ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมรถกระบะขนส่งอุปกรณ์ที่กานต์เป็คนขับเดินทางกลับคอนโด แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดส่องผ่านกระจกหน้าวูบวาบ กระทบใบหน้าสวยคมของรินที่เหม่อมองออกไปด้านนอก เธอยังอยู่ในชุดเรซควีนตัวเดิมแต่สวมเสื้อแจ็กเก็ตทีมทับไว้เพื่อกันลมหนาวจากเครื่องปรับอากาศ มือหนาของกานต์ที่กุมพวงมาลัยสั่นน้อยๆ จากความล้าและความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน
ภาพเหตุการณ์ในวันนี้ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวพอๆ กับภาพความทรงจำเก่าๆ เมื่อหลายปีก่อน...
กานต์กับรินรู้จักกันั้แ่สมัยมัธยมปลาย แม้จะอยู่กันคนละห้องแต่โชคชะตาก็พาให้มากันในเย็นวันหนึ่งที่รถมอเตอร์ไซค์ของริน เด็กสาวเรียนดีผู้แสนเรียบร้อยเกิดเสียอยู่ข้างทาง กานต์ที่มักจะขลุกอยู่กับอู่รถซ่อมมอเตอร์ไซค์เข้าไปช่วยเธอไว้ได้โดยบังเอิญ จากความขอบคุณกลายเป็ความสนิทสนม และจากมิตรภาพก็แปรเปลี่ยนเป็ความรักที่ผูกพันกันด้วยความฝัน
“ตอนนั้น... ใครจะคิดว่าเด็กเรียนที่ใส่แว่นหนาๆ แบบริน จะกลายมาเป็เรซควีนที่มีคนรู้จักทั้งสนามแบบนี้” กานต์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาสั่นเครือคล้ายจะหัวเราะแต่ก็ทำไม่ออก
รินหันมายิ้มบางๆ เธอจำได้ดีถึงวันที่กานต์พาเธอไปรู้จักกับ ‘น้าชัย’ เ้าของอู่ที่ปลุกปั้นกานต์มา และเป็คนที่มีความฝันอันบ้าคลั่งอยากจะสร้างทีมแข่งไปให้ถึงระดับ MotoGP น้าชัยคือคนแรกที่มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบร้อยของริน เขาเสนอให้เธอสลัดคราบเด็กเรียนมาสวมชุดรัดรูป โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งเพื่อเป็จุดขายให้กับทีมเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้ง
‘ไปเถอะริน รินสวยออกขนาดนี้ ถ้ามีรินยืนอยู่หน้าพิต ใครๆ ก็ต้องหันมามองทีมเรา’ คำรบเร้าและการยั่วยุอย่างตื่นเต้นของกานต์ในวันนั้น ทำให้รินที่อยากจะสนับสนุนคนรักยอมตกลงใจเปลี่ยนตัวเอง
จากเด็กสาวในชุดนักเรียนคอซอง กลายเป็ Race Queen สุดเซ็กซี่ที่สะกดทุกสายตาด้วยหน้าอกอวบอิ่มที่เกินตัวและเรียวขาขาวยาว และมันก็ได้ผล... ในการแข่งครั้งแรกที่ลงสนาม กานต์คว้าอันดับ 3 มาครองได้อย่างปาฏิหาริย์ ทุกอย่างในตอนนั้นเหมือนฝันที่เป็จริง กานต์ขอเธอแต่งงานพร้อมคำสัญญาว่าจะสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ไปด้วยกัน
แต่ภาพความฝันนั้นเริ่มเลือนลางลงทุกทีเมื่อความเป็จริงเข้าจู่โจม ทีมถูกดึงตัวคนเก่งๆ ไปจนแทบไม่เหลือใคร และวันนี้... เมื่อสปอนเซอร์รายสุดท้ายจากไป รินก็รู้สึกได้ว่าเวลาของเธอในฐานะนางฟ้าสนามแข่ง และเวลาของกานต์ในฐานะนักแข่งฝีมือเยี่ยม กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบที่ไร้ซึ่งความสง่างาม
“รินไม่เสียใจเลยนะกานต์ ที่วันนั้นยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อกานต์และเพื่อทีม” รินเอ่ยเสียงแ่ พลางกระชับเสื้อแจ็กเก็ตทีมไว้แน่น ราวกับจะรักษาเศษเสี้ยวความฝันที่เหลืออยู่ให้ได้นานที่สุด
ก่อนที่รถกระบะจะพ้นเขตสนามแข่ง กานต์ชะลอรถแล้วหันไปมองกระจกหลัง จ้องมองอัฒจันทร์และแผงกั้นแทร็กที่เริ่มมืดมิดลงภายใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ หัวใจของเขาหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ภาพเหตุการณ์ที่เขาเค้นคันเร่งสุดแรงพยายามจะไล่ตามทีมใหญ่ยังคงติดตา เขาพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่เจือไปด้วยความตัดใจว่า หากสถานการณ์ยังเป็แบบนี้ สนามหน้าที่เขาจะกลับมาที่นี่ คงไม่ใช่ในฐานะนักแข่งที่มีเมียแสนสวยกางร่มให้ แต่อาจเป็เพียงคนดูธรรมดาๆ ที่เบียดเสียดอยู่บนอัฒจันทร์ร้อนๆ เท่านั้น
“กานต์...” รินเรียกเบาๆ เมื่อเห็นสามีนิ่งไปนาน
“ไม่เป็ไรหรอกริน... ถ้ามันต้องจบลงจริงๆ อย่างน้อยผมก็จะขอกลับมาดูการแข่งในฐานะคนดูคนหนึ่ง ผมคงทิ้งมันไปไม่ได้หรอก” เขากล่าวพลางฝืนยิ้ม ก่อนจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่คอนโดที่พักของทั้งคู่
ตลอดการเดินทางกลับ ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นอีก ความเงียบในรถทำงานหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ คือการตอกย้ำความพ่ายแพ้ที่เพิ่งผ่านพ้นมา เมื่อถึงคอนโด ทั้งสองพากันขึ้นห้องด้วยท่าทางที่อ่อนแรงราวกับถูกสูบิญญา ภายในห้องพักที่เคยอบอวลด้วยความหวัง บัดนี้กลับดูเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก
รินเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อและฝุ่นควันจากสนามแข่ง เธอปลดชุดเรซควีนสีแดงขาวที่รัดรึงร่างกายออกช้าๆ หน้าอกอวบอิ่มที่เคยถูกเกาะอกบีบเค้นจนเกือบหลุดบัดนี้คืนรูปทรงสวยงาม ผิวขาวเนียนใต้ผ้ามีรอยแดงจางๆ จากความแน่นของชุด เธอจ้องมองตัวเองในกระจกพลางคิดถึงคำพูดของผู้จัดการที่วนเวียนอยู่ในหัว... ทีมจะถูกยุบหากไม่มีทุน
เมื่ออาบน้ำเสร็จและออกมาทานมื้อค่ำง่ายๆ ที่ซื้อมาจากปากซอย ทั้งสองคนนั่งฝั่งตรงข้ามกันแต่กลับไม่มีใครเงยหน้าขึ้นสบตา เสียงช้อนกระทบจานชามเป็เพียงเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบ กานต์ทานไปได้เพียงไม่กี่คำก็นิ่งไป เขาดูเหมือนคนที่ขาดความมั่นใจไปโดยสิ้นเชิง ไม่เหลือมาดนักแข่งผู้ดุดันคนเดิมที่รินเคยหลงรัก
ความเงียบนั้นยาวนานไปจนถึงตอนที่ทั้งคู่เดินเข้าห้องนอน รินมองแผ่นหลังของกานต์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอรู้สึกสงสารและอยากจะปลอบประโลมเขา แต่เธอก็รู้ดีว่าความล้มเหลวในวันนี้มันหนักหนาเกินกว่าคำพูดธรรมดาจะเยียวยาได้
ภายในห้องนอนที่สลัวด้วยแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียง รินขยับกายเข้าไปหาชายหนุ่มที่นอนเหม่อมองเพดาน เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปลูบไล้แผงอกของเขาเบาๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู “กานต์... ให้รินช่วยให้กานต์ผ่อนคลายนะ”
กานต์แปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ปฏิเสธ เขาพลิกตัวมากอดตอบภรรยาที่แสนสวย รินเริ่มซุกไซ้ซอกคอและใช้มือเรียวปลดกางเกงนอนของเขาออก ความเงี่ยนพลุ่งพล่านขึ้นมาในตัวรินอย่างประหลาด อาจเพราะความกดดันที่เจอมาทั้งวันทำให้เธอโหยหาความเร่าร้อนมาช่วยลบล้างความหดหู่ เธอจับััความเป็ชายของกานต์ที่เริ่มตื่นตัว มันมีขนาดปานกลางทั่วไปไม่ได้ใหญ่โตหรือสั้นจนเกินไป แต่สำหรับรินในตอนนี้ แค่เพียงกานต์สอดใส่เข้ามาเธอก็พร้อมจะตอบรับทุกัั
รินแยกเรียวขาขาวเนียนออกกว้าง กานต์ขยับตัวขึ้นทาบทับและจ่อลำควยเข้าที่ช่องทางรักที่เปียกแฉะ วินาทีที่เขากระแทกพรวดเดียวเข้ามาจนสุด รินถึงกับแอ่นอกขึ้นด้วยความเสียวซ่าน หน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างกระเพื่อมไหวตามแรงส่ง “อ๊ะ... กานต์... เสียว...”
กานต์เริ่มขยับโยกกาย ท่วงท่าของเขาเป็ไปอย่างทื่อๆ และเร่งรีบตามสัญชาตญาณที่ขาดการขัดเกลา เขาเน้นกระแทกซ้ำๆ เข้ามาอย่างแรงจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั่วห้อง รินหลับตาพริ้มพลางครางระงม เธอใช้ขาหนีบเอวสามีไว้แน่น พยายามจะตักตวงความเสียวที่เริ่มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านทุกครั้งที่เขากดลึกเข้ามา
แต่ทว่า... จังหวะที่ความเสียวของรินกำลังจะไปถึงจุดพีค กานต์กลับเร่งสปีดแบบไม่คิดชีวิต เขาซอยถี่รัวอยู่เพียง 5-6 ครั้ง ร่างกายของเขาก็เกร็งกระตุกกะทันหัน กานต์ครางออกมาเบาๆ พร้อมกับฉีดพ่นน้ำรักออกมาจนหมดก๊อก ก่อนจะฟุบหน้าลงกับซอกคอของรินทั้งที่ยังไม่ได้ขยับไปไหนไกล
รินนอนนิ่งอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความรู้สึกอารมณ์ค้างที่รุนแรง เธอเพิ่งจะเริ่มติดเครื่อง แต่เครื่องยนต์ของกานต์กลับ “พัง” ั้แ่ยังไม่พ้นโค้งแรก กานต์นอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนตัวเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความรู้สึกผิดที่สะท้อนออกมาผ่านความเงียบ
ทั้งสองคนต่างรู้ดีในใจว่าพวกเขาไม่เชี่ยวชาญเื่กามารมณ์เลยแม้แต่น้อย กานต์มัวแต่สนใจเครื่องยนต์ ส่วนรินก็มัวแต่เป็เด็กเรียนเรียบร้อย การร่วมรักที่ไร้รสชาติและจบลงอย่างรวดเร็วนี้ไม่ได้ช่วยให้หายเครียด แต่มันกลับตอกย้ำความล้มเหลวในฐานะผู้ชายของกานต์ให้เด่นชัดขึ้นไปอีก รินทำได้เพียงลูบหลังสามีเบาๆ แม้ในใจจะโหยหาความเติมเต็มที่มากกว่านี้อย่างรุนแรงก็ตาม
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักยังคงปกคลุมด้วยความเงียบเชียบ แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่ได้ช่วยให้กานต์ดูสดใสขึ้นเลย ปกติแล้วหลังจากวันแข่ง เขาจะต้องกระตือรือร้นรีบไปประชุมที่อู่เพื่อสรุปข้อมูลทางเทคนิค วิเคราะห์กราฟดาต้า และวางแผนปรับจูนเครื่องยนต์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมครั้งถัดไป แต่วันนี้เขากลับนั่งทานมื้อเช้าอย่างเชื่องช้า ดวงตาหม่นแสงขาดความกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นได้ชัด จนดูเหมือนคนหมดไฟที่จะสู้ต่อ
รินลอบมองสามีด้วยความปวดใจ สำหรับเธอแล้วทีมนี้คือความภูมิใจ มันเริ่มมาจากคนเพียงสามคน คือเธอ กานต์ และน้าชัย ที่ร่วมกันสร้างอู่เล็กๆ จนกลายเป็ทีมแข่งที่เคยมีชื่อเสียง เธอไม่อยากเห็นความฝันของสามีและทีมที่เธอช่วยปลูกปั้นมาต้องพังทลายลงในตอนนี้
ขณะที่ความเงียบกำลังกัดกินความหวัง เสียงโทรศัพท์ของรินก็แผดดังขึ้นะเืโต๊ะอาหาร เธอหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็เบอร์ของ ผู้จัดการสโมสร
“ค่ะพี่?” รินรับสายด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ริน พี่อยู่หน้าคอนโดเราแล้ว... ลงมาคุยกับพี่เป็การส่วนตัวหน่อยสิ” น้ำเสียงของปลายสายดูสั่นไหวอย่างระงับความตื่นเต้นไว้ไม่มิด “มีคนติดต่อมา เขาบอกว่าสนใจอยากจะเข้ามาเป็สปอนเซอร์รายใหม่ให้ทีมเราน่ะริน!”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘สปอนเซอร์’ หัวใจของรินก็เต้นแรงรัวราวกับจังหวะเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งเครื่อง ความดีใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนความขุ่นมัวเมื่อคืนจางหายไปสิ้น เธอไม่ได้เฉลียวใจหรือฉุกคิดถึงเงื่อนไขแปลกๆ ที่ทำไมผู้จัดการต้องเรียกเธอไปคุยเป็การส่วนตัว แทนที่จะเป็กานต์ที่เป็นักแข่งหลัก
ในหัวของรินตอนนี้มีเพียงภาพใบหน้าที่กลับมามีรอยยิ้มของกานต์ และภาพทีม Vortex Apex Racing ที่ได้กลับไปคำรามในสนามแข่งอีกครั้ง ความฝันที่กำลังจะหลุดมือไปบัดนี้ดูเหมือนจะมีปาฏิหาริย์ดึงมันกลับมาให้เธอแล้ว
“รินจะรีบลงไปเดี๋ยวนี้ค่ะพี่!”
รินวางสายแล้วหันไปยิ้มให้กานต์ที่ยังคงนั่งเหม่อ “กานต์ทานต่อเถอะนะ รินขอลงไปทำธุระกับพี่ผู้จัดการแป๊บนึง... ดูเหมือนว่าเราจะมีความหวังแล้วล่ะ!
เธอกล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้กานต์มองตามด้วยความฉงน โดยที่รินไม่รู้เลยว่าการก้าวเดินออกจากประตูห้องในครั้งนี้ คือการก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เธอไม่มีวันหันหลังกลับมาเป็ ‘รินคนเดิม’ ได้อีกตลอดกาล