“หลินหาน นายอย่าเอาคำพูดไร้สาระของเกาชงมาใส่ใจเลย! ยังไงนายก็ยังมีฉันที่เป็พี่น้องอยู่ทั้งคน มีฉันกินอิ่มคำหนึ่ง ไม่มีทางปล่อยให้นายต้องอดอยากแน่นอน!”
หลังจากกลุ่มของเกาชงเดินจากไป หวังเฉียงก็ยืดอกให้คำมั่นสัญญากับหลินหาน
“ก็แค่สุนัขเห่าหอนไปเรื่อย ฉันไม่คิดเก็บมาใส่ใจหรอก” หลินหานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ในขณะนั้น นักเรียนคนสุดท้ายเดินออกมาจากค่ายกลปลุกพลังแล้ว พิธีปลุกพลังของห้อง 6 เป็อันเสร็จสิ้นลง หยางเสวี่ยเวยจัดทรงผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง ก่อนจะเดินยิ้มแย้มมาหยุดอยู่เบื้องหน้านักเรียนห้อง 6 ทุกคน
“นักเรียนทุกคน! พิธีปลุกพลังสิ้นสุดลงแล้ว ยินดีด้วยที่ทุกคนเรียนจบและได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพอย่างเป็ทางการ! นักเรียนที่ปลุกพลังได้อาชีพสายใช้ชีวิต สามารถออกไปเริ่มทำงานสร้างตัวในสังคมได้เลยค่ะ”
“ส่วนอาชีพสายต่อสู้และสายสนับสนุน ครูเคยย้ำเตือนอยู่บ่อยครั้งแล้วว่าพวกเธอสามารถเดินทางไปเก็บเลเวล ที่เขตผู้เล่นใหม่ได้ด้วยตนเอง”
“หลังจากนี้เจ็ดวัน ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่จัตุรัสใจกลางเมืองเพื่อเข้ารับการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาของสถาบัน ซึ่งจะมีบรรดามหาวิทยาลัยและขุมกำลังต่าง ๆ มารับเลือกพวกเธอเข้าสังกัด”
“ขอให้ทุกคนจำเอาไว้ให้ดี ความแข็งแกร่งของอาชีพเป็เพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น แต่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและงดงามคือสิ่งที่พวกเธอต้องสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนะ!”
สิ้นคำกล่าว บรรดานักเรียนห้อง 6 ต่างเผยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะในโลกไหน ความสุขและความทุกข์ของมนุษย์ย่อมไม่อาจหลอมรวมเข้าด้วยกันได้เสมอ
ผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้และสายสนับสนุนต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ ส่วนผู้ใช้อาชีพสายใช้ชีวิตกลับมีั์ตาหม่นแสง ทยอยกันเดินออกจากประตูโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน
ฐานะทางบ้านและอาชีพของพ่อแม่หลินหานไม่ค่อยดีนัก พ่อของเขาประกอบอาชีพเป็พ่อครัว ส่วนแม่เป็ช่างตีเหล็ก แม้จะเป็วันปลุกพลังที่สำคัญของลูกชาย พวกเขาก็ไม่มีเวลาว่างมาร่วมรับชม ดังนั้นหลินหานและหวังเฉียงจึงแยกย้ายกันั้แ่หน้าประตูโรงเรียน
บ้านของหลินหานตั้งอยู่ในเขตชุมชนตะวันออกของเมืองฮุยเยว่ ซึ่งเป็เขตชุมชนเก่าแก่ที่สุดและเป็แหล่งรวมตัวของผู้ใช้อาชีพสายใช้ชีวิตมากที่สุดในเมือง พื้นที่แถบนี้แออัดอย่างมาก โครงสร้างพื้นฐานชำรุดทรุดโทรม และการจัดการระบบค่อนข้างวุ่นวาย หรือที่เรียกกันติดปากว่า สลัม
เขตชุมชนเจียงเหอ อาคาร 4 ห้อง 504 ห้องพักขนาดเล็กที่มีสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น
หลินหานคิดว่าในบ้านจะว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ ทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เขากลับได้กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งกระจาย
“หลินหาน กลับมาแล้วเหรอลูก วันนี้เป็วันปลุกพลังของลูก เถ้าแก่เลยอนุญาตให้พวกเราเลิกงานไวขึ้นหนึ่งชั่วโมงเพื่อกลับมาจัดงานฉลองที่ลูกปลุกพลังอาชีพได้!”
ประตูห้องครัวถูกเปิดออก หญิงสาววัยสามสิบกว่า ๆ แต่งตัวเรียบง่าย ใบหน้าอ่อนโยน เดินถือชามข้าวออกมา เธอสูง 163 เิเ เส้นผมดำขลับเงางาม ผิวพรรณคล้ำแดดดูสุขภาพดี แต่ฝ่ามือทั้งสองข้างกลับเต็มไปด้วยรอยด้านหนาเตอะ เห็นได้ชัดว่าต้องกรำงานหนักมาเป็เวลานาน
เธอคือเสิ่นเหมย แม่ที่เป็ช่างตีเหล็กของหลินหานนั่นเอง
“หอมจังเลย! วันนี้พ่อโชว์ฝีมือทำอาหารเองเลยเหรอครับเนี่ย”
หลินหานเดินเข้าบ้านพลางเปลี่ยนรองเท้า เขาเอื้อมมือไปหยิบเนื้อบนโต๊ะอาหารเข้าปากชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็โยนกระเป๋านักเรียนลงบนโซฟาแล้วปรี่ไปทางห้องครัว
“ไอ้ลูกคนนี้ ไปล้างมือก่อนค่อยกินสิ เรียนจบมัธยมปลายแล้วยังทำตัวเป็เด็ก ๆ ไปได้!” เสิ่นเหมยเอ็ดด้วยความเอ็นดู
“รับทราบครับแม่!”
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัว หลินหานก็เห็นหลินจงเทียนผู้เป็พ่อกำลังยืนผัดกับข้าวอยู่ มือตวัดตะหลิวพลิกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าของเขาซูบผอม จมูกสวมแว่นตาสีน้ำตาล บนหน้าผากมีรอยเหี่ยวย่นปรากฏชัดเจน และมีผมหงอกแซมอยู่ประปราย
“หลินหาน ครูประจำชั้นของลูกแจ้งผลการปลุกพลังมาให้พวกเรารู้แล้วนะ ถึงจะไม่ได้เป็นักรบตามที่ลูกใฝ่ฝันเอาไว้ แต่ผู้สังเวยชีวิต อย่างไรเสียก็นับเป็อาชีพสายสนับสนุนในกลุ่มสายเวทมนตร์นะ อย่าเพิ่งท้อแท้ไปละ!” หลินจงเทียนละสายตาจากกระทะหันมามองหลินหาน
“โธ่ พ่อวางใจเถอะครับ จิตใจของผมแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปตั้งเยอะ อีกอย่างอาชีพผู้สังเวยชีวิตของผม อย่างน้อยที่สุดก็ยังเก็บเลเวลไปถึงเลเวล 10 ได้ไม่ใช่เหรอครับ”
“ขอแค่ไปล่าวัสดุจากมอนสเตอร์ระดับต่ำมาขายชิ้นเดียวก็ได้เงินเยอะกว่าเงินเดือนครึ่งเดือนของพ่อกับแม่รวมกันแล้ว ผมไม่มีทางท้อหรอกครับ!”
หลินหานไม่ได้คิดที่จะบอกความจริงเื่ระบบให้พ่อแม่รู้ เพราะในโลกใบนี้ การที่เขาสามารถขยายพลังได้ถึงหมื่นเท่านั้นมันฝืนธรรมชาติและน่าเหลือเชื่อเกินไป หากไปดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือคนอื่นเข้า พ่อแม่ที่รู้เื่นี้อาจจะตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวงได้
“อืม ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ”
อาหารจานสุดท้ายถูกเทลงชาม หลินจงเทียนเอ่ยปากชวนลูกชายกินข้าว วันนี้มื้ออาหารอุดมสมบูรณ์มาก เพราะเป็งานฉลองเรียนจบของหลินหาน เมนูเนื้อสารพัดชนิดจึงถูกจัดวางจนเต็มโต๊ะ ซึ่งหลินหานก็ตักเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยซะเต็มคราบ
หลังจากมื้อค่ำจบลง หลินหานก็เตรียมเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเองเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับค่าสถานะต่าง ๆ ที่ได้รับการเสริมพลังขึ้นมา
“หลินหาน เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป พ่อกับแม่มีของขวัญจะให้ลูกด้วย” หลินจงเทียนเอ่ยรั้งลูกชายเอาไว้
หลินหานเผยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย ฐานะการเงินของบ้านพวกเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก เงินเดือนของพ่อแม่ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แล้วพวกจะเอาเงินจากไหนมาเตรียมของขวัญให้เขาอีก
หลินจงเทียนเดินตรงไปยังห้องนอนรองของบ้าน ไม่นานนักก็เดินประคองกล่องยาวที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะและดูเก่าแก่คร่ำครึออกมา
“พ่อครับ นี่คืออะไรเหรอ” หลินหานเพิ่งรู้เป็ครั้งแรกว่าภายในบ้านมีของสิ่งนี้อยู่ด้วย
“นี่เป็ของตกทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลหลินของเรา” เสิ่นเหมยหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดทำความสะอาดคราบฝุ่นบนกล่องยาวจนสะอาดพลางเอ่ยอธิบาย
“ของตกทอดของตระกูลเหรอครับ!” หลินหานใไม่น้อย
“อืม!” หลินจงเทียนเปิดกล่องยาวออก
ภายในกล่องมีสิ่งของสองชิ้นถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย มันคือไม้เท้าเวทสีน้ำตาลแกมน้ำเงินหนึ่งด้าม และชุดคลุมนักเวทสีขาวหนึ่งชุด
“ซี้ด! อุปกรณ์สวมใส่ของนักเวท!” หลินหานลอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาคาดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าในบ้านจะมีของดีระดับนี้ซุกซ่อนอยู่
“มันเป็อุปกรณ์ของนักเวทระดับทองคำเชียวนะ! ไอ้ลูกชาย อย่าเห็นว่าตอนนี้บ้านเรายากจนข้นแค้นเชียว หากนับย้อนกลับไปสักสิบแปดรุ่นก่อนที่ตระกูลจะตกต่ำลง บ้านพวกเราก็เคยเป็ถึงตระกูลระดับทองคำของเมืองฮุยเยว่เชียวนะ!”
“ของสิ่งนี้สืบทอดมานานกว่าร้อยปีแล้ว แต่บรรพบุรุษของตระกูลเราไม่มีใครปลุกพลังได้อาชีพที่เหมาะสมเลย มันจึงถูกวางทิ้งไว้เฉย ๆ มาตลอด ตอนนี้ลูกกลายเป็สายเวทแล้ว ถือว่าประจวบเหมาะพอดี!” หลินจงเทียนส่งกล่องยาวให้หลินหาน
เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินหานก็เอื้อมมือไปรับชุดคลุมและไม้เท้ามาถือไว้ในมือด้วยความตื่นเต้นระคนยินดีอย่างมาก
ต้องรู้ว่าระบบขั้นพลังของผู้ใช้อาชีพในโลกนี้แบ่งออกเป็เก้าระดับ ได้แก่ ทองแดง เงิน ทองคำ ทองคำขาว เพชร ราชัน สูงสุด ศักดิ์สิทธิ์ และเทวะ โดยทุก ๆ 10 เลเวลจะนับเป็หนึ่งคลาส (เปลี่ยนอาชีพหนึ่งครั้ง)
อุปกรณ์นักเวทระดับทองคำ ถือเป็อุปกรณ์สวมใส่ระดับกลางที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลังกับบัฟได้ในระดับหนึ่ง ในตลาดซื้อขาย อุปกรณ์ชิ้นนี้มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านเหรียญัดาราเลยทีเดียว นี่นับเป็ลาภลอยที่หล่นทับโดยไม่คาดฝันจริง ๆ !
“พ่อครับ แม่ครับ ขอบคุณครับ!” หลินหานโค้งกายแสดงความเคารพ การที่พ่อแม่ยอมมอบอุปกรณ์ตกทอดของตระกูลที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ให้แก่เขา ความซาบซึ้งใจภายในอกย่อมไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้
“ไอ้เด็กคนนี้นี่จะมาขอบอกขอบใจอะไรกัน! พรุ่งนี้ก็พกพวกมันไปเก็บเลเวลเถอะนะ! ถึงแม้จะยังไม่ใช่เซ็ตอุปกรณ์สวมใส่สมบูรณ์แบบ แต่อานุภาพของมันก็มากพอที่จะช่วยเร่งความเร็วในการเลื่อนเลเวลของลูกได้แล้วละ!” เสิ่นเหมยยื่นมือไปลูบหัวหลินหานด้วยความอ่อนโยน
“ครับ!” หลินหานพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็รีบเดินเข้าห้องนอนของตนเองทันทีด้วยความกระตือรือร้น
ทันทีที่เข้าห้องนอน หลินหานก็จัดการสวมใส่ชุดคลุมนักเวทและกระชับไม้เท้าเวทไว้ในมือ หลังจากเสร็จสิ้นการปลุกพลัง ตัวเขาก็สามารถควบคุมพลังเวทได้เล็กน้อยแล้ว นี่คือข้อดีของการก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างเป็ทางการ โดยไม่จำเป็ต้องผ่านกระบวนการฝึกฝนอันซับซ้อน ขอเพียงเลเวลเพิ่มขึ้นก็จะได้รับทักษะความสามารถที่สอดคล้องกับคลาสอาชีพนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ
พอเขาส่งพลังเวทเข้าไปในอุปกรณ์ทั้งสองชิ้น รายละเอียดคุณสมบัติของไอเทมก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
[ชื่อ] : เวทคุ้มครอง
[ประเภท] : ชุดคลุม
[ระดับ] : ระดับทองคำ
[คุณลักษณะ] : เมื่อสวมใส่จะได้รับโล่เวทมนตร์ จำนวนหนึ่ง โล่สามารถรับความเสียหายแทนพลังชีวิตได้ โดยขีดจำกัดสูงสุดของค่าโล่จะอยู่ที่ 5% ของพลังชีวิตตนเอง
[ชื่อ] : เวทคุ้มครอง
[ประเภท] : ไม้เท้า
[ระดับ] : ระดับทองคำ
[คุณลักษณะ] : มอบเอฟเฟกต์ธาตุดินและธาตุสายฟ้า สามารถสร้างความเสียหายธาตุดินเพิ่มเติม 8% และมีโอกาส 10% ที่จะสร้างความเสียหายธาตุสายฟ้าเพิ่มเติมหนึ่งครั้ง
“มีครบทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันเลยแฮะ!” หลังจากอ่านคุณสมบัติของอุปกรณ์จบ หลินหานก็สูดลมหายใจเข้าลึก ในรายละเอียดคำอธิบายอุปกรณ์ ค่าโบนัสสูงสุดมีเพียง 10% เท่านั้น แต่นั่นมันสำหรับคนอื่น เพราะสำหรับเขาแล้ว...
“ระบบ! ช่วยขยายพลังหมื่นเท่าให้อุปกรณ์สองชิ้นนี้ที!” ั์ตาของหลินหานทอประกายเจือรอยยิ้ม
[ติ๊ง! ขยายพลังหมื่นเท่าให้อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นเสร็จสิ้น โปรดตรวจสอบโดยเร็ว!]
หลินหานส่งพลังเวทเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง
[ชื่อ] : เทวบัญญัติมหาเวท
[ประเภท] : ชุดคลุม
[ระดับ] : ระดับตำนาน
[คุณลักษณะ] : เมื่อสวมใส่จะได้รับโล่เวทมนตร์ในจำนวนหนึ่ง โล่สามารถรับความเสียหายแทนพลังชีวิตได้ โดยขีดจำกัดสูงสุดของค่าโล่จะอยู่ที่ 100% ของพลังชีวิตตนเอง
[ชื่อ] : เทวบัญญัติมหาเวท
[ประเภท] : ไม้เท้า
[ระดับ] : ระดับตำนาน
[คุณลักษณะ] : มอบเอฟเฟกต์ธาตุดินและธาตุสายฟ้า มีโอกาส 100% ที่จะสร้างความเสียหายธาตุดินหรือธาตุสายฟ้าเพิ่มเติมอีกหนึ่งครั้ง!
หมายเหตุ : เนื่องจากข้อจำกัดขั้นสูงสุดของตัวอุปกรณ์ การขยายพลังจึงเพิ่มขึ้นได้สูงสุดเพียง 100% เท่านั้น
“อุปกรณ์ระดับตำนาน! แถมบัฟโอกาสติดคริติคอลยังเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์อีกด้วย! ฮ่า ๆ ๆ ! ฉันรวยเละแล้ว!” หลินหานหัวเราะร่าออกมาด้วยความดีใจ
โดยทั่วไปแล้ว อุปกรณ์สวมใส่ระดับตำนานจะมีเพียงยอดฝีมือระดับสูงสุดเลเวล 70 เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ ซึ่งหาได้ยากยิ่งยวด ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้ค่าพลังชีวิตของเขาสูงลิ่วถึงหนึ่งล้านสองแสนหน่วย และค่าโล่ป้องกันของชุดคลุมก็มีค่าเทียบเท่ากับพลังชีวิตทั้งหมดของตนเอง
นั่นหมายความว่า ใน่เวลาสั้น ๆ ต่อจากนี้ ตัวตนที่เลเวลต่ำกว่าระดับเพชรไม่มีทางเจาะการป้องกันของเขาได้เลย
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะเป็นักเวทสายสนับสนุน แต่เขาสามารถถือไม้เท้าเวทบุกไปเปิดฉากต่อสู้ระยะประชิดได้สบาย ๆ สไตล์การต่อสู้แบบนี้ มันไม่ใช่วิถีของพ่อมดสายบวกในตำนานอย่างแกนดาล์ฟหรอกเหรอ!?
[1] พ่อนม ล้อมาจากคำว่า แม่นม ซึ่งเป็ศัพท์สแลงเกมของจีน ใช้เรียกฮีลเลอร์หรือตัวละครสนับสนุน ที่คอยฟื้นฟูเืและบัฟให้เพื่อนร่วมทีม เหมือนกับแม่ที่คอยให้นมและเลี้ยงดูคนในทีม