ลูคัสเฝ้ามองคนที่นอนหลับไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแปลกๆทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกแท้ๆ เขาสะบัดหัวไปมาเบาๆเพื่อไล่ความรู้สึกอันแปลกประหลาดนั้นออกไป ก่อนจะลุกออกจากเตียงนอนอย่างช้าๆเมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ลูคัสเปิดและปิดประตูเบาๆก่อนจะรับรู้ได้ถึงใครบางคนที่มาอยู่เื้ั เขาจึงหันกลับไปเพื่อเผชิญหน้า
“เ้ามาทำอะไรที่นี่”ลูคัสเอ่ยปากถามออกไป เมื่อหันกลับมาแล้วเจอคนคุ้นเคย อย่างเอรีน่าอดีตคนรักของเขาเอง
“ท่านหายไปนานมากข้าแค่มาดูให้แน่ใจว่าเป็ท่านจริงๆ ลูคัส”
“เห็นแล้วเ้าก็ควรกลับไปในที่ของเ้าซะ”
“ท่านกลัวหรือลูคัสเซียส”เขาที่กำลังจะเดินผละออกไปโดยไม่อยากจะสนใจก็จำเป็ต้องหยุดชะงัก
“อย่าเรียกชื่อนั้นเพราะเ้าของชื่อได้ตายไปแล้ว”
“จะตายได้อย่างไรในเมื่อท่านก็ยืนอยู่เบื้องหน้าข้าตอนนี้!”เพียงวูบเดียวเอรีน่าก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลูคัสอีกครั้งพร้อมน้ำเสียงที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆเขาเหลือบสายตาไปมองทางประตูห้องแวบหนึ่งราวกับกลัวว่าคนภายในจะตื่นขึ้นมาทั้งที่เพิ่งหลับไปไม่นาน
“เอรีน่าอย่าลืมว่าตอนนี้เ้าอยู่ในฐานะใด เ้าไม่ใช่เอรีน่าผู้นั้นที่ข้าเคยรักอีกแล้วแต่เ้าคือเมียของท่านพ่อของข้า ซึ่งมีศักดิ์เป็แม่ข้าอีกทีหวังว่าเ้าจะไม่ลืมความเป็จริงในข้อนี้” เพียงเท่านั้น เขาก็กางอาณาเขตป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนคนที่นอนหลับอยู่ภายในแล้วเดินจากไปทิ้งให้เอรีน่าได้แต่ยืนกำมือแน่นตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
….
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่แต่พอคริสตัลลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่พบเจอใครแล้ว มีอีกอย่างหนึ่งที่ั้แ่เข้ามาในแดนมืดนี้เขาพึ่งสังเกตเห็นนั้นคือแผลของตัวเอง ั้แ่เข้ามาในแดนมืดแผลที่ขาก็เริ่มหายดีขึ้นทั้งๆที่นี่ก็เพิ่งจะผ่านมาเพียงแค่สองคืนเท่านั้น ถ้าเป็ที่เขตเมืองมนุษย์ปกติแผลขนาดนี้ต้องใช้เวลาเป็อาทิตย์มันถึงจะตกสะเก็ดแล้วหายดี
“ไง ตื่นแล้วเหรอ”คริสตัลสะดุ้งกับเสียงร่าเริงที่ดังขึ้นจากข้างเตียงนอน พอหันกลับไปดูก็เจอกับใครบางคนไม่ใช่สิต้องบอกว่าแวมไพร์บางตนจะดีกว่า
“คุณเป็ใครครับ”คริสตัลเลือกที่จะถามออกไปอย่างสุภาพ เนื่องจากที่เจอกับวินเซนต์บ่อยกว่าคนอื่นเขาเลยคลายความกลัวไปได้บ้าง
“อ่าข้าต้องแนะนำตัวสินะ ข้าชื่อ ซีโน่ซาราฟ ซาเปซ ดรากูลาเบียเป็น้องเล็กสุดในบรรดาพี่น้องผู้ชายของท่านพี่ลูคัสเรียกข้าซีโน่ก็ได้นะข้าไม่ถือหรอก มันหนัก”
“อุ๊บส์ ฮ่าๆ”
“ว้าวเ้ายิ้มแล้ว” คริสตัลรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบแถมยังยิ้มกว้างดีใจที่เขายิ้มและหัวเราะให้กับการแนะนำตัวของตัวซีโน่อีกด้วย
“ครับยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อคริสตัล”
“ข้าพอรู้ชื่อของเ้าบ้างแล้วละว่าแต่แผลที่ขาของเ้าหายเร็วดีนี่ แปลกแฮะ ปกติมนุษย์แผลจะหายช้าไม่ใช่เหรอ?หรือข้าเข้าใจผิด?” อีกฝ่ายมานั่งอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะเปิดผ้าห่มออกแล้วดูขาข้างที่เป็แผลของเขาก่อนจะอุทานออกมาด้วยความสงสัย
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันตอนเด็กๆผมก็เคยมีแผลนะครับ แต่หายช้ามากแต่พอตอนนี้เข้ามาอยู่ดินแดนของพวกคุณมันกลับหายเร็วจนน่าใ” เขาอธิบายออกไป
“หรือว่าเพราะเ้าเป็ทายาทแห่งจันทราาแของเ้าจึงหายเร็วเมื่อเข้ามาสู่แดนมืดกัน มันก็สมมติฐานน่า”
“ว่าแต่องค์ชาย..”
“อย่าเรียกข้าว่าองค์ชายเลยเรียกข้าว่าซีโน่เถอะ จะได้สนิทกันไวๆไง”
“ว่าแต่ซีโน่เข้ามาในห้องตอนไหนเหรอครับเมื่อกี้ผมไม่เห็นใครเลยนะ?”
“ข้าแอบเข้ามานะเอาจริงๆแล้วไม่มีใครสามารถเข้ามาได้หรอกเพราะท่านพี่เล่นร่ายเวทป้องกันคนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้นะ แต่ว่าข้าเก่งไงเลยเจาะเวทป้องกันเข้ามาได้ ฮ่าๆ”
ปัง!!
เสียงประตูที่เปิดออกโครมใหญ่เรียกให้เราสองคนที่นั่งคุยกันอย่างสนุกสนานหันไปมองก่อนจะเห็นว่าใครกันที่เปิดประตูรุนแรงขนาดนั้น
“ซีโน่เ้าเข้ามาในห้องของข้าได้ยังไง” เสียงเรียบๆติดดุหน่อยๆแต่แววตาแลดูอ่อนโยนพูดขึ้นมาส่วนซีโน่ก็ทำได้แค่ยักไหล่ไม่ใส่ใจก่อนจะยิ้มเผล่ออกมาพลางขยิบตาให้
“ข้าเก่งไงท่านพี่เอาน่าข้าไม่ได้มากินคนของท่านพี่สักหน่อยข้าแค่แวะมาพูดคุยเพื่อทำความรู้จักเท่านั้นเอง”
“เฮ้อ เ้านี่มันจริงๆเลยนะ” ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเหลือบสายตามามองสบกับคริสตัลแวบหนึ่งแต่คริสตัลก็ทันสังเกตเห็นถึงประกายสีฟ้า ถึงจะแค่วูบเดียวก็เถอะ
“อ่าข้าเห็นแววตาท่านแล้ว งั้นข้าจะไม่กวนก็แล้วกัน เพราะข้าเองก็เริ่มหิวซะแล้วสิข้าไปก่อนนะคริสตัล หวังว่าเ้าจะหายเร็วๆแล้วข้าจะพาไปเที่ยวตลาดของแดนมืด ไปละ!”
เพียงแวบเดียวพื้นที่ข้างเตียงก็ไม่มีร่างของซีโน่แล้วตอนนี้ภายในห้องนอนจึงเหลือแค่เขากับลูคัสเท่านั้น
“ข้า… อ่า ช่างเถอะ นายควรพักผ่อน ฉันจะไปหา..”
“คุณ หิวเหรอ..”คริสตัลพูดขัดออกไปแต่สายตาก็ไม่ได้ละห่างไปไหนยังคงจ้องมองสบกับั์ตาสีดำเทาที่จู่ๆก็มีประกายสีฟ้าเปล่งแสงออกมา
“ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่ฉันกลัวจะห้ามตัวเองไม่ไหว”
“งั้นผมถามอะไรหน่อยได้ไหม”หลังจากที่อีกฝ่ายพยักหน้า คริสตัลก็กัดริมฝีปากก่อนจะพูดเอ่ยออกไป
“ปกติเวลาแวมไพร์กระหายั์ตาจะเป็สีอะไร”
“…สีแดง”
“แต่คุณมีสามสี”คริสตัลเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัยทันที ก็ในเมื่อเวลาปกติั์ตาของเขาจะเป็สีดำในที่มืดแต่ถ้ามองดีๆจะมีสีเทาอยู่ด้วย แต่ทว่าที่เห็นวันก่อนนั้นมันมีสีฟ้าที่เหมือนกับสร้อยคอของตัวเองที่เปล่งแสงออกมาแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันกลับกลายเป็สีแดงฉานอย่างน่ากลัว
“จริงๆแล้วฉันมีแค่สองสีแต่พอเจอนาย..”
“คุณจะบอกว่าที่ั์ตาของคุณมีสีฟ้านั้นเป็เพราะผมอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็คงจะใช่”คริสตัลมองลูคัสที่ทรุดนั่งลงที่ปลายเตียงนิ่งๆ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงห้องนี้ก็เป็ห้องของอีกฝ่ายอยู่แล้ว
คริสตัลขยับตัวนั่งดีๆอีกครั้งพลางครุ่นคิดถึงความฝันคราวก่อนที่ฝันถึงพ่อกับแม่ที่ล่วงลับไปแล้วบวกกับเื่เล่าเกี่ยวกับตำนานทายาทแห่งจันทราเขาคิดว่าตัวเองควรที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหล่าแวมไพร์อาจจะรวมไปถึงเหล่าเพื่อนมนุษย์โลกไปด้วยก็ได้เพราะแม่บอกว่ามันคือหน้าที่ที่เขาต้องทำ
คริสตัลกัดปากแน่นก่อนจะตัดสินใจเพราะยังไงเขาก็อยากที่จะจัดการเ้าตัวที่ฆ่าพ่อกับแม่ของตัวเองไป
“งั้นเรามาทำข้อแลกเปลี่ยนกันไหม”
“ยังไง”
“ผมจะให้เืคุณแต่คุณต้องจัดการพวกยูเปียร์ให้หมด” คริสตัลพูดออกไปโดยที่สายตาไม่ได้ละไปไหนเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าตัวเขาเองนั้นจริงจังกับคำพูดนี้มากแค่ไหน
“นายไม่กลัวเจ็บหรือยังไง?”
“กลัวสิแต่ถ้าคุณจะใจดี อื้อ!!” คริสตัลที่พูดยังไม่ทันจบดีทีก็ต้องเบิกตาโตเมื่อริมฝีปากของตัวเองโดนลูคัสบดจูบลงมา
“ขอโทษทีฉันห้ามตัวเองไม่ได้”เสียงแ่เบาพูดออกมาในตอนที่ผละออกจากริมฝีปากเขาไป
“ผมจะถามั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วว่าคุณจูบผมก่อนจะทำให้ผมอยู่ในร่างของค้างคาวทำไม”
“มันคือพันธะสัญญาที่แวมไพร์ทุกตัวต่างทำได้”
“แล้วคุณจูบผมตอนนี้ผมจะกลายเป็ค้างคาวไหม”คริสตัลถามออกไปด้วยความสงสัย
“ไม่เลยมันแค่เป็การจูบเพื่อให้พันธะมันเสร็จสมบูรณ์ถึงจะแค่ชั่วคราว”
“งั้นแสดงว่าคุณไม่เคยจูบใครเลยถ้าไม่้าเพื่อที่จะทำพันธะ?”
ลูคัสเงียบไปพักหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ผละตัวออกไปไหน ยังคงคร่อมทับร่างของเขาเอาไว้ และถ้าสังเกตไม่ผิดคือมีวูบหนึ่งที่ั์ตาคู่นั้นแสดงความเศร้าออกมา
“เคยสินะ”ไม่มีคำตอบหลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย คริสตัลเลยดันอกลูคัสออกไปเล็กน้อยซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรแต่เขากลับรู้สึกวูบไหวประหลาดหลังจากที่เดาคำตอบนั้นได้ เขาขยับตัวนั่งดีๆก่อนจะพูดมันออกไป
“แต่นั้นคือจูบแรกของผม ซึ่งคุณได้มันไป แต่ถ้ามันเป็เพราะต้องทำพันธะ งั้นผมก็เข้าใจ”คริสตัลนั่งก้มหน้าแล้วพูดออกไปด้วยเสียงแ่เบา แต่ถึงจะเบาแค่ไหน เขาก็คิดว่าลูคัสคงได้ยิน
เขาขยับแขนเสื้อขึ้นแล้วยื่นข้อมือไปเบื้องหน้าของลูคัสก่อนจะหันไปมองทางอื่น
“งั้นก็ทำมันให้เสร็จเถอะก็แค่เืเอง ถึงตายไปตอนนี้ผมก็ไม่ได้เสียดายอะไรหรอก” จู่ๆเขาก็รู้สึกอยากร้องไห้ออกมา
ไม่รู้สิ คืออาจจะเป็เพราะว่าไม่เคยมีความรู้สึกอะไรแบบนี้กับใครมาก่อนก็ได้
“เพราะยังไงตอนนี้ก็เหลือแค่ผมเพียงคนเดียว ถ้าเืของผมช่วยพวกคุณกำจัดพวกมันได้ ผมก็ยอม” คริสตัลยิ้มออกมาทั้งๆที่อยากร้องไห้ใจจะขาดแต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเป็อะไร ทั้งๆที่เขากับลูคัสก็พึ่งเจอกันก็แค่เสียจูบแรกไปโดยไม่ตั้งใจก็เท่านั้น
“ฉันขอโทษ คือฉัน…”
“ผมว่าคุณควรหยุดพูดแล้วก็กินมันผมรู้ว่าคุณทนไม่ไหวแล้ว” จบคำพูด ตัวของคริสตัลก็ถูกกดลงกับเตียงอย่างแรงโดยที่ั์ตาที่เริ่มมีแสงสีฟ้านั้นจ้องมองมาที่เขาอย่างเครียดเกร็งคิ้วที่ขมวดจนเป็ปมกับริมฝีปากสีแดงที่กำลังขบกัดอย่างข่มอารมณ์
“อย่าคิดว่าตัวเองไม่เหลือใครอีกเพราะหลังจากนี้นายจะมีฉัน”
“ทำไม” คริสตัลเองก็จ้องตากลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“เพราะฉันจะมีแค่นายหลังจากนี้และตลอดไป” จบคำพูดเขาก็ถูกลูคัสฝังคมเขี้ยวลงที่ลำคออย่างรวดเร็ว
“อึ่ก!” เขาทำได้แค่กัดฟันข่มความเจ็บไว้ สองมือขยุ้มเส้นผมสีน้ำตาลประกายทองของลูคัสแน่นราวกับอยากจะระบายทุกความเ็ปที่อีกฝ่ายเป็คนมอบให้
เสียงกลืนกินเืดังคลออยู่ข้างหูชัดเจนและแ่เบา ลูคัสละริมฝีปากออกมาก่อนจะเลียทำความสะอาดมันจนคริสตัลขนลุกซู่ไปทั่วร่างกายแล้วความเจ็บระลอกใหม่ก็เข้ามาจู่โจม
“อ่า อื้อ”เขาร้องออกมาอย่างเ็ปแต่ทว่ากลับรู้สึกดี ไม่นานลูคัสก็ผละออกมาจากลำคอของเขาไป
“คุณกัดผมแบบนี้ผมจะกลายเป็เหมือนพวกคุณไหม” คริสตัลถามติดตลกออกไปพลางหอบหายใจผะแ่
“ไม่ตราบใดที่นายยังไม่ตายและยังมีลมหายใจ”
“งั้นแสดงว่าถ้าผมตายเมื่อไหร่ผมก็จะกลายมาเป็แบบคุณใช่ไหม” หลังจบคำถามความเงียบก็เข้าปกคลุมเราทั้งคู่อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังคลอเบาๆระหว่างเขากับลูคัส
“นายควรนอนได้แล้ว”ลูคัสเลี่ยงที่จะตอบคำถามของคริสตัล แต่เขาก็พอจะเดาได้จากคำพูดของลูคัสจึงยอมที่จะนอนต่อไปทั้งๆที่เพิ่งตื่น
“ถ้าวินเซนต์มาฉันจะปลุกนายเองนอนซะ”
….
ร่างเล็กที่ยังคงอุ่นๆอยู่เนื่องจากเป็มนุษย์กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงข้างกายลูคัส ตอนแรกที่ได้ยินข้อเสนอของเ้าตัวยอมรับว่าอึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆอย่างคริสตัลจะกล้าเอ่ยอะไรแบบนั้นออกมา
ลูคัสลูบหัวของคริสตัลแ่เบายอมรับว่ากลิ่นเืจากตัวอีกฝ่ายมันช่างยั่วยวนใจจนอยากจะกระโจนเข้าใส่แต่อาจจะเป็เพราะเขาเองกัดคอของคริสตัลไปคนอื่นจึงไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายอะไรได้อีก
แต่ก็แปลก ทั้งๆที่เมื่อก่อนตอนคบกับเอรีน่าเขาทำอย่างมากก็แค่จูบไม่เคยกัดเธอเพื่อแสดงความเป็เ้าของเลยสักนิด
แต่กับเด็กหนุ่มคนนี้เขากลับกระโจนเข้าใส่ ไม่ว่าจะด้วยสัญชาตญาณอะไร สุดท้ายลูคัสก็กัดคริสตัลไปอย่างไม่รู้ตัว
“พ่อครับ แม่ครับผมรักพ่อกับแม่นะครับ” เสียงแ่เบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากคนที่หลับอยู่ดังขึ้นมาพร้อมกับแรงกอดรัดที่ท่อนแขนที่เ้าตัวคว้าเข้าไปกอดไว้ตอนไหนก็ไม่รู้
ลูคัสจ้องมองคริสตัลด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแต่ก็ต้องผละสายตาจากคนที่นอนกอดแขนตัวเองแน่นพลางหันไปจ้องมองบานประตูที่กำลังจะเปิดเข้ามา
“มีอะไรงั้นเหรอซาลัม”
“ข้าแค่จะมาเตือนท่านพี่ไว้เพราะว่าข้าเห็น..”
“เ้าเห็นอะไร”พวกเราพูดกันเสียงแ่เบา แต่ถึงกระนั้นด้วยความที่พวกเราคือแวมไพร์เสียงเบาแค่ไหนก็ไม่เป็อุปสรรคสำหรับเรา
“ข้าเห็นเขากำลังถูกปองร้ายจากคนรักของท่าน” ลูคัสขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
“ข้าไม่มีคนรัก”
“ข้าว่าท่านพี่เองก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าข้าหมายถึงผู้ใด” เขาหยุดนิ่งไปทันทีที่น้องชายพูดสวนกลับมา
“แต่นางเป็คนของท่านพ่อไปแล้วเผื่อเ้าจะลืมไปซาลัม”เขาถอนหายใจถึงแม้จะไม่มีให้ถอนก็ตาม
“และเผื่อท่านพี่จะลืมเช่นกันว่านางเองก็เคยเป็คนรักของท่านแล้วตอนนี้ท่านพี่ก็ยังคงรักนาง”
“ข้าไม่ได้รักนางแล้ว”ลูคัสกัดฟันบดกรามแน่น สายตาจับจ้องไปที่น้องชายอย่างดุดัน แต่ซาลัมก็ยังคงจ้องตอบกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าท่านหมดรักนางแล้วไยท่านจึงต้องโกรธท่านพ่ออยู่อีก”เขาชะงักไปกับคำพูดของซาลัม แต่ก็ยังไม่ได้ยอมรับออกไป
“อื้อ” เสียงครางเล็กๆดังออกมาจากคนข้างกายพร้อมกับการบดเบียดร่างกายเข้าหา