“แม่จ๋า อุ้ม” เมื่อเห็นวรรณารีเดินเข้าบ้าน ที่รักจึงอ้าแขนตัวเองออกเพื่ออ้อนให้คนเป็นแม่อุ้ม
วรรณารีเดินยิ้มตรงมาหาเธอและสวมกอดลูกเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เพราะไม่สบายแน่เลยใช่ไหมถึงอ้อนให้แม่อุ้มแบบนี้” ว่าพลางยกร่างที่ไม่เบาของลูกขึ้นมาจากที่นอนและอุ้มเอาไว้อย่างง่ายดาย “ลูกสาวแม่หนักขึ้นอีกแล้ว อีกหน่อยแม่คงอุ้มไม่ไหวแล้วมั้ง ตัวยังรุมอยู่เลยนะ ปวดหัวไหมลูก”
“นิดนึง” ที่รักตอบพลางเงยหน้ามองแม่ “แม่จ๋า จิ๊ดริดเหมือนปวดจิ๊ด ๆ ตรงนี้” เด็กหญิงชี้ไปที่อกซ้ายของตัวเอง
วรรณารีมีสีหน้ากังวลขึ้นมา “ปวดตรงไหน ปวดมากไหม หายใจสะดวกไหมลูก หรือจะไปหาหมอดี”
ที่รักส่ายหน้า “จิ๊ดริดไม่ได้ปวดแบบนั้น จิ๊ดริดบอกไม่ได้ว่าทำไม แต่จิ๊ดริดรู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนกำลังจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดี แต่จิ๊ดริดไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันเลยปวดจิ๊ด ๆ ตรงหน้าอก”
สายที่เดินเข้ามากับพีรายุถึงกับขมวดคิ้ว เธอวางแก้วนมลงที่โต๊ะก่อนหันมาถาม “จิ๊ดริดรู้สึกว่าจะมีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นใช่ไหมลูก”
พีรายุสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้นทันตาของสายก็ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
ที่รักพยักหน้า “ใช่ จิ๊ดริดรู้สึกแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จิ๊ดริดเสียใจที่ไม่รู้เหมือนทุกที จิ๊ดริดขอโทษ”
“ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด หนูแค่ไม่สบายเลยไม่รู้เหมือนก่อนเท่านั้น ลูกสาวแม่ต้องนอนพักเยอะ ๆ พอหายไข้ทุกอย่างก็จะดีเองนะจ๊ะ”
“ใช่แล้ว ตอนนี้มาดื่มนมให้หมดแก้วก่อนแล้วค่อยนอนพัก เย็นนี้ยายจะต้มน่องไก่น่องโต ๆ ให้หนูกินด้วย”
ที่รักสีหน้าสดชื่นขึ้น เธอรับนมจากสายมาดื่มจนหมดแล้วปีนขึ้นนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าที่รักนอนหลับสนิทไปแล้ว ทั้งสามคนจึงเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ
“ที่จิ๊ดริดพูดหมายถึงอะไรครับ ใครพอจะอธิบายให้ผมเข้าใจได้บ้าง” พีรายุที่เอาแต่เงียบมาตั้งแต่ต้นถามด้วยความสงสัย
“ไม่จำเป็น” วรรณารีบอกปัดไปอย่างไร้เยื่อใย
“ผมเป็นพ่อแกนะ ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ ผมอยากรู้ว่าทำไมลูกพูดเหมือนรู้เรื่องอนาคตอะไรบางอย่างแบบนั้น”
วรรณารีทำหน้าอึดอัดใจ “อยากรู้ก็เรื่องของคุณ จะบอกหรือไม่ก็เป็นเรื่องของฉันเหมือนกัน” พูดจบก็เดินไปยังห้องครัวทันที
“ป้าครับ” พีรายุหันมาหาที่พึ่งใหม่ จากคนที่เขาคิดว่าแข็งที่สุดในบ้านตอนนี้กลายเป็นคนที่เข้าหาง่ายกว่าวรรณารีเสียอีก
จากทีแรกจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่เมื่อนึกถึงท่าทีของพระธุดงค์ที่แสดงต่อเขาตอนวันเกิดของที่รัก สายจึงตัดสินใจเอ่ยออกมา “ฉันคงบอกตรง ๆ ไม่ได้ ช่วงระหว่างนี้ให้คุณลองสังเกตจิ๊ดริดให้ดีแล้วกัน คิดว่าไม่น่ายากหรอก แกเป็นเด็กที่ปกปิดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” สายยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเอ็นดูอย่างสุดประมาณเมื่อเอ่ยถึงหลานรัก
“แล้วคุณจะเข้าใจเองว่าทำไมฉันและวรรณถึงเรียกแกว่านางฟ้า อีกอย่าง...ที่วรรณมีฐานะดี มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นมาได้ ทั้งหมดก็มาจากนางฟ้าของเราทั้งนั้น” ว่าแล้วสายก็ผละไปยังห้องครัวด้วยอีกคน
พีรายุไม่สนใจตามทั้งคู่ไป เขาเดินไปนั่งตรงห้องนั่งเล่นและพยายามคิดทบทวนเรื่องที่สายบอกแบบเงียบ ๆ
ในยามค่ำคืน ที่รักหลับสนิทไปแล้ว อุณหภูมิในตัวเกือบจะปกติทำให้วรรณารีคลายใจลงมาก แต่เธอก็ไม่สามารถข่มตานอนได้แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะไม่ได้หลับเลยสักงีบ ตราบใดที่ลูกสาวเธอยังไม่กลับมาหายดี เธอก็ไม่สามารถหลับลงได้เช่นกัน
ในเมื่อไม่อาจฝืนข่มตาได้ วรรณารีจึงเดินเข้าไปในครัวเพื่อหากาแฟดื่ม ระหว่างที่นั่งรอให้น้ำเดือดนั้น เธอก็เห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ร้าน
ดวงไฟวับ ๆ แวม ๆ คล้ายแสงมาจากไฟฉายได้พาดผ่านสายตาของวรรณารีอยู่สองรอบจนเธอเอะใจ หญิงสาวรีบเดินไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในร้าน หลังจากไล่ดูกล้องหลายต่อหลายตัวก็เห็นความผิดปกติอยู่บริเวณที่เก็บทองแดงคุณภาพดีซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงที่สุดในร้าน
มีเงาตะคุ่มของคนสองคนกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่บริเวณกองทองแดง ถึงจะเห็นภาพไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าพวกเขากำลังช่วยขนทองแดงกันอยู่ ดวงตาของวรรณารีวาวโรจน์อย่างไม่พอใจ เธอเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบปืนสั้นในตู้เซฟและเดินไปที่ร้านด้วยสีหน้าโกรธจัด
พีรายุกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน คืนนี้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้เพราะเรื่องของที่รักวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด แม้สภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดภายในสวนจะดูน่ากลัวสำหรับเขามาโดยตลอดจนไม่กล้าเดินออกจากบ้านในยามค่ำคืน แต่เขากลับไม่อาจตัดใจเดินเข้าบ้านได้ สายตายังคงจับนิ่งไปที่บ้านของสายซึ่งปิดไฟมืดไปแล้ว
ในหัวเขายังคิดเรื่องคำพูดของที่รักในช่วงเย็น รวมถึงคำพูดของสายที่มักจะเรียกที่รักว่านางฟ้าตัวน้อย แล้วความคิดเขาก็โยงไปถึงเรื่องที่ที่รักอยากกินอึ่งไข่จนเป็นเรื่องเป็นราววุ่นวายเมื่อหลายวันก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยยังไม่กระจ่างใจนักในเรื่องนี้
ขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นแสงไฟเปิดสว่างตรงบริเวณครัวของบ้านสาย ต่อมาก็เห็นว่าประตูหลังครัวได้เปิดออกพร้อมร่างของคนคนหนึ่งเดินดุ่มเลาะตามขอบกำแพงบ้านมุ่งหน้าไปยังร้านขายของเก่า แม้จะเห็นเพียงเงามืดแต่ยังจำได้ขึ้นใจว่าเป็นวรรณารี พีรายุไม่รอช้า รีบเดินไล่หลังเธอไป