เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 แม่นางจะรอเขาหรือไม่?

            โชคดีที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้วซ่งอวี้ก็ไม่คิดเล็กคิดน้อย นางจุดกองไฟของตนเองให้ลุกโชนกว่าเดิมเล็กน้อยทำให้ในห้องไม่หนาวจนเกินไป ถือเป็นการให้รางวัลชายสวมหน้ากากที่รู้จัก 'ดูสถานการณ์'

            เขายกเตียงให้นางแล้วอย่างน้อยนางก็ควรสร้างสภาพแวดล้อมดีๆ เพื่อให้ผ่านค่ำคืนหนาวเหน็บนี้ไปได้ให้แก่เขาหลังจากนั้นซ่งอวี้กับเสี่ยวหมานก็อยู่ด้านใน ชายสวมหน้ากากอยู่ด้านนอกต่างฝ่ายต่างไม่ข้องเกี่ยวกัน

            ทว่าการค้างอ้างแรมนอกบ้านทั้งยังมีบุรุษที่ไม่รู้จักอยู่ด้วย แม้ซ่งอวี้จะนอนอยู่บนเตียงอุ่นแต่ไม่ว่าจะพลิกตัวไปมาอย่างไรก็นอนไม่หลับกลับทำให้ตนรู้สึกกระหาย นางจึงลุกขึ้นมาดื่มน้ำ

            "เหตุใดแม่นางจึงยังไม่พักผ่อน?"

            แม้ในห้องจะจุดกองไฟแต่ไม่ใช่ว่าทั่วทั้งห้องจะส่องสว่าง ซ่งอวี้คิดว่าชายสวมหน้ากากนอนหลับไปแล้วตอนนางเดินออกมา ตั้งใจย่องเท้าเบาๆ ทว่ากลับตกใจเพราะเสียงของเขาที่ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

            แม่เจ้าตกใจเกือบตายรู้หรือไม่?

            หัวใจซ่งอวี้เต้นแรงในตอนหลังเมื่อรู้ว่าเป็นเสียงของชายสวมหน้ากาก นางค่อยโล่งอก ตบหน้าอกของตนเองเรียกขวัญกลับมา

            ชายสวมหน้ากากเดินออกมาจากมุมมืดอยู่ห่างจากซ่งอวี้ไม่ไกลนักแล้วหยุดลง เมื่อเห็นการกระทำของซ่งอวี้เขาก็ถามขึ้นช้าๆ"ข้าทำให้แม่นางตกใจหรือ?"

            ซ่งอวี้มองบนอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์"กลางดึกที่เงียบงันเช่นนี้ มีคนพูดขึ้นกะทันหัน ท่านคิดว่าผู้อื่นจะตกใจหรือไม่?"

            นางตกใจมากจริงๆรู้หรือไม่? เมื่อก่อนตอนเรียนแพทย์นางเองก็ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ ไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ว่าหลังจากเดินทางทะลุมิติมา ความคิดของนางก็เปลี่ยนไป

            แม้กระทั่งเรื่องวิญญาณเข้าสิงร่างของผู้อื่นก็เคยเกิดขึ้นกับตนแล้วเช่นนั้นเรื่องภูตผีวิญญาณก็คล้ายจะไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีหลักวิทยาศาสตร์

            ตั้งแต่เจอกัน ชายสวมหน้ากากผู้ลึกลับคนนี้คล้ายจะประหม่าวางตัวไม่ถูก เขายืนอยู่ตรงนั้น สายตาของเขาที่อยู่ท่ามกลางความมืดจับจ้องดวงหน้าของซ่งอวี้

            ไม่เจอกันหลายเดือนคล้ายว่านางจะงดงามยิ่งกว่าเดิม มีความมั่นใจมากขึ้น เวลาเพียงไม่นานก็มีรัศมีเปล่งประกายออกมาจากตัวเองดึงดูดความสนใจของเขาได้เป็นอย่างดี จนเขาไม่อาจหันไปมองสิ่งอื่นได้

            แต่เขาก็ไม่อาจมองซ่งอวี้ตลอดเวลาได้กลัวว่าสายตาของตนจะทำให้นางระแวงสงสัยหลังจากนั้นสิ่งที่เขาซ่อนเร้นเอาไว้จะถูกเปิดเผย

            ชายสวมหน้ากากบอกกับตนเองในใจตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เขายังมีงานต่างๆ ที่ยังไม่ได้สะสาง เต็มไปด้วยอันตรายการไม่พบเจอกับนางเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องนาง

            "...นี่ข้าคุยกับท่าน ท่านกำลังคิดอะไรอยู่?" ซ่งอวี้มองชายสวมหน้ากากตรงหน้าที่กำลังใจลอยอย่างหมดคำจะพูดนางไม่รู้จะพูดอย่างไร พ่อหนุ่ม ภาพลักษณ์ที่ท่านสร้างไว้พังทลายหมดแล้วท่านรู้ตัวหรือไม่? ความลึกลับและเย็นชาตอนแรกพบเล่า? ถูกตัวท่านเขมือบไปแล้วหรือ?

            ชายสวมหน้ากากหลุดจากภวังค์มองซ่งอวี้ด้วยแววตาซับซ้อนครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปยังมุมห้องที่เขาอยู่เมื่อครู่แล้วพูดขึ้น "พวกแม่นางพักผ่อนเถอะ ข้าจะเฝ้ายามกลางคืนให้เอง"

            เฝ้ายามกลางคืน?

            ซ่งอวี้ชะงักคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุผลนี้ นางถอนคำด่าของตัวเองในใจแล้วพูดด้วยความจริงใจ"ขอบคุณท่านมาก"

            พวกนางกับชายสวมหน้ากากไม่รู้จักกันแต่อีกฝ่ายกลับคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกนาง เฝ้ายามกลางคืนด้วยตนเอง พูดตามตรงซ่งอวี้รู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก

            แม้เสี่ยวหมานจะแรงเยอะมากเพียงใดแต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงสตรี แม้จะล้มบุรุษคนหนึ่งได้ด้วยมือเดียวแล้วอย่างไรหากพบเจอคนที่เหี้ยมโหดคว้ามีดขึ้นมา แม้จะมีเรี่ยวแรงมากเพียงใดก็ไร้ประโยชน์

            ซ่งอวี้ดื่มน้ำเสร็จก็ยังไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อยด้วยเหตุนี้นางจึงเดินไปนั่งข้างๆ ชายสวมหน้ากาก มองไปที่กองไฟที่ส่องสว่างแล้วพูดขึ้น"เช่นนั้นพวกเรานั่งคุยกันเถอะ ความจริงข้าเองก็นอนไม่หลับ"

            ท่าทีของนางคล้ายไม่กังวลแม้แต่น้อยว่าชายสวมหน้ากากจะปฏิเสธนาง

            ก็ได้ ความจริงแล้วเมื่อชายสวมหน้ากากเห็นซ่งอวี้ทำท่าจะนั่งลงเขาก็เป็นฝ่ายขยับให้หลีกให้นางนั่งตำแหน่งที่อบอุ่นที่สุด

            ซ่งอวี้เม้มริมฝีปากแล้วหันไปมองเขา "ท่านว่าคนคนหนึ่งต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร จึงจากไปโดยไม่ลา"

            เปลวไฟส่องสว่างทั้งยังมีเสียงฟืนถูกเผาไหม้ดังขึ้นเป็นครั้งคราว ท่ามกลางความเงียบสงบนี้

            คำถามของซ่งอวี้ทำให้ชายสวมหน้ากากเงียบไป

            ซ่งอวี้ยิ้ม"ทำไมหรือ คำถามนี้ตอบยากมากหรือ?"

            สายตาของนางที่มองไปยังชายสวมหน้ากากคล้ายมองไปยังใครบางคนที่นางคิดถึง "ความจริงแล้วข้าอยากจะถามคำถามนี้กับเขาอยากจะถามเขาว่าเหตุใดจึงไปโดยไม่ลาสักคำ"

            คำพูดของนางทำให้บรรยากาศที่เงียบอยู่แล้วเงียบลงยิ่งกว่าเดิมคนหนึ่งผิงไฟเงียบๆ อีกคนหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต

            นานพักใหญ่ชายสวมหน้ากากก็พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ"บางที การไปโดยไม่ลาของเขาอาจจะเพราะอยากปกป้องกระมัง" น้ำเสียงที่นิ่งสงบของเขาเคล้าไปด้วยความผิดหวัง

            "การปล่อยให้คนรักเป็นห่วงเขาทุกวันเป็นกังวลทุกวันทำเพื่อปกป้องเช่นนั้นหรือ?" ซ่งอวี้ถามต่อเสียงของนางดังกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย

            "หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่อาจแบกรับการปกป้องเช่นนี้ได้"

            นางไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางทั้งยังไม่ใช่องค์หญิงที่ไม่เข้าใจสังคมนางไม่ต้องการการปกป้องที่เอาความรักมาอ้างเช่นนี้

            หากมีเรื่องอะไรที่พูดยากจริงๆนางอยากจะให้หลี่เฉิงบอกนางทุกอย่างมากกว่า หลังจากนั้นให้นางเป็นคนเลือกเองไม่ใช่ทำเหมือนตอนนี้ที่ไม่พูดอะไรแล้วจากไปโดยไม่บอกลาสักคำทิ้งนางเอาไว้ตามลำพังเช่นนี้

            ชายสวมหน้ากากเงียบไปครู่หนึ่งเขาโยนฟืนท่อนสุดท้ายเข้าไปในกองไฟแล้วพูดขึ้น"ข้าออกไปเก็บฟืนข้างนอกก่อน"

            พูดจบ เขาก็เดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา

            หลังจากที่ในห้องเหลือแค่ซ่งอวี้เพียงคนเดียวความโกรธเคืองของนางที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไปนางนั่งอยู่ข้างกองไฟอย่างเหม่อลอย น้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาทำให้สายตาพร่ามัว

            แม้ปกติจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง แต่ว่ามีเพียงตัวนางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องการหลี่เฉิงมากเพียงใด

            ไม่เกี่ยวข้องกับอะไรทั้งนั้นหลี่เฉิงคือคนแรกที่ใจดีกับนาง หลังจากที่นางทะลุมิติมายังยุคสมัยนี้ เขาทำให้ดวงวิญญาณไร้ที่พึ่งพิงของนางมีที่ให้สถิต

            นางรู้ดีฐานันดรศักดิ์ของหลี่เฉิงนั้นต้องไม่ธรรมดา แล้วนางก็รู้ดีว่าตนไม่ควรตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งง่ายๆเช่นนี้ ให้ใจทั้งหมดกับเขา คนที่ไม่เคยเล่าอดีตให้ฟังย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว

            แต่แม้จะมีเงินทองมากมายเพียงใดก็ไม่อาจซื้อคำว่าหากรู้เช่นนี้ตั้งแต่แรกได้ตอนซ่งอวี้รู้ตัวว่ารักเขา หลี่เฉิงก็ได้หายไปแล้ว นางตามหาเขาด้วยความกระวนกระวายหาทุกที่ที่นางและเขาเคยไป ไปหาถึงร้านตีเหล็กและร้านยาถงอัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดพบเจอเขาไม่มีแม้แต่คนเดียว

            ดูสินางรู้จักหลี่เฉิงแค่ผิวเผินเท่านั้น แม้กระทั่งหลังจากเขาหายไป ควรจะไปตามหาที่ใดก็ยังไม่รู้

            "แม่นางร้องไห้"ไม่รู้ว่าชายสวมหน้ากากกลับมาตั้งแต่เมื่อใด

            ซ่งอวี้เช็ดหน้าและน้ำตาตรงหางตาแกล้งทำเป็นเข้มแข็งแล้วพูด "ข้าไม่ได้ร้องไห้ เมื่อครู่แค่สำลักควันเท่านั้น"

            ชายสวมหน้ากากยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่งแล้วถามขึ้น "หากมีคนทำร้ายจิตใจแม่นางเช่นนี้ แม่นาง...ยังจะรอเขาต่อไปหรือไม่?"

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120