ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 61 ความล้ำเลิศของยันต์ล่องหน

            นางใช้ยันต์ล่องหนหนึ่งแผนลอบแฝงตัวกลับเข้ามาเงียบเชียบเดิมทีคิดพุ่งเป้าหมายไปที่หมูเทพใครเลยจะรู้ว่านางบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างชิวหลิงและสหายเสียก่อน

            คิดจะลอบกัดนางหรือ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะถูกลอบกัดด้วย!

            ตบหน้าจนสาแก่ใจ ฉวยโอกาสที่ทุกคนต่างพุ่งความสนใจไปที่ชิวหลิงนางรีบพุ่งไปยังฝูงหมูเทพ

            หมูเทพหนึ่งร้อยตัวเชียว! ทำหมูสามชั้นในน้ำซอสได้กี่จานกันนะ

            ดวงตาทั้งคู่ของนางเปล่งประกาย

            ทางด้านนี้ทุกคนยังคงกำลังปลอบประโลมชิวหลิง พลันได้ยินเสียงร้องของฝูงหมูเทพที่ดังขึ้นมาพวกเขามองไปเห็นเพียงฝูงหมูเทพที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดำๆนั้นลดเหลือเพียงครึ่งเดียว อีกทั้งจำนวนยังลดลงเรื่อยๆ อีกด้วย

            “เกิดอะไรขึ้น”

            “หมูเทพหายไปไหน”

            “เจอผีโดยแท้!”

            ทุกคนมีสีหน้าร้อนใจ โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่หน้าเผือดขาวพวกเขาต้องเสียพลังลมปราณไปมากมายเพียงใดจึงจะควบคุมหมูเทพหนึ่งร้อยตัวนี้ได้เพียงแค่พริบตาก็หายไปอย่างหาเหตุผลไม่ได้ พวกเขาจะชี้แจงกับไท่จื่ออย่างไร

            “เร็วเข้า รีบไปจับตาดูหมูเทพที่ยังเหลืออยู่ไว้ให้ดี!”

            เฟิ่งเฉี่ยนกำลังสนุกสนานอย่างสุดขีด มือซ้ายหิ้วหมูเทพหนึ่งตัวมือขวาถือหมูเทพตัวหนึ่ง มือทั้งคู่จับหมูเทพพร้อมๆ กัน ไม่มีเวลาหยุดหย่อนกระทั่งสุดท้ายนางเพลิดเพลินจนลืมเวลาเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพบว่าตนเองถูกล้อมเอาไว้เสียแล้ว!

            ที่แท้แม้นางจะล่องหนได้ แต่หากสังเกตตามจำนวนหมูเทพที่ลดน้อยลงไปเหล่ายอดฝีมือย่อมมองออกถึงพิรุธ วงล้อมที่รายล้อมจึงเล็กลงเรื่อยๆและล้อมนางเอาไว้อย่างรวดเร็ว!

            เฟิ่งเฉี่ยนหยุดมือทันที นางกลั้นลมหายใจไม่เคลื่อนไหว

            เสียงฟ่านฟ่านดังขึ้นในสมองของนางตอนนี้เอง [เจ้านายยันต์ล่องหนยังทำงานอีก 20 วินาที 19 วินาที 18 วินาที 17 วินาที...]

            เฟิ่งเฉี่ยนร้อนใจดั่งไฟสุมกับเวลาที่ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ เมื่อหมดเวลา นางย่อมจะปรากฏกายต่อหน้าทุกคน พวกเขาไม่มีทางปล่อยนางแน่ทำอย่างไรดี

            เหงื่อเม็ดโต ขนาดเท่าเมล็ดถั่วไหลลงมาจากหน้าผาก

            รู้เช่นนี้แต่แรกก็ควรจะหยุดมืออย่างพอควร...

            แต่เมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าเหลือหมูเทพเพียงไม่ถึงสิบตัวหากไม่เก็บพวกมันไปให้หมด นางก็รู้สึกหัวใจคันยุบยิบ ทนไม่ได้นี่นา!

            “วางค่ายกล!”

            “ไม่ว่ามันจะเป็นคนหรือเป็นผี จะต้องจับตัวมันออกมาให้ได้!”

            “ดึงตาข่าย!”

            เหล่ายอดฝีมือกดดันเข้ามาทีละก้าวๆ ปากตาข่ายรัดแน่นขึ้นทุกทีๆ...

            ในวินาทีวิกฤติ เฟิ่งเฉี่ยนพลันนึกอะไรได้ นางคว้าพริกป่นออกมาจากลิ้นชักแล้วสาดเข้าไปที่ดวงตาของยอดฝีมือเหล่านั้น!

            หนึ่งกำมือ สองกำมือ สามกำมือ...

            นางฟ้าโปรยบุปผา!

            “อ๊ากก!”

            “ดวงตาของข้า!”

            “ให้ตายเถอะ ข้าเผ็ดจะตายอยู่แล้ว!”

            ฉวยโอกาสที่เหล่ายอดฝีมือกำลังตกอยู่ในความอลหม่านเฟิ่งเฉี่ยนเร่งมือทำเวลาเก็บหมูเทพที่เหลือเข้าไปในลิ้นชักของนาง จากนั้นหนีไปจากตรงไหนโดยไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว...

            [5 วินาที 4 วินาที 3 วินาที...]

            ไกลออกไปเห็นเงาร่างสีดำร่างหนึ่งลากเงาร่างยาวๆรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดวิ่งผ่านป่าไม้และพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต!

            รอเมื่อเหล่ายอดฝีมือมองเห็นได้เป็นปกติเมื่อช้อนตาขึ้นอีกครั้งพบว่าหมูเทพหายไปหมดแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวแต่ละคนมีสีหน้าแทบสิ้นสติ!

            “แย่แล้ว คราวนี้แย่แล้ว!”

            อาจารย์ผู้ฝึกสัตว์คนหนึ่งนั่งแปะลงกับพื้น

            อาจารย์ผู้ฝึกสัตว์คนอื่นๆ มีสีหน้าเขียวคล้ำ สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

            ชิวหลิงหันไปมองนางเห็นเงาร่างสีดำวิ่งหนีไปทางด้านนั้นอย่างรวดเร็วซ้ำยังมีหมูตัวหนึ่งด้วยนางจึงร้องเสียงดัง “นางอยู่ที่นั่น เร็วเข้า รีบตามไป--”

            เหล่ายอดฝีมือมีสีหน้าเคร่งเครียด ไล่ตามไปอย่างเดือดดาล

            เฟิ่งเฉี่ยนซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ที่มีกิ่งก้านหนาแน่นมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งเต็มไปด้วยไอสังหารวิ่งผ่านใต้ต้นไม้ไปนางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยล้วนกล่าวว่าสถานที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอยภัยที่สุด เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

            รอเมื่อคนทั้งหมดผ่านไปหมดแล้ว นางจึงค่อยๆ ปีนลงมาจากต้นไม้แล้ววิ่งย้อนกลับไปอีกทางหนึ่ง

            วิ่งมาได้ครึ่งทางพลันได้ยินเสียงร้องคำรามสะเทือนเลือนลั่นดังมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้กระทั่งแผ่นดินยังเกิดอาการสั่นไหว เฟิ่งเฉี่ยนมีสีหน้าตื่นตะลึง“หรือเป็นสัตว์ประหลาดในถ้ำเมฆาอัคคี”

            ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป นางมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงนั้นทันที

            ด้านนอกถ้ำเมฆาอัคคีเซวียนหยวนเช่อและมู่หรงจื่ออวิ๋นกำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดสัตว์ประหลาดตัวนั้นท่าทางดุร้าย บนหัวของมันมีเขาร่างของมันทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยเกล็ด ยังมีหางอีกด้วย ในปากพ่นไฟได้มันก็คือกิเลนไฟตัวหนึ่งนั่นเอง

            คนทั้งสองปะทะกับกิเลนไฟเป็นร้อยกระบวนท่าแต่ยังคงไม่อาจเข้าไปในถ้ำได้แม้แต่ก้าวเดียว

            มู่หรงจิ่งเทียนมาถึงในเวลานี้เอง มู่หรงจื่ออวิ๋นยินดีปรีดานางหันมากวักมือเรียกเขาทันที “เสด็จพี่ ท่านมาได้จังหวะเหมาะพอดี รีบมาช่วยข้า!”

            มู่หรงจิ่งเทียนดึงกระบี่แล้วเหินเข้ามาอย่างรวดเร็ววินาทีที่เขากำลังจะมาถึงตัวปลายกระบี่ของเขากลับเปลี่ยนทิศทางหันไปแทงเข้าใส่เซวียนหยวนเช่อ

            มู่หรงจื่ออวิ๋นหน้าซีดเผือด นางร้องตะโกน “เสด็จพี่ ท่านทำอะไร”

            เซวียนหยวนเช่อกลับเตรียมป้องกันตัวไว้แต่แรกแล้วเขาดึงกระบี่ออกมารับคำท้าเช่นกัน

            ชั่ววินาทีนั้น แสงจากดาบและกระบี่ปะทะกันจนเกิดสะเก็ดประกายไฟ

            มู่หรงจิ่งเทียนยิ้มเย็นชา “จื่ออวิ๋น เจ้าไร้เดียงสาเกินไป เจ้าคิดว่าข้ามาช่วยเจ้าด้วยความจริงใจเช่นนั้นหรือ”

            มู่หรงจื่ออวิ๋นไม่เข้าใจ “เสด็จพี่ ท่านกำลังพูดอะไรกันแน่”

            มู่หรงจิ่งเทียนแค่นฮึเสียงเย็น “ไฉนเจ้าจึงไม่ลองถามเขาดูเล่าว่าเหตุใดเขาจึงเดินทางมายังป่าหมอกดำแห่งนี้”

            หัวใจของมู่หรงจื่ออวิ๋นหล่นวูบ นางหันไปมองเซวียนหยวนเช่อ “อาเช่อหรือเจ้าก็มาเพื่อ...”

            เซวียนหยวนเช่อพูดด้วยสีหน้ายากจะแยกแยะอารมณ์ “ถูกต้องข้ามาเพื่อเชื้อไฟจุดวิญญาณ!”

            มู่หรงจื่ออวิ๋นยิ้มขื่นนางปรารถนาให้เขาพูดเท็จกับนางก็ยังดีกว่าเขาเปิดอกพูดจากับนางเช่นนี้ช่างไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย

            “อาเช่อ เชื้อไฟจุดวิญญาณมีความสำคัญต่อข้ามากท่านมอบมันให้กับข้าได้หรือไม่”

            เซวียนหยวนเช่อรับมืออย่างมีสมาธิทว่ากลับตอบนางด้วยน้ำเสียงหนักแน่นยืนกรานโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ามา “ไม่ได้!”

            มู่หรงจื่ออวิ๋นยิ้มฝาดเฝื่อน และเงียบงันไปในที่สุด

            มู่หรงจิ่งเทียนกลับออกกระบวนท่าหมายเอาชีวิตทุกย่างก้าวคมกระบี่เฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “จื่ออวิ๋นเจ้ายังไม่ยอมถอดใจอีกหรือ นับตั้งแต่วันที่เขาไปจากเมืองหลวงเขาก็ไม่ใช่เซวียนหยวนเช่อคนเดิมอีกแล้ว! เซวียนหยวนเช่อ เปิ่นไท่จื่อเคยบอกกับเจ้า ระหว่างเจ้าและข้ามีเพียงคนเดียวที่จะมีชีวิตรอด! ไม่ใช่เจ้าตายก็เป็นข้าที่มอดม้วย!”

            เซวียนเหยวนเช่อรับมือด้วยความสุขุม สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงและตอบเสียงเย็น“เจ้าในตอนนี้ ยังไม่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเจิ้น! รอให้เจ้าขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่นเสียก่อนค่อยมาดวลกับเจิ้น!”

            คำพูดของเซวียนหยวนเช่อยั่วโทสะมู่หรงจิ่งเทียนเขาตวัดแขนขวาพร้อมกับตวาดเสียงดัง “รับความตายเถอะ เคลื่อนย้ายจันทราดารา—“เริ่มการโจมตีครั้งใหม่...

            เซวียนหยวนเช่อไม่หลบหลีก เขาต้านรับกระบี่นั้นด้วยกระบวนท่า“มังกรขาวท่องสมุทร--”

            เฟิ่งเฉี่ยนรีบรุดมาถึงด้านนอกถ้ำเมฆาอัคคี นางมองจากไกลๆเห็นเงาร่างของคนทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด คนหนึ่งสวมชุดผ้าแพรสีดำนั่นก็คือมู่หรงจิ่งเทียนที่นางได้พบก่อนหน้านี้อีกคนหนึ่งสวมชุดลำลองสีขาวเงินยวง ทั้งๆ ที่เป็นสีที่แสนจะอบอุ่นทว่ากลับแผ่กระจายออกมาเป็นเซวียนหยวนเช่อในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ!

            เอ๊ะ? เหตุใดพวกเขาทั้งสองคนจึงมาต่อสู้กันได้

            แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว คนทั้งสองประมือกันอย่างเอาเป็นเอาตายทว่าเซวียนหยวนเช่อกลับดูใจเย็นสุขุม และอยู่เหนือกว่า ส่วนมู่หรงจิ่งเทียนนั้นกดดันทุกกระบวนท่าเขาคิดจะสลัดอีกฝ่ายให้หลุด แต่กลับทำได้ไม่ง่ายดาย

            ที่ทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือความสามารถของพวกเขาอยู่เหนือการคำนวณของระบบระบบไม่อาจอ่านขีดความสามารถและพลังการสู้รบของพวกเขาได้

            ห่างจากคนทั้งสองไม่ไกล องค์หญิงจื่ออวิ๋นมองดูทุกอย่างด้วยความร้อนรนสีหน้าเคร่งเครียด

            ต่อมา เฟิ่งเฉี่ยนเห็นกิเลนไฟตัวนั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ!

            นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดอะไรกัน ถึงกับมีขนาดใหญ่โตมโหฬารเช่นนี้

            เห็นมันฟุบร่างอยู่ปากถ้ำ ดวงตาดุร้ายคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่คนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอยู่อย่างเงียบๆราวกับกำลังรอโอกาสที่จะลอบโจมตี

            หลังจากความตื่นตระหนกผ่านพ้นไป ดวงตาของเฟิ่งเฉี่ยนกลอกไปมานี่คือโอกาสอันดียิ่ง!

            ฉวยโอกาสที่พวกเขากำลังต่อสู้กัน นางลอบเข้าไปในถ้ำขโมยเชื้อไฟจุดวิญญาณโดยที่ไม่มีใครรู้อย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592