จิ๊ดริดที่รัก

    62. จิ๊ดริดไม่สบาย 2

            “แม่จ๋า อุ้ม” เมื่อเห็นวรรณารีเดินเข้าบ้าน ที่รักจึงอ้าแขนตัวเองออกเพื่ออ้อนให้คนเป็นแม่อุ้ม

            วรรณารีเดินยิ้มตรงมาหาเธอและสวมกอดลูกเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เพราะไม่สบายแน่เลยใช่ไหมถึงอ้อนให้แม่อุ้มแบบนี้” ว่าพลางยกร่างที่ไม่เบาของลูกขึ้นมาจากที่นอนและอุ้มเอาไว้อย่างง่ายดาย “ลูกสาวแม่หนักขึ้นอีกแล้ว อีกหน่อยแม่คงอุ้มไม่ไหวแล้วมั้ง ตัวยังรุมอยู่เลยนะ ปวดหัวไหมลูก”

            “นิดนึง” ที่รักตอบพลางเงยหน้ามองแม่ “แม่จ๋า จิ๊ดริดเหมือนปวดจิ๊ด ๆ ตรงนี้” เด็กหญิงชี้ไปที่อกซ้ายของตัวเอง

            วรรณารีมีสีหน้ากังวลขึ้นมา “ปวดตรงไหน ปวดมากไหม หายใจสะดวกไหมลูก หรือจะไปหาหมอดี”

            ที่รักส่ายหน้า “จิ๊ดริดไม่ได้ปวดแบบนั้น จิ๊ดริดบอกไม่ได้ว่าทำไม แต่จิ๊ดริดรู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนกำลังจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดี แต่จิ๊ดริดไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันเลยปวดจิ๊ด ๆ ตรงหน้าอก”

            สายที่เดินเข้ามากับพีรายุถึงกับขมวดคิ้ว เธอวางแก้วนมลงที่โต๊ะก่อนหันมาถาม “จิ๊ดริดรู้สึกว่าจะมีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นใช่ไหมลูก”

            พีรายุสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้นทันตาของสายก็ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

            ที่รักพยักหน้า “ใช่ จิ๊ดริดรู้สึกแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จิ๊ดริดเสียใจที่ไม่รู้เหมือนทุกที จิ๊ดริดขอโทษ”

            “ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด หนูแค่ไม่สบายเลยไม่รู้เหมือนก่อนเท่านั้น ลูกสาวแม่ต้องนอนพักเยอะ ๆ พอหายไข้ทุกอย่างก็จะดีเองนะจ๊ะ”

            “ใช่แล้ว ตอนนี้มาดื่มนมให้หมดแก้วก่อนแล้วค่อยนอนพัก เย็นนี้ยายจะต้มน่องไก่น่องโต ๆ ให้หนูกินด้วย”

            ที่รักสีหน้าสดชื่นขึ้น เธอรับนมจากสายมาดื่มจนหมดแล้วปีนขึ้นนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าที่รักนอนหลับสนิทไปแล้ว ทั้งสามคนจึงเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ

            “ที่จิ๊ดริดพูดหมายถึงอะไรครับ ใครพอจะอธิบายให้ผมเข้าใจได้บ้าง” พีรายุที่เอาแต่เงียบมาตั้งแต่ต้นถามด้วยความสงสัย

            “ไม่จำเป็น” วรรณารีบอกปัดไปอย่างไร้เยื่อใย

            “ผมเป็นพ่อแกนะ ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ ผมอยากรู้ว่าทำไมลูกพูดเหมือนรู้เรื่องอนาคตอะไรบางอย่างแบบนั้น”

            วรรณารีทำหน้าอึดอัดใจ “อยากรู้ก็เรื่องของคุณ จะบอกหรือไม่ก็เป็นเรื่องของฉันเหมือนกัน” พูดจบก็เดินไปยังห้องครัวทันที

            “ป้าครับ” พีรายุหันมาหาที่พึ่งใหม่ จากคนที่เขาคิดว่าแข็งที่สุดในบ้านตอนนี้กลายเป็นคนที่เข้าหาง่ายกว่าวรรณารีเสียอีก

            จากทีแรกจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่เมื่อนึกถึงท่าทีของพระธุดงค์ที่แสดงต่อเขาตอนวันเกิดของที่รัก สายจึงตัดสินใจเอ่ยออกมา “ฉันคงบอกตรง ๆ ไม่ได้ ช่วงระหว่างนี้ให้คุณลองสังเกตจิ๊ดริดให้ดีแล้วกัน คิดว่าไม่น่ายากหรอก แกเป็นเด็กที่ปกปิดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” สายยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเอ็นดูอย่างสุดประมาณเมื่อเอ่ยถึงหลานรัก

            “แล้วคุณจะเข้าใจเองว่าทำไมฉันและวรรณถึงเรียกแกว่านางฟ้า อีกอย่าง...ที่วรรณมีฐานะดี มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นมาได้ ทั้งหมดก็มาจากนางฟ้าของเราทั้งนั้น” ว่าแล้วสายก็ผละไปยังห้องครัวด้วยอีกคน

            พีรายุไม่สนใจตามทั้งคู่ไป เขาเดินไปนั่งตรงห้องนั่งเล่นและพยายามคิดทบทวนเรื่องที่สายบอกแบบเงียบ ๆ

            ในยามค่ำคืน ที่รักหลับสนิทไปแล้ว อุณหภูมิในตัวเกือบจะปกติทำให้วรรณารีคลายใจลงมาก แต่เธอก็ไม่สามารถข่มตานอนได้แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะไม่ได้หลับเลยสักงีบ ตราบใดที่ลูกสาวเธอยังไม่กลับมาหายดี เธอก็ไม่สามารถหลับลงได้เช่นกัน

            ในเมื่อไม่อาจฝืนข่มตาได้ วรรณารีจึงเดินเข้าไปในครัวเพื่อหากาแฟดื่ม ระหว่างที่นั่งรอให้น้ำเดือดนั้น เธอก็เห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ร้าน

    ดวงไฟวับ ๆ แวม ๆ คล้ายแสงมาจากไฟฉายได้พาดผ่านสายตาของวรรณารีอยู่สองรอบจนเธอเอะใจ หญิงสาวรีบเดินไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในร้าน หลังจากไล่ดูกล้องหลายต่อหลายตัวก็เห็นความผิดปกติอยู่บริเวณที่เก็บทองแดงคุณภาพดีซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงที่สุดในร้าน

            มีเงาตะคุ่มของคนสองคนกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่บริเวณกองทองแดง ถึงจะเห็นภาพไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าพวกเขากำลังช่วยขนทองแดงกันอยู่ ดวงตาของวรรณารีวาวโรจน์อย่างไม่พอใจ เธอเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบปืนสั้นในตู้เซฟและเดินไปที่ร้านด้วยสีหน้าโกรธจัด

            พีรายุกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน คืนนี้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้เพราะเรื่องของที่รักวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด แม้สภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดภายในสวนจะดูน่ากลัวสำหรับเขามาโดยตลอดจนไม่กล้าเดินออกจากบ้านในยามค่ำคืน แต่เขากลับไม่อาจตัดใจเดินเข้าบ้านได้ สายตายังคงจับนิ่งไปที่บ้านของสายซึ่งปิดไฟมืดไปแล้ว

            ในหัวเขายังคิดเรื่องคำพูดของที่รักในช่วงเย็น รวมถึงคำพูดของสายที่มักจะเรียกที่รักว่านางฟ้าตัวน้อย แล้วความคิดเขาก็โยงไปถึงเรื่องที่ที่รักอยากกินอึ่งไข่จนเป็นเรื่องเป็นราววุ่นวายเมื่อหลายวันก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยยังไม่กระจ่างใจนักในเรื่องนี้

            ขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นแสงไฟเปิดสว่างตรงบริเวณครัวของบ้านสาย ต่อมาก็เห็นว่าประตูหลังครัวได้เปิดออกพร้อมร่างของคนคนหนึ่งเดินดุ่มเลาะตามขอบกำแพงบ้านมุ่งหน้าไปยังร้านขายของเก่า แม้จะเห็นเพียงเงามืดแต่ยังจำได้ขึ้นใจว่าเป็นวรรณารี พีรายุไม่รอช้า รีบเดินไล่หลังเธอไป


    คล้ายกับเรื่องจิ๊ดริดที่รัก ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788