หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดก็ผ่านมา 1 ปีเต็มและตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นก็ได้ขึ้น ม.6 ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียนนี้เป็นที่เรียบร้อย ด้วยวีรกรรมสุดแสบต่างๆ นานา ที่ตูนและเพื่อน ๆ ได้ฝากผลงานเอาไว้ ทำให้มีนักเรียนมาสมัครเข้าที่โรงเรียนนี้มีจำนวนที่เยอะมากขึ้นกว่าทุกปีจนทำให้ ผอ. ประเสริฐต้องควักเงินก้อนใหญ่ขยับขยายโรงเรียนมากขึ้นไปอีก
“เฮ้ย! มึงรู้ไหม เมื่อก่อนแถวนี้นักเลงเยอะมากเลยนะเว้ย! แต่ทุกวันนี้สงบสุขได้ก็เพราะคนที่ได้ชื่อว่า 5 อัจฉริยะของโรงเรียนนี้ช่วยเอาไว้!! โคตรเท่เลย!!”
“แต่กูได้ยินแว่ว ๆ มาว่านอกจากจะมี 5 อัจฉริยะแล้วยังมี ซิกส์แมนเงาลวงตา อยู่อีกด้วยนะเว้ยเฮ้ย!! ไม่ใช่เพราะจืดจางแต่เพราะตัวเล็กเกินจนหาไม่เจอ”
“มึงก็พูดเป็นคุโรโกะเลยนะไอ่ชิบxาย! นั่นมันก็แค่ข่าวลือ ยังไม่รู้เลยว่ามีจริงหรือเปล่า”
เปิดเทอมวันแรก นักเรียนทั้งใหม่และเก่าได้หลั่งไหลกันเข้ามาในโรงเรียนอย่างไม่ขาดสายเพื่อไปเข้าแถวฟัง ผอ. พูดให้โอวาท ซึ่งนักเรียนใหม่มากมายและนักเรียนเก่าบางส่วนไม่ค่อยได้สนใจ ผอ. สักเท่าไหร่ แต่พวกเขาไปสนใจ 4 คนนั้นซะมากกว่า เค ไบรท์ หินและจอร์จ เติบโตเป็นหนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่เข้าแถวเสร็จเหล่านักเรียนมากมายก็ถาโถมกันเขามาลุมพวกเขาเหล่านั้นอย่างกับช่วงไอดอลพบปะประชาชน ก่อนที่สภานักเรียนจะมาแยกให้ต่างคนต่างขึ้นชั้นเรียนไป
และอีกทางด้านหนึ่งบริเวณสวนสาธารณะใกล้โรงเรียนที่มักจะมีลูกเด็กเล็กแดง คนชรา วัยรุ่น วัยกลางคน มักจะมาเดินเล่น ปิคนิก หรือออกกำลังกายอยู่บ่อย ๆ และที่บริเวณชิงช้าในสวนสาธาณะก็ได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังมันส์ได้ที่จนไม่ยอมเข้าโรงเรียน
“ย่าฮู้ว~!!!!”
เอ็งทำไมไม่เข้าเรียน นี่มันเปิดเทอมวันแรกนะเฮ้ย
“ไม่เป็นไรหรอก วันแรกครูไม่สอน!”
ใช่ ๆ วันแรกครูไม่สอน ไม่เป็นไรหรอก อย่างมายุ่งให้มาก
นายทั้ง 2 คนคิดตื้นไปแล้วนะ ทั้งนายและก็ตูนร้อนด้วย ถึงครูจะไม่สอนแต่ก็มีการเช็คชื่อนะ
ผ่อนคลายบ้างเถอะน่าตูนเย็น นาน ๆ ทีจะไม่มีเรื่องต้องปวดหัวนะ
1 ปีที่ผ่านมานี้ ตูนไม่ค่อยจะมีเรื่องราวชกต่อยทะเลาะกับใคร ทำให้ตูนเย็นและตูนร้อนไม่ต้องทำงานหนักและมีเวลาว่างออกมาพูดคุยเล่นได้มากขึ้น ทว่าในขณะที่ตูนกำลังแกว่งชิงช้าอยู่อย่างเมามันส์ จู่ ๆ ก็ได้มีเด็กน้อยที่ไหนไม่รู้ 4-5 คนมายืนจ้องเขาตาแป๋วอยู่ตรงหน้า
“หนูอยากเล่นแบบนั้นบ้าง....”
ไป ๆ ชิ่ว ๆ นี่ไม่ใช่สำหรับเด็กเล่นนะ นี่เป็นชิงช้าสำหรับมืออาชีพเท่านั้น!
กับเด็กก็ไม่เว้น ไอ่ตูนร้อนนี้มันห้าวจริง ๆ แต่ทว่าตูนร่างต้นของเรากลับไม่คิดอย่างงั้น เขาลงจากชิงช้าและอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้นขึ้นไปนั่งแทน
“เกาะให้แน่น ๆ นะ!”
“กรี๊ดดด!!!”
ตูนแกว่งชิงช้าไปมาที่อยู่ในความแรงระดับที่ปลอดภัย ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ดูท่าทางสนุกสนานเอามาก ๆ จนทำให้เด็กคนอื่น ๆ อยากเล่นตามไปด้วย
“ผมด้วย ๆ ๆ ๆ!”
“ผมขอด้วย!”
“ผมก่อน!”
“หนูขอก่อน!”
เด็กเหล่านั้นวิ่งเขามาเกาะขาของตูนไว้ทำให้เขาขยับตัวได้ลำบาก ความรู้สึกตอนนี้เหมือนกับมีลูกลิงที่ไหนไม่รู้มาเกาะขา
ซะ-ซวยแล้ว... ทำไงดีล่ะทีนี้ เราดูแลเด็กไม่ค่อยจะเก่งซะด้วยสิ... จะโทรหาดาวให้มาช่วยดีไหมเนี่ย.…
ทว่าในขณะที่ตูนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็ได้มีเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งโผล่มาด้านหลังพร้อมกับหัวเราะดังลั่นออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ อย่าไปรบกวนพี่เขาแบบนั้นสิพวกนายล่ะก็…”
ทันทีที่เด็กเหล่านั้นได้ยินเสียง พวกเขาก็ตาแป๋วขึ้นมาและวิ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นทันที
“ลูกพี่!!!”
ลูกพี่!? เด็กตัวแค่นี้เนี่ยนะพูดว่าลูกพี่!? ไปจำมาจากไหนล่ะเนี่ย?
จากนั้นชายที่เรียกถูกเรียกว่าลูกพี่ก็ได้มานั่งอยู่ข้าง ๆ ตูนคอยดูเด็ก ๆ เหล่านั้นวิ่งเล่นอยู่ห่าง ๆ ทั้ง 2 คนนั่งเงียบไปสักพักจนบรรยากาศเริ่มอึดอัด เข้าเรียนก็ไม่เข้าเรียนไอ่พวกนี้….
ตูนเป็นฝ่ายเริ่มถามขึ้นมาก่อน “ทะ-ทำไมเด็กพวกนั้นถึงเรียกนายว่าลูกพี่ล่ะ...?”
“ฉันสอนเองน่ะ! ก็เพราะฉันเป็นลูกพี่ไง!”
…อะไรของไอ่หมอนี่?
“นายเป็นพี่ของเด็กพวกนั้นทั้งหมดเลยเหรอ แล้วพ่อแม่ล่ะ?”
“ไม่มีหรอกพ่อแม่ พวกเราอยู่บ้านเด็กกำพร้าน่ะ!”
พูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย จิตใจช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ สมแล้วล่ะที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ ถึงแม้จะถูกเรียกจากเด็กตัวเล็ก ๆ ก็เถอะ
“ขะ-ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไรหรอก ยังไงความจริงก็คือความจริงน่ะ”
ไม่นานหลังจากนั้นเด็กหนุ่มร่างใหญ่ก็ได้บอกลาตูนและพาเด็ก ๆ เข้าโรงเรียนไป ส่วนตูนหลังจากที่เล่นจนพอใจก็ได้เดินเข้าห้องเรียนของตัวเอง เมื่อตูนเข้ามาถึงในห้องก็ได้นึกถึงครั้นที่ตนได้เข้ามาในโรงเรียนนี้ครั้งแรกพลางนึกถึงต้นกล้าที่เป็นเพื่อนคนแรกของเขา
และการเรียนการสอนก็ได้ดำเนินไปอย่างปกติ พักเที่ยงก็ไปนั่งกินข้าวกับสมาชิกชมรมคอสเพลย์เหมือนเดิม ช่วงบ่ายก็ขึ้นเรียนและทีแอบหลับอยู่บ้าง พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน จนกระทั่งมาถึงช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน ตูนก็ได้ไปนั่งเล่นที่สวนสธารณะอีกครั้งหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะโตขึ้นมากจึงทำให้ไม่ค่อยสนใจอนิเมะและมังงะเท่าเมื่อก่อน
เมื่อตูนได้มาถึงสวนสาธารณะ เขาก็ได้เจอกับเด็กแก๊งเดิมที่เขาพึ่งเจอเมื่อเช้ากำลังเล่นก่อทรายกันอย่างสนุกสนาน โดยตัวของเขาก็ไปนั่งเล่นชิงช้าพลางมองเด็ก ๆ เล่นกัน จนกระทั่ง
“แง๊!!!!!!”
“เกะกะว่ะ มาเล่นเxี้ยไรแถวนี้!”
นักเรียนชายกลุ่มหนึ่งราว ๆ สิบกว่าคนมาเตะปราสาททรายของเด็ก ๆ เหล่านั้นทิ้ง มิหนำซ้ำยังถุยน้ำลายซ้ำลงไปด้วยอีกต่างหาก เป็นเรื่องที่น่าแปลกเพราะช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ในระแวกนี้ไม่มีนักเลงหรือคนประเภทนี้อยู่เลย แสดงว่าต้องเป็นคนต่างถิ่นแน่ ๆ แล้วมันมาทำอะไรที่นี่
และในจังหวะที่พวกมันต่างพากันหัวเราะชอบใจและกำลังจะเดินออกไปนั้น จู่ ๆ ก็ได้มีเสียงฝีเท้าเหมือนใครสักคนกำลังวิ่งตรงเข้ามา หนึ่งในพวกมันได้หันหน้าไปหาต้นทางของเสียงนั้นก็ได้พบกับ ส้นxีนที่ลอยเข้ามากลางแสกหน้าจนตัวของมันกระเด็นนอนนิ่งลงไปคุยกับรากมะม่วงทันที
“เห้ย!? เxี้ยไรวะ!!”
เมื่อพวกมันหันขวับกลับมาก็ได้เจอเข้ากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตั้งท่าต่อสู้เหมือนกับหลุดออกมาจากหนังจีนยังไงยังงั้น พร้อมกับพวกเด็ก ๆ ที่กำลังหลบอยู่ด้านหลังด้วยความสั่นกลัว
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เxี้ยไรวะน่ะ! มึงคิดว่าตัวเองเป็น บลูซ ลี เหรอวะ”
“...ไม่ใช่บลูซลี แต่ฉันคือชอนยองฮาแห่งโรงยิมฮันริม จำใส่กระโหลกขี้เรื่อยของแกไว้ให้ดี” (ชอนยองฮา : โรงยิมฮันริม)
หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาทีไอ่พวกนิสัยไม่ดีพวกนั้นก็โดนเก็บเรียบ และเด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ก็ได้มาถึงพอดีพร้อมกับขนมที่แบกมาเต็มมือ
“ลูกพี่!!!!” เด็ก ๆ ต่างพากันวิ่งกรูเข้าไปกอดขาของเขาด้วยควากลัว
“โอ๋ ๆ ๆ ดีใจที่จะได้กินขนมขนาดนั้นเชียวเลยเหรอ... ฉันบอกแล้วไงว่าไปแปปเดียวเอง...”
เมื่อเขาคนนั้นกวาดสายตามองออกไปก็ได้เจอกับตูนพร้อมกับร่างของนักเรียนชาย 10 กว่าคนที่นอนระเนระนาดอยู่บนพื้น
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมไอ่พวกนั้นมันไปนอนตรงนั้น... ที่นอนดี ๆ ก็มีตั้งเยอะ”
จากนั้นตูนก็ได้เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง
“งั้นเองหรอกเหรอ... ฉันไม่อยู่แปปเดียวเองนะเนี่ย...” พูดจบ เขาก็ได้เดินไปที่หนึ่งในนักเรียนชายที่กำลังนอนกองอยู่กับพื้น ก็ได้รู้ว่าพวกมันคือเด็กอาชีวะบ้านแก้ว จากนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นมาและมากอดคอของตูนด้วยท่าทางมีความสุข
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบใจมากเลยนะที่ดูแลลูกน้องของฉันให้ตอนที่ฉันไม่อยู่น่ะ ขอเรียกนายว่าเพื่อนเลิฟละกันนะ”
จากนั้นเด็กหนุ่มร่างใหญ่ก็ได้พาเด็ก ๆ กลับบ้านไป จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ตูนก็ได้มานั่งที่ชิงช้าตัวเดิมก็ได้เจอกับเด็กกลุ่มเดิมกำลังเล่นขายของกันอยู่ เขาจึงเข้าไปทัก
“นี่พวกเธอมาเล่นคนเดียวอีกแล้วเหรอเนี่ย แล้วลูกพี่ของพวกเธอไปไหนซะล่ะ”
“วันนี้ลูกพี่บอกลูกพี่ไม่ว่างค่ะ ลูกพี่บอกว่าวันนี้เพื่อนเลิฟของลูกพี่จะไปส่งเราเข้าชั้นเรียน”
“ใช่แล้วครับ เพื่อนเลิฟของลูกพี่ต้องไปส่งเราเข้าชั้นเรียนนะ”
เพื่อนเลิฟ? หมายถึงเราหรือเปล่าฟะ??
“แล้วพวกนายอยู่ชั้นไหนกันล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“พวกเราอยู่ ป.2 ค่ะ อยู่โรงเรียนเบียวศาสตร์”
“โอเค ๆ”
และตูนก็ได้ไปส่งเด็ก ๆ เหล่านั้นตามที่โดนบอก จากนั้นเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งตกเย็น ตูนก็ได้มานั่งอยู่ในห้องของชมรมคอสเพลย์ที่หลังจากโบว์เรียนจบไปแล้ว โอมและเบลก็ได้เป็นคนดูแลแทน และดูเหมือนว่าสมาชิกจะเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วนพลอยก็ไม่ค่อยได้เข้าชมรมเพราะติดทำโปรเจค โอมที่กำลังจะเปิดทีวีเพื่อดูอนิเมะก็ดันกดผิดไปเปิดข่าวในช่อง ๆ หนึ่งขึ้นมา
[มีข่าวด่วนเข้ามาค่ะ เมื่อเที่ยงวันนี้ที่อาชีวะบ้านแก้ว ได้มีการทะเลาะ--]
ปิ๊บ!
“ไม่อยากดูข่าวขอรับ ข้าน้อยอยากดูอนิเมะ!”
โอมดันเปลี่ยนช่องไปซะงั้น ทว่าตูนที่ได้ยินชื่อสถาบันคุ้น ๆ ก็เริ่มเกิดสนใจขึ้นมา
“นี่โอม เปลี่ยนกลับไปช่องเมื่อกี้ให้ทีสิ”
“โอ้! ได้เลยขอรับท่านตูน กระผมไม่ขัดอยู่แล้ว”
ปิ๊บ!
[ที่อาชีวะบ้านแก้ว มีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น นักเรียนชายทั้งวิทยาลัยที่ดูท่าทางจะเป็นเด็กเกเร ถูกทำร้ายร่างกายจนสภาพสะบักสะบอม โดยที่นักเรียนชายเหล่านั้นยังคงเกิดอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย ไปฟังเสียงของหนึ่งในนักเรียนชายเหล่านั้นกันค่ะ]
[มะ-มันมาคนเดียว... ตัวใหญ่... มะ-มันบอกว่าได้กลิ่นนักเลง... แล้วผมก็ภาพตัด….]
[ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ได้มาทราบทีหลังนะคะว่าอาชีวะบ้านแก้วค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องนักเลงไม่แพ้กับเทคนิคบ้านท่อเมื่อก่อนเลย แต่หลังจากที่เทคนิคบ้านท่อหยุดสร้างปัญหา อาชีวะบ้านแก้วก็เริ่มขยับขยายตัวเองมากขึ้นและเกเรหนักกว่าเดิมเรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมตัวของเด็กเกเรเลยค่ะ แต่ใครจะไปคิดใช่ไหมล่ะคะว่าเด็กเกเรมากมายขนาดนั้นจะโดนจัดการจากฝีมือของคน ๆ เดียว....]
“เห... น่ากลัวชะมัดเลยนะขอรับ... จัดการนักเรียนทั้งวิทยาลัยด้วยตัวคนเดียว... เป็นกัปตันอเมริกาหรือยังไง... สงสัยอีกไม่นาน นิค ฟิวรี่ คงต้องมาแถวนี้แน่เลยขอรับ! ก๊าก ๆ ๆ เป็นไงบ้างมุกผม”
ทว่าตูนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้สนใจมุกของโอมเลย แต่เขารู้ได้ทันทีเลยว่าในข่าวนี้กำลังพูดถึงใคร
‘วันนี้ลูกพี่บอกลูกพี่ไม่ว่างค่ะ ลูกพี่บอกว่าวันนี้เพื่อนเลิฟของลูกพี่จะไปส่งเราเข้าชั้นเรียน’
ใช่แน่ ๆ ต้องเป็นหมอนั่นแน่ ๆ คิบุตสึจิ มุซัน ที่เราตามหามาตั้งแต่ตอนที่ 1
เช้าวันรุ่งขึ้นที่สวนสาธารณะที่เดิม ตูนก็ได้เดินมาที่ชิงช้าที่ประจำก็ได้เจอกับเด็ก ๆ กลุ่มเดิมแต่คราวนี้เด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นก็มาด้วยแถมสภาพก็ดูปกติแข็งแรงดีอีกต่างหาก
“ว่าไงเพื่อนเลิฟ เมื่อวานขอบคุณมากเลยนะที่ดูแลลูกน้องของฉันให้น่ะ”
“...นายน่ะ เมื่อวานไปอาชีวะบ้านแก้วมาใช่ไหม...?”
“อ่อ…. ก็แค่แวะไปจัดการธุระนิดหน่อย…. มีอะไรเหรอ...?”
ไม่ผิดแน่ ไอ่หมอนี่แหละ!
“งั้นแกก็คือ คิบุตสึจิ มุซัน ที่ฉันกำลังตามหา!”
“….พูดอะไรของนายน่ะเพื่อนเลิฟ? ฉันไม่ใช่ คิบุตสึจิ มุซัน ฉันชื่อ สิงห์ ที่ไม่ได้แปลว่าผีสิง แต่เป็น สิงห์ ที่แปลว่า ราชสีห์ หรือนายจะเรียกฉันว่าเพื่อนเลิฟก็ได้นะ”
ได้เป็นเพื่อนเลิฟกับคนที่อันตรายที่สุดในโรงเรียน บางทีอาจจะในเมืองเลยมั้ง คนเดียวถล่มทั้งวิทยาลัยซะยับ ต้องไปออกรายการโหนกระแสไหม!? เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป