ตอนที่ 9 งานหม่านเย่ว์
นายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่าอาศัยอยู่ในเรือนใกล้เคียง เส้นทางทุกวันคือออกประตูเลี้ยวขวาไปดูเก้าน้อย ดูอย่างไรก็ดูไม่พอ เกรงว่ายามที่เก้าน้อยหลับขยับแขนขาโดยไม่รู้ตัว มุมปากเผยอยิ้มน้อยๆ ก็สามารถทำให้พวกเขาตื่นเต้นไปแล้วครึ่งค่อนวัน
ความสนใจเป็พิเศษต่อเก้าน้อยของนายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่านำพามาซึ่งปัญหาสุดร้ายแรง นั่นคือพี่น้องบ้านสกุลม่อทุกคนไม่มีโอกาสได้อุ้มเก้าน้อยแม้แต่น้อย
ตอนวันงานสี่ซานด้วยการคำนวณทุกวิถีทางในที่สุดม่อผิงชูก็มีโอกาสได้อุ้มหนึ่งครั้ง ส่วนม่อผิงอวิ๋น ม่อผิงฟังและม่อผิงเจียน น่าจะได้แค่ลูบชายผ้าห่อตัวของเก้าน้อย แต่แค่นี้พวกเขาก็พึงพอใจแล้ว เพราะม่อผิงถิงที่อยู่จวนกั๋วกงแม้แต่ชายผ้าห่อตัวยังลูบไม่โดนเลย
ในฐานะที่เป็รุ่นหลานของจวนหลักที่อยู่เมืองหลวงเพียงคนเดียว ม่อผิงถิงที่แบกรับความคาดหวังของพี่ชายทั้งสามคน จะทนให้ทุกวันนี้ไม่ได้ลูบแม้แต่ชายผ้าห่อตัวของเก้าน้อยได้อย่างไรเล่า
ด้วยเหตุนั้น วันหนึ่งระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกเรียน ม่อผิงถิงก็ถามม่อผิงชูอย่างมีลับลมคมใน “น้องห้า เ้าชอบล่าสัตว์หรือเปล่า”
ผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่อายุย่างเข้าหลักสิบไหนเลยจะไม่ชอบขี่ม้าโก่งคันธนูล่าสัตว์ ม่อผิงชูพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว ม่อผิงถิงยิ้มเอ่ย “วันก่อนพี่สี่นัดไปล่าสัตว์ทีู่เาตะวันตกกับคนไว้ เป็พื้นที่ล่าตามธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่แบบที่เลี้ยงในคอกส่วนตัว เ้าจะไปเปิดหูเปิดตาด้วยกันไหม”
ม่อผิงชูตาสว่างวาบ ไม่เอะใจสงสัยแม้แต่น้อย เขายิ้มตอบด้วยท่าทีไม่เปลี่ยนแปลง “ตกลง ขอบคุณพี่สี่มาก!”
ม่อผิงอวิ๋นกับม่อผิงฟังก็รีบร้องอยากไป ม่อผิงถิงจึงแสดงท่าทีล่อลวงราวกับสุนัขจิ้งจอก “ทุกคนเป็พี่น้องบ้านเดียวกัน ต้องเกรงใจอะไรกัน พวกเ้าอยากไป ข้าก็พาพวกเ้าไปด้วย แต่ว่า พี่สี่ไม่ลืมพวกเ้า พวกเ้าก็ห้ามลืมพี่สี่ เอาแบบนี้สิ ขอเพียงแค่พวกเ้าโน้มน้าวคนในบ้านให้มาอยู่บ้านข้าสักสองสามวัน ข้ารับรองว่าจะพาพวกเ้าไปล่าสัตว์เป็เยี่ยงไร”
สีหน้าของพี่น้องม่อผิงชูเปลี่ยนไปทันทีทันใด ม่อผิงถิงรีบเอ่ยเสริม “ข้าก็ไม่ได้บอกว่าต้องตอนนี้เสียหน่อย เก้าน้อยยังเล็ก รอเก้าน้อยโตกว่านี้อีกหน่อยเป็เยี่ยงไร ข้าสัญญา มากสุดสามวัน แค่สามวันก็ได้!”
ม่อผิงชูขมุบขมิบปากเล็กน้อย เผยแววตาว่ามองออกนานแล้ว ม่อผิงถิงกัดฟันยอมอ่อนข้อให้ “หนึ่งวัน แค่หนึ่งวัน!”
ม่อผิงชูกลอกตา เอ่ยคำสามพยางค์ให้ม่อผิงถิงโดยตรง “ไม่เจรจา!”
ม่อผิงอวิ๋นกับม่อผิงฟังสองพี่น้องก็ส่ายหน้าถี่รัว “ไม่ได้ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!”
ม่อผิงถิงโกรธจนคันรากฟันยุบยิบ เ้าเด็กพวกนี้ หวงเข้มน้องสาวไปแล้ว แค่หนึ่งวันก็ไม่ตอบรับ
ม่อผิงถิงที่การล่อลวงล้มเหลวกลับมาถึงในจวน เขาบ่นกับอวี๋ซูเจินอย่างเศร้าโศกทุกข์ตรม ท่านแม่นะท่านแม่ ทำไมท่านไม่คลอดน้องสาวให้ข้ากันนะ
อวี๋ซูเจินที่หมดคำพูดบิดหูของม่อผิงถิงจนเป็วงกลม มารดาอายุสี่สิบแล้ว คลอดกับผีเ้าสิ! อวี๋ซูเจินที่ระบายความโกรธเสร็จ ถอนหายใจเฮือก แต่งให้นายพลมายี่สิบกว่าปี แถมยังคลอดเ้าตัวแสบสี่ตัว ความสวยเพียบพร้อมของนางจวนจะเป็อาหารหมาแล้ว!
ผ่านมาอีกสิบกว่าวัน เก้าน้อยไม่หลับตลอดเวลาแล้ว ทุกวันนางตื่นแต่เช้า หลังกินอิ่มดื่มพอก็ลืมตาเล่น ขอแค่มีคนหยอกล้อกับนาง นางก็จะลืมตามองไม่หยุด แถมยังยกยิ้ม แน่นอนว่าอาจไม่ใช่รอยยิ้ม ตามหลักแล้วเด็กที่เล็กเพียงนี้ยังยิ้มไม่ได้ แต่ในสายตาของคนสกุลม่อ การแสดงออกนั้นของเก้าน้อยคือยิ้มไม่ผิดแน่
คนทั้งบ้านมีความสุขล้นปรี่ สิ่งที่นายท่านใหญ่ชอบที่สุดคือการหยอกล้อเก้าน้อย เมื่อไรที่เก้าน้อยมีความสุข นายท่านใหญ่ก็จะมีความสุขสุดๆ ตามไปด้วย สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือหลานๆ ที่เลิกเรียนกลับมา เพราะเด็กพวกนั้นจะแย่งหลานสาวกับเขา
พ่อแม่ที่สบายที่สุดแต่ก็น่าเห็นใจที่สุดตกเป็ม่อไท่เหวินกับสวีจิ้งเหนียง สวีจิ้งเหนียงยังดีอยู่หน่อย ตอนกลางคืนเก้าน้อยยังหลับที่เดียวกับนางได้ แต่ม่อไท่เหวินเล่า ได้แต่อาศัยเวลาหลับตอนกลางคืนแอบลอบเข้ามาดูสักหน่อย ตอนกลางวัน อย่าว่าแต่อุ้มเลย ั้แ่เช้าจรดเย็นแม้แต่มองยังเบียดมองไม่เห็น
นายท่านใหญ่ทุกพื้นที่ของเก้าน้อย ตอนที่นายท่านใหญ่เหนื่อย ฮูหยินผู้เฒ่าที่รออย่างหมดความอดทนก็เข้ามาอุดพื้นที่ทันที ช่องว่างระหว่างนั้นยังมีบรรดาลูกชายทั้งสี่ แม้แต่เื่เปลี่ยนผ้าอ้อมยังไปไม่ถึงมือแม่นม เกินกว่านี้ไม่ต้องพูดแล้ว
ม่อไท่เหวินรู้สึกว่าตัวเองเป็พ่อที่น่าสงสารที่สุดในโลก คิดไม่ถึงเลยว่านายท่านใหญ่ยังขัดเคืองตั้งข้อรังเกียจเขาเป็พิเศษ คนหนุ่มแน่นเอาแต่อยู่บ้านทำอะไร ยังไม่รีบไปตั้งใจทำงานหาเงินอีก
ม่อไท่เหวิน “…”
ภายใต้ชีวิตที่ทุกวันมีนกหมากาไก่มาเสนอหน้าแย่งเก้าน้อย เก้าน้อยก็โตขึ้นในทุกๆ วัน
เก้าน้อยที่สามารถกิน สามารถดื่ม สามารถเล่นเติบโตไวมาก ดวงหน้าก็ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นแล้ว คิ้วและดวงตาเหมือนม่อไท่เหวินมาก ไม่เหมือนกับเด็กทารกที่คิ้วไม่ชัดเจน รูปคิ้วของเก้าน้อยสวยมาก ขนคิ้วยาว ดวงตาโต ขนตาโค้งงอน รูปหน้าจมูกและริมฝีปากโตมาเหมือนสวีจิ้งเหนียงมาก สวยงามประณีต ริมฝีปากกระจุ๋มกระจิ๋มสีชมพู ดึงดูดคนให้รักหลงโดยเฉพาะ!
ยิ่งไปกว่านั้นเก้าน้อยอารมณ์ดีมาก มีแค่ตอนที่หิวกระหายหรือรู้สึกอึดอัดเท่านั้นจึงจะร้องไห้ เวลาธรรมดามักจะหัวเราะเริงร่า ทุกคนหยอกเย้านางต่างก็ยิ้มแย้ม เก้าน้อยที่น่ารักขนาดนี้ มักทำให้คนอดหอมแก้มเธอไม่ได้ เริ่มแรกทุกคนก็ไม่ได้สนใจ เด็กทารกบ้านใครไม่ได้เติบโตมากับการโดนหอมแก้มบ้างกัน
แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกคนก็ค้นพบอย่างคาดไม่ถึงว่าแก้มเล็กของเก้าน้อยถูกหอมจนแดงเป็ปื้นแล้ว พอลูบไป เก้าน้อยก็ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกไม่สบาย
นายท่านใหญ่โกรธแล้ว ค้นหาสาเหตุรอบหนึ่ง ก็พบว่าตัวการก่อเหตุคือม่อผิงเจียน การได้อุ้มเก้าน้อยนั้นยากลำบากนัก เขาที่อายุน้อยสุดรู้แค่ว่าออกแรงหอม ออกแรงจูบแรงๆ จึงจะแสดงความรักใคร่ที่เขามีต่อน้องสาวได้ โดยนึกไม่ถึงว่าจะทำให้ผิวบอบบางของน้องสาวแดงขนาดนั้น
นายท่านใหญ่ไม่ได้ต่อว่าม่อผิงเจียน แต่ออกกฎสกุลม่อ หนึ่งข้อทันที หากไม่ได้รับอนุญาตทุกคนห้ามจูบเก้าน้อยเป็การส่วนตัว ถ้าถูกพบเข้า จะลงโทษไม่ให้เจอเก้าน้อยสิบวันส่วนคนนอก หึๆ ไหนเลยคนพวกนั้นจะได้จูบเก้าน้อย!
นี่น่าจะเป็กฎสกุลที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของสกุลม่อแล้ว แต่น่าแปลกใจที่คนสกุลม่อรู้สึกว่าดีแล้วทำถูกมากไม่มีปัญหาสักนิด
เก้าน้อยอายุครบหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว งานหม่านเย่ว์ครั้งนี้นายท่านใหญ่อยากให้ทุกอย่างเรียบง่ายอีกก็ทำไม่ได้แล้ว ตอนพิธีสี่ซานครั้งก่อน ฮ่องเต้พระราชทานนามให้ ทำให้คนทั้งเมืองหลวงต่างวิพากษ์วิจารณ์ สนอกสนใจในตัวเก้าน้อยอย่างมาก พิธีหม่านเย่ว์ครั้งนี้ ฮ่องเต้ต้องพระราชทานสิ่งของให้แน่นอน ขุนนางน้อยใหญ่ของเมืองหลวงไม่สนแล้วว่านายท่านใหญ่จะเชิญพวกเขาหรือเปล่า ต้องทำหน้าหนามาเข้าร่วมให้จงได้ หลักการของนายท่านใหญ่คือ ไม่จัดก็แล้วไป ถ้าจัดต้องจัดให้ยิ่งใหญ่ จัดให้สวยงาม
ดังนั้นทุกคนในสกุลม่อจึงเริ่มมีงานยุ่งขึ้นมา ม่อผิงชูก็ยังถูกจับไปทำงาน กระทั่งม่อผิงเจียนสี่ขวบก็ถูกนายท่านใหญ่จูงไป บอกว่าต้องใช้วิ่งทำธุระ นายท่านใหญ่ไม่ได้ดูเก้าน้อย จะให้คนอื่นได้ดูได้เยี่ยงไร จะยุ่งทุกคนก็ต้องยุ่งไปด้วยกัน หึๆ!
นายท่านใหญ่ตัดสินใจจะใส่เก้าน้อยในแผนผังตระกูลตอนพิธีหม่านเย่ว์ ครอบครัวปกติจะรอจนเด็กครบหนึ่งปีเต็มก่อนจึงจะเปิดศาลบรรพบุรุษเพิ่มชื่อลงไป แต่สกุลม่อเฝ้าคอยเด็กสาวมานานหลายปี นายท่านใหญ่แทบอยากเพิ่มเก้าน้อยในแผนผังตระกูลั้แ่ที่นางเพิ่งเกิดมาเลยด้วยซ้ำ รอจนครบเดือนได้ก็นับว่าอดทนอย่างมากแล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2