ตอนที่28 จัดการหญิงชั่ว
ขึ้นมานั่งบนรถแล้วโจวโจวอยากนั่งข้าง ๆ เหวินเหยาหนูน้อยเข้าไปนั่งแทรกกลางระหว่างเหวินเหยาและเถาหลัน ทุกครั้งที่เถาหลันอยากจะพูดอะไรกับเหวินเหยาก็มักถูกโจวโจวขัดจังหวะอย่างบังเอิญตลอด เมื่อเจอแบบนี้หลายครั้งเข้าเธอก็ไม่อยากพูดอะไรแล้ว
เธอตวัดสายตามองโจวโจวด้วยแววตาดูถูกยัยเด็กคนนี้ถูกเก็บมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือไง ยัยเด็กไม่มีมารยาท !
ไม่รู้ว่าตระกูลฉินหลงอะไรในตัวเด็กคนนี้บางทีอาจเป็เพราะสายตาของพวกเขาไม่ได้ดีอยู่แล้วล่ะมั้ง
ขณะที่คิดเธอก็ชำเลืองมองไปยังเหวินเหยา
ไม่นานรถก็หยุดที่หน้าห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจิงเฉิงเหวินเหยามองไปที่โจวโจวและพูดว่า “งั้นเราไปซื้อชุดใหม่ให้โจวโจวก่อนแล้วกันตอนนี้เป็่เปลี่ยนผ่านฤดูกาลพอดี”
ได้ยินแบบนั้นโจวโจวก็ส่ายหน้า “ไม่เอาแล้ว คุณย่าซื้อมาให้หนูตั้งหลายชุดตอนนี้หนูใส่ไม่ทันแล้ว”
ขณะที่เธอพูดเธอก็ย่นจมูกด้วยความทุกข์ใจ
เหวินเหยาที่เห็นแบบนั้นก็หลุดขำออกมา“งั้นก็ได้จ้ะ อีกเดี๋ยวถ้าโจวโจวถูกใจอะไรก็บอกป้าสะใภ้สี่ได้เลยนะ”
“อื้ม”
กะอีกแค่เด็กตัวเล็กนิดเดียวควรค่าแก่การถูกเอาใจอย่างนั้นหรือ ? เถาหลันทำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย แล้วเดินเข้าร้านสุดหรูไป
“ชุดกระโปรงนี้สวยมากเหยาเหยา พวกเราไปลองชุดดีไหม จะได้ใส่เป็ชุดเพื่อนรักไง ? ”
เธอชี้ไปที่ชุดสีแดงขณะพูด
เหวินเหยาอารมณ์ดีเธอพยักหน้ารับ “อืม”
“โจวโจวหนูรอป้าสะใภ้สี่ตรงนี้นะ อย่าวิ่งวุ่นไปไหนล่ะ เข้าใจไหม ? ”
“ค่ะ”โจวโจวพยักหน้ารับอย่างว่านอนสอนง่าย หนูน้อยนั่งบนโซฟาแล้วหยิบเอาแผ่นทองแดงที่คอออกมาเล่น
เถาหลันเห็นฉากนี้พอดีที่เดินออกจากห้องลองชุดในใจของเธอยิ่งดูถูกหนูน้อยเข้าไปใหญ่: ชิ เด็กไม่มีตา คิดว่าแผ่นทองแดงผุ ๆเป็ของล้ำค่า แถมยังเอามาสวมไว้ที่คออีกดูเหมือนสายตาของตระกูลฉินจะยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ นะ
เธอส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเหวินเหยาเดินออกมา เธอก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มรับ “สวยจังฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอเหมาะกับชุดนี้”
ขณะที่พูดเธอดึงเหวินเหยาออกมาและให้คนอื่นเห็นเสื้อผ้าของพวกเธอ
แท้จริงแล้วเหวินเหยามีนิสัยอ่อนโยนและใบหน้านุ่มนวลซึ่งเหมาะกับเสื้อผ้าเรียบหรูมากกว่า เธอไม่เหมาะกับชุดกระโปรงสีแดงแบบนี้ตรงกันข้าม เถาหลันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอกลับดูสดใสและเหมาะกับชุดมากกว่า
เมื่อเห็นสายตาตกตะลึงของผู้คนรอบข้างเถาหลันก็รู้สึกภูมิใจไม่น้อย
เหวินเหยาส่องกระจกแล้วพูดอย่างลังเล:“ฉันคิดว่าชุดนี้ไม่ได้สวยขนาดนั้น ฉันไปเปลี่ยนเป็ชุดอื่นดีกว่า”
“ที่ไหนกันเห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าชุดนี้สวยมาก เหยาเหยา เธอต้องลองเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างถึงจะดีเธอยังอายุน้อยแค่นี้ วัน ๆ เอาแต่สวมชุดสีจืดชืด เสียดายความสวยเปล่า ๆ ”
“แต่ว่า……”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นไม่เชื่อเธอก็ลองถามคนอื่นดูสิว่าสวยไหม ? ”
คนอื่นที่ว่านี้ล้วนเป็พนักงานในร้านทั้งนั้นเพื่อยอดขายย่อมต้องชมว่าสวยอยู่แล้ว
เหวินเหยาจนปัญหาในขณะที่กำลังจะยอมนั้น จู่ ๆ โจวโจวก็หยิบชุดกระโปรงสีชมพูนู้ดมายื่นให้เธอ“ป้าสะใภ้สี่ลองชุดนี้ดูสิ หนูว่าชุดนี้สวยนะ”
เหวินเหยาก้มหน้ามองและแล้วดวงตาของเธอก็เป็ประกาย “ได้สิ เดี๋ยวป้าจะไปลอง”
“อ๊ะ……”เถาหลันไม่ได้เข้าไปขัดเธอเพียงแค่มองดูเหวินเหยาเข้าไปในห้องลองชุดด้วยความหงุดหงิด
ยิ่งเธอหงุดหงิดมากเท่าไรโจวโจวก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น
หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมองเธอและพูดด้วยรอยยิ้มใสซื่อไร้พิษภัยว่า“สิ่งที่เหมาะสำหรับตนเองคือสิ่งที่ดีที่สุดป้าสะใภ้สี่ของหนูอยากใส่อะไรก็ให้เธอใส่ไปเถอะเพระาถึงอย่างไรคุณปู่คุณย่าก็บอกแล้วว่าขอให้เธอมีความสุขก็พอ ป้าป้าคิดเหมือนกันไหม ? ”
ยัยเด็กน้อยคนนี้เรียกใครว่าป้า!
เถาหลันโมโหมากขณะกำลังจะพูดอะไรนั้น ก็เห็นเหวินเหยาเดินออกมาจากห้องลองชุดทำเอาเธอถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออก
“สวยมากเลยค่ะ”หลังจากเกิดความเงียบภายในร้านไปไม่กี่วินาที ใครบางคนถึงกับอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
บนกระโปรงมีลวดลายปักด้วยมือทั้งดูมีภูมิฐาน สง่าขับให้เหวินเหยาดูสุขุมและอ่อนโยนมากยิ่งขึ้นในแบบที่หาได้ยากสำหรับคนในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูสวยสง่า ตรงกันข้ามกับเถาหลันที่สวมชุดสีแดงสดมองดูแล้วให้ความรู้สึกว่ามันฉูดฉาดเกินไป
“ป้าสะใภ้สี่สวยมากเลย! ” โจวโจวพูดด้วยดวงตาที่เป็ประกายหนูน้อยเดินวนรอบป้าสะใภ้แล้วกล่าวชื่นชมไม่หยุด
เหวินเหยาเองก็ขบขันกับท่าทีของหนูน้อยเช่นกันเธอโน้มตัวไปลูบหัวหนูน้อยด้วยความเอ็นดู “เพราะโจวโจวของเราเลือกให้ไงจ๊ะ”
“เพราะป้าสะใภ้สี่สวยต่างหากล่ะคะ”
ทั้งสองเย้าหยอกกันไปเย้าหยอกกันมาต่างคนต่างชมกันและกัน ทำให้เถาหลันที่ยืนอยู่ด้านข้างโมโหจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ทำได้เพียงพูดว่า “ไปกันเถอะ”
“อืม”เหวินเหยาไม่ได้สังเกต เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงินในขณะที่กำลังจะหยิบบัตรเครดิตออกมานั้น โจวโจวกลับพูดขึ้นว่า “ป้าสะใภ้สี่ตอนที่คุณป้าเดินไปลองชุด คุณป้าคนนี้บอกว่าครั้งนี้เธอจะเป็คนจ่ายเงินให้เอง”
ฮึเห็นได้ชัดว่าบนร่างกายของป้านิสัยไม่ดีคนนี้มีชี่ทรัพย์สินของป้าสะใภ้สี่อยู่และพอมาดูจากนิสัยที่เธอน่าจะทำเป็ประจำเธอคนนี้จะต้องเอาเปรียบป้าสะใภ้ไปไม่น้อยแน่นอนคราวนี้ถึงเวลาให้เธอต้องตอบแทนคืนบ้างแล้ว
“ฉัน……”พูดประโยคนี้ตอนไหน ?
เถาหลันเปลี่ยนสีหน้าไปในขณะที่เพิ่งจะพูดไปได้ไม่เท่าไหร่นั้น จู่ ๆเธอก็หยุดพูดแล้วกระแอมเสียงเบาเพราะเห็นว่ามีคนเดินผ่านมาจากนั้นก็หยิบเอาบัตรเครดิตออกมา แล้วทำทีเป็พูดอย่างมีน้ำใจว่า “ฉันพูดเองแหละตัดบัตรเลย”
คนที่อยู่นอกร้านเดินเข้ามาเช่นกันจากนั้นก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ “หลันหลัน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”
คนที่เดินเข้ามานั้นคือเพื่อนร่วมงานของเธอเอง
เถาหลันทำหน้าเจื่อน“มาซื้อเสื้อผ้าน่ะ”
ทั้งสองมองไปยังเสื้อผ้าบนตัวเธอพวกเธอแซวอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปสบตากันที่ผ่านมาพวกเขาเดามาโดยตลอดว่าเธอเป็ลูกคนรวยหรือไม่เพราะถึงอย่างไรเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ล้วนเป็แบรนด์ดังทั้งนั้นตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเป็จริงด้วย
เมื่อคิดถึงเื่นี้ทั้งสองก็เกิดความรู้สึกอิจฉาเธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นสายตาของพวกเธอเถาหลันเกิดความกระอักกระอ่วนใจแต่พูดออกไปไม่ได้
นี่มันเงินเดือน3 เดือนของเธอเลยนะ ต่อไปนี้คงต้องกินดินแล้ว
น่าโมโหชะมัดต้องโทษนังเด็กหัวล้านคนนี้
ที่จริงเธอโกรธมากแต่ฝยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่เธอสร้างขึ้นดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็ว่าไม่สนใจ
“ไปกันเถอะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เหวินเหยาพยักหน้าหลังจากเดินออกมาแล้ว เธอถึงได้พูดอย่างเกรงใจว่า “หลันหลันวันนี้ทำให้เธอเปลืองเงินเลย”
“ไม่เห็นเป็ไรเลย”เถาหลันโบกมือปัดอย่างไม่สนใจ “เธอซื้อให้ฉันมาหลายรอบแล้วฉันก็ควรซื้อให้เธอบ้างสักครั้งไม่ใช่หรอพวกเราเป็เพื่อนสนิทพี่โตมาด้วยกันเชียวนะ เธอจะมาเกรงใจฉันทำไม”
“อืมขอบคุณนะ” เหวินเหยายิ้มให้เธอ “ไปกันเถอะ ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอเองครั้งนี้ต้องให้ฉันเลี้ยงนะ”
“ได้สิ”เถาหลันรู้สึกเ็ปใจจนแทบจะมีหยดเืออกมา ย่อมต้องหาทางชดเชยกลับในด้านอื่นดังนั้นเธอจึงตอบรับโดยไม่คิดอะไร
โชคดีเช่นกันที่เหวินเหยาไม่ได้สนใจเื่พวกนี้เธอเดินนำเข้าไปในภัตตาคารสุดหรูแห่งหนึ่ง จากนั้นก็สั่งอาหารมาหลายจานส่วนใหญ่เป็เมนูมังสวิรัติ ซึ่งเมนูพวกนี้เธอสั่งให้หนูน้อยโจวโจวกิน
ส่วนเมนูที่ใส่เนื้อมีเพียงแค่สามเมนูเท่านั้นพวกเธอกินกันแค่สองคนเหลือเฟือ
ทว่าเถาหลันไม่รู้เื่ภายในเธอคิดเพียงว่าเหวินเหยาขี้งก ทั้งที่เธอซื้อชุดราคาห้าหลักให้ แต่กลับให้เธอกินผักกินหญ้าพวกนี้นะหรือ?
เฮอะ
หลังจากสั่งอาหารเสร็จแล้วเหวินเหยาจึงยื่นเมนูให้ทั้งหมด “หลันหลัน เธออยากกินอะไรอีกไหม”
เถาหลันยิ้มตอบ“ไม่ต้องแล้ว ที่เธอสั่งมาก็เป็ของโปรดฉันทั้งนั้น”
“งั้นก็เอาแบบนี้แล้วกันถ้าไม่พอค่อยสั่งเพิ่ม”
“ได้”หลังจากจิบกาแฟ เถาหลันจึงพูดว่า “เดี๋ยวฉันขอไปห้องน้ำก่อนนะ”
“อืม”
เมื่อเห็นว่าเธอเดินออกไปโจวโจวก็สไลด์ตัวลงจากเก้าอี้ “ป้าสะใภ้สี่ หนูอยากไปห้องน้ำเหมือนกัน”
“งั้นเดี๋ยวป้าไปเป็เพื่อน”
“ไม่เป็ไรค่ะ”โจวโจวรีบโบกมือปัดทันที “หนูถามพี่พนักงานในร้านก็ได้ป้าสะใภ้สี่เองก็เหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนเถอะ”
พูดจบหนูน้อยก็เรียกพนักงานมาเพื่อให้พาเธอไปห้องน้ำ
เหวินเหยาที่เห็นเช่นนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
“หนูน้อยห้องน้ำอยู่ตรงหน้านี้เอง” พนักงานพูดขึ้นหลังจากที่พาหนูน้อยเดินไปที่ด้านหนึ่ง
“ขอบคุณพี่สาวเดี๋ยวหนูกลับไปเอง พี่สาวไม่ต้องรอหนูหรอก”
“อื้ม”
รอจนกระทั่งพนักงานสาวเดินออกไปแล้วโจวโจวถึงได้เดินไปด้านหน้า ไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู แต่ไม่ได้เข้าไป
คนที่เข้าห้องน้ำอยู่กำลังคุยโทรศัพท์ซึ่งน้ำเสียงฟังดูคุ้นหูมาก
“แหวะถ้าเหวินเหยาไม่ได้ไปอ่อยรุ่นพี่ฉินเจ๋อสมัยเรียนมหาลัย เธอจะได้แต่งงานเข้าตระกูลคนรวยไหม? ป่านนี้เธอคงมาทำงานจนเหนื่อยสายตัวแทบขาดเหมือนฉันแล้ว ? ”
น้ำเสียงฟังดูจงเกลียดจงชังมากไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้อหรือความรักใคร่แบบเพื่อนสนิทเหมือนที่แสดงออกไปก่อนหน้านี้
เถาหลันยังคงคุยโทรศัพท์ต่อไปว่า“ฮึ เป็กรรมแล้วแหละที่ทำให้เธอให้กำหนดลูกชายพิการ ในฐานะเพื่อนรักของเธอฉันจะช่วยเธอสักครั้งแล้วกัน ให้เธอกำจัดภาระนั้นโดยเร็ว จะได้สบายตัวหน่อย”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้นเธอก็หยิบบางสิ่งออกมาจากในกระเป๋า แล้วยังคงพูดคุยกับปลายสายอย่างภาคภูมิใจ
โจวโจวชะโงกหน้าไปมองเมื่อหนูน้อยเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเธอแล้วในแววตาหนูน้อยก็เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าหากไม่มีลูกชายแล้วรุ่นพี่ฉินเจ๋อยัง้าเธออยู่ไหม”
เมื่อได้ยินคำพูดที่หยาบคายและเต็มไปด้วยความโเี้โจวโจวกำหมัดแน่น ในแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
มองไปยังคนที่กำลังทำหน้าตาภาคภูมิใจอยู่ด้านในห้องน้ำนั้นหนูน้อยจึงตวัดยันต์เข้าไป
ฮึใครใช้ให้เธอมารังแกป้าสะใภ้สี่ มาสาปแช่งพี่เจ็ด !
รนหาที่ตาย!