ภัสราได้ฟังคุณครูประจำชั้นของเด็กชายธนาธิปพูดถึงความอ้างว้างในใจของเด็กชายตัวน้อยแล้วก็ถึงกับต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา ธเนศหันไปมองมารดา คราวนี้แม่ของเขาน้ำตารื้นด้วยความสงสารเด็กเข้าแล้วจริงๆ
‘เฮ้อ! การเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวก็ดันตรงกับชีวิตคุณแม่ซะด้วย’
“ถ้าผู้ใหญ่ตกลงกันได้ น้องพืชต้องมีความสุขมากขึ้นแน่ๆ ค่ะ ดีที่น้องมีพ่อแบงค์ที่ถือเป็ตัวแทนของพ่ออยู่ด้วย แต่พอเด็กโตกว่านี้เขาจะเริ่มแยกแยะเพศได้ เขาจะสงสัยและรู้ในที่สุดว่าพ่อแบงค์ของเขาไม่ใช่ผู้ชายและไม่ใช่พ่อจริงๆ ของเขาค่ะ สุดท้ายเด็กจะโหยหาพ่อ”
ธเนศฟังครูประจำชั้นอนุบาลพูดแล้วถอนใจยาว “คุณแม่ครับ เราต้องกลับบ้านไปคุยเื่นี้กันอย่างจริงจัง”
“ดิฉันขอบคุณคุณย่าที่เมตตาน้องพืชนะคะ” ปาลิตายิ้มน้อยๆ เธอรู้สึกว่าคุณภัสราเป็ผู้ใหญ่ที่น่านับถือ
มือของคุณภัสรายื่นออกกุมมือของผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเอาไว้ “ดิฉันฝากหลานชายด้วยนะคะคุณครู”
“เป็หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วค่ะ คุณย่าไม่ต้องเป็ห่วง”
ภัสรากับธเนศกล่าวลาผู้อำนวยการสาวและคุณครูประจำชั้น ระหว่างที่เดินไปขึ้นรถ สองแม่ลูกต่างพากันยิ้มเมื่อพูดถึงเด็กน้อย
“น้องพืชน่ารักมากเลย เหมือนหนูนามากๆ ด้วย เหมือนจนแม่ใ เห็นทีเื่ที่แม่สงสัยจะมีเค้า ต่อให้ไม่ใช่ ถ้าหนูนาชอบแม่ก็ไฟเขียวนะ ได้หลานชายน่ารักแถมมาคนหนึ่งถือเป็กำไรก็แล้วกัน”
“คุณแม่ว่าไง ผมก็ว่างั้นครับ” ธเนศหัวเราะหึๆ
“ต่อไปให้ณัฐแอบถ่ายคลิปตอนที่หนูนาอยู่กับหนูผักมาให้แม่ดูด้วยนะ”
“ได้ครับ”
วรภัทรหยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดดูรูปทักษพรกับลูกชายแล้วก็ขมวดคิ้ว ั้แ่เขาเห็นเด็กชายธนาธิปลงจากรถตู้ที่มีธนาอยู่ด้วยในวันนั้น เขาก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี หน้าตาของน้องพืชมีหลายส่วนที่คล้ายกับท่านประธานใหญ่บริษัท วินเนอร์ แต่ที่เขาสบายใจขึ้นมาได้หน่อยเพราะพอสังเกตท่าทางของธนาแล้วเหมือนไม่เคยพบกับทักษพรมาก่อน ส่วนทักษพรก็ดูเกรงๆ ธนา
วัลภาที่เข้ามาบริษัทเดินเข้าไปในห้องทำงานของพี่ชาย
“ได้ยินว่าพี่ภัทรเริ่มแสดงตัวแล้วเหรอคะ?”
“ใครบอกภา?”
“คนที่นี่เขาซุบซิบกันให้แซ่ด”
“ก็ช่างเขาสิ”
“พี่ภัทรพูดกับคุณพ่อคุณแม่ให้ชัดเจนก่อนเถอะค่ะ จู่ๆ พี่ทำตัวแบบนี้ผักเขาก็จะอึดอัดเปล่าๆ”
“พี่รู้นะว่าภาเองก็ไม่เต็มใจ”
“แล้วไงคะ? ดูท่าทางแล้วพี่ภัทรคงไม่ยอมถอย ถ้าพี่ภัทรจริงจัง ภาก็คงหมดปัญญาห้าม”
วัลภาคิดว่าที่พี่ชายของเธอเริ่มออกตัวคงเป็เพราะมีธนากับณัฐวุฒิที่เข้ามาใกล้ชิดทักษพร การมีคู่แข่งใหม่ทำให้พี่ของเธอถูกกระตุ้นให้ต้องปกป้องคนที่ตนหวงแหน เธอเสมองไปจอภาพโทรศัพท์มือถือที่พี่ชายถืออยู่
“ดูรูปสองแม่ลูกอีกแล้วเหรอคะ?”
“อืม พี่มีเื่สงสัยน่ะ”
“สงสัย?”
“ภาดู น้องพืชกับคุณธนาสิ” วรภัทรเลื่อนภาพคนทั้งสองไปมา
วัลภาเอียงคอ “ทำไมคะ?”
วรภัทรหันไปเคาะหน้าจอแท็บเล็ตจอขนาดสิบสี่นิ้วที่ตั้งอยู่ตรงหน้าแล้วชี้ให้น้องสาวดูรูปสองรูปที่วางเทียบกัน วัลภามองรูปธนาและหันไปมองรูปน้องพืชอีกครั้งก็อ้าปากหวอ
“เหมือนกันเลยนะคะ พี่ภัทรดู คิ้ว ตา จมูก”
วรภัทรหน้าตาอึมครึม “ใช่ พอพี่เห็นคุณธนามาพร้อมกับน้องพืช ได้เห็นหน้าสองคนพร้อมกันพี่ก็ถึงกับตะลึง ถ้าไม่บอกว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกัน ทุกคนก็ต้องบอกว่าเหมือนพ่อกับลูก”
วัลภาพยักหน้ารับ “ค่ะ เหมือนมากเลย” ไม่ใช่แค่พี่ชายเธอเท่านั้นที่คิด คนในบริษัทเธอหลายคนก็พูดเหมือนกัน “บังเอิญเกินไปแล้ว”
“ใช่ บังเอิญมาก บังเอิญจนพี่อดจะคิดมากไม่ได้ แต่คุณธนาก็ไม่เคยรู้จักกับผัก และผักก็ไม่ได้รู้จักคุณธนามาก่อน”
สีหน้าไม่สบายใจของพี่ชายทำให้วัลภารู้สึกเห็นใจ เธอจึงบ่ายเบี่ยงประเด็น “วันนี้พวกเขาก็ออกไปดูทำเลใหม่อีกแล้วเหรอคะ?”
“อืม โครงการจะเพิ่มอีกยี่สิบสาขา จากนี้ไปจนถึงปลายปีนอกจากจะไปดูทำเลแล้ว ยังต้องดูแลการตกแต่งและการจัดร้าน ต่อไปก็ต้องเพิ่มการตรวจคิวซีด้วย”
คิวซีที่วรภัทรพูดถึงคือการตรวจคุณภาพของเครื่องดื่มและการบริการ
“ยี่สิบสาขาเลยเหรอคะ? ทุนเยอะจริงๆ สมกับเป็บริษัทั์ใหญ่ ทีแรกภาได้ยินว่าจะเพิ่มอีกสิบสาขายังใแล้วนี่กลายเป็ยี่สิบสาขา สุดยอดเลย ยิ่งกว่าก้าวะโซะอีก”
“เห็นว่าโรงงานกาแฟสำเร็จรูปก็ก่อสร้างไปได้เยอะแล้ว พวกเขามาหุ้นกับเราขอซื้อแบรนด์เราไปใช้ เอาไปสร้างมูลค่าได้อีกมหาศาล”
“เป็วิธีการแบบวินวินที่น่าประทับใจ ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลนี้กลายมาเป็บริษัทแนวหน้า”
วัลภายังไม่มีโอกาสได้พบหน้าธนาเลยสักครั้ง เธอได้ยินว่าการทำธุรกิจของบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจมักจะเน้นการทำให้คู่ค้าได้ประโยชน์ร่วมกันหรือเรียกว่าวินวินในภาษาอังกฤษ ในเมื่อไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบย่อมเป็การร่วมมือที่ทุกคนมีความสุข
“คราวหน้าก็มาร่วมประชุมสิ ภาเป็หัวหน้าฝ่ายคิวซีนะ ควรมาร่วมประชุมบ้าง”
“ได้ค่ะ อยากเห็นเหมือนกันว่าท่านประธานตัวจริงหล่อแค่ไหน?” หญิงสาวยิ้มกริ่ม ่นี้เธอกำลังปวดหัวกับพวกผู้ชายรอบตัวอยู่พอดี ถือโอกาสสลัดคนพวกนั้นด้วยไปในตัว
“หล่อมากเลยล่ะ หล่อกว่าดาราเกาหลีหลายคนเลย”
“พี่ภัทรกล้าชมคู่แข่งขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
“ทำไงได้? เขาก็หล่อจริงๆ นี่”
“แต่ภาว่าผักไม่ได้มองคนที่ความหล่อแน่นอน ผู้ชายที่มาจีบเมื่อปีก่อนก็หล่อเหลาทั้งคู่ แถมยังเป็ถึงผู้จัดการบริษัทด้วย”
“พี่รู้ ถ้าเขาชอบคนหล่อ พี่ชายภาก็หล่อนะ แถมยังเป็เ้าของบริษัทด้วย ทำไมต้องไปมองคนอื่นด้วย?”
“บางที ผักอาจจะคิดว่าครอบครัวของเราไม่อยากได้ผู้หญิงมีตำหนิ เลยไม่อยากจะรับไมตรีพี่ภัทรก็ได้”
“พี่รู้ ตอนนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ยังหวังให้พี่แต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวจะช่วยหนุนนำเื่ธุรกิจ แต่ตอนนี้เราร่วมมือกับวินเนอร์แล้ว รายได้ของเรามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกมากและไม่ต้องหาคนมาช่วยอีกแล้ว พี่คิดว่าคุณพ่อกับคุณแม่อาจจะเห็นแก่ความสุขของพี่บ้าง”
“พี่ภัทรก็ลองดูเถอะค่ะ อยากน้อยได้พยายามเต็มที่แล้วก็ยังดีกว่านั่งรอให้โชคชะตาปราณี”
ถึงตอนบ่ายกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุบนถนนขณะที่รถตู้ของธนากำลังจะเดินทางกลับ ทักษพรเห็นว่าตนเองคงจะกลับไปรับลูกไม่ทันจึงได้โทรศัพท์กลับไปบอกให้ป้าน้ำไปรับน้องพืชแทน
วรภัทรที่เดินลงมาด้านล่างได้ยินก็เลยรับอาสาไปรับแทน เด็กชายธนาธิปร้องเรียกลุงภัทรด้วยความตื่นเต้น เด็กน้อยรู้ว่าคุณครูกับครูผู้ช่วยหลายคนมาคอยเมียงๆ มองๆ ดูลุงภัทรด้วยความชื่นชม คุณแม่ของเพื่อนหลายคนก็ชมว่าลุงภัทรหล่อ เด็กชายจึงยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นลุงภัทรมายืนรอรับ
“ลุงภัทร สวัสดีครับ” เด็กชายไหว้อย่างตั้งใจ
“ขอบคุณนะครับคุณครู” ภัทรหันไปค้อมศีรษะขอบคุณครูหญิงและครูชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น
สายตาเป็ปลื้มของคนทั้งหลายที่มองมายังวรภัทร ทำให้เด็กชายธนาธิปรู้สึกภาคภูมิใจ เขายืดตัวขึ้นแล้วยื่นมือไปจับมือของวรภัทรเพื่อแสดงความแแ่ให้คุณครูได้เห็น
วรภัทรรับกระเป๋าของเด็กชายจากคุณครู แล้วพาเด็กชายเดินไปยังรถยนต์ที่เขานำมารับ เด็กน้อยเห็นว่าไม่ใช่รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าก็หันไปถาม
“ลุงภัทรจะพาผมไปไหนต่อครับ?”
*************
ไรเตอร์แนะนำอีบุ๊กเซ็ท
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNCI7fQ
