ทุกคำเป็นดั่งพลังสายฟ้า ก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ
เมิ่งฝานยังคงยืนอยู่กับที่ลมปราณทั้งร่างกายเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิมหนึ่งเท่าตัว ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อบนร่างกายก็ทำให้ชุดสีครามของเขาปริแตกจนเผยให้เห็นเนื้อหนังภายใน
ร่างกายของเขาในเวลานี้ มีความบ้าคลั่งอันทรงพลังที่น่าสะพรึงเสมือนว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนล้วนแต่แฝงไปด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็ตวาดเสียงดังก่อนจะมีอักขระตราเวทย์สีทองปรากฏขึ้นมาทั่วร่าง
กายามหาธาตุ!
ฝึกบำเพ็ญตนมานานในที่สุดก็สามารถแสดงอานุภาพของวิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงในขั้นต้นออกมาได้เสียทีนัยน์ตาของเมิ่งฝานมีเพียงความเย็นชา เขารู้ดีว่ามีเพียงการทำให้ร่างกายของตนเองบริสุทธ์เท่านั้นจึงจะมีร่างกายอันแข็งแกร่งเช่นนี้ได้
แม้มันจะเป็นเพียงขั้นต้นของกายามหาธาตุแต่ว่า...มันมากพอแล้ว!
จากนั้นเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “ลงมือสิเจ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วอย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาส!”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของเตี่ยนหานพลันบิดเบี้ยวไปเขานึกไม่ถึงเลยว่าตนเองจะถูกชนรุ่นหลังสบประมาทเช่นนี้
ความกระหายเลือดปรากฏขึ้นที่นัยน์ตาของเตี่ยนหานมากยิ่งกว่าเดิมขณะเดียวกันเขาก็ก้าวออกไปเบื้องหน้า พลังปราณในร่างกายที่ใหญ่ยักษ์ลุกโชนแล้วในเวลาต่อมาฝ่ามือใหญ่ของเขาพลันขยับ ก่อนที่เงาร่างของดาบเล่มใหญ่จะฟันลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน!
“ดาบสังหาร!”
เวลานี้พลังปราณในร่างกายของเตี่ยนหานได้ผสานเข้าไปในเงาของดาบเล่มยักษ์แล้วเพียงชั่วพริบตาสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลันในอากาศราวกับสามารถทำให้ฟากฟ้าต้องฉีกขาดก็ไม่ปาน
วิชายุทธ์ระดับอักษรหง ทั้งยังอยู่ในระดับสูงด้วย!
ผู้คนทั้งหลายที่มองไปยังเงาดาบนั้นต่างก็กลั้นหายใจและเหงื่อตกแทนเมิ่งฝานไปตามๆกันอีกด้วย เพราะเมื่อเงาดาบอันแข็งแกร่งเช่นนี้ปรากฏขึ้นคล้ายดั่งว่าแม้แต่จอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณระดับสูงที่แข็งแกร่งก็ยังไม่กล้ารับมือโดยตรง
ราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานการที่เขาไม่ยำเกรงต่อผู้ใดในทะเลทรายถามู่มานานถึงเพียงนี้ได้เพราะมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเมื่อเงาดาบนั้นฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า ฝ่ามือของเมิ่งฝานที่ยืนอยู่กับที่พลันขยับแล้วนำทวนหยินหยางมาป้องกันไว้เบื้องหน้าพลังปราณของเขาถาโถมพร้อมกับร่างกายซึ่งมีแสงสีทองเปล่งประกาย
ตู้ม!
เมื่อดาบนั้นฟาดฟันลงมาก็ทำให้พื้นเบื้องล่างแตกร้าวรอยดาบอันเด่นชัดปรากฏขึ้นเป็นร่องลึกขนาดยักษ์บนพื้น รอยที่ดูเหมือนรอยร้าวแห่งนรกนั้นมีขนาดถึงสิบกว่าเมตร!
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้ล้วนแต่เป็นผลมาจากพลังดาบเมื่อครู่ทั้งสิ้น!
เตี่ยนหานยืนอยู่กับที่พร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเสียงหนักต่อให้เป็นเขาที่ต้องปล่อยพลังทรงอานุภาพเช่นนี้ออกมาก็ยังรู้สึกว่าต้องใช้แรงอย่างยิ่งทำให้อานุภาพแห่งพลังในร่างกายหมดสิ้นไปกว่าครึ่ง!
“เจ้าคนผู้นั้นต้องตายแน่!”
“ใช่แล้วตอนที่ดาบของท่านราชาจิ้งจอกโด่งดังเขายังไม่เกิดด้วยซ้ำไป!”
บรรดาผู้คนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะที่อยู่โดยรอบล้วนแต่มองไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้าทั้งสิ้นนัยน์ตาของพวกเขาเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยความมั่นใจทว่าในวินาทีต่อมารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้ากลับแข็งทื่ออย่างชะงักงันเพราะนอกจากร่องรอยของดาบที่ปรากฏขึ้นมาแล้วนั้นบนพื้นก็ยังมีเงาร่างของคนผู้หนึ่งอยู่ด้วย
กล้ามเนื้อบนกายปูดนูนร่างกายไม่ไหวติง นัยน์ตาเย็นชาของเมิ่งฝานคู่นั้นมองไปยังเตี่ยนหาน ยามนี้นอกจากฝุ่นควันที่เกาะอยู่บนร่างแล้วก็ไม่มีสิ่งใดแม้แต่รอยเลือด
ทั้งที่พลังของอีกฝ่ายเป็นอานุภาพของวิชายุทธ์ระดับอักษรหงขั้นสูงทว่าเขากลับสามารถทนรับไว้ได้อย่างง่ายดาย!
ในชั่วพริบตานี้แม้แต่เตี่ยนหานก็ยังมองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจรวมถึง...สะพรึงกลัว!
บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ทั้งที่อายุยังน้อย!
เตี่ยนหานยังไม่ได้ทำสิ่งใดเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าเขากระตุกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นเสียงดังอย่างเยือกเย็น “เจ้าลงมือไปแล้วแต่ข้า....ยัง!”
เสียงนี้ราวกับพลังสายฟ้าก็ไม่ปานขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าพร้อมกับพลังแห่งความร้ายกาจที่เพิ่มพูนขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง
วิชากายามหาธาตุนี้แข็งแกร่งทรงพลังอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิดแม้ในยามนี้เมิ่งฝานจะอยู่ในขั้นแรกแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้เตี่ยนหานจะเข้าโจมตีอย่างสุดกำลังแต่เมิ่งฝานก็ยังสามารถรับมือได้อาศัยความแข็งแกร่งของตนเองในยามนี้เมิ่งฝานก็รู้ว่าอาจจะสามารถทำลายก้อนหินหรือฉีกร่างของสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าได้แล้วด้วยซ้ำไป!
แม้ว่าตนเองจะไม่อาจทำให้อานุภาพของมันพัฒนาไปถึงระดับที่คล้ายดั่งราชาสัตว์อสูรแต่หากเป็นสัตว์อสูรระดับห้าทั่วไปก็อาจไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่งดั่งเช่นเมิ่งฝานในยามนี้ด้วยซ้ำไป
เมื่อฝ่ามือของเขาขยับเงาร่างของฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า เมื่อมันปรากฏขึ้นก็พร้อมที่จะดิ่งลงมาจากเบื้องบนดุจดั่งเมฆสีดำทมิฬภายในแฝงไปด้วยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
แล้วในวินาทีต่อมาฝ่ามือขนาดใหญ่ในอากาศพลันดิ่งลงมาจากฟากฟ้าพร้อมกับเสียงอันเยือกเย็น “มหาหัตถ์สยบมาร!”
วิชาหัตถ์ดังกล่าวนั้นเมื่อร่างกายของเมิ่งฝานพัฒนาขึ้นมาอยู่ในขั้นที่น่าสะพรึงเช่นนี้ก็ทำให้มันขึ้นมาอยู่ในขั้นต้นแล้วอานุภาพอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับกลิ่นอายพลังอันเก่าแก่โบราณ ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน ดิ่งลงมาหาเตี่ยนหานดั่งน้ำตกก็ไม่ปาน
แม้ว่าสติของเขาจะเลือนรางจากการกลายร่างแต่สัญชาตญาณก็ยังบอกว่าความตายกำลังมาเยือน เขาพลันล่าถอยไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่หยุดพักในทันใดทว่ามหาหัตถ์สยบมารในอากาศนั้นกลับมีอาณาเขตปกคลุมกว้างใหญ่อย่างยิ่ง
เมื่อนิ้วทั้งห้าหุบลงก็คล้ายดั่งขุนเขาอันยิ่งใหญ่ดิ่งลงมาจากฟากฟ้า
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณในชั่วพริบตานี้พื้นเบื้องล่างซึ่งมีเขาเป็นศูนย์กลางพลันแตกร้าวเป็นวงกว้างหัวใจของผู้คนทั้งหลายสั่นสะท้านพลางล่าถอยออกไปไกล
บนพื้นนั้น มีรอยฝ่ามือขนาดยักษ์ขนาดถึงสิบกว่าเมตรปรากฏขึ้นที่ใจกลางของมันก็คือเตี่ยนหานที่เวลานี้เหลือเพียงศีรษะที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นเพราะร่างกายล้วนแต่จมลงไปในดินแล้ว
หนึ่งฝ่ามือ กระดูกในร่างกายของเตี่ยนหานแหลกสลายทำให้เขาต้องตายทั้งเป็น!
ราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานแห่งทะเลทรายถามู่ผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด...ถูกสังหารไปอย่างไม่น่าเชื่อ!
ในชั่วพริบตานี้ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และมองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อภาพเหตุการณ์ที่ราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานต้องตายอยู่ภายใต้เงื้อมมือของบุรุษหนุ่มที่ไม่ได้มีชื่อเสียงก้องไกล
ท้องฟ้าของทะเลทรายถามู่แห่งนี้...กำลังจะเปลี่ยนไป!
ผู้คนทั้งหลายต่างก็รู้ว่ากองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีที่มีเมิ่งฝานจะต้องเหนือกว่ากลุ่มจิ้งจอกโลหะเป็นแน่ในยามนี้เมื่อประมุขของกลุ่มจิ้งจอกโลหะตายลงไปแล้ว อีกไม่เกินสามวันก็จะสิ้นสลายแล้วสิ่งที่มาแทนก็คือผู้ยิ่งใหญ่ที่มีเพียงผู้พิทักษ์ราตรีเท่านั้น!
สิ่งที่กลุ่มจิ้งจอกราตรีไม่อาจทำได้เกรงว่าคงไม่ยากเกินความสามารถของผู้พิทักษ์ราตรี!
ในชั่วพริบตานี้สีหน้ากำลังพลของกลุ่มจิ้งจอกโลหะดูราวกับใกล้ตายก็ไม่ปานพวกเขายืนอยู่เช่นนั้นด้วยความตกตะลึงนึกไม่ถึงว่าราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานที่เป็นดั่งตำนานจะต้องมาสิ้นชีพไปเช่นนี้ ดูท่าบุรุษหนุ่มที่ได้เผชิญในเวลานี้จะต้องมีศักยภาพที่น่าสะพรึงดั่งราชสีห์ที่สามารถฉีกร่างของกลุ่มจิ้งจอกได้โดยง่าย!
เมิ่งฝานยืนอยู่กับที่แล้วถอนหายใจออกมาเสียงดังเขาเองก็สูญเสียพลังในร่างกายไปไม่น้อยเช่นกันแต่ในเวลาต่อมาเขาก็ก้าวเดินไปเบื้องหน้าและกวาดตามองไปทั่วบริเวณก่อนจะเอ่ยเสียงดัง“ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าว่าจะยอมศิโรราบ...หรือตาย!”
กลุ่มจิ้งจอกโลหะนั้นเคยเป็นกลุ่มทหารรับจ้างอันดับหนึ่งแห่งทะเลทรายถามู่ฉะนั้นแล้วจะต้องมียอดฝีมืออยู่จำนวนไม่น้อยเป็นแน่ เมิ่งฝานเองก็ไม่ได้คิดที่จะปล่อยให้คนพวกนี้หลุดมือไปจะต้องชักจูงมาเป็นพวกของตนเองให้หมด
หากเป็นเช่นนั้นย่อมเป็นการสร้างกำลังพลที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาถึงขั้นที่เขาอาจจะสามารถสร้างอิทธิพลของตนเองขึ้นในอาณาจักรต้าก้านหรืออาจจะยิ่งใหญ่ถึงระดับพรมแดนจตุทิศ!
ซึ่งแน่นอนว่ายามนี้เมิ่งฝานทำได้เพียงคิดเท่านั้นสิ่งที่ต้องทำในเวลานี้ก็คือทำให้กำลังพลทั้งหมดของกลุ่มจิ้งจอกโลหะยอมศิโรราบแก่ตน!
เมื่อได้ยินในสิ่งที่เมิ่งฝานเอ่ยออกมาสีหน้ากำลังพลของกลุ่มจิ้งจอกโลหะต่างก็เปลี่ยนไปจากนั้นมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยอมสละอาวุธในมือแล้วเตรียมตัวยอมแพ้
แต่ในจำนวนนั้นก็มีผู้ที่จงรักภักดีต่อกลุ่มจิ้งจอกโลหะอยู่จำนวนไม่น้อยและเมิ่งฝานก็หาได้มีความชอบในผู้คนเหล่านั้นไม่ จึงลงมือสังหารในทันใด!
ความสำเร็จของนายพลผู้หนึ่งล้วนแต่ต้องแลกมากับการสละชีพของผู้คนมากมายการเข่นฆ่าเพื่อความสำเร็จนั้นถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้!
ภายใต้อานุภาพของเมิ่งฝานคนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะนอกเหนือจากส่วนน้อยที่ไม่ยอมจำนน ต่างก็ยอมสละอาวุธยอมศิโรราบและเข้าร่วมกับกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีทั้งสิ้น
เพราะถึงอย่างไรการจงรักภักดีต่อกลุ่มจิ้งจอกโลหะที่สูญสิ้นอำนาจไปนั้นหาได้มีอนาคตที่ดีเลิศเท่าการเข้าร่วมกับกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีไม่!
เมื่อคนพวกนั้นประกาศว่ายอมจำนนเหตุการณ์ในลานฝึกยุทธ์แห่งนี้ก็ค่อยๆสงบลง แต่สีหน้าของพวกเขาทั้งหลายล้วนแต่แฝงไปด้วยความตกตะลึงทั้งสิ้น
ขณะเดียวกันทุกคนต่างก็รู้ดีว่าข่าวนี้จะต้องแพร่กระจายออกไปทั่วทะเลทรายถามู่อย่างรวดเร็วเป็นแน่เมื่อถึงยามนั้นชื่อเสียงของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีจะต้องดังก้องไปทั่วหล้า!
ท่ามกลางหอไม้ ในห้องโถงอันกว้างใหญ่
ยามนี้บุคคลสำคัญของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าทั้งหลินถัง เสวี่ยไต้เอ๋อร์ และคนอื่นๆ ส่วนเมิ่งฝานก็นั่งอยู่ที่นี่เพื่อทำการฟื้นฟูพลังปราณภายในร่างกายตนเองด้วย
การต่อสู้ในครั้งนี้เขาสูญเสียพลังไปไม่น้อยแต่มันก็คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เขาสามารถควบคุมการใช้พลังกายามหาธาตได้มากขึ้นแล้วซึ่งมันก็ได้กลายเป็นไพ่ราชาอันร้ายกาจดุดันอีกใบของเมิ่งฝานแล้ว
ความจริงแล้วหากอาศัยพลังของเมิ่งฝานในยามนี้คงไม่อาจสังหารเตี่ยนหานได้ในฝ่ามือเดียวแน่แต่เพราะได้รับพลังของกายามหาธาตุจึงทำให้ความแข็งแกร่งของร่างกายเมิ่งฝานพัฒนาขึ้นอย่างมากศักยภาพก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมราวหนึ่งเท่าตัว!
แน่นอนว่าเมิ่งฝานสามารถรักษาสภาพความแข็งแกร่งนี้เอาไว้ได้เป็นเวลาเพียงครึ่งก้านธูปเท่านั้นเมื่อเวลาหมดลงพลังในร่างกายก็จะสูญสิ้นไปอย่างมากมายและไร้ซึ่งกำลังที่จะสู้ต่อไป!
มีได้ย่อมต้องมีเสีย แต่หากขึ้นไปอยู่ในขั้นปัญจปราณระดับสูงก็คงจะไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป!
แล้วในขณะที่เมิ่งฝานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นหลินถังและคนอื่นๆ ก็กำลังคุกเข่าข้างเดียวลงบนพื้นพร้อมเอ่ยเสียงเข้ม “ท่านแม่ทัพ!”
เมิ่งฝานเงยหน้าแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปเสียงเข้ม“หลินถัง และพวกเจ้าทุกคน คิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”
หลินถังสบตากับเมิ่งฝานแล้วเอ่ยเสียงเข้ม“พี่ใหญ่ตอนนี้พี่น้องทั้งหลายล้วนแต่นับถือท่านทั้งกายและใจ ล้วนแต่หวังว่าท่านจะอยู่ที่กองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีในตำแหน่งแม่ทัพ!”
ผู้คนที่เหลือต่างก็พยักหน้า หากได้ผู้ที่สามารถสังหารราชาจิ้งจอกโลหะอย่างเตี่ยนหานมาเป็นแม่ทัพจริงๆเกรงว่านับจากนี้อีกหนึ่งปีก็คงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเหิมเกริมกับกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีแล้ว!
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานจึงยิ้มเจื่อนก่อนจะเอ่ยอย่างจนปัญญา “ขออภัยด้วยจริงๆ หลินถัง เจ้าเองก็คงจะรู้ดีว่าสิ่งที่ข้าต้องการไม่ได้อยู่ที่นี่...”
เมื่อได้ยินดังนั้นเสวี่ยไต้เอ๋อร์ก็กัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “ท่านแม่ทัพ ท่านมีโทสะเพราะคำพูดของข้าใช่หรือไม่?ตอนนี้ข้าเสวี่ยไต้เอ๋อร์ต้องขออภัยท่านเป็นอย่างยิ่งและขอบคุณที่ท่านช่วยล้างแค้นสังหารบิดาให้แก่ข้า คิดจะสังหารหรือทำสิ่งใดก็ตามแต่ท่านจะพอใจทุกอย่างเป็นเพราะข้าเสวี่ยไต้เอ๋อร์นั้นมีตาแต่หามีแววไม่!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นเสวี่ยไต้เอ๋อร์ก็เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีที่คล้ายดั่งยอมให้เมิ่งฝานจัดการได้ตามอำเภอใจ
ไม่มีผู้ใดในทะเลทรายถามู่ที่สามารถทำให้นางผู้ทะนงตนยอมทำถึงเพียงนี้ได้
เมิ่งฝานยิ้มแห้งก่อนจะเอ่ยอย่างจนปัญญา“ข้าไม่กล้าหรอกนะเจ้าเป็นถึงผู้ที่คนของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีรักใคร่เลยไม่ใช่หรือไรเจ้าเข้าใจข้าผิดแล้วล่ะ ที่ข้าไม่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เป็นเพราะข้าต้องบำเพ็ญตนข้าได้ให้สัญญาเอาไว้ว่าสองปีหลังจากนี้จะบุกขึ้นไปหาพรรคเหมันต์สวรรค์และจะเอาชนะจอมยุทธ์ชนรุ่นหลังทุกคนของพรรค!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นความเงียบงันพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณสีหน้าของหลินถังและคนอื่นๆ ล้วนแต่มีความตกตะลึงปรากฏ การที่อาศัยพลังของตนเองท้าประลองกับจอมยุทธ์บุรุษสตรีทุกคนของพรรคเหมันต์สวรรค์นั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีความกล้าอันมหาศาล!
เพียงความกล้านี้ก็ทำให้หัวใจของผู้คนทั้งหลายสั่นสะท้านแล้วพวกเขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเมิ่งฝานจึงไม่ยอมเป็นแม่ทัพของกองกำลังผู้พิทักษ์ราตรีความต้องการที่เขาเฝ้าฝันมีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นซึ่งผู้ที่มีความต้องการเช่นนี้ก็หาใช่สิ่งที่วัตถุปลุกเร้าภายนอกจะสามารถผูกพันธะได้ไม่!