เสียงฆ้องยามเช้าดังสะท้อนทั่วพระราชวังหลวงของแคว้นต้าเหยียน ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างทยอยเข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อเข้าร่วมการประชุมราชสำนักประจำเดือน ซึ่งจักรพรรดิจะทรงประทับและรับฟังรายงานจากเหล่าขุนนาง
หลินอวี้ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้องโถงขนาดใหญ่ในจวนอ๋องเจ็ด สวมชุดผ้าไหมสีเทาเรียบง่าย ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังแผนที่เมืองหลวงที่ถูกขยายไว้บนโต๊ะไม้สัก
“วันนี้…ข้าจะได้เห็นราชสำนักแห่งเงาเต็มตาเสียที” เธอพึมพำ
อ๋องเจ็ดเดินเข้ามาเงียบๆ “เ้าจะไปกับข้า…ในฐานะผู้ติดตาม”
“ข้าไม่ใช่ผู้ติดตาม…ข้าคือผู้เปิดเผยความจริง” หลินอวี้ตอบ
อ๋องเจ็ดยิ้มบาง “เช่นนั้นก็จงเปิดเผยมัน…ในที่ที่ผู้คนไม่กล้าพูด”
…
เมื่อเข้าสู่ท้องพระโรง หลินอวี้รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตาของขุนนางนับร้อยที่จับจ้องมาที่เธอ บางคนแสดงความสงสัย บางคนแสดงความดูถูก และบางคน…แสดงความกลัว
จักรพรรดิแห่งต้าเหยียน — หวงตี้หย่งเจิ้ง — ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุด ใบหน้าของพระองค์สงบนิ่ง แต่ดวงตากลับแฝงด้วยความเฉียบคมที่สามารถมองทะลุจิตใจของผู้คน
“อ๋องเจ็ด…รายงานสถานการณ์ชายแดน” พระองค์ตรัส
อ๋องเจ็ดก้าวออกมา “ชายแดนตะวันตกสงบลงแล้ว…ด้วยความช่วยเหลือของหลินอวี้”
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทันทีในหมู่ขุนนาง
“หลินอวี้? นางมิใช่ผู้ถูกเนรเทศหรือ?” ขุนนางคนหนึ่งกล่าว
“นางคือผู้เปลี่ยนแปลงชายแดน…และผู้ถือความจริงที่ราชสำนักลืม” อ๋องเจ็ดตอบ
จักรพรรดิเลิกคิ้ว “เ้าหมายถึงสิ่งใด?”
หลินอวี้ก้าวออกมาอย่างมั่นคง “ข้าขออนุญาตถวายรายงาน…เกี่ยวกับตระกูลหลิน และบทบาทของพวกเราในฐานะผู้พิทักษ์ประตูมิติแห่งใต้หล้า”
เสียงฮือฮาเงียบลงทันที ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของเธอ
…
หลินอวี้เปิดตำราลับที่เธอพกติดตัว และยื่นให้จักรพรรดิ พระองค์รับไปและเริ่มอ่านอย่างเงียบงัน
“นี่คือบันทึกที่ถูกลบจากหอสมุดหลวง…และข้าค้นพบมันในส่วนลับของหอสมุด” เธอกล่าว
“เ้าลอบเข้าเขตวังหลัง?” ขุนนางอีกคนร้อง
“ข้าเข้าไปเพื่อค้นหาความจริง…มิใช่เพื่อก่อฏ” หลินอวี้ตอบ
จักรพรรดิอ่านเงียบๆ ก่อนจะกล่าว “หลินเจิ้ง…ผู้พิทักษ์รุ่นสุดท้าย…ข้าจำเขาได้ดี”
“พระองค์ทรงรู้?” หลินอวี้ถาม
“ข้าสั่งให้เขาลบตนเอง…เพื่อปกป้องสมดุลของใต้หล้า” จักรพรรดิกล่าวอย่างหนักแน่น
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นอีกครั้งในหมู่ขุนนาง บางคนเริ่มแสดงความไม่พอใจ บางคนเริ่มตั้งคำถาม
“หากประตูมิติมีอยู่จริง…แล้วเราควรทำสิ่งใด?” ขุนนางฝ่ายบุ๋นถาม
“เราควรปกป้องมัน…ไม่ใช่ปิดบัง” หลินอวี้ตอบ
…
จักรพรรดิทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “ข้าจะตั้งคณะสืบสวนพิเศษ…โดยมีอ๋องเจ็ดเป็หัวหน้า และหลินอวี้เป็ที่ปรึกษา”
“ข้าขอเสนอให้เสี่ยวไป๋…ผู้ถือพลังหยินหยาง…เป็ผู้ร่วมสืบสวน” หลินอวี้กล่าว
จักรพรรดิพยักหน้า “เด็กคนนั้น…ข้ารู้ว่าเขาไม่ธรรมดา”
…
หลังการประชุม หลินอวี้กลับจวนด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าการเปิดเผยความจริงในราชสำนักคือการท้าทายอำนาจที่ฝังรากลึก
อ๋องเจ็ดเดินเข้ามา “เ้ากล้าหาญ…แต่เ้าจะต้องระวัง”
“ข้าไม่กลัวอำนาจ…ข้ากลัวการลืมความจริง” หลินอวี้ตอบ
…
ในคืนนั้น เสียงลมพัดผ่านจวนอ๋องเจ็ดอย่างเงียบงัน หลินอวี้นั่งอยู่หน้าตำราลับ ดวงตาจับจ้องไปยังข้อความสุดท้ายที่เธอเพิ่งค้นพบ
“เมื่อผู้ถือหยินและผู้ถือหยางรวมพลัง…ประตูแห่งแสงจะเปิดอีกครั้ง”
เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะนำไปสู่การเปิดประตูมิติ และการเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เื้ัมัน
“ข้าจะไม่ถอย…ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม”