ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 สตรีผู้นี้จะต้องก่อเรื่องเป็นแน่

            หลินเสวี่ยหลานเห็นท่าทางลามกของโจวเซินอี้ก็รู้สึกรำคาญแทบตายแล้วขณะเดียวกันนางก็รู้สึกว่าทั้งหมดนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

            หลินเสวี่ยจู๋มีสิทธิ์อะไรถึงแต่งให้หยวนซิวได้? แม้ว่าหยวนซิวจะตกอับแต่ก็ยังคงรักษามาดของผู้สูงส่งและสง่างามเอาไว้ได้ ส่วนนางกลับถูกบุรุษที่อัปลักษณ์และลามกพรรค์นี้มาชอบพอ

            หมอเทวดาอะไรกัน?บอกว่าเป็นผีผูกคอตายยังน่าเชื่อกว่า!

            เมื่อคิดดังนั้นหลินเสวี่ยหลานจึงรีบละสายตากลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นโจวเซินอี้

            โจวเซินอี้ร้อนใจราวกับมดที่ติดอยู่ในหม้อที่กำลังถูกต้มยิ่งหลินเสวี่ยหลานไม่สนใจเขา เขาก็ยิ่งตะโกนเสียงดังเนื่องจากไม่มีทางเลือกเมื่อวานหลิวขุยแสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าผู้คุมจะไม่สนใจความเป็นความตายของเขา

            ดังนั้นในขบวนเนรเทศนี้จึงมีเพียงหลินเสวี่ยหลานเท่านั้นที่ช่วยเขาได้

            “แม่นางหลิน ข้าโจวเซินอี้เอง เจ้าดูข้าสิ ข้าอยู่ตรงนี้”

            โจวเซินอี้หันหน้าไปมองหลินเสวี่ยหลานขณะที่ตัวหมุนไม่หยุดราวกับเขาเป็นดอกทานตะวัน และหลินเสวี่ยหลานเป็นพระอาทิตย์ของเขาก็ไม่ปาน

            ทว่าพระอาทิตย์ของเขากลับไม่ยอมส่องแสงให้เขาไม่ว่าเขาจะตะโกนอย่างไรก็ตาม

            โจวเซินอี้ใกล้จะหายใจไม่ออกเสียงที่เปล่งออกมาจึงยิ่งฟังดูเหมือนภูตผี

            ทุกคนต่างมองเขามีเพียงหลินเสวี่ยหลานเท่านั้นที่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

            โจวเซินอี้โมโหแทบตายแล้ว

            เสียดายที่เขามอบอาหารที่ดีที่สุดให้นางแม้กระทั่งรถม้าก็ให้ย่าที่ร่างกายอวบอ้วนกับบิดาที่แก่เฒ่าและน่ารังเกียจของนางขึ้นไปนอนเป็นเพราะเขาออกหน้าปกป้องนางถึงได้ถูกแก้แค้นเช่นนี้

            สุดท้ายนี่คือวิธีที่นางตอบแทนเขาอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นสตรีที่ใจร้ายยิ่งนัก!

            หัวใจของโจวเซินอี้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบความเกลียดชังที่เขามีต่อหลินเสวี่ยจู๋ค่อยๆ ย้ายไปที่หลินเสวี่ยหลาน

            เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง“หลินเสวี่ยหลาน เจ้ามันสตรีเนรคุณ เจ้า...”

            เนื่องจากอารมณ์ความรู้สึกผุดขึ้นมามากเกินไปจึงทำให้เขาเป็นลมสลบไป

            ลู่โม่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ด้วยสายตาเย็นชาคิดในใจว่าพี่สะใภ้ช่างเก่งกาจยิ่งนัก

            บอกว่าจะให้โจวเซินอี้ได้เห็นธาตุแท้ของหลินเสวี่ยหลานก็ทำสำเร็จจริงๆเพียงแต่พี่สะใภ้ที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ ตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง?

            นางกับพี่ชายคงจะปลอดภัยใช่หรือไม่?

            ลู่โม่กังวลอย่างหนักอีกครา

            ส่วนหลินเสวี่ยจู๋ที่เขาเป็นกังวลนั้นตอนนี้กลับนั่งอยู่บนรถม้าอย่างมีความสุข

            นางแง้มผ้าม่านมองดูทิวทัศน์สองข้างทางเป็นครั้งคราวราวกับกำลังเดินทางท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิก็ไม่ปาน

            แน่นอนว่านางกำลังมองหาทรัพยากรหากพบเจอสิ่งที่อยู่ในระยะเหมาะสม นางก็จะเก็บเข้าสู่มิติอย่างไม่เกรงกลัว

            เหยี่ยนอ๋องเป็นผู้ที่ชื่นชอบความสุขสบายทิวทัศน์บนเส้นทางนี้มองผ่านๆ ดูเหมือนกับที่อื่น แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบร่องรอยการตกแต่งด้วยฝีมือมนุษย์

            ตัวอย่างเช่นต้นไม้ริมทางที่ปลูกสลับกัน มีทั้งต้นท้อ ต้นซิ่ง ต้นสาลี่ ต้นเหมย ต้นแปะก๊วย ต้นเฟิง[1] เป็นต้น

            รับรองได้ว่าจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามให้ชื่นชมตลอดทั้งปี

            แต่ทิวทัศน์เหล่านี้หลังจากที่หลินเสวี่ยจู๋ผ่านทางไป มันก็จะกลายเป็นทิวทัศน์ในมิติของนาง

            ผ่านเขตนี้ไปก็จะถึงกำแพงด้านนอกของจวนเหยี่ยนอ๋อง

            เลียบกำแพงสีเทามีต้นชาหลากสีสันปลูกไว้จนเต็ม

            เวลานี้เป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งเมื่อมองไกลๆ กำแพงที่เต็มไปด้วยดอกไม้ดูสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ

            “คุณชาย ฮูหยิน เชิญลงจากรถม้าแล้วเดินเท้าเข้าไป” องครักษ์เอ่ย

            หลินเสวี่ยจู๋เปิดม่านรถม้าออกก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้พนักพิงสูงที่วางอยู่ด้านข้าง “เช่นนั้นรบกวนท่านทั้งสองแบกสามีของข้าเข้าไปด้วย”

            การเดินเท้านั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วและหากไม่มีผู้ใดแบกหยวนซิว นางก็จะนั่งอยู่ในรถม้าไปตลอด

            มาดูกันว่าผู้ใดจะร้อนใจยิ่งกว่ากัน

            องครักษ์ทั้งสามมองหน้ากันไปมาสุดท้ายก็มีสองคนเดินมาแบกหยวนซิวขึ้นมาอย่างกล้ำกลืนฝืนทน

            ส่วนอีกคนติดตามหลินเสวี่ยจู๋ไป

            เมื่อก้าวเข้าไปในประตูก็พบว่าด้านข้างปลูกต้นกุ้ยฮวาหลายต้นตรงกลางเป็นซุ้มดอกไม้สองแถว แถวหนึ่งปลูกดอกจื่อเถิง[2] ส่วนอีกแถวปลูกองุ่น

            ผ่านซุ้มดอกไม้ไปก็จะพบต้นโพธิ์ต้นใหญ่อยู่ตรงกลางดูท่าทางน่าจะมีอายุไม่น้อยแล้ว

            ส่วนสองฝั่งปลูกต้นอวี้หลาน[3] ต้นติงเซียง[4] ต้นเหอฮวน[5] และต้นงิ้ว

            เดินเข้าไปอีกก็จะมีภูเขาจำลองจากนั้นศาลาและทางเดินจะเปลี่ยนเป็นคดเคี้ยว เพราะเริ่มเข้าสู่เขตที่พักอาศัย

            หลินเสวี่ยจู๋เดินไปพลางคิดว่าประเดี๋ยวตอนที่เก็บสิ่งของเหล่านี้เข้าสู่มิตินางจะจัดวางมันในรูปแบบใด

            ตรงไหนสามารถคงไว้เช่นเดิมและตรงไหนที่ต้องปรับปรุง

            เรียกได้ว่านี่เป็นโครงการที่ใหญ่โตอย่างยิ่ง

            จนกระทั่งองครักษ์นับสิบคนชี้ดาบมาที่นางกับหยวนซิวนางถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองถูกล้อมแล้ว

            “มีอันใดก็ค่อยพูดค่อยจากันเหตุใดต้องใช้ความรุนแรงถึงเพียงนี้?” หลินเสวี่ยจู๋ถลึงตาใส่องครักษ์พวกนั้นอย่างไม่พอใจ

            ส่วนหยวนซิวมีท่าทีปกติเขาพูดอย่างไม่รีบร้อน “เสด็จพี่ ไม่ได้พบกันนาน ครั้งก่อนที่น้องชายกลับเมืองหลวง เสด็จพี่กำลังยุ่งอยู่กับการตรวจค้นจวนของน้องชายจึงไม่ได้พบกันไม่ทราบว่าเสด็จพี่สบายดีหรือไม่?”

            สิ้นเสียงของเขาเหยี่ยนอ๋องก็เดินออกมาจากด้านหลังองครักษ์

            หลินเสวี่ยจู๋เห็นใบหน้าของเขาก็เกือบจะหัวเราะออกมานางนึกถึงคืนนั้นที่ตนเองปล้นทรัพย์สินในจวนเหยี่ยนอ๋อง นางจำได้ว่าเห็นสิ่งของแปลกๆมากมาย

            ตอนนั้นนางยังคิดว่าเหยี่ยนอ๋องช่างรู้จักหาความสุขเสียจริงพอได้เห็นตัวจริง นางก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจอีกครา ใบหน้าที่ดูอ่อนแอเช่นนี้ช่างเหมาะสมกับของสะสมเหล่านั้นจริงๆ

            “เหตุใดน้องสะใภ้ถึงได้ดูมีความสุขเช่นนี้กำลังนึกเรื่องอันใดอยู่หรือ?”

            เหยี่ยนอ๋องเห็นหลินเสวี่ยจู๋ยิ้มก็รู้สึกไม่สบอารมณ์

            แต่เมื่อนึกถึงคำพูดที่ฮ่องเต้พูดกับเขาก็พยายามข่มกลั้นความโกรธเอาไว้

            หลินเสวี่ยจู๋ถูกเรียกชื่ออย่างกะทันหันจึงได้สติกลับมา“เหยี่ยนอ๋อง หม่อมฉันดูใบหน้าท่านแล้วช่วงนี้ดูเหมือนจะมีเคราะห์ควรระวังไว้หน่อยจะดีกว่านะเพคะ”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเหยี่ยนอ๋องแข็งค้างก่อนจะเผยสีหน้าสงสัยออกมา หรือว่าเรื่องที่ท้องพระคลังกับจวนของเหล่าขุนนางในเมืองหลวงถูกปล้นจะเกี่ยวข้องกับหยวนซิวจริงๆ?

            แต่เขาทำอย่างไรถึงสามารถขนย้ายข้าวของมากมายขนาดนั้นออกจากเมืองหลวงที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาได้?

            เหยี่ยนอ๋องจงใจถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“น้องสะใภ้หมายความว่าอย่างไร?”

            แม้เขาจะรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยังต้องการจับผิดคำพูดของหลินเสวี่ยจู๋ ถึงอย่างไรสตรีผู้นี้ก็เป็นกระเป๋าฟางจัดการได้ง่ายกว่าหยวนซิวมากโข

            ไม่คาดคิดว่าหลินเสวี่ยจู๋จะทำสีหน้าลึกลับยากที่จะคาดเดา“ความลับฟ้าดิน ไม่อาจแพร่งพรายเพคะ”

            พูดจบก็บุ้ยปากไปทางองครักษ์สิบกว่าคนบอกเป็นนัยๆ ให้เขาไล่คนออกไป

            เหยี่ยนอ๋องย่อมเข้าใจแต่ยิ่งหลินเสวี่ยจู๋ทำตัวลึกลับ เขาก็ยิ่งไม่เชื่อว่าสตรีผู้นี้จะมีสิ่งที่เขาต้องการเพียงสร้างสถานการณ์ตบตาก็เท่านั้น

            เหยี่ยนอ๋องจ้องมองหยวนซิวอีกครา

            “ผู้ใดก็ได้พาน้องสะใภ้ไปเดินเล่นรอบๆเสีย พวกเราพี่น้องมีเรื่องต้องคุยกัน”

            ทันทีที่เหยี่ยนอ๋องออกคำสั่งองครักษ์คนหนึ่งก็เดินตรงมาหาหลินเสวี่ยจู๋ “ฮูหยินเชิญ”

            ส่งองครักษ์มาแค่คนเดียวนี่เท่ากับดูถูกนางใช่หรือไม่?

            หลินเสวี่ยจู๋ลอบขบขันอยู่ในใจก่อนจะโบกมือให้หยวนซิวด้วยท่าทีของคนที่ไม่มีแผนการร้ายใดๆ “สามีพวกท่านคุยกันไปก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปเที่ยวแล้ว”

            หยวนซิวพยักหน้าแต่แววตากลับลุ่มลึก

            เขามีลางสังหรณ์ว่าสตรีผู้นี้จะต้องก่อเรื่องเป็นแน่

            “ระวังตัวด้วย” เขายังคงไม่วางใจเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะกำชับ

            “ทราบแล้ว” เมื่อหลินเสวี่ยจู๋ตอบก็เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

            เหยี่ยนอ๋องมองหลินเสวี่ยจู๋จากไปด้วยสายตาดูแคลนรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าหายไปนานแล้ว

            เขาทำสีหน้าบึ้งตึงแล้วเอ่ยกับเหล่าองครักษ์“นี่คือน้องชายของข้า พวกเจ้าต้องรับใช้เขาให้ดี”

            “พ่ะย่ะค่ะ!”องครักษ์พูดจบก็ดึงเชือกออกมามัดหยวนซิวไว้กับเก้าอี้พนักพิงสูงแล้วแบกเข้าไปในเรือน

            .............................

            [1] ต้นเฟิง หมายถึง ต้นเมเปิล

            [2] ดอกจื่อเถิง หมายถึง ดอกวิสทีเรีย

            [3] ต้นอวี้หลาน หมายถึง ดอกแมกโนเลีย

            [4] ต้นติงเซียง หมายถึง ดอกไลแลค

            [5] ต้นเหอฮวน หมายถึง ต้นไหมเปอร์เซีย

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663