บทที่ 9 ฟื้น
เมื่อกลับมาถึงเรือนซื่ออาน ถังซูอี๋ก็เอนกายลงบนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าแพรด้วยความอ่อนเพลีย วันนี้นางล้วนต่อสู้ดิ้นรนราวกับการทำศึก การเป็สตรีในตระกูลขุนนางนั้นช่างยากเย็นจริง ๆ!
ชุ่ยจู้และชุ่ยอวิ๋นเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามานวดไหล่และหลังให้ ทว่าถังซูอี๋กลับโบกมือไล่ “ไปหาสาวใช้คนอื่นมาเถิด พวกเ้าสองคนก็ไปพักผ่อนเสีย”
ทั้งคู่ต่างวุ่นวายมาตลอดทั้งวันไม่ต่างกัน
ชุ่ยจู้หยุดนวดและหัวเราะคิกคัก “ขอบพระคุณฮูหยินที่เมตตา”
ถังซูอี๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “จงทำงานให้เต็มที่ ฮูหยินผู้นี้จะดูแลพวกเ้าเป็อย่างดี”
หลังกล่าวจบ ทั้งสามคนก็หัวเราะขึ้นมา
ชุ่ยจู้ยิ้มแล้วเรียกสาวใช้สองคนให้มานวดไหล่และหลังให้นาง ส่วนชุ่ยอวิ๋นก็สั่งคนให้เตรียมน้ำสำหรับอาบ ถังซูอี๋หลับตาพลางคิดทบทวนเื่ราวในวันนี้ ไม่นานนักชุ่ยอวิ๋นก็เดินเข้ามา ก่อนจะกล่าวขึ้นเบา ๆ “ฮูหยิน ไปอาบน้ำเถิดเ้าค่ะ”
ถังซูอี๋เดินไปยังห้องอาบน้ำอย่างเกียจคร้านแล้วเปลื้องเสื้อผ้า ก่อนก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำที่โรยกลีบดอกไม้ ทันทีที่ิัถูกโอบล้อมด้วยน้ำอุ่น นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความผ่อนคลาย
หลังจากแช่ตัวในน้ำอุ่นอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ไปสืบเื่ราวของเซวียจี๋มา”
ชุ่ยจู้ที่กำลังช่วยนางซับน้ำที่แขนตอบรับ ก่อนจะกล่าวต่อ “ในจวนของเรายังมีสมบัติที่เป็ของหมั้นของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ไม่น้อย ข้าจะไปถามพวกนางดูก่อนก็ได้”
ถังซูอี๋พยักหน้า ขณะที่ในใจก็พยายามนึกถึงเื่ราวของฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนโหวและจวนอู่หยางป๋อ ข้อมูลในหัวของนางมีมากเกินไป จึงไม่อาจเรียกใช้ได้ทันที จำต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยเสียหน่อย
หลังออกจากห้องอาบน้ำ ถังซูอี๋ก็พูดคุยกับชุ่ยจู้และชุ่ยอวิ๋นฆ่าเวลาระหว่างรอให้ผมแห้ง พลันคิดถึงไดร์เป่าผมขึ้นมาจับใจ ทว่าการพูดคุยครั้งนี้ก็ทำให้นางเข้าใจเื่ราวต่าง ๆ ในจวนมากขึ้น
เมื่อผมแห้งแล้ว ถังซูอี๋ก็ขึ้นเตียงนอน ทว่านางยังคงนอนไม่หลับ ในสมองยังคงคิดวนเวียนอยู่กับเื่ราวของเซียวอวี้เฉิน หลิวปี้ฉิน และอู๋จิ้งอวิ๋น ผู้เป็นางเอก
เื่ความรักแบบข้ารักเ้าแต่เ้าไม่รักข้าก็เป็เื่ที่ยากจะจัดการได้ในบางครา ในชาติก่อน อู๋จิ้งอวิ๋นรักเซียวอวี้เฉิน ทว่าเซียวอวี้เฉินไม่ได้รักนาง อู๋จิ้งอวิ๋นคิดว่าหลังจากแต่งงานกับเซียวอวี้เฉินแล้วความรักอาจจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ทว่าไม่เป็เช่นนั้น เพราะในใจของ เซียวอวี้เฉินกลับไม่มีที่ว่างให้ผู้ใด เว้นเสียแต่หลิวปี้ฉิน
ยิ่งไปกว่านั้น ความคิดที่ว่าบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุ*[1] นั้นเป็เื่ปกติ ภรรยาเอกควรดูแลบ้านช่องให้เรียบร้อย สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนภายนอก และอยู่ร่วมกับสามีอย่างเคารพรัก หากเอาแต่หึงหวงอนุภรรยาไปวัน ๆ ก็จะถือได้ว่าไม่ใช่ภรรยาที่ดี นี่คือความคิดของบุรุษในสมัยโบราณเกือบทั้งหมด
อู๋จิ้งอวิ๋นปรารถนามากกว่าตำแหน่งภรรยาเอก นาง้าหัวใจของเซียวอวี้เฉินด้วย จนบังเกิดเป็ความขัดแย้งขึ้น อีกทั้งยังมีนางตัวร้ายหลิวปี้ฉินเข้ามาแทรก ทำให้เหตุการณ์สับสนวุ่นวายไม่ต่างกับไก่บินสุนัขะโ*[2]
ถังซูอี๋ถอนหายใจยาว ๆ แล้วหลับตาลง ผู้หญิงน่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงในสมัยโบราณ ไม่ควรข้องเกี่ยวกับเื่ของความรักมากนัก มิฉะนั้นจะมีเพียงตนเองที่เ็ป และอย่าได้กล่าวถึงเื่ของผู้ชายในอดีตที่มีสามภรรยาสี่อนุเลย แม้แต่ในยุคปัจจุบันที่มีผัวเดียวเมียเดียวหากผู้ชายมีเงินมีฐานะดีขึ้น เขาก็มักจะมีสาว ๆ เพิ่มอีกสองสามคนเช่นกัน
คิดไปคิดมาจนปวดหัวถังซูอี๋ก็ค่อย ๆ หลับไป
ชุ่ยจู้และชุ่ยอวิ๋นได้ยินเสียงหายใจยาวเหยียดของถังซูอี๋ ก็ค่อย ๆ ปิดม่านลงอย่างแ่เบา ก่อนจะดับเทียนไขบนหัวเตียงลง ให้เหลือไว้เพียงโคมที่อยู่ไกลออกไป เพื่อให้ห้องสว่างโดยไม่รบกวนการนอนหลับ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสองก็ออกไปกระซิบกระซาบกันที่ห้องด้านนอก ชุ่ยจู้กล่าวขึ้น “เ้ารู้สึกหรือไม่ว่าวันนี้ฮูหยินแปลกไป?”
ชุ่ยจู้พยักหน้า ก่อนจะกล่าวต่อไป “คงจะโกรธคุณชายใหญ่อยู่ไม่น้อย ไม่ต้องกล่าวถึงฮูหยินหรอก แม้แต่ข้าเอง หากได้นึกถึงนางตระกูลหลิวขึ้นมายามใดเป็ต้องรู้สึกขุ่นเคือง ข้าคิดว่าฮูหยินควรจะทำเช่นนี้มานานแล้ว ก่อนหน้านี้เพราะใจอ่อนเกินไป นางตระกูลหลิวผู้นั้นถึงได้ใจไปกันใหญ่”
ชุ่ยอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ “ข้าสงสารฮูหยินนัก ต้องคอยจัดการเื่เล็กเื่ใหญ่ในจวนโหวทั้งสิ้น หากเป็เช่นเมื่อก่อนที่ท่านโหวยังอยู่ ฮูหยินของเราไม่เห็นจะต้องลำบากถึงเพียงนี้”
ชุ่ยจู้ถอนหายใจ นางหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “แต่วันนี้ฮูหยินจัดการเื่ต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาด คิดแล้วก็สะใจ”
ทั้งสองหวนนึกถึงเื่ที่จัดการหลิวปี้ฉินในวันนี้แล้วก็ยิ้มกว้าง จากนั้นชุ่ยอวิ๋นจึงกล่าวขึ้น “หากฮูหยินเป็เช่นนี้ไปตลอด จวนโหวของเราจะต้องดีขึ้นเป็แน่”
ชุ่ยจู้พยักหน้าเห็นด้วย ในยามนี้สาวใช้ทั้งสองเปี่ยมไปด้วยพลังใจ
พูดคุยกันอีกเล็กน้อย ชุ่ยอวิ๋นก็แยกตัวไปนอน ส่วนชุ่ยจู้ก็เดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อคอยปรนนิบัติยามค่ำคืน
...
จวนโหวหย่งหนิงจมอยู่ในความเงียบสงบ ส่วนตรอกเหมยฮวาในยามนี้ พ่อบ้านจ้าวจัดการทุกอย่างเป็ขั้นเป็ตอนจนเรียบร้อย หลิวปี้ฉินไม่้าไปหมู่บ้านซีซาน จึงเกิดการโต้เถียงกันจนเสียงดัง พ่อบ้านจ้าว จำต้องให้สาวใช้ปิดปากหลิวปี้ฉินและสาวใช้ของนางก่อนจะพาตัวขึ้นรถม้า จากนั้นรีบพาตัวออกจากเมือง แล้วมุ่งหน้ายังูเาทางทิศตะวันตก
ถัดจากจวนโหวหย่งหนิงไปเพียงไม่กี่ถนน ในเรือนด้านหลังของจวนตระกูลอู๋ยามนี้กลับคึกคักเป็พิเศษ ด้วยเพราะอู๋จิ้งอวิ๋น คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว หลังจากที่นางหมดสติไปเป็เวลาสองวัน บรรดาสาวใช้ต่างพากันแตกตื่นเป็อย่างมาก
ภายในเรือนใหญ่ ‘ฮูหยินแซ่เฝิง’ ภรรยาเอกของตระกูลอู๋ในยามนี้เพิ่งจะนอนหลับไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้นเบา ๆ จากนอกม่าน “ฮูหยิน คนของฮูหยินรองมาแจ้งว่าคุณหนูรองฟื้นแล้ว”
อู๋ฮูหยินลุกขึ้นนั่งด้วยความหงุดหงิด “มิใช่ว่านางสลบอยู่หรือ? เหตุใดจึงฟื้น?” ช่างโชคร้ายเสียจริง!
บรรดาสาวใช้ด้านนอกได้ยินเสียงอันโกรธเกรี้ยวของอู๋ฮูหยิน จึงตอบอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบเหมือนกันเ้าค่ะ”
อู๋ฮูหยินเปิดผ้าม่านออกด้วยความไม่พอใจ “เปลี่ยนเสื้อผ้า”
เหล่าสาวใช้รีบช่วยอู๋ฮูหยินแต่งกายจนเรียบร้อย จากนั้นก็พากันเดินออกไปยังเรือนของอู๋จิ้งอวิ๋นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปในเรือน ใบหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความปีติ ทั้งคำพูดและท่าทางล้วนเต็มไปด้วยความรักใคร่
เหล่าสาวใช้ที่อยู่เคียงข้างก็ไม่แปลกใจ เพราะพวกนางคุ้นชินกับเื่พวกนี้จนชาชินแล้ว
เมื่อเข้ามาในห้องนอนของอู๋จิ้งอวิ๋น อู๋ฮูหยินก็โผเข้ากอดนางพร้อมกับน้ำตาที่ไหลนอง “ลูกเอ๋ย เ้าทำให้แม่ใแทบแย่แล้ว สองวันนี้แม่ไม่เป็อันกิน ไม่เป็อันนอนเลย...”
ขณะที่อู๋ฮูหยินคร่ำครวญอยู่นั้น อู๋จิ้งอวิ๋นกลับรู้สึกสับสนขึ้นในใจด้วยนางไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น
นางจำได้ดีว่ายารักษาโรคของนางไร้ซึ่งประสิทธิภาพ ในตอนท้ายนางจับมือเซียวอวี้เฉินแล้วถามเขาว่าในชีวิตนี้เคยรักนางบ้างหรือไม่ ทว่าเซียวอวี้เฉินไม่ตอบ กลับบอกให้นางอย่าได้คิดมาก ไม่ว่าเช่นไรนางจะเป็ฮูหยินแห่งจวนโหวหย่งหนิงตลอดไป
ทว่านางไม่้าเพียงตำแหน่งฮูหยินแห่งจวนโหวหย่งหนิง นางยัง้าหัวใจของเซียวอวี้เฉินอีกด้วย แม้เพียงสักเล็กน้อยก็ยังดี กลับกันนั้น เซียวอวี้เฉินมีเพียงหลิวปี้ฉินสตรีชั่วช้าอยู่เต็มดวงใจ
เมื่อนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ในอดีต นางก็รู้สึกเ็ปใจอย่างแสนสาหัส ความคับแค้นก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในใจไม่ยอมจางหาย ก่อนที่ร่างกายของนางจะรับรู้ถึงสิ่งอื่นใด
[1] สามภรรยาสี่อนุ = เป็สำนวนที่ใช้เรียกลักษณะของการมีภรรยาหลายคนของผู้ชายในอดีต โดยจะมีภรรยาที่มากถึงสามคนและนางสนมสี่คน เป็สำนวนที่สะท้อนค่านิยมเื่การแต่งงานหลายภรรยาของสังคมชนชั้นสูงจีนโบราณ
[2] ไก่บินสุนัขะโ = เป็สำนวนที่ใช้เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่สับสนวุ่นวาย