างเงินได้มหาศาล และสถานะผู้สืบทอดจะต้องตกเป็ของเขาในที่สุด
แอรอนเป็ลูกชายของบุตรชายคนโตของคุณปู่ แต่เป็ลูกนอกสมรสจึงมีชีวิตความเป็อยู่ที่ไม่ดีนัก บ่อยครั้งมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับบุตรสายตรงหรืออัจฉริยะอย่างออสตันจนกลายเป็ปมด้อย โชคดีเขาสามารถเข้าหาผู้กล้าได้สำเร็จ ทำให้พักหลังมานี้ปู่ชื่นชมเขามาก ทั้งยังเปรยๆ ว่าถ้าทำดีแบบนี้ต่อไป จะมอบตำแหน่งหัวหน้าหอการค้าให้
ด้วยเหตุนี้แม้จะไม่ชอบนิสัยของผู้กล้า แอรอนก็ยังต้องคอยประจบประแจงเป็มือเป็เท้าเป็กระเป๋าเงินให้อีกฝ่าย
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว” โชตะกล่าวน้ำเสียงดูถูก ในยุคที่ใช้รถม้าเป็พาหนะหลัก รถจักรยานย่อมกลายเป็นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงยุคอย่างไม่ต้องสงสัย
“ตามที่ตกลงกันไว้ หอการค้าแดนดิไลออนจะรับส่วนแบ่งแค่ 30% ท่านผู้กล้าสามารถอ่านรายละเอียดสัญญาได้” ชายหนุ่มยื่นกระดาษสัญญาให้โชตะอ่าน ผู้กล้ารับมาก่อนจะถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขามอบหมายให้หอการค้าแดนดิไลออนไปหาข้อมูลมา
“เื่ที่ฉันให้ไปหาข้อมูลถึงไหนแล้ว”
“หลังจากผมให้คนไปสืบมาอย่างยากลำบาก...” แอรอนพูดยังไม่ทันจบโชตะก็ยกมือขัด
“ฉันไม่ได้อยากรู้ว่านายลำบากยังไง เข้าเื่สักที”
หางคิ้วชายหนุ่มผมยาวกระตุก แต่เขาไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา “พระการุณแห่งชีวิตคือสมบัติวิเศษระดับหก ว่ากันว่าเมื่อสามร้อยปีก่อนผู้กล้ายุคนั้นได้รับมาจากหอคอยแห่งชีวิต ต่อมาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มันตกไปอยู่ในเงื้อมมือของัแดงออสโซรอน”
โชตะขมวดคิ้ว เขายังคงฟังแอรอนพูดต่อ “คุณสมบัติของพระการุณแห่งชีวิตคือสามารถรวบรวมพลังชีวิตรอบตัวเพื่อรักษาเป้าหมาย ต่อให้เป็คนพิการก็ทำให้แขนขางอกกลับมาได้ น่าเสียดายป่าัเต็มไปด้วยสัตว์วิเศษและอันตรายมากมาย ทั้งยังเป็ที่อยู่อาศัยของสามพี่น้องัซึ่งเกลียดชังมนุษย์เข้ากระดูกดำ ดังนั้นตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครย่างกรายเข้าไปด้านในแล้วมีชีวิตรอดกลับมาสักคน”
“ัพวกนั้นมีพลังเทียบเท่าลำดับไหน?” ตอนนี้เขามีพลังเทียบเท่าผู้วิวัฒนาการลำดับสองแล้ว ชายหนุ่มตั้งใจว่าถ้าเทียบเท่าลำดับสี่เมื่อไหร่จะบุกเข้าไปในป่าแห่งนั้น
“ัเขียวไมนาสและัทองโซรอสมีพลังเทียบเท่าผู้วิวัฒนาการลำดับห้า ส่วนัแดงออสโซรอนมีพลังเทียบเท่าผู้วิวัฒนาการลำดับหก ทว่าเมื่อรวมกับศักยภาพเผ่าพันธุ์ัพวกเขามีพลังสูงกว่าเดิมประมาณหนึ่งหรือสองลำดับ” แอรอนอดกลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อนึกถึงความน่ากลัวของัทั้งสาม
“ฉันเข้าใจแล้ว ตอนนี้ฉันได้รับคำสั่งจากตาแก่าานั่นให้ไปฝึกฝนยังเมืองลุนนอร์ค คงอีกหลายเดือนกว่าจะกลับ” โชตะบอกด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่าการไปเมืองลุนนอร์คก็แค่ไปเดินเล่น
“เมืองลุนนอร์ค? ที่นั่นกำลังเป็ที่ซ่องสุมกำลังของพวกลิทธิมารไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มผมยาวตื่นตระหนก “ได้ข่าวมาว่าพวกมารคอยโจมตีที่นั่นไม่หยุด”
“เหอะ” ผู้กล้าหนุ่มแค่นเสียง “ต่อหน้าผู้กล้าคนนี้ มารพวกนั้นจะนับว่าเป็อะไร”
............................................................................
เมืองลุนนอร์ค ทวีปทีอาคือเมืองชายแดนที่อยู่ติดกับอาณาจักรทรอยมากที่สุด ประชาชนในเมืองหนึ่งในสี่ล้วนเป็ผู้วิวัฒนาการ และครึ่งหนึ่งมาจากเส้นทางโลหิต
เดิมเมืองแห่งนี้ได้รับอิทธิพลในาระหว่างอาณาจักรเมื่อหลายร้อยปีก่อน หลังาสิ้นสุดลงทหารจำนวนมากได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ทำให้มันกลายเป็เมืองที่เต็มไปด้วยนักรบและผู้วิวัฒนาการ ต่อมาสิ่งเหล่านี้ก็ถูกส่งมายังชนรุ่นหลัง ทำให้มันกลายเป็เมืองที่มีผู้วิวัฒนาการเดินกันขวักไขว่ และยังเป็เมืองชายแดนที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรทีอา
ทว่าในยามนี้เมืองอันแข็งแกร่งกำลังถูกโจมตีโดยพวกลัทธิมาร ประชาชนต่างพากันอพยพหนีออกจากเมืองไม่หยุดหย่อน ใครที่หนีไม่ทันล้วนถูกจับเป็เชลยอยู่ในคุก
‘เลออน เดรก’ มองเหล่าชาวเมืองถูกคุมขังด้วยใบหน้ามืดครึ้ม เขาเป็ถึงผู้วิวัฒนาการลำดับสามเส้นทางโลหิต ‘นายกองโลหิต’ และยังเป็ลูกหลานตระกูลผู้วิวัฒนาการเก่าแก่กลับทำได้แค่มอง... มันช่างเป็อะไรที่น่าอดสูเสียจริง
ชายหนุ่มขบกรามแน่น ขณะมองเหล่าผู้วิวัฒนาการเส้นทางมาร และเส้นทางโกลาหล กำลังกระทำกับประชาชนคนธรรมดาราวเป็สัตว์เลี้ยง บ้างส่งเสียงหัวเราะร่าเมื่อเห็นพวกเขากรีดร้องด้วยความเ็ป
ผู้วิวัฒนาการเส้นทางมารลำดับ 1 มีชื่อว่า ‘ผู้สิ้นหวัง’ ลำดับ 2 ‘ผู้ดำรงวิถีมาร’ ส่วนผู้วิวัฒนาการเส้นทางโกลาหลลำดับ 1 มีชื่อว่า ‘คนบ้า’ ลำดับ 2 ‘ผู้ถูกกัดกร่อน’ แค่ฟังจากชื่อก็รู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนดีเด่อะไรสักนิด
“เลออน ตอนนี้ฉันติดต่อผู้วิวัฒนาการที่ถูกขังทั้งหมดไว้แล้ว รอได้รับสัญญาณจากนายทุกคนพร้อมจะฝ่าออกไปทันที” ชายร่างผอมเดินเข้ามากระซิบบอก ชายคนนี้เป็ผู้วิวัฒนาการลำดับสามเช่นเดียวกัน
“หลังจากพวกเราสร้างความวุ่นวายในคุก นายต้องเป็คนนำพวกประชาชนหนีออกไปทางประตูทิศเหนือ คนจากตระกูลฉันจะบุกมาจากทางนั้น”
เมื่อไม่นานมานี้เลออนได้รับสัญญาณประจำตระกูลเกี่ยวกับการบุกเข้าช่วยเหลือตัวประกัน แม้จะไม่ค่อยแน่ใจเื่เวลานัก แต่ก็รู้ว่าจะเป็วันนี้ตอนกลางวัน
สาเหตุที่ต้องบุกตอนกลางวันเพราะผู้อยู่ในเส้นทางมารจะค่อนข้างอ่อนแอใน่เวลานี้ พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของพวกมันหลบหนีออกไปได้
เลออนคุยกับชายคนนั้นอีกสองสามประโยค ก่อนทั้งคู่จะแยกกันไปเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ต่อมาเมื่อมีพวกมารมาส่งอาหาร เลออนก็แอบส่งสัญญาณให้ชายคนนั้นอย่างลับๆ
สัญญาณถูกส่งต่อกันเป็ทอดๆ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขากำลังเตรียมตัวเพื่อเผชิญหน้ากับมารที่เดินเข้ามาหา
มารคนนี้คือผู้วิวัฒนาการลำดับสี่ ‘มาจำแลง’ หากสู้กันขึ้นมาไม่มีทางที่ตัวเขาจะได้เปรียบ แต่เลออนก็ต้องลงมือ ไม่อย่างนั้นประชาชนที่ถูกคุมขังก็จะไม่มีโอกาสรอด
“ไอ้เศษสวะทั้งหลาย มากินอาหารได้แล้ว” มารคนนั้นโยนอาหารให้พวกเขาราวกับกำลังโยนให้สัตว์ สีหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
หลังจากลัทธิมารได้รับข่าวว่าผู้กล้าปรากฏตัวยังอาณาจักรทีอา พวกเขาก็วางแผนกำจัดเสี้ยนหนามคนนี้ทันที เพราะหากผู้กล้ายังมีชีวิตอยู่ เทพมารของพวกเขาก็จะถูกผนึกอีกครั้ง ไม่มีทางจุติลงมาบนโลกเพื่อนำพายุคสมัยใหม่มาสู่ลัทธิมาร
เมืองลุนนอร์คมีผู้วิวัฒนาการระดับห้าอยู่สองคน คนแรกคือคนจากตระกูลเ้าเมือง อีกคนมาจากตระกูลเดรก และเพื่อกำจัดทั้งคู่ พวกเขาตัดสินใจใช้ผู้วิวัฒนาการระดับหกแฝงตัวเข้ามาในคฤหาสน์เ้าเมือง อาศัยความไว้วางใจวางยาผู้วิวัฒนาการลำดับหกจนป่วย จากนั้นก็ฆ่าล้างตระกูลแล้วใส่ร้ายตระกูลเดรกว่า้ายึดครองอำนาจ ทำให้ทั้งตระกูลถูกขับไล่ พอในเมืองไม่มีผู้วิวัฒนาการระดับห้าคุ้มกัน การบุกยึดเมืองก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
แผนทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้เมืองลุนนอร์คตกเป็ของลัทธิมารแล้ว อีกไม่นานเมืองหลวงต้องส่งผู้กล้ามาช่วยเหลือ ถึงตอนนั้นสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็หลุมฝังศพของอีกฝ่ายตลอดกาล
ผู้วิวัฒนาการลำดับสี่คิดเื่เหล่านี้ในหัว จนไม่ทันสังเกตสัญญาณสั่งให้ลงมือและแววตาโเี้ของเลออน รู้ตัวอีกทีก็ไม่สามารถขยับตัวได้
“พวกแก!” เขาะโอย่างเกรี้ยวกราด แผ่ออร่าสีดำอันน่าพรั่นพรึงเพื่อทำลายพันธนาการ
เลออนกู่ร้องเพื่อใช้ทักษะเสริมพลังให้พรรคพวก ก่อนจะใช้เืตัวเองสร้างเป็ดาบเืพุ่งเข้าใส่ผู้วิวัฒนาการเส้นทางมารลำดับสี่
“ตอนนี้แหละ” ชายหนุ่มะโก้อง พลังมากมายพลันพุ่งเข้าจู่โจมมารร้ายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทว่าอีกฝ่ายกลับมีปีกหนางอกจากด้านหลังปัดป้องการโจมตีทั้งหมดอย่างง่ายดาย
“ดี! พวกแกทุกคนต้องตาย” หลังคำรามเสร็จ ผู้วิวัฒนาการเส้นทางมารก็พุ่งเข้าฆ่าผู้โจมตีหลายคน เลออนเห็นท่าไม่ดีก็สั่งให้ทุกคนรีบหนีออกจากคุก
เสียงการต่อสู้ดังสนั่นทุกทิศทาง เลออนดีดตัวพาตัวเองเข้าขัดขวางผู้วิวัฒนาการเส้นทางมาร ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนคุกที่ทำจากเหล็กชั้นดีพังทลายหมด
ผู้วิวัฒนาการลำดับสามหลายคนพยายามเข้าช่วยเหลือชายหนุ่ม แต่ก็ถูกสังหารอย่างเืเย็น เห็นดังนั้นจิตใจเลออนก็ไม่อาจสงบลงได้
“รีบหนีไป ฉันจะถ่วงเวลามันเอง”
“แต่...” ผู้วิวัฒนาการลำดับสามหลายคนลังเล
“ทำเพื่อประชาชน” เลออนกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น ทุกคนจึงตัดสินใจละทิ้งความลังเลแล้วออกวิ่ง
ทว่ายังวิ่งไปได้ไม่ไกล เสียงกรีดร้องก็ดังระงม หญิงสาวหน้าตางดงามเดินทอดน่องเข้ามาในคุกพร้อมกับเลียเืที่เปื้อนมือ
“ทำได้ไม่เลว” เธอพูดพลางยกยิ้ม “น่าเสียดายสุดท้ายทั้งหมดก็สูญเปล่า”
‘อามูเอล เดวิล่า’ มองเลออนด้วยรอยยิ้มเยาะ เธอตัดสินใจแล้วว่าทุกคนที่หนีออกจากคุกจะต้องกลายเป็ศพ เืจะต้องไหลอาบทั่วพื้นดิน และชายคนนี้ต้องขึ้นไปดูว่าการกระทำของเขาทำให้ผู้คนต้องตายมากมายแค่ไหน
ความสิ้นหวังคือสิ่งที่เธอโปรดปราน...
“จับตัวมันไว้” สิ้นเสียงสั่งการผู้วิวัฒนาการเส้นทางมารลำดับห้าก็พุ่งเข้าหักแขนชายหนุ่มทั้งสองข้าง ก่อนจะลากตัวเขาขึ้นไปดูฉากนองเืด้านนอก
เลออนเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้คนมากมายกำลังถูกเหล่ามารสังหาร ฉากตรงหน้าไม่ต่างจากนรกบนดิน
“ไม่... ได้โปรด” ชายหนุ่มเสียงสั่น หยดน้ำตาไหลอาบสองแก้ม “ปล่อยพวกเขาไป”
“จงจำไว้ ที่พวกเขาต้องตายก็เพราะแก” อามูเอลพูดด้วยน้ำเสียงกล่าวโทษ “และฉันจะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้บาปนี้”
ยิ่งทำให้ผู้คนสิ้นหวังมากเท่าไหร่ พลังวิเศษในตัวของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะเธอคือผู้วิวัฒนาการลำดับหกในเส้นทางมาร ‘มารทุกขภัย’