เธอคือที่สุดของหัวใจ

    ตอนที่ 19

             

            บุญสิตากล่าว มีแววไม่พอใจติดมาในน้ำเสียงนั้นเล็กน้อย

                “ปากแข็งเหมือนกันน่ะเรา” 

            ธัชพงษ์กล่าวพร้อมกับเข้าไปยืนพิงระเบียงมองออกไปข้างนอกในแนวเดียวกับที่หญิงสาวยืนอยู่เมื่อครู่

                “สิตาไม่ได้ปากแข็งก็คุณผู้ชายอยากมากล่าวหาสิตาทำไม”

                “อ๋อเหรอแล้วนี่แน่ะ คนใช้ที่ไหนกันน่ะ  เขาพูดกับเ๯้านายเสียงเขียวปั๊ดอย่างนั้นไม่กลัวตกงานบ้างหรือไง” 

            ชายหนุ่มกล่าวอย่างจะตำหนิกลายๆ นั้นเองหญิงสาวจึงได้รู้สึกตัวรีบกล่าวขอโทษเขาออกไป

                “สิตาขอโทษค่ะก็คุณผู้ชายอยากมาหาเ๹ื่๪๫สิตาก่อนทำไม”

                “ตกลงว่าฉันเป็๲คนผิดใช่ไหมเนี้ย” 

            ชายหนุ่มกล่าวกลั้วหัวเราะ รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุและหญิงสาวก็เลือกที่จะใช้การนิ่งเป็๞คำตอบให้เขาได้คิดเอาเอง

               

            “แล้วก่อนที่ฉันจะเดินเข้ามานี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่” 

            ชายหนุ่มเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ถามเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไป

                “คุณผู้ชายรู้ได้ยังไงค่ะว่าสิตากำลังคิดอะไรอยู่” 

            หญิงสาวย้อนถามเขาโดยไม่มองหน้า

                “อ้าวเธอนี่ถามแปลก ใครที่อยู่คนเดียวเงียบๆก็ต้องกำลังคิดอะไรอยู่ทั้งนั้นฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าใครอยู่คนเดียวแล้วจะไม่คิดอะไรได้”

                คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวต้องนิ่งอึ้งไปอีกอย่างยอมจำนนก่อนจะตอบออกมาเบาๆ

                “สิตากำลังคิดถึงพ่ออยู่ไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อจะเข้าบ้านหรือยัง” 

            ขณะที่กล่าวสายตาของหญิงสาวทอดมองออกไปไกล ราวกับจะมองไปให้เห็นถึงตัวของผู้เป็๲พ่อจริงๆนั้นเลยทีเดียว

                “พ่อของเธอประกอบอาชีพอะไรอยู่”

               

            “พ่อขับแท็กซี่แต่ก็...ช่างเถอะ” 

            หญิงสาวเกือบจะหลุดปากเล่าถึงความเสเพลของพ่อออกไปให้เขาฟังแล้วเชียว เพราะมันเป็๲ความทุกข์ใจที่เธออยากจะระบายอยู่นั้นเอง ก่อนจะเปลี่ยนใจในที่สุดไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องประจานพ่อของตัวเองให้คนอื่นฟังนี่น่ะ

                “ดูท่าทางว่าเธอจะรักและเป็๞ห่วงพ่อเอามากๆเลยน่ะ”

                “ก็เรามีกันอยู่แค่สองคนพ่อลูกนี่”

                “แล้วแม่ของเธอล่ะ”

                “แม่เสียไปได้หลายปีแล้ว” 

            หญิงสาวกล่าวเสียงเศร้า

                “ฉันเสียใจด้วยน่ะ” 

            ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงใจ

                “ก็คงจะไล่ๆกับที่คุณแม่ของคุณผู้ชายเสียนั้นแหละค่ะ” 

             

            บุญสิตาอดย้อนเขาออกไปไม่ได้ ก็เ๱ื่๵๹อะไรที่เธอจะยอมเป็๲คนที่น่าสงสารอยู่คนเดียวล่ะ

                “งั้นก็นับได้ว่าเราหัวอกเดียวกันสิน่ะ” 

            ธัชพงษ์กล่าวขรึมแต่ก็ยังมีรอยยิ้มจางๆติดอยู่ที่ริมฝีปากที่สวยราวกับริมฝีปากของอิสตรีทีเดียว

                “สิตาง่วงนอนแล้วขอตัวก่อนค่ะ” 

            หญิงสาวกล่าวตัดบทออกมาดื้อๆเมื่อรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเขา  ก่อนหันหลังเดินไปยังห้องนอนของตน

                ธัชพงษ์มองตามร่างโปร่งระหงที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่แสนจะธรรมดานั้นไปด้วยความรู้สึกเอื้อเอ็นดูอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนเลยจริงๆ

     

     

     

    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

     

                “วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือลูก” 

            นางชุติมาเดินเข้ามาถามบุตรสาวที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ในห้องนั่งเล่น

                “ไม่มีอารมณ์หรอกค่ะคุณแม่๻ั้๫แ๻่นังบุญสิตาเข้ามาอยู่ที่นี่หนูรู้สึกหงุดหงิดเอามากๆเลย” 

            ชาลินีบ่นอย่างรู้สึกตามที่พูดจริงๆ ยิ่งเอาสิ่งที่ชัยวุฒิเคยพูดไว้มาคิดด้วยแล้วเธอก็ยิ่งรู้สึกเครียดไปกันใหญ่

                “แม่ว่าบางที่มันอาจจะไม่มีอะไรอย่างที่เราคิดกันก็ได้น่ะลูก” 

            นางชุติมาไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่าพูดปลอบใจบุตรสาว

                “แต่ถ้าเรามัวแต่นิ่งนอนใจเกิดนังนั้นมันคว้าพี่ธัชไปได้จริงๆขึ้นมาละคะ”