“เรื่องนี้พวกเราจับตามาพักใหญ่แล้ว”
“ท่านข่านน้อยน่าสงสัยมากหรือเจ้าคะ?”
“การที่เขาเป็นทายาทของท่านข่านฉงแล้วเดินทางไปมาผ่านหลายเผ่าและหลายแคว้นอยู่บ่อยครั้งก็ทำให้ผู้ปกครองแต่ละดินแดนต้องหวาดระแวงกันอยู่แล้ว”
“ตอนนี้ถึงกับจับใต้เท้าไต้ไปทรมานเพื่อหวังชิงแผนที่พวกเขาคงจะวางแผนมานานแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าท่านอ๋องสิบห้าจะพาใต้เท้าไต้กับอาจารย์ใหญ่หวังเข้าเฝ้าข้าเองก็รู้สึกสบายใจเพราะราชองครักษ์ที่ดูแลท่านอ๋องล้วนเป็นยอดฝีมือ”
“ท่านพ่อเจ้าคะ แล้วเรื่องท่านข่านน้อยจะทำเช่นใดต่อไป?”ใต้เท้าชิงรู้สึกประหลาดใจกับความเก่งกาจเกินเด็กของบุตรสาวในใจก็นึกเสียดายที่บุตรชายคนโตมิได้เป็นอย่างพวกนางไม่เช่นนั้นก็คงจะได้เชิดหน้าชูตา
“ข้าให้คนคอยตามสืบว่าท่านข่านน้อยติดต่อกับผู้ใดบ้าง?บางทีคนในโต๊ะที่เราเห็นวันนี้ในภัตตาคารบึงหงส์อาจจะไม่ใช่แค่พ่อค้าธรรมดา”
ชิงเว่ยเว่ยเบิกตาขึ้นเล็กน้อย “ที่ท่านพ่อพาพวกเราไปวันนี้ก็เพราะต้องการจับตามองพวกเขาหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าฉลาดเกินเด็กจริงๆข้านึกว่าการเป็นนักสืบของเจ้าจะเป็นแค่เรื่องเด็กๆที่อยากจะหากิจกรรมเล่นแก้เบื่อ ที่แท้เจ้าก็รู้เรื่องลับๆ มากมาย”
“คนพวกนั้นท่านพ่อรู้จักอยู่แล้ว”
“อืม...ข้ากำลังให้คนตามสืบว่ากิจการพวกเขามีสิ่งใดที่น่าข้องใจเงินที่มากเกินไปจะทำให้คนขยายความโลภที่จะครอบครองอำนาจ”
“เช่นนั้น ท่านพ่อจึงจับตามองพวกคหบดหรือเจ้าคะ?”
“เพื่อรักษาแหล่งการเงินพวกเขาจึงมักจะเกี่ยวข้องกับขุนนางไม่ทางตรงก็ทางอ้อมการก่อกบฏหรือสงครามล้วนทำได้ด้วยเงินทุนสนับสนุนแหล่งเงินพวกนี้มักจะมาจากการค้าทั้งบนดินและใต้ดิน”
“ท่านพ่อหมายถึง?”
“การค้าขายสิ่งต้องห้ามเบื้องหน้าพวกเขาอาจจะดูเหมือนพ่อค้าธรรมดาแต่หากพวกเขาไปเกี่ยวข้องการกับแย่งชิงอำนาจเมื่อใดการค้าของพวกเขาก็มักจะต้องหลบเลี่ยงกฎหมาย”
ชิงเว่ยเว่ยขมวดคิ้วในบรรดาพ่อค้าทั้งห้าที่นั่งล้อมโต๊ะอยู่กับท่านข่านน้อยในวันนี้น่าจะมีคนที่เป็นเสมือนแขนขาของเขาอยู่
ใต้เท้าชิงยกยิ้มมุมปากมองดูบุตรสาวตัวน้อยสีหน้าคร่ำเคร่งครุ่นคิด
“เจ้าคงอยากจะอยากสืบแล้วสินะ ว่าคนที่พ่อสงสัยคือผู้ใด?”
“เจ้าค่ะ”
“เจ้าให้ไห่ฮ่าวไปตามดูท่านข่านน้อยนับว่าไม่ปล่อยให้เบาะแสเล็กๆน้อยๆ หลุดลอยไป”
“เสื้อเกราะทองอ่อนนั่น มีการทออยู่ไม่กี่ตัวแต่ท่านข่านน้อยกลับมีอยู่ในครอบครอง”
“มันของที่หายไปจากวังหลวงอย่างเงียบเชียบเมื่อหลายปีก่อนมีการสอบสวนเป็นการภายในแต่ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนลักลอบนำออกไปในเมื่อมันปรากฏอีกครั้ง คราวนี้พ่อคงต้องเรียนให้ชินอ๋องทรงทราบ”
บิดาของชิงเว่ยเว่ยเป็นเจ้ากรมกลาโหมบัดนี้กลายเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับชินอ๋องในแผ่นดินแคว้นหมิงนี้กล่าวกันว่ามีเพียงชินอ๋องที่สามารถเป็นฮ่องเต้คนที่สองได้แต่เพราะไม่ต้องการบัลลังก์ ชินอ๋องผู้มีฉายาว่าแม่ทัพปีศาจภูเขาหิมะจึงทำหน้าที่ดูแลกองทัพใหญ่แคว้นหมิงเพื่อค้ำราชบัลลังก์ให้กับพระเชษฐา
“ชินอ๋องทรงติดตามเรื่องนี้หรือเจ้าคะ?”
“ใช่! ทรงเชื่อว่าคนทั่วไปไม่ต้องการของสิ่งนี้ผู้ที่คิดขโมยต้องหวังเอาไปมอบให้กับคนที่มีเงินจำนวนมหาศาลที่จะจ่าย”
ใต้เท้าชิงเห็นว่าตนเองอาจจะพูดมากเกินไปจึงได้หยุดและยิ้มน้อยๆให้กับบุตรสาวคนโปรด
“เว่ยเว่ย เรื่องนี้ห้ามเอ่ยถึงโดยเด็ดขาด ให้พ่อส่งคนสืบให้ชัดเจนเสียก่อน”
“แต่ว่าอาจารย์ใหญ่กับใต้เท้าไต้”
“ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าเพิ่งแพร่งพรายให้รู้เรื่องนี้อันตรายถึงชีวิต ไม่ใช่แค่ชีวิตเจ้าแต่หมายถึงชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกำชับไห่ฮ่าวไว้ด้วย”
“เจ้าค่ะ”
ราชองครักษ์ของท่านอ๋องสิบห้ากังซือเฉินได้แอบมาติดต่อกับอาจารย์ใหญ่หวังเพื่อแจ้งกำหนดการในการพาไต้จี้หลิงเข้าเฝ้าหมิงฮ่องเต้
“พวกท่านแต่งกายอย่างธรรมดาที่สุดข้าจะส่งองครักษ์ที่เป็นบ่าวรับใช้มาจำนวนหนึ่งและเตรียมคนคุ้มครองระหว่างทาง”
“ฝากกราบพระทับท่านอ๋องที่ทรงกรุณา”
“เรื่องนี้ท่านอ๋องสิบห้าได้กราบทูลให้ฮ่องเต้ทรงทราบแล้ว แผนที่แผ่นนั้นให้ท่านเก็บรักษาไว้ให้ดีและทูลถวายฮ่องเต้ด้วยตนเอง”
“ข้าทราบแล้ว”
วันนัดหมายก็มาถึง เพื่อให้ดูไม่น่าสนใจอาจารย์ใหญ่หวังจึงได้นัดให้เด็กๆ กลุ่มฉีหลินมาร่วมด้วย
“หากมีพวกเจ้าร่วมเดินทางก็จะดูไม่เป็นทางการ”
เด็กทั้งสี่พร้อมด้วยผู้ติดตามคนละหนึ่งรายเด็กชายขึ้นไปนั่งรถม้าคันใหญ่กับอาจารย์ใหญ่หวังส่วนเด็กหญิงแยกขึ้นรถม้าอีกคันที่ซ่อนใต้เท้าไต้เอาไว้ข้างในชิงเว่ยเว่ยพกกระบี่ประจำตัวของนางมาด้วย
ไห่ฮ่าวกับหลินเต๋อขี่ม้าประกบอยู่คนละข้าง คนทั้งสองต่างถือตัวว่าเป็นยอดฝีมือจึงไม่ค่อยถูกชะตากันนักหลินเต๋อผิวขาวผ่องรูปร่างโปร่งบาง ใบหน้าคมคายเพราะความที่ไม่ค่อยพูดจึงดูเย่อหยิ่งและไว้ตัวทำให้ไห่ฮ่าวที่เข้าไปทักทายอย่างมีไมตรีในครั้งแรกแล้วถูกอีกฝ่ายทำตัวเมินเฉยใส่รู้สึกหงุดหงิดหมั่นไส้และกลายเป็นไม่ชอบหน้า
คนของท่านข่านน้อยมองเห็นเด็กๆยืนรายล้อมท่านอาจารย์ใหญ่หวังแล้วแยกย้ายกันขึ้นรถม้าก็รู้สึกแปลกใจพวกเขาส่งคนไปตามสะกดรอยแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงล้อมบ้านของอาจารย์ใหญ่หวังเอาไว้
“หวังต้าจิ้งพาลูกศิษย์ไปเที่ยวอย่างนั้นหรือ?”
“นี่เป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเขาจะทำเช่นนั้นทำไม?”ท่านข่านน้อยยังคงหงุดหงิดที่ไม่อาจจะบุกเข้าบ้านอาจารย์ใหญ่หวังได้
แม้เขาจะเตรียมยอดฝีมือเอาไว้เพื่อการนี้แต่ก็ไม่อาจจะบุกเข้าไปในเรือนนั้นได้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ใช่ว่าไม่เคยพยายาม....ครั้งก่อนส่งเข้าไปห้าคนก็หายเงียบครั้งต่อมาส่งเข้าไปอีกสิบคนก็ไม่มีผู้ใดกลับออกมาครั้งนี้เพื่อมิให้ผิดพลาดจึงต้องให้คนจับตาดูอยู่ข้างนอก
….อยากรู้นักว่าในเรือนของหวังต้าจิ้งมีความลับใดซ่อนอยู่?....
************************
