เเม้จะบอกว่าเป็หนึ่งในสี่สำนักใหญ่เเต่ภายในสำนักก็ต้องใช้เงินเเล้วจะหาอย่างไร? เเน่นอนว่ามีวิธีศิษย์ที่สังกัดสำนักหนึ่งปีขึ้นไปสามารถรับภารกิจจาก หอสำนักได้เมื่อทำสำเร็จสามารถนำมาเเลกเป็เงินได้ จำนวนเงินที่ได้จะได้ตามความยากง่ายของระดับภารกิจ ส่วนศิษย์ที่ยังไม่ครบกำหนดหนึ่งปีละ! เเน่นอนว่าสำนักกว้างใหญ่กินพื้นทีู่เาเเทบทั้งลูกย่อมมีงานจิปาถะอยู่ไม่น้อย ภายในสำนักมีอะไรให้ทำตั้งมากมายเพื่อเเลกค่าเเรงพวกงานจิปาถะพวกนี้เป็เงิน เเน่นอนว่าการกลั่นยา หลอมศาสตรา ต้องใช้เงิน เพื่อซื้อวัตถุดิบ
ซีห่าวยืนมองดูกระดาษติดประกาศบนกระดานที่ลานกว้างของสำนักไล่ดูหัวข้อของภารกิจที่ไว้ให้ศิษย์ในสำนักที่ยังไม่ผ่านหนึ่งปีสามารถทำได้ ส่วนใหญ่ก็เป็งานใช้เเรงงานจิปาถะทั่วไปที่เเลกกับค่าเเรงอันน้อยนิด กวาดสายตามองดูทั่วกระดานยังไม่เจอที่ถูกใจ เพราะส่วนใหญ่งานที่ได้เงินเยอะก็ถูกเเย่งไปหมดเเล้ว ที่เหลือบนกระดานตอนนี้เเทบจะเป็งานที่เเทบไม่มีผู้ใดอยากทำ ได้เเต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ห่างกันไม่ถึงห้าก้าวเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกเสียงดังอยู่ข้างๆ ซีห่าวหันไปมองตามเสียงนั้นก็เห็น เด็กหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเขา หน้าตาสามัญ รูปร่างอ้วนกลม ไม่สูงมากนัก ยืนถอนหายใจอยู่ด้านข้าง บนเสื้อมีอักษรกำกับลำดับรุ่นบนหน้าอกด้านซ้าย 'สิบเเปด' คาดว่าเ้าอ้วนคนนี้คงเป็ศิษย์พี่รุ่นก่อนหน้าของซีห่าว เเต่รุ่นก่อนหน้ามิใช่ว่าไปรับภารกิจที่หอสำนักได้เเล้วยังงั้นเหรอ? ทั้งสองกวาดสายตามือทั้งสองรื้อเลิกกระดาษบนเเผ่นกระดาน โดยรอบอีกครั้งพลั้นไปเห็นข้อความบนกระดาษเป็หนึ่ง 'รับคนดูเเลส่วนสมุนไพรวันละ ร้อยเหวิน' วันละร้อยเหวิน สิบวันก็หนึ่งก้วนมีเหรอใครบ้างเห็นประกาศเเผ่นนี้จะไม่หยิบทั้งสองอ้วนผอมต่างคว้ามือไปจับกระดาษเเผ่นนั้น มือทั้งสองคว้ากระดาษพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย พรางหันหน้าเข้าหากันชักสีหน้าบ่งบอกว่ากระดาษเป็นี้ต้องเป็ของข้า เห็นเช่นนั้นเ้าอ้วนจึงสังเกตุดูเด็กหนุ่มที่มีใจตรงกับเขาชายตามองเห็นอักษรสิบเก้าบนอกเสื้อก็เอ่ยหนึ่งประโยค "ศิษย์น้องกระดาษเเผ่นนี้ขอเเก่ศิษย์พี่เถอะ"
ซีห่าวเเสดงท่าทีไม่ยินยอตอบไปว่า "เกรงว่าคงมิได้"
เ้าอ้วนชักสีหน้าใส่ตอบว่า "เเต่ข้าคือศิษย์พี่นะ ควรเชื่อคำผู้าุโกว่าสิ"
ซีห่างเหมือนไม่ยอมถอยหลังให้ "เเล้วทำไมศิษย์พี่ถึงไม่ไปทำภารกิจในหอสำนักกันล่ะ"
เ้าอ้วนตอบ "มันเื่ของข้า"
ทั้งสองเหมือนไม่มีท่าทียอมให้กัน พลันเหลือเห็นข้อความรับคนเพียงหนึ่งคนต่างฝ่ายจึงรีบย้ายก้นวิ่งไปยังสวนสมุนไพรที่อยู่ภายนอกสำนัก
สวนสมุนไพรสำนักตั้งอยู่เชิงเขาอีกลูกที่อยู่ติดกัน เพราะมีพื้นที่มากจึงปลูกได้มากส่วนใหญ่เป็สมุนไพรชั้นต้นที่ไว้สอนในวิชาเรียนกลั่นโอสถ ที่ดีขึ้นมาหน่อยก็ไว้กลั่นออกไปขายทอดตลาหาเงินเข้าสำนัก! พื้นที่บนเชิงเขาเเถบทั้งหมดคือสวนสมุนไพร มีสมุนไพรมากมายถูกปลูกเเละรายล้อมอยู่ ถัดไปไม่ไกลมีกระท่อมหลังไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ วันนี้อากาศดีเย็นสบาย บุคคลผู้หนึ่งในชุดสำนักสมถะ อายุราวสาบสิบต้นๆนอนเอียงพิงกับเก้าอี้โยกทำจากต้นไผ่ ข้างกายวางกระถางจุดกำยานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆยังมีกาใส่เหล้าคาดว่าไม่พ้นเหล้าใบไผ่ กำลังนอนเคลิบเคลิ้มตกอยู่ในผวังฝัน เขาคือผู้าุโถิงหลานผู้ดูเเลสวนสมุนไพรของสำนัก
สองลูกศิษย์อ้วนผอมสองคนวิ่งกรุเข้ามายังกระท่อมส่งเสียงดังทำให้ าุโผู้นี้ใตื่น พลันล้มตกเก้าอี้โยก ตั้งสติพยุงร่างได้เอ่ยถามเสียงดัง "พวกเ้าทำเสียงดังอันใดกัน!" เด็กหนุ่มทั้งสองคนอ้วนผอม ต่างพากันเเย่งพูด "ข้ามาสมัครทำสวน" าุโในชุดสำนักสมถะยืนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนนึกขึ้นได้ว่าตนเคยไปเเปะประกาศไว้ที่กระดานเเต่มันก็หลายสิบวันเเล้วอุทานหนึ่งประโยค "อ่าจำได้เเล้วๆ" หลังนึกขึ้นได้ก็กวักมือเรียกทั้งสองเดินตามไปที่สวนห่างไปราวสามสิบก้าวถัดจากกระท่อม สวนสมุนไพรสำนักไหนเลยจะมีพื้นที่เล็ก สมุนไพรถูกปลูกไปกว่าครึ่งเชิงเขา มองไปทางไหนก็มีเเต่สมุนไพร ดูเเละสมุนไพรทั้งสวนนี้ มารดามันเถอะวันละร้อยเหวินยังไม่พอ!
เด็กหนุ่มทั้งสองจ้องหน้ากันเลิกลั่กความคิดในหัวพลันตรงกันโดยมิได้นัดหมาย "คิดผิดเเล้ว"
ผู้าุโเดินไปหยิบถังนำ้มาสองใบยืนให้เด็กหนุ่มทั้งสอง "ตอนเเรกว่าจะรับเเค่คนเดียวไหนๆพวกเ้าสองคนก็มาเเล้ว เอ้า วันนี้รดนำ้ให้หมดคอยมารับเงิน ข้าจะไปนอนต่อก่อน" สิ้นสุดคำพูดก็เดินจากไป
ทั้งสองจ้องหน้ามองกันอีกครั้งถอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ !!!
ผ่านไปหนึ่งวันกว่าจะรดน้ำจนเสร็จทั้งสองนั่งหลังชนกันด้วยอาการเหนื่อยล้า หายใจโรยรินเป็ระลอกๆ เสียงท้องร้องของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองมองหน้ากันพรางหัวร่อออกมา เ้าอ้วนเห็นความอดทนของซีห่าวจึงหยิบขนมที่อยู่ในอกเสื้อออกมาเเบ่ง "ศิษย์น้องข้าชื่อ เฉินเกาเกา วันนี้ดูท่าดวงเราจะสมพงษ์กัน"
ซีห่าวยิ้มมุุมปากตอบ "ข้าชื่อซีห่าว"
ตอนเเรกทั้งสองเหมือนจะไม่ลงรอยกันเเต่หนึ่งวันที่อยู่ดูเเลสวนด้วยกันก็เข้าใจกันมากขึ้น ตอนนี้ได้เวลาไปรับค่าเเรงเเล้ว ทั้งสองพยุงร่างขึ้นรีบย้ายก้นไปขอค่าเเรงที่กระท่อมของผู้าุโถิงเเล้ว เดินมาถึงกระท่อมก็เห็นร่างของผู้าุโกำลังนั่งจิบสุราจึงถวงถามค่าเเรง ผู้าุโก็ได้เตรียมเอาไว้ให้เเล้วยื่นเงินให้ทั้งสองคนละถุง ทั้งสองยิ้มอย่างเบิกบานได้รับค่าเเรงวันนี้เเล้วเมื่อเปิดถุงเงินออกเพื่อนับจำนวนเงินสีหน้าก็พลันเปลี่ยนโดยทันที ห้าสิบเหวินมิใช่ร้อยเหวิน? ทั้งสองจึงถวงถามสาเหตุกับผู้าุโ "เหตุใดเป็ห้าสิบเกวิน" ผู้าุโเเซ่ถิง ตอบว่า "สองคนคนละห้าสิบเหวินเท่ากับร้อยเหวินจะเอารึไม่เอา " ทั้งสองได้เเต่เพียงยิ้มรับหันหน้ามองกันเสียรู้เ้าคนเ้าเลห์นี้เสียเเล้ว เเต่ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ผู้าุโฉีกยิ้มเอ่ยว่า"พรุ่งนี้อย่าลืมมาพรวนดิน"
ทั้งสองได้เเต่เพียงยิ้มข่มขื่นเเล้วเดินจากไป