ลิขิตฟ้า ข้ามภพสู่ใต้หล้า

    ตอนที่ 10: ราชสำนักแห่งเงา

    เสียงฆ้องยามเช้าดังสะท้อนทั่วพระราชวังหลวงของแคว้นต้าเหยียน ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างทยอยเข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อเข้าร่วมการประชุมราชสำนักประจำเดือน ซึ่งจักรพรรดิจะทรงประทับและรับฟังรายงานจากเหล่าขุนนาง


    หลินอวี้ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้องโถงขนาดใหญ่ในจวนอ๋องเจ็ด สวมชุดผ้าไหมสีเทาเรียบง่าย ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังแผนที่เมืองหลวงที่ถูกขยายไว้บนโต๊ะไม้สัก


    “วันนี้…ข้าจะได้เห็นราชสำนักแห่งเงาเต็มตาเสียที” เธอพึมพำ


    อ๋องเจ็ดเดินเข้ามาเงียบๆ “เ๽้าจะไปกับข้า…ในฐานะผู้ติดตาม”


    “ข้าไม่ใช่ผู้ติดตาม…ข้าคือผู้เปิดเผยความจริง” หลินอวี้ตอบ


    อ๋องเจ็ดยิ้มบาง “เช่นนั้นก็จงเปิดเผยมัน…ในที่ที่ผู้คนไม่กล้าพูด”


    …


    เมื่อเข้าสู่ท้องพระโรง หลินอวี้รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตาของขุนนางนับร้อยที่จับจ้องมาที่เธอ บางคนแสดงความสงสัย บางคนแสดงความดูถูก และบางคน…แสดงความกลัว


    จักรพรรดิแห่งต้าเหยียน — หวงตี้หย่งเจิ้ง — ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุด ใบหน้าของพระองค์สงบนิ่ง แต่ดวงตากลับแฝงด้วยความเฉียบคมที่สามารถมองทะลุจิตใจของผู้คน


    “อ๋องเจ็ด…รายงานสถานการณ์ชายแดน” พระองค์ตรัส


    อ๋องเจ็ดก้าวออกมา “ชายแดนตะวันตกสงบลงแล้ว…ด้วยความช่วยเหลือของหลินอวี้”


    เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทันทีในหมู่ขุนนาง


    “หลินอวี้? นางมิใช่ผู้ถูกเนรเทศหรือ?” ขุนนางคนหนึ่งกล่าว


    “นางคือผู้เปลี่ยนแปลงชายแดน…และผู้ถือความจริงที่ราชสำนักลืม” อ๋องเจ็ดตอบ


    จักรพรรดิเลิกคิ้ว “เ๽้าหมายถึงสิ่งใด?”


    หลินอวี้ก้าวออกมาอย่างมั่นคง “ข้าขออนุญาตถวายรายงาน…เกี่ยวกับตระกูลหลิน และบทบาทของพวกเราในฐานะผู้พิทักษ์ประตูมิติแห่งใต้หล้า”


    เสียงฮือฮาเงียบลงทันที ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของเธอ


    …


    หลินอวี้เปิดตำราลับที่เธอพกติดตัว และยื่นให้จักรพรรดิ พระองค์รับไปและเริ่มอ่านอย่างเงียบงัน


    “นี่คือบันทึกที่ถูกลบจากหอสมุดหลวง…และข้าค้นพบมันในส่วนลับของหอสมุด” เธอกล่าว


    “เ๽้าลอบเข้าเขตวังหลัง?” ขุนนางอีกคนร้อง


    “ข้าเข้าไปเพื่อค้นหาความจริง…มิใช่เพื่อก่อ๠๤ฏ” หลินอวี้ตอบ


    จักรพรรดิอ่านเงียบๆ ก่อนจะกล่าว “หลินเจิ้ง…ผู้พิทักษ์รุ่นสุดท้าย…ข้าจำเขาได้ดี”


    “พระองค์ทรงรู้?” หลินอวี้ถาม


    “ข้าสั่งให้เขาลบตนเอง…เพื่อปกป้องสมดุลของใต้หล้า” จักรพรรดิกล่าวอย่างหนักแน่น


    เสียงฮือฮาเกิดขึ้นอีกครั้งในหมู่ขุนนาง บางคนเริ่มแสดงความไม่พอใจ บางคนเริ่มตั้งคำถาม


    “หากประตูมิติมีอยู่จริง…แล้วเราควรทำสิ่งใด?” ขุนนางฝ่ายบุ๋นถาม


    “เราควรปกป้องมัน…ไม่ใช่ปิดบัง” หลินอวี้ตอบ


    …


    จักรพรรดิทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “ข้าจะตั้งคณะสืบสวนพิเศษ…โดยมีอ๋องเจ็ดเป็๲หัวหน้า และหลินอวี้เป็๲ที่ปรึกษา”


    “ข้าขอเสนอให้เสี่ยวไป๋…ผู้ถือพลังหยินหยาง…เป็๲ผู้ร่วมสืบสวน” หลินอวี้กล่าว


    จักรพรรดิพยักหน้า “เด็กคนนั้น…ข้ารู้ว่าเขาไม่ธรรมดา”


    …


    หลังการประชุม หลินอวี้กลับจวนด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าการเปิดเผยความจริงในราชสำนักคือการท้าทายอำนาจที่ฝังรากลึก


    อ๋องเจ็ดเดินเข้ามา “เ๽้ากล้าหาญ…แต่เ๽้าจะต้องระวัง”


    “ข้าไม่กลัวอำนาจ…ข้ากลัวการลืมความจริง” หลินอวี้ตอบ


    …


    ในคืนนั้น เสียงลมพัดผ่านจวนอ๋องเจ็ดอย่างเงียบงัน หลินอวี้นั่งอยู่หน้าตำราลับ ดวงตาจับจ้องไปยังข้อความสุดท้ายที่เธอเพิ่งค้นพบ


    “เมื่อผู้ถือหยินและผู้ถือหยางรวมพลัง…ประตูแห่งแสงจะเปิดอีกครั้ง”


    เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะนำไปสู่การเปิดประตูมิติ และการเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹มัน


    “ข้าจะไม่ถอย…ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม”

    นิยายแนะนำ