ครั้นรุ่งขึ้นเตียวหุยจึงจัดม้าขาวกระบือดำแลธูปเทียนสิ่งของทั้งปวงแล้วชวนกันออกมายังสวนดอกไม้จึงจุดธูปเทียนไหว้พระแลบูชาเทพดาแล้วจึงตั้งสัตย์สาบานต่อกันว่า
“ข้าพเ้าเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ทั้งสามคนนี้อยู่ต่างเมือง วันนี้ได้มาพบกันจะตั้งสัตย์สบถเป็พี่น้องร่วมท้องกันเป็น้ำใจเดียวซื่อสัตย์ต่อกันสืบไปจนวันตายจะได้ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินให้อยู่เย็นเป็สุข ถ้ามีภัยอันตรายสิ่งใดแลรบศึกเสียทีข้าพเ้ามิได้ทิ้งกัน จะแก้กันกว่าจะตายทั้งสามแลความสัตย์นี้ข้าพเ้าได้สาบานต่อหน้าเทพดาทั้งปวงจงเป็ทิพย์พยานถ้าสืบไปภายหน้าข้าพเ้าทั้งสามมิได้ซื่อตรงต่อกัน ขอให้เทพดาสังหารผลาญชีวิตให้ประจักษ์แก่ตาโลก”
จึงเรียกเล่าปี่เป็พี่เอื้อยกวนอูเป็น้องกลางเตียวหุยเป็น้องสุดแลชาวบ้านซึ่งกล้าหาญนั้นมาเข้าเกลี้ยกล่อมด้วยเป็คนสามร้อยคน ก็กินโต๊ะเลี้ยงดูกันแล้วจัดเครื่องศัสตราวุธเป็อันมากยังขัดสนแต่ม้า
จึงมีคนมาบอกเล่าปี่ว่า มีพ่อค้าม้าต้อนม้าเข้ามาในบ้านเราเล่าปี่จึงออกไปรับพ่อค้าม้าสองคนเข้ามาคนหนึ่งชื่อ เตียวสิเผง คนหนึ่งชื่อเล่าสงบอกเล่าปี่ว่า” ข้าพเ้าค้าขายม้าเป็หลายปี มาปีนี้ไปขายม้าพบโจรกลางทางไปไม่ได้ข้าพเ้าจึงกลับมาเมืองนี้” เล่าปี่จึงชวนพ่อค้าม้าสองคนเข้าไปในบ้าน ให้แต่งโต๊ะเลี้ยงแล้วบอกว่าเราคิดกันจะไปจับโจรซึ่งทำจลาจลในแผ่นดิน
เตียวสิเผง เล่าสง ว่าท่านคิดนี้ต้องกับข้าพเ้าแล้วจึงจัดแจงม้าห้าสิบม้ากับเงินห้าร้อยตำลึงเหล็กร้อยหาบให้เป็กำลังเล่าปี่จึงขอบคุณพ่อค้าม้าทั้งสองคนแล้วหานายช่างมาตีเป็กระบี่สองเล่มสำหรับถือซึ่งกวนอูจะถือนั้นให้ช่างตีเป็ง้าวเล่มหนึ่ง ยาวสิบเอ็ดศอกหนักแปดสิบสองชั่งเตียวหุยถือนั้นให้ตีเป็ทวนเล่มหนึ่ง ยาวสิบศอก หนักแปดสิบห้าชั่งแล้วให้ทำเครื่องเกราะแลอานม้าสำหรับรบครบทั้งสามนายแล้วจึงเกลี้ยกล่อมชาวบ้านที่มีฝีมือกล้าแข็งได้ห้าร้อยคนจึงพาไปหาเจาเจ้งเจาเจ้งจึงพาไปหาเล่าเอี๋ยนผู้เป็เ้าเมืองทั้งสามพี่น้องจึงคำนับแล้วบอกชื่อแลแซ่เล่าเอี๋ยนได้ยินว่าเป็แซ่เดียวกันก็ยินดีนัก จึงรับไว้เป็หลานชาย
ครั้นอยู่มาหลายวันจึงมีคนถือหนังสือบอกเข้ามาว่า โจรโพกผ้าเหลือง ทหารเอกชื่อ เทียอ้วนจี้คุมพลประมาณห้าหมื่น ยกเข้ามาแดนเมืองตุ้นก้วนเล่าเอี๋ยนจึงสั่งเจาเจ้งให้หาตัวเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยมาแล้วให้คุมพลห้าร้อยยกออกไปจับโจร เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยยินดีนักก็ยกทหารห้าร้อยออกไปถึงตำบลเขาไทเหียงสัน แลไปเห็นพวกโจรยกมาเป็อันมากแลพวกโจรนั้นมิได้เกล้ามวยกระจายผมเอาแต่ผ้าเหลืองโพกศีรษะทั้งสิ้น เล่าปี่จึงให้ตั้งค่ายลงไว้แล้วขับม้าออกไปหน้าทหาร แลฝ่ายขวานั้นม้ากวนอู ฝ่ายซ้ายนั้นม้าเตียวหุยเล่าปี่จึงเอาแส้ม้าชี้หน้าด่าพวกโจรว่า” อ้ายพวกขบถ”
เทียอ้วนจี้โกรธนักจึงใช้ทหารเอกชื่อ เตงเมา ขี่ม้าออกไปรบเตียวหุยถือทวนยาวสิบศอกขับม้าเข้ารบกับเตงเมาเตียวหุยรำเพลงทวนแทงถูกอกเตงเมาตกม้าตาย
เทียอ้วนจี้โกรธนักถือง้าวขับม้าออกจะรบด้วยเตียวหุยกวนอูเห็นจึงขับม้าผ่านหน้าม้าเตียวหุยออกมาจะรบ เทียอ้วนจี้เห็นรูปกวนอูก็ใเสียทีกวนอูเอาง้าวฟันเทียอ้วนจี้ตัวขาดออกเป็สองท่อน พวกโจรทั้งนั้นก็แตกกระจายไปสิ้นเล่าปี่จึงขับทหารเข้าไล่จับพวกโจรได้เป็อันมาก แล้วยกทหารกลับเมืองตุ้นก้วน
ฝ่ายเล่าเอี๋ยนครั้นรู้ข่าวก็ออกไปรับเล่าปี่ถึงประตูเมืองแล้วพากันกลับเข้ามา จึงปูนบำเหน็จพวกทหารตามสมควรครั้นรุ่งขึ้นม้าใช้ถือหนังสือสิบเกง เ้าเมืองเฉงจิ๋วมาถึงเ้าเมืองตุ้นก้วนว่าบัดนี้มีโจรโพกผ้าเหลืองยกมาล้อมเมือง เฉงจิ๋วจะขอกองทัพไปช่วยเล่าเอี๋ยนจึงหาเล่าปี่มาปรึกษาเล่าปี่ว่าข้าพเ้าแลน้องข้าพเ้าจะขออาสายกไปช่วยเมืองเฉงจิ๋วเล่าเอี๋ยนมีความยินดีจึงสั่งเจาเจ้งให้คุมทหารห้าพันยกไปกับเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยเล่าปี่กับเจาเจ้งยกทหารมาถึงเมืองเฉงจิ๋ว พวกโจรเห็นกองทัพยกออกมาก็เข้าตี
ฝ่ายเล่าปี่ เจาเจ้งทหารน้อยจึงถอยทัพออกมาแล้วปรึกษากันกับกวนอู เตียวหุยว่า “ทหารเราน้อยกว่าพวกโจรเราจะคิดเป็กลศึกจึงจะเอาชัยชนะได้” แล้วเล่าปี่ให้กวนอูคุมทหารพันหนึ่งไปซุ่มอยู่ตำบลเขาข้างซ้ายทาง ให้เตียวหุยคุมทหารพันหนึ่งไปซุ่มอยู่ข้างขวาทางกำหนดว่าถ้าได้ยินเสียงม้าล่อแล้วเมื่อใด ให้ยกทหารตีกระหนาบเข้ามาทั้งสองข้างกวนอู เตียวหุยก็ยกไปตามสั่งครั้นรุ่งขึ้นเล่าปี่กับเจาเจ้งยกทหารไปตามทางซึ่งกวนอู เตียวหุยซุ่มอยู่นั้น
ฝ่ายพวกโจรก็รุกไล่เล่าปี่มาเล่าปี่ก็ให้ถอยทัพมาถึงูเาซึ่งซุ่มทหารอยู่นั้น แล้วให้ตีม้าล่อสัญญาณขึ้น ฝ่ายกวนอูเตียวหุยซึ่งคุมทหารอยู่นั้น ก็ยกตีกระหนาบออกมาทั้งสองข้างเล่าปี่ก็ขับทหารตีเป็หน้ากระดานขึ้นไป
ฝ่ายทัพโจรเสียทีก็แตกหนีเข้ามาชานกำแพงเมืองเฉงจิ๋วทัพเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยก็ไล่ตีกระหนาบพวกโจรมา สิบเกงเ้าเมืองเฉงจิ๋วเห็นจึงยกทหารออกตีกระหนาบเป็สี่ด้าน พวกโจรนั้นระส่ำระสายเจ็บป่วยล้มตายเป็อันมากก็แตกหนีไปสิ้น สิบเกงจึงปูนบำเหน็จทหารเล่าปี่ตามสมควรแล้วเจาเจ้งว่าเราจะยกทหารกลับไปเมืองตุ้นก้วน
เล่าปี่จึงว่า “ได้ยินข่าวว่า โลติด ผู้เป็ตงลงเจียงเป็ทหารเอกพระเ้าเลนเต้ รบกับเตียวก๊กนายโจรอยู่ตำบลเมืองกงจ๋งข้าพเ้าจะขอทหารไปรบพวกโจร” เจาเจ้งจึงจัดทหารให้เล่าปี่ห้าร้อยเจาเจ้งก็ยกทหารสี่พันห้าร้อยกลับมาเมืองตุ้นก้วน ฝ่ายเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยก็ยกไปถึงเมืองกงจิ๋วแล้วชวนกันไปหาโลติดจึงเอาข้อราชการซึ่งได้รบโจรนั้นแจ้งแก่โลติด โลติดยินดีนักจึงว่าท่านทั้งสามอยู่ทำราชการด้วยเราเถิด
ฝ่ายเตียวก๊กมีพวกโจรประมาณสิบห้าหมื่นโลติดนั้นมีทหารประมาณห้าหมื่น แลทัพโลติดกับเตียวก๊กตั้งค่ายประชิดกันอยู่ยังมิได้แพ้ชนะกันโลติดจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า” เตียวโป้ เตียวเหลียงผู้น้องเตียวก๊กนั้นคุมโจรไปรบกับ ฮองฮูสงแลจูฮีอยู่ ณ เมืองเองฉวนเราจะเกณฑ์ทหารให้พันหนึ่งกับทหารของท่านนั้นจงยกไปช่วยฮองฮูสง จูฮี ณ เมืองเองฉวนแล้วให้สืบเอาข่าวราชการหนักเบามาจงได้” เล่าปี่รับคำแล้วยกทหารรีบไปทั้งกลางวันกลางคืน
ฝ่าย ฮองฮูสง กับ จูฮี นั้นแต่งทหารออกรบกับพวกโจรยังมิได้แพ้ชนะกันพ้นเวลาแล้วเตียวโป้ เตียวเหลียง ให้ทหารถอยเข้ามาที่มั่นแล้วให้เอาฟางทำซุมรุมขึ้นในค่าย ฝ่ายฮองฮูสงกับจูฮี รู้จึงปรึกษากันว่า บัดนี้พวกโจรเอาฟางทำซุมรุมขึ้นในค่ายเราจะคิดเอาเพลิงเผาค่ายพวกโจรเสียจงได้ จึงให้ทหารมัดหญ้าคนละมัด ให้ขุดอุโมงค์เข้าไปถึงริมค่ายโจรให้เอาหญ้าไปกองซุ่มไว้ตามริมค่าย
ครั้นเวลากลางคืนประมาณสองยามเกิดลมพายุใหญ่พัดหนักทหารทั้งปวงได้ทีให้สัญญาณพร้อมกัน แล้วจุดเพลิงระดมเผาค่ายโจรไหม้ขึ้นสิ้นแสงเพลิงดุจกลางวันพวกโจรทั้งปวงใมิทันใส่เกราะแลผูกอานม้า ก็แตกกระจายหนีเพลิงวุ่นวายอยู่ ฮองฮูสงจูฮีขับทหารเข้าไล่แทงฟันพวกโจรป่วยเจ็บล้มตายเป็อันมาก
ครั้นรุ่งขึ้น เตียวโป้ เตียวเหลียงกับพวกโจรซึ่งเหลือนั้นก็ชวนกันหาทางที่จะหนีเอาชีวิตรอดจึงไปพบทัพหนึ่งธงแดงทั้งทัพ ทหารกองหน้าเข้าสกัดพวกโจรไว้มิให้หนีได้แลนายทัพนั้นชื่อโจโฉ สูงประมาณห้าศอกจักษุเล็ก หนวดยาว เป็บุตรโจโก๋แลโจโฉเมื่อน้อยนั้นมักพอใจไปเล่นป่ายิงเนื้อมักพอใจฟังร้องรำทำเพลงมีปัญญาความคิดรวดเร็ว
ฝ่ายว่าโจเต๊กนั้นเห็นโจโฉเป็นักเลงไม่ทำมาหากินก็มีใจชังเป็อันมากจึงเดินไปจะเอาเนื้อความบอกโจโก๋ผู้พี่โจโฉเห็นว่าอาชังอยู่จะเอาเนื้อความไปบอกบิดา โจโฉทำมีอันเป็ล้มลง อาเห็นจึงร้องบอกโจโก๋ว่าโจโฉมีอันเป็โจโก๋ใว่าบุตรมีอันเป็ก็วิ่งมาดู โจโฉลุกขึ้นเล่นปรกติอยู่ โจโก๋จึงว่า”อาเอ็งไปบอกว่าเอ็งมีอันเป็บัดนี้หายแล้วหรือ”
โจโฉจึงว่า “แต่น้อยมาข้าหาเจ็บป่วยสิ่งใดไม่เพราะอาชังข้าจึงเอาความมิดีมาใส่”
แต่นั้นไปโจโก๋ก็เชื่อคำโจโฉถึงอาจะเอาความสิ่งใดมาบอก โจโก๋มิได้เชื่อคำน้องชาย โจโฉยิ่งกำเริบใจเล่นหัวหยาบช้าไปกว่าแต่ก่อนเพื่อนเล่นทั้งปวงพูดจายกยอโจโฉว่าแผ่นดินบัดนี้เป็จลาจลอยู่หาผู้ใดซึ่งมีสติปัญญาจะปราบปรามอันตรายให้อยู่เย็นเป็สุขไม่เราทั้งปวงเห็นแต่ท่านมีสติปัญญา จะคิดอ่านปราบปรามให้แผ่นดินเป็สุขได้
แลเมืองลำหยงนั้นมีคนหนึ่งชื่อ โหเง้าว่าแก่คนทั้งปวงว่า “แผ่นดินเมืองหลวงนั้นจะสูญเสียแล้วซึ่งจะปราบแผ่นดินให้ราบนั้นเห็นแต่โจโฉผู้เดียว” แลในเมืองหลิหลำมีหมอคนหนึ่งชื่อเขาเฉียว รู้ดูลักษณะคน โจโฉจึงไปหาเขาเฉียวถามว่า “ข้าพเ้านี้สืบไปภายหน้าเห็นดีชั่วประการใด”
เขาเฉียวนิ่งอยู่โจโฉจึงถามซ้ำไปอีกเขาเฉียวจึงว่า “ท่านมีปัญญามาก จะป้องกันแผ่นดินได้อยู่แต่มิได้สัตย์ซื่อต่อแผ่นดินจะเป็ศัตรูราชสมบัติ”
โจโฉหัวเราะชอบใจครั้นอายุโจโฉได้ยี่สิบปีจึงเข้าไปทำราชการฝ่ายทหารในเมืองลกเอี๋ยง โจโฉจึงให้เอาไม้สำคัญห้าสิบไปปักไว้ทั้งสี่ประตูเมืองห้ามมิให้คนเดินกลางคืน ถ้าเดินไปมาผิดประหลาดให้จับเอาตัวมาทำโทษ
ครั้นกลางคืนวันหนึ่งโจโฉไปตระเวนพบเอาขันทีเดินมาผิดเวลาโจโฉให้จับเอาตัวมาตีสิบห้าที แลโจโฉนั้นทำราชการเข้มแข็งขึ้นทุกวันคนทั้งปวงยำเกรงเป็อันมาก พระเ้าเลนเต้จึงตั้งให้เป็ ตุนขิวเหล็ง
ครั้นพวกโจรโพกผ้าเหลืองกำเริบจลาจลขึ้นในเมืองเองฉวนพระเ้าเลนเต้จึงให้โจโฉเลื่อนที่เป็ โต๊ะอุ๋ย ให้คุมทหารห้าพันยกไปช่วยเมืองเองฉวนจึงพบเตียวโป้ เตียวเหลียง กับพวกโจรที่เหลือตายแตกหนีมานั้น โจโฉจึงรบสกัดไว้ฆ่าพวกโจรเสียประมาณหมื่นเศษ ทหารโจโฉได้ม้าแลเครื่องศัสตราวุธเป็อันมากแต่ตัวเตียวโป้เตียวเหลียงนั้นหนีได้ โจโฉจึงเข้าไปหาฮองฮูสง จูฮี บอกข้อราชการแล้วโจโฉขอเอาทหารไปตามเตียวโป้ เตียวเหลียง
ฝ่ายเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยยกมาถึงเมืองเองฉวนได้ยินเสียงรบพุ่งกันแล้วแลเห็นแสงเพลิงสว่างจึงเร่งทหารรีบไปช่วย พอมาถึงเข้าพวกโจรนั้นก็แตกไปเล่าปี่จึงพากวนอู เตียวหุยเข้าไปหาฮองฮูสง จูฮีแล้วบอกว่า “โลติดให้ข้าพเ้ามาช่วยราชการท่าน”ฮองฮูสง จูฮีว่าขอบใจนักแล้วบอกว่า “บัดนี้เตียวโป้เตียงเหลียงแลพวกโจรนั้นแตกแล้ว เราเห็นเตียวโป้เตียวเหลียงจะหนีไปหาเตียวก๊กผู้พี่ ณ เมืองจงก๋งถ้าท่านเร่งยกทหารรีบตามก้าวสกัดเห็นจะได้ตัว” เล่าปี่ กวนอูเตียวหุยก็ลายกทหารกลับไป